เล่มนี้ที่ฉันอ่านตะเกียงดาว
ฯพณฯแห่งกาลเวลา
  • จม.ฉบับที่ ๑๖

    ถึงคุณ..

    .

    ฉันโหยหาหนังสือเล่มนี้มาหลายปีแล้วนับตั้งแต่ตกหลุมรักคุณลวิตร์ด้วย “ไมรอน” ในที่สุดก็ได้มาครอบครองจนได้ เย้ๆๆ คุณดีใจกับฉันมั้ยล่ะว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้หายากจริงแท้ คุณนักเขียนบอกว่ามีแบบเป็นคุณหนังสือ(อีบุ๊ค)ซึ่งฉันไม่ชอบอ่าน

    .

    ก็มันไม่ได้ใช้มือสัมผัสกระดาษนี่นาและฉันหมดโอกาสจะขีดเขียนความคิดของตัวเองลงไปได้ด้วย ฉันว่านะต่อใครเขาพูดกันว่าหนังสือเล่มจะได้รับความนิยมน้อยลงจนท้ายที่สุดจะหมดไปฉันยังเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดขึ้นจริงหรอกดิสโทเปียแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นใช่มั้ยคุณช่วยยืนยันกับฉันหน่อยสิ ด้วยการอ่านหนังสือเล่ม กระพริบตาปริบๆ เว้าวอน

    .

    อย่างน้อยต้องมีคนแบบฉันอยู่สิน่าคนที่อยากดมกลิ่นหนังสือ กลิ่นหมึกพิมพ์ กลิ่นของกระดาษ ไหนจะความรู้สึกของนิ้วมือยามสัมผัสกระดาษอีกล่ะยิ่งตอนที่ยืนสวยเรียงแถวอยู่บนชั้นหนังสือนี่ โอ้ย!!!สุขใดไหนเท่ามีเสน่ห์ของหนังสือเล่มอีกมากมายที่คุณหนังสือผู้ทันสมัยเทียบไม่ติดฝุ่น อย่าให้พูดเลย

    .

    หนังสือเล่มนี้ผ่านกาลเวลามา๑๕ปีแล้วว่ากันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในการเขียนของเธอ จะบอกว่าฉันผู้ปลื้มปริ่มเธอเหนือระดับอยู่แล้วก็เพิ่มระดับความปริ่มขึ้นไปอีก มันเป็นความรู้สึกภูมิใจเวลาเห็นนักเขียนที่เรารักเจริญเติบโตมาขนาดนี้ในงานเขียน แม้ใครบางคนจะบอกว่าไม่ใช่แนวที่จะอ่านก็เถอะ ชิส์

    .

    ฉันเรียกการอ่านของตัวเองว่าการอ่านย้อนรอยดังนั้นฉันจึงมองเห็นว่า “ฯพณฯแห่งกาลเวลา” ไม่ใช่เล่มที่ดีที่สุดของเธองานเขียนเล่มนี้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่นในโครงการนายอินทร์อะวอร์ดเนื้อหาของจำนวนหน้าซึ่งเป็นกฎของการประกวด จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องขาดน้ำหนักและไม่สุดเป็นช่องว่างที่ประปรายเพราะไม่สามารถใส่รายละเอียดได้มากนัก

    .

    แรงผลักของภัทรกาลในความเกลียดชังมนุษย์จึงดูด้อยไปพอสมควรแต่เธอเขียนงานได้เข้มข้นและเติมเต็มความขาดในเล่มนี้ได้ยอดเยี่ยมที่สุดหลังจากนั้นหากคุณเคยอ่าน Story Teller กับ Blood Redemption ทั้งสามเล่มนี้เป็นดิสโทเปียไซไฟเหมือนกัน

    .

    โดยเฉพาะพันธนาการสองเผ่าพันธุ์นั้นดาร์กขั้นสุดตอนที่อ่านแบบเอ้ย!!!ตื่นตะลึง เจ็บปวดเสียใจกับการทรยศหักหลังอย่างรุนแรง ไม่อยากบอกว่าร้องไห้ด้วย...ขอโทษทีฉันควรจะเล่าเรื่อง ฯพณฯแห่งกาลเวลาสิโน๊ะ ติดนิทานจักรวาลกับพันธนาการสองเผ่าพันธุ์ไว้ก่อนล่ะกัน

    .

    เรื่องนี้เสนอแง่มุมของความเกลียดชังมนุษย์ในตัวภัทรกาลเป็นแรงผลักดันให้เขาช่วงชิงความสุขและเวลามนุษย์ และสุดท้ายใช้ระบบเวลาและความเชื่อเพื่อครอบจิตสำนึกของคนอื่นเป็นเครื่องควบคุมความคิดของคนภายใต้การปกครอง ซึ่งมันคลับคล้ายการปกครองโดยปกตินั่นแหละนะแล้ววันหนึ่งก็จะมีคนเกิดคิดได้ขึ้นมา เอ๋???ไม่ใช่แล้วมั้ง

    .

    เรื่องนี้มีการทิ้งคำถามไว้ตลอดทั้งเล่มและฉันก็ตอบสนองในประเด็นต่างๆ เสียเต็มที่จนหนังสือเป็นสีรุ้ง แบบไหนถูกแบบไหนผิดจริงหรือที่เผ่าพันธุ์เราวังวนดำเนินชีวิตเป็นวงกลม(อืม ก็คล้ายๆ จะเป็นอย่างนั้น)พัฒนาแล้วทำลาย เกิดแล้วตาย เราเป็นแบบนี้ในทุกเรื่องใช่หรือไม่ เหมือนความเชื่อของพ่าห์หรือควรมีความหวังอย่างเจอรัลด์

    .

    “เผด็จการหมดไปแล้วเป็นอย่างไร พวกนายแต่ละคนมีฟิวส์อยู่ที่มือแต่ละคนถูกสอนครอบมาให้หลับหูหลับตาเชื่อ แต่ละคนไม่สามารถรับวิชาการอื่นนอกจากที่ถูกกำหนดมาได้ต่อให้สิ้นมนุษย์นาฬิกาแล้ว คิดหรือว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจริงๆ”

    .....

    “อย่าดูถูกกันนะ ต่อให้ผมไม่เหมือนนาย แต่ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ระบบเดิมน่ะไม่ดีผมก็รู้ว่าไม่ดี ทุกคนก็รู้ เพราะมันทำให้เกิดปัญหา ทำให้คนไม่เหมือนคนแต่เหมือนตุ๊กตา อะไรที่ไม่ดีก็ต้องถูกเปลี่ยนแปลงต่อให้สมองของฉันรับได้จำนวนจำกัด ต่อให้เราถูกครอบมาแต่เราก็จะพยายาม

    .

    มนุษย์แต่ละยุคเคยคิดว่าระบบในสมัยของเขาไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ถึงอย่างนั้นในที่สุดมันก็เปลี่ยน มันมีทางเปลี่ยนของมันจนได้ไม่มีใครรู้ว่าการเปลี่ยนจะเป็นอันตรายหรือไม่อย่างไรแต่พวกเขาหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ถึงได้พยามเปลี่ยนทุกคนพยายามเพราะอยากให้ทุกอย่างถูกต้อง” (น.๑๓๘-๑๓๙)

    .

    บทสรุปของเรื่องต่างๆย่อมไม่มีผิดถูก ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะเป็นแบบไหนเป็นหนูที่ถูกขังอยู่ในห้องช็อกไฟฟ้าจนชินเมื่อเขาเปิดกรงเรายังไม่กล้าออกไปหรือเปล่า ความเคยชินบางครั้งมันก็น่ากลัวที่สุดได้เหมือนกันและการถูกครอบด้วยความเชื่อในเรื่องต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน

    .

    “บางทีเราคงเป็นฯพณฯแห่งกาลเวลา กันทุกคน คือเป็นนายแห่งเวลาของตนเองชีวิตของเราก็คือเวลาซึ่งมีอยู่ชั่วระยะหนึ่ง จากนั้นก็จะหมดไปเรามีอยู่เพียงเท่านั้น

    .

    แต่เราก็มีอยู่ตั้งเท่านั้น หากไม่ก้มหัวให้ใคร ไม่มอบมันให้ใครคนอื่นไปจัดการมันก็จะเป็นของเราเท่าจำนวนเต็ม”(น.๑๙๑)

    .

    แม้งานเขียนเล่มนี้จะสะดุดและกระโดดบ้างเล็กน้อยในความรู้สึกของฉัน แต่มันยังคงเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ทิ้งความคิดและประเด็นต่างๆไว้เยอะมากจนคุณสามารถมองข้ามส่วนนั้นไปได้ไม่ยาก อยากให้คุณลองทำความรู้จักกับเธอสักครั้งหนึ่งจริงๆนะ

    .

    ตอนนี้ความร้อนหายวับไปหลังเทศกาลระดับประเทศเปิดการแสดงอากาศหม่นเทามาพร้อมเม็ดฝนเปาะแปะในวันรุ่งขึ้น ทำกลิ่นฝุ่นอวลลอยกระทบจมูกรถละครเร่เคยตระเวณปลุกด้วยบทเพลงยามเช้าเรียกความนิยมหายไปด้วยเช่นกัน ไม่มีเสียงคนประกาศบอกชื่อตัวเองกับการบอกว่ายินดีรับใช้อีก

    .

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่วงกลมแห่งเผ่าพันธุ์.

    ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒

    #ฯพณฯแห่งกาลเวลา

    #พัณณิดาภูมิวัฒน์

    #แพรวสำนักพิมพ์(พิมพ์แรก)๒๕๔๙

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in