บันทึกติ่ง "ซีรีส์"ติ่ง(ซีรีส์)
Prison Playbook : ตามติดชีวิต(คนคุก)ซุป'ตาร์

  • นักกีฬาซุปเปอร์สตาร์ที่กำลังจะได้เซ็นสัญญากับทีมระดับโลก กลับต้องชีวิตผกผันเป็นคนคุก เพราะคำตัดสินจากศาลที่ว่าเขาทำเกินกว่าเหตุที่จะเรียกว่าการป้องกันตัว ส่งผลให้ชายที่พยายามข่มขืนน้องของเขาซึ่งโดนเขาทำร้ายร่างกาย ต้องรับกรรมอยู่บนเตียงด้วยอาการสมองตาย

    แม้เขาจะได้รับความนิยม และเป็นที่รักของแฟนๆขนาดไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนคำตัดสินในชั้นอุทธรณ์ เขาจึงต้องโทษจำคุก 1 ปี อย่างไม่มีข้อแม้ ผู้ชายเชื่องช้า หน้านิ่ง ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก อย่างเขา จะอยู่ในสังคมที่รวมผู้กระทำผิดเอาไว้อย่างคุกได้อย่างไร ชีวิตชาวคุกไม่ได้น่ารื่นรมณ์ แต่ก็เหมือนว่าจะ "ไม่แย่ขนาดนั้น" มั้ง?!?


    การกลับมาอีกครั้งของผู้กำกับซีรี่ส์ยอดนิยมของเกาหลี อย่างซีรี่ส์ "ตระกูล Reply" แม้ว่าครั้งนี้คุณชินวอนโฮ จะไม่ได้จับมือสร้างผลงานกับนักเขียนคู่ใจคนเดิมอย่างคุณอีอูจอง ที่เคยทำงานร่วมกันใน 3 เรื่องก่อน ซึ่งสร้างกระแสความนิยมอย่างท่วมท้นทั้งในและต่างประเทศ เรียกว่านอกจากเรตติ้งระดับสูง (ซีรี่ส์ผลงานก่อนหน้านี้ของทั้งคู่ ติดอันดับ 20 อันดับเรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของซีรี่ส์จากช่องโทรทัศน์เคเบิ้ลของประเทศเกาหลี ในลำดับที่ 20 (Reply 1997 / 5 (Reply 1994 / 1 (Reply 1988)) ยังเป็นการแจ้งเกิดของนักแสดงหลายคน และคว้ารางวัลในเวทีระดับประเทศมากมาย


    คราวนี้แม้จะไม่ใช่ "Reply" และไม่ได้เล่าเรื่องราวแสนอบอุ่น ผ่านกลุ่มเพื่อนวัยเรียน/ครอบครัว ประกอบไปกับเหตุการณ์สำคัญในสังคมเกาหลีในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ที่ใกล้ตัว และเข้าถึงคนดูได้ง่าย เหมือนที่ผ่านมา แต่การจับมือกับนักเขียนคนใหม่อย่างคุณจองโบฮุน นอกจากจะเล่าเรื่องที่ห่างไกลจากชีวิตคนส่วนใหญ่ และเป็นชีวิตที่ไม่น่าอภิรมณ์ ซีรี่ส์เรื่องนี้ยังมาในแนว Black Comdy หรือ ตลกร้าย ที่ไม่เป็นที่คุ้นเคย เรียกว่าเป็นการแหวกแนวอย่างแท้จริง


    แต่แม้ว่าทั้งแกนหลักของเรื่องและโหมดของเรื่องจะเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่แค่ดูไป 2 ตอน ก็พบว่าคุณชินวอนโฮได้รักษาสไตล์ความเป็นตัวตนของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องที่หลอกล่อ และพยายามให้คนดูคิดไปอีกทาง แล้วเฉลยความจริงที่บางทีก็เหนือความคาดหมาย หรือไม่ว่าจะเป็นการสื่อความหมายผ่านสิ่งเล็กๆน้อยๆรอบๆ หรือการใช้เสียง หรือเพลง ที่ช่วยเน้นอารมณ์ความรู้สึก หรือกระทั่งชงมุกกันซึ่งๆหน้า หรือการขมวดเรื่องราวที่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เข้าสู่ข้อคิดที่กระแทกใจ


    Prison Playbook หรือ "ฟ้าพลิก ชีวิตยังต้องสู้" (รับชมผลงานแบบถูกลิขสิทธิ์ พร้อมซับไทย ได้ที่ Netflix) ปล่อยมุกที่ทำให้เราขำแบบเฝื่อนๆ กับความจริงของสังคมที่ไม่ได้สวยงาม และขำออกมาเสียงดังกับความเพี้ยนเล็กๆน้อยๆที่เราอาจเคยเห็นในตัวเพื่อนของเรา หรือกระทั่งตัวเราเอง แต่ก็ยังไม่ลืมตั้งคำถามให้เราได้ขบคิดว่า คนดี คนเลวคืออะไร บรรทัดฐานการวัดความดีอยู่ตรงไหน ในความขมขื่นของชีวิตคนคุกที่นำเสนอมาในซีรี่ส์ Prison Playbook ก็ยังไม่ลืมเล่าเรื่องราวอบอุ่นที่ทำให้คนเรายังอยู่ในสังคมที่โหดร้ายนี้ได้ อย่างความรักของครอบครัว เพื่อน หรือน้ำใจที่คนเราจะมีต่อเพื่อนมนุษย์


    ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้มีปมซับซ้อน ไม่ได้มีการวางแผนแหกคุก เหมือนซีรี่ส์คนคุกที่เราคุ้นเคย แต่กลับเล่าเรื่องมุมมองและความคิด เรื่อยๆเอื่อยๆ แต่กลับไม่น่าเบื่อ ด้วยมุกตลก หรือเรื่องราวเล็กๆน้อยๆ ที่อาจทำให้เราน้ำตาคลอ และการแสดงที่มีเสน่ห์ของนักแสดงแต่ละคน ที่รับบทตัวละครแต่ละตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ


    ใครได้เห็นโปสเตอร์โปรโมทของซีรี่ส์เรื่องนี้ก็คงต้องตกใจ ว่าทำไมถึงได้มีนักแสดงมากมายขนาดนี้ แต่เรื่องก็ไม่ได้วุ่นวายสับสน เพราะความสำคัญของตัวละครแต่ละตัวที่ไม่ใช่ 2 หนุ่มนักแสดงนำหลัก ก็จะลดหลั่นความสำคัญ และขึ้นมาเป็นตัวเด่นในเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น


    (อย่างเช่นการที่ก่อนคำตัดสินของศาลจะออกมา พระเอกก็จะถูกคุมขังไว้ที่คุกแห่งหนึ่ง แต่เมื่อผลตัดสินสิ้นสุด ก็กำลังจะได้รับการย้ายตัวไปที่ใหม่ ตัวละครเจ้าหน้าที่คุก หรือเพื่อนร่วมคุกก็จะเปลี่ยนไป หรือลดความสำคัญในเรืื่องลง แล้วมีกลุ่มตัวละครจากคุกใหม่เข้ามามีบทบาทแทน)


    แม้ซีรี่ส์ความยาว 16 ตอนเรื่องนี้จะไม่ได้อบอุ่น ฟีลกู๊ด เหมือนที่เราคุ้นเคยกับตระกูล Reply แต่บอกเลยว่าคนที่ชอบศิลปะการเล่าเรื่องสไตล์คุณชินวอนโฮไม่ควรพลาดเรื่องนี้ และแม้จะดูไปได้เพียง 2 ตอน เราก็เชื่อว่านอกจากความแปลกของแนวเรื่อง คนดูต้องได้ข้อคิดกระแทกใจจากเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยแน่ๆ

    ตัวอย่าง



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in