Sleeveless Loverainbowflick17☂️
Mary Renault หญิงรักหญิง เจ้าของผลงานชายรักชาย
  • แมรี เรโนลต์  (Mary Renault) เป็นเจ้าของหนังสือ ¨The Charioteer" ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1953  หนังสือที่อยู่ในหน้าแรก ๆ ของผลการค้นหาหนังสือนิยาย LGBTQ+ 
    ความพิเศษของเล่มนี้คือเป็นหนึ่งในนิยายในอังกฤษเล่มแรก ๆ สมัยนั้น ที่พูดเรื่องรักเพศเดียวกันออกมาแบบตรง ๆ  

    วันนี้เป็นเรื่องเล่าประวัติขนาดสั้นเบา ๆ ถ้าจะให้โปรยแบบจับใจความได้ในหนึ่งประโยค คือเป็นเรื่องของ เลสเบี้ยนนักเขียนนิยายเกย์ (เกย์ผู้ชาย) ที่มีแฟนคลับชื่นชอบผลงานมากมายเลย


    แมรี เรโนลต์เป็นนักเขียนนิยายชาวอังกฤษผู้เป็นที่รู้จักจากการเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสมัยกรีกโบราณค่ะ แต่ก็เขียนแนวอื่นด้วยเช่นกัน ในบรรดาหนังสือของเธอ มีหลายเล่มที่ตัวละครมีความหลากหลายทางเพศ เช่น The Charioteer, The King Must Die, The Last Of The Wine , The Persian Boy

    *อาจจะต้องพูดไว้นิดหน่อยว่าตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศของเธอมีทั้งที่อยู่ในสมัยที่เป็นกรีกโบราณ และไม่ใช่กรีกโบราณ เนื้อหาหนักเบาต่างกันไป
    ทั้งนี้ พอพูดเรื่องเกย์ในกรีก ในโรมันแล้ว เลยต้องบอกต่ออีกว่า เรื่องกรีกโบราณรวมไปถึงโรมัน กับคติความหลากหลายทางเพศในภาพรวม มันไม่ได้สวยงาม หรือเปิดกว้างแต่อย่างใด มีทั้งเรื่องของอำนาจ ลำดับชั้น การทำให้อับอาย (shame; bottom-shaming) ต่าง ๆ 


    Nursing and Gay Novel


    แมรีเรียนในวิทยาลัยหญิงล้วน และฝึกงานเป็นพยาบาลที่ออกซ์ฟอร์ด ตอนที่อยู่ในโรงเรียนพยาบาลก็ได้พบกับจูลี มัลลาร์ด (Julie Mullard) เพื่อนพยาบาลด้วยกันที่กลายมาเป็นคู่รักของเธอในภายหลัง

    เธอเริ่มเขียนหนังสือก็ตอนที่ได้ไปเป็นพยาบาลรักษาผู้อพยพจากดันเคิร์ก (Dunkrik) ในบริสโตลช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยทำงานอยู่แผนกศัลยกรรมสมอง

    นิยายเรื่อง "The Charioteer" เล่าถึงความสัมพันธ์ของลอรี ทหารนายหนึ่งซึ่งถูกส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกในชนบท เขาพบกับแอนดริว ชายหนุ่มผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร 
    ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกันและพัฒนาเป็นความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกในที่สุด โดยในระหว่างที่เรื่องดำเนินไปก็มีเรื่องราวบางอย่างเข้ามาทำให้ตัวเอกต้องพยายามเข้าใจอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองด้วย 

    เมื่อเขียนเรื่องนี้ออกมาท่ามกลางสังคมที่ยังไม่ยอมรับเรื่องรักเพศเดียวกัน ตัวแมรีย์เองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย หลังจากนิยายเล่มที่สี่ของเธอ "Return To Night" ได้รับรางวัล MGM เป็นเงินมูลค่า $150,000  เธอจึงใช้เงินจำนวนนี้ ย้ายหนีไปแอฟริกาใต้กับจูลี การไปแอฟริกาใต้ทำให้เธอได้พบกลุ่มสังคมที่เปิดกว้างกว่าในเรื่องทางเพศ จากนั้นจึงไม่กลับมาอังกฤษอีกเลย



  • Black Sash

    เธอเข้าร่วมกับ "Black Sash" เรียกร้องสิทธิให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการโหวตเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแย่งเชื้อชาติสีผิวด้วย
     
    เมื่ออยู่แอฟริกาใต้แล้ว เธอเขียนหนังสือเรื่องความรักของเพศเดียวกันเปิดเผยขึ้นกว่าเดิม เขียนหลายเล่ม โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความรักระหว่างผู้ชาย มีฐานแฟนคลับ มีบางกลุ่มที่คิดว่าเธอเป็นนักเขียนผู้ชายเกย์ที่ใช้นามปากกาปลอมเป็นผู้หญิงด้วยนะ 

    จูลีกับแมรี

    เธอมีหนังสือหญิงรักหญิงด้วยเช่นกัน โดยเรื่องที่น่าสนใจคือ  The Friendly Young Ladies นิยายเลสเบี้ยน เกี่ยวกับความรักของนักเขียนกับพยาบาล เชื่อกันว่ามีแรงบันดาลใจมาจากชีวิตรักของตัวเธอเองกับจูลี (ก็ฟังขึ้นนะ) โดยเรื่องนี้ดูเรตติ้งใน Goodread แล้ว มีความเห็นหลากหลายเลยค่ะ ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง




  • หมายเหตุ

    เนื่องจากบอกว่าจะเล่าเรื่องฝั่งเอเชียบ้างตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังหามาเล่าไม่ได้ด้วยเหตุผลหลายประการ จึงขอแนะนำเรื่องฝั่งเอเชียไว้ดีกว่า เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เก่าถึงขนาดอยู่ในประวัติศาสตร์แต่ดังและน่าสนใจ มีบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คือเรื่องเจ้าชายมานเวนทระ สิงห์ โคหิล (Manvendra Singh Gohil) เจ้าชายอินเดียที่เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงพระองค์เองก็เปิดเผยว่าเป็นเกย์ด้วย หาอ่านกันดูได้ค่ะ 

    หนังสืออ่านเพิ่มเติม


    ภาพจาก Amazon
    Mary Renault: A Biography (A Harvest Book)
    by David Sweetman
    เป็นชีวประวัติค่ะ ยังไม่เคยอ่านแต่เห็นว่าในบรรดาชีวประวัติที่เคยได้ยินอยู่สองสามเล่ม เล่มนี้รีวิวดูดีนะ 


    อื่นๆ
    ตอนนี้เป็นตอนที่สั้นมากกและเป็นตอนแรกเลยมั้งที่เรื่องราวไม่โลดโผน (ใครเข้ามาครั้งแรก ลองเปิดไปอ่านตอนอื่น ๆ ได้นะคะ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หลาย ๆ เรื่องเหมือนภาพยนตร์เลย) เปลี่ยนอารมณ์ดีเหมือนกันค่ะ อีกสาเหตุคือเขียนไม่ทันด้วยค่ะ 5555 เป็นตอนเก่าเอามาแก้นิดหน่อยแล้วลงใหม่อีกแล้ว 
    พอดีเป็นสัปดาห์เปิดเรียนนะคะ ไม่รู้อนาคตเลย 

    Line up (ถ้าเขียนทัน) เรื่องที่จะเล่าในตอนต่อไปมีเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งโดงดังระดับโลกในฐานะนักเต้นและนักแสดง  เธอพยายามต่อต้านอคติทางเชื้อชาติด้วยการไม่แสดงถ้าหากต้องแสดงในการแสดงที่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติผู้ชม และควบอาชีพเป็นสายลับให้ฝรั่งเศสช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง, เรื่องของ ฟริดา กาโลห์, เรื่องเล่าสั้น ๆ ของเดอะ อะเมซอน (ผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้หนึ่งในวรรณกรรมเลสเบี้ยนเล่มที่ดังที่สุดในโลก)  
  • References

    Black Sash. (2005, July 21). Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Black_Sash

    Julie Mullard & Mary Renault. (n.d.). Retrieved from https://elisa-rolle.livejournal.com/2562557.html

    Mary Renault. (2002, October 14). Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Mary_Renault

    Who Is Mary Renault? (n.d.). Retrieved from https://www.maryrenaultsociety.org/who-is-mary-renault.html

    ถ้าหากเห็นข้อมูลผิดพลาดประการใด รบกวนทักมาเตือนหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
    Contact
    twt : @rainbowflick17
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in