ท่องเที่ยวที่ได้ไปNarut Sirithip
Netherland-Belgium
  •  พอดีรอบนี้ได้มีโอกาสไปกับทางบูุญรอดซึ่งปกติจะเป็นสิทธิของ พ่อ-แม่ ไม่ก็พี่สาวแต่พอดีพี่สาวติดทริปตะลุยป่าที่จองมาล่วงหน้า เราเลยได้สิทธินี้ทันที ทริปเป็นทริป 7 วัน 5 คืน 2 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ และ เบลเยี่ยม ทั้งหมด 2 บัส กว่า 70 ชีวิต (ถึงแหละ) เริ่มจากการเดินทางดูในตารางออกบิน ประมาณเที่ยงคืน ถึง ตี 5 ซึ่งโอเครมากไม่รู้ว่าใกล้ขนาดนี้จนมาถึงสนามบินถึงเพิ่งรู้ว่าแจ้งตามเวลาท้องถิ่น และที่นั่นช้ากว่าบ้านเราประมาณ 5-6 hr. บวกลบไปมา = 12 hr. นานที่สุดที่เคยบิน จึงจัดทั้งเบียร์ เตรียมเกมส์ เตรียมหนังสือ พร้อมเท่าที่เห็นและฟังไกด์เล่านะครับ จริง 2 ประเทศนี้ดูบรรยากาศคล้ายๆกัน จึงเขียนเหมารวมเลยละกัน ที่ต่างกันชัดๆเอาไว้หลังๆ

    • สองประเทศใช้หน่วยเงิน ยูโร
    • หัวปลั๊กกลม 2 ชนิดรู
    • พื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก ต้นไม้ถ้าจะตัดแม้อยู่ในที่ตัวเองก็ต้องขออนุญาติก่อน
    • กษัตริย์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ ราชวงศ์ orange จึงมีสีส้มเป็นสีประจำชาติ
    • ภาษีเก็บสูงมากกว่า 50% ของรายได้ (ฟังมา ของคนเนเธอแลนด์)ซึ่งนำมาสู่ทรัพย์สินทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่รวยมาก และยังใช้เงินเพื่อแก้ปัญหา และสร้างสาธารณูประโภคที่ดีให้แก่ประชาชน ( ถ้ายังจำกันได้ นายกเค้าคือคนที่ทำกาแฟหกแล้วเช็ดเอง ครับ )
    • ถ้าลองไปเซิดหา จะทำให้รู้เพิ่มว่าประเทศนี้มีระบบจัดการที่ดีมาก ปัญหาเค้าคือคุกเริ่มกลายเป็นคุกร้างไม่มีนักโทษ น่าจะเป็นกับมาตรฐานชีวิตที่ดีจนคนไม่จำเป็นต้องทำผิดหรืออะไรที่ผิดที่นี่แก้ให้มันถูกด้วย นึกดูสิครับถ้าไม่มีเรื่องค้าประเวณี พนัน กับ ยาเสพติด นักโทษจะหายไปขนาดไหน
    • เริ่มหันมาใช้พลังงานทดแทนกันอย่างจริงจัง ทั้งพื้นโซลาเซลล์ (ดูคลิป) กังหัน (อันนี้เจอได้ทั่วไป) และรถที่ใช้ไฟฟ้า แต่อันที่จริงเราจะเห็นจักรยานได้มากกว่ามากโดยเฉพาะอัมเสตอดัม เรียกได้ว่าจักรยานใหญ่สุด มีเลนให้ชัดเจน รถต้องหยุดให้คน แต่คนเจอชนในเลนจักรยานเราต้องจ่ายค่าเสียหายนะคร้าบ
    • บ้านเรือนในเมืองจะค่อนข้างเข้าตีมกัน คือใครจะทำอะไรบ้านต้องขอก่อน บางเขตทำไรไม่ได้เลย ขอรัฐก่อนอย่างเดียวจึงมักจะเป็นบ้านที่เปลี่ยนผู้อาศัยไปมา

    • พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศเป็นพื้นที่ราบ นี่คือเหตุผลที่เลือกใช้กังหันเป็นพลังงานทดแทนอันดับหนึ่ง

    • และกังหันรุ่นเก่าในสมัยก่อนจะเป็นแบบนี้ด้านล่างครับ (สถานที่นี้คือส่วนที่ทางการจัดให้อนุรักษ์ห้ามลื้อถอน เป็นจุดที่มีกังหันสมัยก่อนอยู่รวมกันมากที่สุด 19 ตัว )

    • ห้องน้ำไม่มีบริการฟรีนะครับ คือถ้าฟรีมันก็ต้องคิดมาแล้วว่าคุ้ม(เอกชน รัฐนี่ไม่มีเลย) โดยค่าเข้าจะอยู่ที่ 50 เซ็นต์ มาตรฐาน แต่บางที่จะให้เอาสลิปจากเข้าห้องน้ำไปเป็นส่วนลดสินค้าในร้านได้ เป็นไงหล่ะเมิม MBK เก็บ 3 บาท บ่นชิบ ( ในนั้นมีตรูด้วยเพราะเจือกเป็นพวกเข้าห้องน้ำบ่อย)
    • ร้านสะดวกซื้อเห็นน้อยมาก ไม่เหมือนบ้านเรา
    • มีภาคเกษตรกรรมที่ทันสมัยและเป็นหัวใจหลัก
    • ข้างทางเราจะเห็นกังหัน และฟาร์มสัตว์ พร้อมทุ่งหญ้าเขียวขจีได้ทั่วไปตลอดทาง

    • ศาลโลกตั้งอยู่ที่ เนเธอแลนด์ และ องกรณ์สำนักงาน EU ตั้งอยู่ที่ เบลเยี่ยม
    • ตำรวจจะมียานพาหนะขึ้นกับโซนที่อยู่ตั้งแต่ รถยนต์ มอไซต์ จักรยาน จนไปถึงม้า
    • อันนี้เป็นสิ่งเดียวเลยที่รับไม่ได้ในสองประเทศนี้ คิดถึงประเทศไทยมากครับ คือ ห้องน้ำแมม ไม่มีที่ฉีดตูดไม่ว่าจะร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก ส้วมอุ่นตูด auto ล้างก็ไม่มีอย่างญี่ปุ่น
    • วิปครีมอร่อยและหนาทุกร้านที่มี
    • ประเทศนี้ทั้งสองอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล มีทั้งการถมทะเล และดึงน้ำออกเพื่อสร้างที่ดิน แต่ไปเซิดดูครับ แมมน้ำไม่เคยท่วมนะ บ้านเราที่ราบสูงเอ้าแมม ท่วมมม
    • มีสะพานซึ่งใช้งบประมาณหลายล้านเพื่อสร้างให้ใครข้าม สัตว์ครับ สัตว์ป่า เป็นสะพานข้ามถนนที่ถูกจัดให้สวยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    • ขายน้ำเท่ากับเบียร์ แน่นอนเพื่อความคุ้มค่าทั้งทริปไม่มีซื้อน้ำครับ เบียร์อย่างเดียว
    • ถ้าพูดถึงเบลเยี่ยมก็ต้องเรื่องเบียร์ ครับ คือเยอะมากก แต่ที่เห็นเยอะและบ่อยเลยคือ เสตลลา และ ไฮเนเกน คลาฟเบียร์มีเยอะมากเป็นพันๆได้
    • เบียร์ทั่วๆไปขวดเล็กหรือกระป๋อง จะอยู่ที่ ประมาณ 1-2 ยูโร ประมาณ แปดสิบบาท

    นี่แค่ส่วนหนึ่งมีแบบนี้ประมาณ 8-10 ตู้
    • อีกอย่างที่ดังสำหรับเบลเยี่ยมนอกจากบียร์ ก็ ขนมหวาน โดยเฉพาะชอคโกแลต ซึ่งไกด์บอกเป็นนำเข้าครับ ไม่ได้ปลูกขึ้นได้มากในประเทศนี้ โดยที่นี่ถือว่าเบียร์เป็นเครื่องดื่มธรรมดา แต่ช็อค เป็นเครื่องดื่มของชนชั้นสูง
    • อ้ออีกอย่างคือ ชีส มีเยอะมากและหลากรสด้วย

    • ไม่มีห้างใหญ่โตแบบบ้านเรา อาจด้วยความที่บ้านเมืองเค้าอนุรักษ์ และอากาศแมมไม่ร้อนด้วยไง ถึงแดดจะแรงทั้งวัน
    • เข้าส่วนสำคัญ ประเทศนี้ ให้อริสระในการขายปุ้น หรือ กันชา และอีกอย่างคือ การขายบริการทางเพศ ณ เส้น RED light district ซึ่งทั้งสองอย่างจะเสียภาษีสูงมาก จริงๆถือเป็นเรื่องที่หน้าตื่นเต้นและแปลกใจเพราะมีแค่ไม่กี่ประเทศที่ถูกกฏหมายแบบนี้ แต่เอาจริงสำหรับคนบ้านเราคงรู้สึก ตกใจแค่อ้อกฏหมายเค้าอนุญาติเหรอ เพราะถึงที่นี่เค้าถูกกฏหมาย แต่เรื่องขึ้นชื่อยังคงเป็น ประเทศเราเองอยู่ดี
    • ร้านขายปุ้น จะใช้ชื่อร้านว่า COFFEESHOP ร้านกาแฟ COFFEE SHOP นี่ไงหล่ะใครว่าที่ว่างไม่สำคัญ ช่องไฟผิดสินค้าเปลี่ยนเลยนะ
    • สินค้าผสมปุ้น มีตั้งแต่ ลูกอม คุกกี้ บราวนี่ เบียร์ และอื่นๆอะไรที่สามารถเป็นสื่อทำให้เสพเข้าได้โดยไม่เป็นอันตราย

    ถ้าจะซื้อมาลองก็ได้ครับ แต่ถ้าเพื่ออร่อยหรือ effect อย่าเลยเสียดายเงิน
    • ชื่อเมนูที่น่าสนใจและจำได้ คงขึ้นอยู่กับ %ปุ้น หรือชนิดมั้งครับ ที่จำแม่นๆก็ dragonslayer และ แรงสุดของร้าน outer space แค่ชื่อก็ชวนฝันแล้ว
    • เอาจริงในร้านก็ไม่ได้มีใครดูเหมือนเมายา ลอยๆ โวยวาย หรือ ดีดอะไรกันนะครับ ไม่ใช่ภาพสมาคมผู้เสพอย่างที่ในบ้านเราทำออกมา (เห็นจากในหนัง)
    • เอ้อลืมบอก แมม ขนาด แมคโดนัล ยังเก็บค่าเข้าห้องน้ำเลย 50 cen
    • กลับมาต่อ ภายในร้านจะมีคนขายซึ่งทำตัวเหือนบาเทนเดอ บาลิสตา คือคอย ผสมและมวนให้กับลูกค้า
    • มีคนคุมตัวใหญ่ๆอยู่นอกร้านอันนี้เห็นทุกที่เลย เพื่อคอยจัดคิว ปริมาณคนเข้า และคงเป็นความสงบเรียบร้อย แต่ที่เห็นเองดูหลักๆเป็นงานจัดคิวมากกว่า
    • โอเค ได้ลองสูบดูบ้างครับ แต่คือส่วนตัวไม่รู้สึกอะไร อาจเพราะปริมาณไม่ถึง หรือสูบไม่เป็น
    • ราคาก็มีตั้งแต่ 2 ยูโรจนถึงที่เห็นแพงสุดคือ 12 ยูโร
    • กลิ่นปุ้น จะมีเอกลักษณ์ ชัดเจน แต่กรณ๊เป็นผู้สูบมือ 1 จะไม่ค่อยได้กลิ่นนี้ จะได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้สูบมือสอง
    • อ้อ ถูกกฏหมายที่ เนเธอแลนด์ แต่ไม่ถูก สำหรับ เบลเยียมนะครับ
    • ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ได้เอากลับมาที่ไทยครับ บ้านเราผิดกฏหมายชัดเจน ตรวจเจอลูกอม อะไรแบบนี้อาจจะยึด แต่ถ้ามาเป็นมวน ไม่แค่ยึดครับ ยาววววว
    • ส่วน เรดไลท์นั้น ได้แค่เดินผ่าน คือ ผู้หญิงก็จะมายืนในตู้กระจกเป็นห้องๆ มีเตียงมีอะไรพร้อม ให้คนเข้าไปดีล เรทปกติ 15 นาที อยู่ที่ 50 ยูโร มีตั้งแต่สวยๆหุ่นดี ยันป้าเลย และที่ตกใจมากคือ เดินวนมาอีกรอบห้องป้าปิด มีคนใช้บริการ (ไม่ป้าก็พักกินข้าวกลางวัน)
    • ต้องขอ อภัยด้วยจริงๆครับ ในส่วนเรดไลท์ รีวิวได้แค่นี้ ไม่ได้รู้อะไร มากไปกว่าผู้เดินเยี่ยมชม
    • รูปแมมก็ไม่มีครับ เค้าห้ามถ่าย คือไม่ได้ผิดกฏหมาย แต่ผิดจรรยาบรร เมิมคนดีแท้ ป่าว คือเห็นคนหนึ่งยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ผู้หญิงในตู้ยกนิ้วให้และทุบกระจกอย่างเกี้ยวกราวเลยคับ

    เป็นทริปที่เก็บรายละเอียดตัวเมืองได้ไม่มาก แต่ HAPPY กับหมู่คณะ ครอบครัวสิงห์สุดๆ ตอนแรกไปคนเดียวนึกว่าจะไม่ค่อยรู้จักใคร ซะแล้ว ขอบคุณบริษัทบุญรอด เอเย่นต์ผู้ร่วมคณะและที่ขาดไม่ได้ ป๊า ม้า พี่สาว ที่ปิดเป้าได้ตั๋ว ขอบคุณถึงลูกค้าทุกท่าน รวมถึงน้องชาย พนักงานและอีกนั่นแหละ ป๊าม้า ที่ทำให้เที่ยวได้อย่างปกติสุข งานการราบลื่น แหม่ นี่ถ้าออกไปบ่อยๆก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะเนี่ย แต่ไม่ได้ ออกแล้วราบลื่นมากๆ เดี๋ยวเจอไล่ออกจากบ้านตกงานพอดี 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in