C R E E P Y P A S T Aเนตรธิ ~
Search and Rescue Woods | #10
  • ขอโทษด้วยนะครับสำหรับการอัพเดตสั้นๆ ตอนนี้งานรอบตัวผมวุ่นวายไปหมด ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะสามารถอัพเดตเรื่องทั้งหมดได้ต่อเนื่องไปอีกนานเท่าไร ผมซาบซึ้งใจในการสนับสนุนที่ได้รับจากทุกคนมากนะครับ ตอนนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังอีกสองสามเรื่อง ผมอยากรู้ว่าพวกคุณคิดยังไงกับเรื่องพวกนี้กัน



    * นักดับเพลิงท่านหนึ่งที่ไปช่วยเราทำเทรนนิ่งเมื่อครั้งที่ผ่านมาเล่าให้ฟังถึงภารกิจหนึ่งที่เขาถูกเรียกตัวไปเพื่อช่วยเด็กที่ติดอยู่บนต้นไม้ใหญ่ เขาเล่าว่าคนที่เรียกเขาไปไม่ได้บอกรายละเอียดเขามากนัก เพียงแค่บอกว่าต้องการให้เขาช่วยเหลือเนื่องจากฝั่งนั้นขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสม คนเล่าถูกเรียกตัวโดยเฉพาะเจาะจงเพราะว่าต้นไม้มีขนาดใหญ่มากจนเจ้าหน้าที่ค้นหาฯ รู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะปีนด้วยตัวเอง และเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตัดแต่งต้นไม้มาก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่หน่วยงานดับเพลิงอาสาสมัคร เพราะงั้นมันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เขาจะหยิบอุปกรณ์ที่เขามีแล้วไปช่วยหน้างาน พวกนั้นนำทางเขาเข้าป่าไปประมาณสองไมล์ พวกเราเดินไปหยุดที่ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่นั้นแล้วชี้ขึ้นไปด้านบน เขาหัวเราะพร้อมถามเจ้าหน้าที่ตรงนั้นว่าเด็กมันจะขึ้นไปอยู่บนต้นไม้สูงขนาดนั้นได้ยังไง แล้วก็พูดขำๆ หรือว่าเป็นแมวแก่ที่นอนอยู่บนต้นไม้หรือเปล่า แต่หัวหน้าชุดปฏิบัติงานก็ส่ายหน้า แล้วบอกให้เขาขึ้นไปพาตัวเด็กคนนั้นลงมาให้ได้ เขารู้ในใจว่ามันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะเซ้าซี้ถาม เขาพูดว่าตอนที่เขาปีนต้นไม้นั่น เขาก็เริ่มคิดว่าหรือเขากำลังจะโดนพวกข้างล่างแกล้งอำเล่นหรือเปล่า "เพราะมันไม่มีทางที่เด็กจะปีนขึ้นมาบนนี้ได้แน่นอน ลำต้นของมันใหญ่ก็จริง แต่ยิ่งสูงก็ยิ่งแหลมเรียว ผมเองก็คิดจะถอยหลังหลายครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถรับน้ำหนักผมได้หรือเปล่า"


    แต่เขาก็ยังปีนขึ้นต่อไป เมื่อเขาขึ้นไปจนถึงเกือบสุดยอด เขาเห็นสีฟ้าวาบออกจากหมู่กิ่งไม้ "ผมเห็นเสื้อเด็กเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ ผมเรียกเขาและบอกให้เขาขยับตัวมาใกล้ๆ ผม ถ้าเขาทำได้ แต่เด็กนั่นก็ไม่ได้ตอบกลับมา ผมขยับเข้าไปหาเขา เรียกชื่อเขาและคอยบอกให้เขาไม่ต้องกลัวนะ ผมมาช่วยเขาแล้ว แต่พอผมไปถึงตัวเขา ผมก็รู้เลยว่าเขาไม่สามารถตอบกลับผมมาได้หรอก ผมเจอเขา หรืออาจเรียกว่าส่วนที่เหลือของร่างกายเขาแขวนอยู่ระหว่างกิ่งไม้ และความจริงที่ว่าเขายังอยู่บนนั้นได้นี่เป็นโชคแท้ๆ เพราะถ้าเขาตกลงไปทางอื่น ร่างเขาคงจะลงไปกระแทกพื้นจนเละแน่ๆ แต่มันก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าเด็กคนนั้นเสียชีวิตมาตั้งนานแล้วก่อนที่จะมาติดอยู่บนยอดไม้นี่ ผมไม่รู้ว่าใครเอาร่างเขามาแขวนไว้บนนี้ แล้วเขาทำได้ยังไง หรือทำไปทำไม แต่สิ่งนั้นมันโคตรจะสยดสยอง

    ลำไส้ของเด็กทะลักออกมาจากปากแล้วระโยงระยางอยู่กับกิ่งต้นไม้ มันเหมือนกับการประดับต้นคริสต์มาสแบบวิปริตเลยถ้าดูจากวิธีที่ร่างกายและลำไส้วางตัวพาดต้นไม้อยู่ ผมเข้าไปดูใกล้ๆ และเห็นว่าลำไส้ก็ยังทะลักออกมาทางรูทวารของเด็กอีกด้วย อวัยวะภายในของเขาห้อยต่องแต่งออกจากกางเกง ดวงตาทั้งสองข้างหายไป ผมอนุมานเอาว่ามันคงถูกดันจนหลุดจากแรงอะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายเขาพองจนแทบระเบิดเหมือนเวลาคุณบีบลูกบอลยาง คุณเคยเห็นศพที่แช่น้ำมาเป็นเวลานานไหม ที่ลิ้นเขาจะบวมเต่งและดันออกจากปาก เด็กคนนั้นเป็นอย่างนั้นเลย ผมจำได้เพราะมันมีแมลงวันบินตอมศพเต็มไปหมด ผมคิดว่าตอนนั้นผมคงช็อกไปแล้วล่ะ เพราะว่า .. พวก คือ.. ผมหักท่อนไม้จากกิ่งใกล้ๆ ตัว แล้วทิ่มและดันให้ร่างเขาตกลงไป ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทำอย่างนั้น ผมเกือบถูกไล่ออกเลยล่ะ แต่ความคิดว่าจะให้ผมแบกร่างเขาพาดไหล่ กอบเครื่องในเขาลงมาด้วยการพันรอบตัวเหมือนเชือกเพื่อที่มันจะได้ไม่เกี่ยวกับกิ่งไม้ ... ผมทำไม่ไหวจริงๆ


    ผมเห็นศพเด็กมาเยอะ เยอะเกินกว่าที่ผมจะยอมรับอีก ผมเคยเห็นเด็กที่ซ่อนตัวจากไฟไหม้ด้วยการแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำจนถูกต้มจนสุก จนเขากลายเป็นซุป แต่นี่มัน .. ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำสิ่งนี้ แต่แค่ความคิดว่าต้องสัมผัสเนื้อหนังของศพเด็กก็ทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า ผมได้ยินเสียงร่างเด็กกระแทกพื้นด้านล่าง ผมคิดว่าพวกนั้นคงตกใจมากทีเดียวแต่พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนั้นตายไปแล้วตอนที่ส่งผมขึ้นมา พวกนั้นไม่ได้พูดอะไร ไม่มีใครส่งเสียงหรือทำท่าทีตกใจ ไม่มีใครทำอะไรเลย เมื่อผมลงมาถึงพื้น ผมประจันหน้ากับหัวหน้าชุดถามเขาว่า คุณเป็นใครถึงให้ผมขึ้นไปบนนั้นทั้งที่รู้ดีว่าเด็กคนนั้นตายแล้ว แต่เขาบอกผมว่าไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องกังวล และขอบคุณที่ผมเอาหลักฐานลงมาให้ ผมจำคำพูดเขาได้ดีเพราะว่า มันแปลกมากที่ได้ยินคำว่า 'หลักฐาน' ในตอนนั้น มันเหมือนกับว่าเด็กนั่นเป็นสิ่งของ ไม่ใช่เด็กที่พลัดหลงแล้วเกิดเรื่องที่เลวร้ายขึ้นกับเขาอย่างนั้นล่ะ หัวหน้าหน่วยให้เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งพาผมออกจากพื้นที่ โดยที่เขาและเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนยังอยู่ที่ต้นไม้นั้น ซึ่งผมว่ามันผิดปกติ ทำไมเขาไม่ให้ผมช่วยนำร่างเด็กคนนั้นออกมาจากป่าล่ะ ? ผมพยายามถามคนที่มากับผม แต่เขาบอกว่าเขาไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้ ผมถามเขาอีกว่า คุณคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้น เขาดูหม่นลงไปและใช้ความคิดซักพัก 'ผมคิดว่าเป็นการบาดเจ็บจากการกระแทก ดูจากที่อวัยวะภายใจของเขาทะลักออกมาแบบนั้น แต่ว่าถ้าเป็นอุบัติเหตุแบบนั้น คุณจะต้องเห็นรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวหนังและมีแผลที่ชัดเจน แต่นี่ไม่ใช่ มันเหมือนกับว่าเด็กคนนั้นถูกเครื่องดูดยักษ์ดูดตับไตไส้พุงของเขาออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่มีแผลอะไรเลย ซึ่งนั่นมันกวนใจผมมากๆ โคตรขนลุก' "




    -----------------------------------------

  • * เจ้าหน้าที่อาวุโสอีกท่านหนึ่งอ่านเรื่องราวที่ผมโพสต์และรู้ว่าผมเป็นคนเขียน เขารู้จักผมดีเลยแหละครับ และเราสองคนก็แลกเปลี่ยนเรื่องเล่าต่างๆ กันมาอยู่เสมอ เขาถามผมว่า จะเป็นอะไรไหมถ้าเขาจะเล่าสิ่งที่เขาสังเกตได้จากบันไดพวกนั้น รวมถึงสิ่งที่เขาคิด "ผมดีใจมากที่คุณตัดสินใจแชร์เรื่องพวกนี้ซักที ผมว่ามันสำคัญมากเลยนะที่ต้องเตือนให้นักท่องเที่ยวรู้ว่ามีอะไรอยู่ในป่านี่ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อพวกหน่วยป่าไม้ปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับได้ดีขนาดนี้" ผมถามเขาว่าเขาหมายถึงอะไร "อะไรคือหมายถึงอะไร ? ก็ไม่มีสำนักข่าวไหนพูดถึงเรื่องนี้เลยไง ไม่มีใครพูดเรื่องเด็กๆ ที่หายตัวไป หรือศพที่ถูกพบห่างออกไปเป็นไมล์จากจุดที่พวกเขาหายตัวไป เดวิด พอลไลด์ พูดเอาไว้ไม่ผิด พวกหน่วยป่าไม้พยายามให้คนมาที่นี่ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย ถ้าพูดกันแฟร์ๆ ไม่ใช่ว่าเรื่องน่ากลัวพวกนั้นจะเกิดทุกวัน แต่ถ้านับรวมทุกเหตุการณ์ จำนวนมันก็มากพอที่จะต้องสืบสวนอะไรมั้ย โดยเฉพาะบันไดพวกนั้น ผมล่ะแปลกใจมากที่คุณไม่เคยพูดถึงบันไดที่กลับหัว" ผมไม่เข้าใจเรื่องที่เขาพูด ผมจำไม่ได้เลยว่าเขาเคยพูดถึงเรื่องอะไรพวกนี้มาก่อน เขาดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณทำงานมานานขนาดนี้แต่ไม่เคยเจอบันไดกลับหัว ไม่มีใครเล่าให้คุณฟังเหรอ?"  ผมหยักไหล่แล้วขอให้เขาอธิบายให้ฟัง


    "โอเค มันก็มีบันไดธรรมดาที่โผล่ขึ้นมาให้คุณเห็นเวลาคุณออกนอกเส้นทาง ผมรู้ว่าคุณรู้จักพวกมัน แต่บางครั้งผมก็เคยบังเอิญเจอบันไดที่ตั้งกลับหัว ผมว่ามันคงเหมือนกับเวลาที่คุณเล่นบ้านตุ๊กตาแล้วส่วนตัวบันไดนั้นเป็นชิ้นส่วนแยก คุณหยิบมันขึ้นมาแล้วก็กลับหัวทิ่มลงไปบนพื้นในป่า ที่ผมเคยเห็นก็เป็นแบบนั้นแหละ ผมเห็นมันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่มันแปลกมากถ้าจะให้พูด มันทำให้ผมคิดถึงคลิปวิดีโอบ้านเรือนหลังถูกทอร์นาโดถล่ม ที่ตัวบ้านถูกพายุพัดปลิวไป เหลือส่วนนั้นส่วนนี้ในบ้านตั้งอยู่โด่ๆ อย่างพวกปล่องไฟ หรือรั้วสนาม บันไดพวกนั้นทำให้ขนลุกมากกว่าเวลาเจอบันไดปกติเพราะผมไม่สามารถสลัดภาพนั้นออกไปจากหัวได้" ปกติผมไม่ใช่คนที่กลัวอะไรง่ายๆ ก็เหมือนกับพวกเราทุกคนที่ทำงานอยู่ที่นี่นั่นแหละ ภาพบันไดที่เขาพูดนั่นติดอยู่ในหัวผมและมันน่ารำคาญใจ ผมจะพยายามหามันไม่ให้เจอให้ได้ แล้วเขาก็พูดถึงอีกว่า มีไม่รู้กี่คนที่ต้องหวั่นกลัวเพราะชายไร้หน้านั่น เขาดูตื่นเต้น และบอกผมว่าเขาเคยเห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนแบบนั้น


    "ผมออกไปฝึกภาคสนามเมื่อหลายปีที่แล้ว ผมนั่งอยู่ในเต็นท์ของตัวเองแล้วได้ยินเสียงเหมือนมีใครบางคนกำลังเดินรอบๆ ที่ตั้งแคมป์ พวกเขาเตือนเราไม่ให้ออกไปไหนไกล ผมก็เลยคิดว่าคงเป็นเด็กใหม่ที่ลุกออกไปฉี่แล้วหาทางกลับแคมป์ไม่เจอ คุณจำเด็กในกลุ่มเราเมื่อหลายปีก่อนได้ไหม ที่เกือบเดินตกเขาน่ะ ? พวกเราก็เลยค่อนข้างกังวลว่ามันจะเกิดขึ้นอีก ผมเลยลุกขึ้นเพื่อไปดูว่าเกิดอะไรกันแน่ ผมเดินไปจนสุดเขตทีี่เราตั้งแคมป์ตะโกนว่าแคมป์อยู่ทางนี้

    แต่เขากลับเดินเข้าไปในป่า ผมก็เลยเดินตามไป ผมรู้ว่ามันโง่มากที่ทำแบบนั้น แต่ผมก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่และก็ไม่อยากจะต้องจัดการปัญหาถ้ามีพวกงั่งบาดเจ็บ ผมเดินตามเป็นทางตรงไปเกือบหนึ่งไมล์ แล้วมันก็หยุดอยู่ที่ริมแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง ผมมองเห็นรูปร่างของเขาเพราะว่าแสงจันทร์ที่สะท้อนลงมาบนพื้นน้ำ เขาก็ดูเหมือนเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง เขามีเป้ และจากที่เห็นเขาหันหน้ามาทางผม ผมถามเขาว่าเขาโอเคไหม ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า แล้วเขาก็ขยับหัวเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด ผมพกมีดพกติดตัวอยู่เสมอและบนมีดก็ติดหลอดไฟดวงเล็กๆ ไว้ ผมส่องไฟไปที่หน้าอกของเขาเพื่อที่แสงไฟจะได้ไม่แยงตาเขาจนมองไม่เห็น


    เขาหายใจช้าๆ ลึกๆ ผมสงสัยว่าเขาอาจจะเดินละเมอ ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ขึ้น และถามเขาอีกครั้งว่าคุณโอเคไหม ผมค่อยๆ เลื่อนไฟฉายขึ้น แล้วเห็นบางอย่างผิดปกติ ผมจึงหยุด เขายังคงหายใจลึกๆ อยู่อย่างช้าๆ และนั่นทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย มันเหมือนกับว่าเขาแกล้งทำเป็นหายใจอยู่ ลมหายใจของเขาลึกและสม่ำเสมอ และท่าทางของเขาก็ดูมากเกินปกติ ทั้งไหล่ที่ยกขึ้นและหน้าอกที่ขยับเวลาเขาส่งเสียงหายใจ


    ผมถามไปว่าเขาเป็นใคร แล้วเขาก็ส่งเสียงเหมือนคนถูกอุดปากออกมา ผมเลื่อนไฟขึ้นไปถึงหน้าเขา เชี่ย! เขาไม่มีหน้า มันเป็นแค่ผิวหนังเรียบๆ ผมช็อก มือที่ถือไฟฉายอยู่งักๆ เงิ่นๆ แต่ผมก็ยังเห็นว่าเขาเข้ามาใกล้ขึ้นโดยที่เขาไม่ขยับตัว ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่วินาทีนึงเขาอยู่ที่ริมแม่น้ำ อีกวินาทีนึงเขาก็มาอยู่ห่างผมไปแค่ห้าฟุต ผมไม่มองไปที่อื่นหรือแม้กระทั่งกระพริบตา เขาเคลื่อนที่เร็วมากจนสมองผมตามไม่ทัน ผมสะดุดล้มก้นจ้ำเบ้า แล้วผมก็มองเห็นรอยบางอย่างที่คอของเขา มันเป็นรอยเฉือนเส้นตรงจากหูอีกข้างถึงหูอีกข้าง แล้วหัวของเขาค่อยๆ เงยเล็กน้อย และเขาแสยะยิ้มให้ผมด้วยรอยฉีกบนคอ มันไม่มีเลือด มันเป็นแค่หลุมลึกๆ สีดำ และผมสาบานได้เลยว่าเขายิ้มให้ผมด้วยรอยแผลนั่น ผมลุกขึ้นได้แล้ววิ่งสุดชีวิตกลับไปที่แคมป์ ผมไม่ได้ยินเสียงเขาตามมา แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาอยู่ข้างหลังผมนี่แหละถึงผมหันหลังกลับไปดูก็ไม่เห็นใคร ผมสงบอารมณ์ลงได้เมื่อมาถึงที่ค่าย กองไฟยังลุกอยู่ และความคิดที่ว่ามีคนอื่นๆ อยู่กับผมด้วยทำให้ผมสงบและหายใจได้ ผมรออยู่ข้างกองไฟเพื่อดูว่าเขาจะตามมาไหม แต่ผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยตลอดหลายชั่วโมง ผมเลยกลับเข้าเตนท์ไปนอน ผมรู้ว่าที่ผมเล่ามันดูประหลาด แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเหนือจริงมากๆ จนผมเกือบจะคิดว่ามันเป็นจินตนาการของผมเอง"




    (โปรดติดตามตอนต่อไป)
    -----------------------------------------

    ที่มา : https://creepypastatoo.fandom.com/wiki/Search_and_Rescue_Woods
     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in