C R E E P Y P A S T Aเนตรธิ ~
Search and Rescue Woods | #9
  • P.B.: เป็นความบังเอิญโดยแท้เลยที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับอดีตเจ้าหน้าที่ที่เก่งกาจคนหนึ่ง P.B. เป็นเจ้าหน้าที่ค้นหาที่ทำงานภาคสนามมาหลายปี ผมได้มีโอกาสจับคู่กับเขาในระหว่างการฝึกอบรมที่ผ่านมา เราพูดคุยกันชิลๆ ว่าพวกเราชอบงานนี้ตรงไหน เคยเจอเหตุการณ์อะไรแล้วประทับใจบ้าง เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราเดินผ่านบันไดหลังเก่าหลังหนึ่ง หน้าตามันเหมือนบันไดที่อยู่ในอาคารระวังไฟ ซึ่งอาจจะเคยตั้งอยู่ในพื้นที่นั้นก็ได้ ผมก็เลยพูดไปกลายๆ ว่า ผมสงสัยเรื่องบันไดพวกนั้นและอยากจะรู้รายละเอียดเกี่ยวกับมันเพิ่มขึ้น P.B. ได้ยินก็เงียบไป ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรซักอย่างแต่ไม่แน่ใจว่าควรไหม ที่สุดเขาก็บอกผมว่าให้ปิดวิทยุสื่อสารซะ นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่ควรทำเป็นอย่างมากในขณะที่อยู่กลางป่า แต่ผมก็ปิดมัน และเขาก็ปิดของตัวเองด้วย

    * เมื่อประมาณเจ็ดปีที่แล้ว เขาเล่าให้ฟังว่าเขาได้ลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดคนหนึ่ง พวกเขาเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับรายงานแปลกๆ บ่อยๆ รวมถึงมีเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งคนหาย พบแสงไฟในป่า มีเสียงประหลาด อะไรพวกนั้น เด็กใหม่ดูท่าจะหวาดกลัวมากทีเดียวเพราะเขาเอาแต่พูดถึง 'สิ่งที่อยู่ในป่านั่น' ตามที่ P.B. เล่า "เด็กนั่นเอาแต่พูดถึง 'มนุษย์แพะ' นั่น 'มนุษย์แพะ' นี่ จนผมต้องบอกเขาไปว่า ยังมีอีกหลายอย่างในป่าที่น่ากลัวและมีอยู่จริง นายควรเลิกพล่ามถึงมนุษย์แพะนั่นได้แล้ว แต่นายคนนั้นก็ยังอยากรู้ว่าเรื่องที่ผมพูดถึงมันคืออะไร ผมบอกเขาว่าให้หุบปากแล้วเดินต่อซะ เราขึ้นไปจนถึงยอดสันเขาเล็กๆ และเห็นว่ามีบันไดหลังหนึ่งตั้งอยู่สิบหลาข้างหน้า เด็กใหม่หยุดกึกและจ้องไปยังบันไดตาเขม็ง ผมบอกเขา 'เห็นไหมล่ะ มีอย่างอื่นที่แกควรจะกลัว' เขาถามผมว่า ไอ้สิ่งนี้มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ผมเปิดปากเล่าความจริงให้เขาฟัง ชีวิตผมซวยได้เลยนะจากสิ่งที่ผมทำลงไปและก็อาจจะซวยขึ้นไปอีกที่ผมกำลังเล่าเรื่องนั้นให้คุณฟังอีกที แต่ผมเห็นว่าคุณเป็นเด็กดีและผมก็อยากให้คุณเลิกยุ่งกับเรื่องนี้ซะ แล้วผมจะเล่าเรื่องที่ผมรู้ให้คุณฟัง ภายใต้เงื่อนไขว่าคุณจะไม่ปริปากเรื่องพวกนี้ซักคำเดียวกับพวกเจ้านาย "

    ผมให้สัญญาว่าจะไม่พูด และเขาก็เช็กวิทยุของพวกเราอีกครั้งว่าปิดแล้วจริงๆ "ตอนผมเริ่มทำงาน ผมก็ค่อนข้างปิดปากเงียบเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในป่าด้วยน่ะแหละ พวกเราเตือนคนที่มาสมัครตำแหน่งนี้ถึงเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นในป่าก่อนจะจ้างเขาทำงาน ผมคิดว่าหน่วยบริการป่าไม้คงเหนื่อยกับการที่มีคนลาออกตลอดๆ แบบนี้ อีกอย่างก็อยากจะให้พวกเขารู้ก่อนด้วยว่างานนี้จะต้องเจออะไรบ้าง เราเลยเริ่มต้นด้วยการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเซ็นสัญญาว่าจะไม่นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานไปบอกพวกนักข่าวหรือโพสต์ลงโซเชียล ใจคนทำงานเองก็คงไม่อยากจะทำให้นักท่องเที่ยวตื่นกลัวไปก่อน เพราะฉะนั้นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการคือการทำให้พวกเด็กใหม่ขนหัวลุกจนเอาเรื่องผีกับบันไดประหลาดที่เจอไปป่าวประกาศให้โลกรู้ แต่พอถึงเวลาจริงเราก็พบว่าการเซ็นยอมรับข้อตกลงนั่นไปก็ไม่ได้มีผลอะไรนะ เพราะคนที่เจอเรื่องพวกนั้นไม่ใช่แค่ไม่อยากพูดถึงมัน แต่พวกเขา ไม่ พูด ถึงมันเลยต่างหาก หลายครั้งที่นักข่าวพยายามจะหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเด็กหรือนักปีนเขาที่ีหายไป แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนยอมปริปากพูด ผมก็อธิบายเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกันนะว่าทำไม แต่ไม่รู้สิ พวกเราคงไม่อยากยอมรับว่ามันมีอะไรไม่ปกติเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะมั้ง มันเป็นงานของเราที่จะต้องเข้าป่าทุกวัน เราก็ไม่อยากที่จะให้ความกลัวมันผุดขึ้นมาในหัว แล้ววิธีการที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกนั้นที่ผมว่าดีที่สุดก็คือการทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติซะ



    ผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง ทุกอย่างที่ผมนึกออก แต่หลังจากนั้นผมจะไม่พูดถึงมันอีกแล้วและผมหวังว่าคุณจะไม่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้ผมได้ยินอีกต่อไป 'บันไดพวกนั้นมันอยู่ในป่านั่นมานานพอๆ กับที่มีป่านั่นแหละ เรามีรายงานที่เขียนถึงมันย้อนไปได้เป็นหลายทศวรรษก่อน บางคนก็เคยเดินขึ้นไปแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กับบางคน .. นี่ ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้ แต่บางครั้ง เรื่องร้ายๆ ก็เกิดขึ้นจริงๆ ผมเคยเห็นมือข้างหนึ่งของชายคนหนึ่งถูกตัดฉับเมื่อเขาเหยียบเท้าลงบนบันไดขั้นบนสุด


    เขาเดินขึ้นบันไดไป และกำลังเอื้อมมือเพื่อไปจับกิ่งไม้ แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมาก วินาทีหนึ่ง มือเขาอยู่ตรงนั้น อีกวินาทีหนึ่งมือเขาหายไป มันเป็นรอยแผลตัดคมกริบ เราหามือส่วนที่ขาดไม่เจอและเขาก็อาการปางตายทีเดียว ..

    อีกครั้งหนึ่งก็คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งยื่นมือมาสัมผัสกับตัวบันไดแล้วเส้นเลือดในสมองเธอก็ระเบิด ผมหมายถึง ระเบิดจริงๆ เหมือนลูกโป่งน้ำในหัวเธอแตก เธอโซซัดโซเซล้มมาที่ผมแล้วสิ่งที่เธอพูดออกมาก็คือ 'ฉันคิดว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับฉัน' แล้วเธอก็ร่วงตุ๊บลงพื้นเหมือนกระสอบทราบ ขาดใจตายก่อนที่จะถึงพื้นด้วยซ้ำ ผมไม่เคยลืมเลือดที่ทะลักออกมาจากตาของเธอเลย ก่อนที่จะตาย มีเลือดออกจากตาจนมันกลายเป็นสีแดง ผมได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแต่ช่วยอะไรไม่ได้ซักนิดเลย เราเตือนคนอื่นๆ ไม่ให้เข้าใกล้บันไดเพื่อความปลอดภัย แต่มันก็มีพวกโง่อย่างน้อยซักคนที่ไม่ยอมเชื่อฟัง และถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นกับเขา แต่มันก็ต้องมีเรื่องผิดปกติเรื่องอื่นเกิดขึ้นอยู่ดี ผมไม่รู้ว่าทำไมบันไดพวกนั้นถึงได้มาอยู่ในที่ตรงนั้นตั้งแต่แรก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก บันไดพวกนั้นอยู่ตรงนั้นและถ้าเราฉลาดพอ เราต้องเตือนพวกเด็กใหม่ทุกคนถึงอันตรายที่มันทำได้" ผมกับ P.B. เงียบกันไปพักใหญ่ ผมไม่กล้าเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าเขาพูดจบแล้วหรือยัง เขายังดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เมื่อเขาเริ่มพูดอีกครั้ง เขามองผม "คุณไม่สงสัยเหรอว่า ทำไมถึงไม่เคยเจอบันไดอันเดิมซ้ำสอง ?" 


    ผมพยักหน้ารับ แล้วรอให้เขาพูดต่อ แต่เขาเดินข้างผมไปเงียบๆ จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าเรื่องกวางตัวใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเจอในอุทยาน ผมก็ไม่ได้พูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีกแล้วก็ไม่ได้คาดคั้นให้เขาเล่าเรื่องอื่นต่อ ผมรับรู้ว่าเขาออกจากการฝึกในวันถัดมา เอาจริงเขาออกจากที่พักไปตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ เขาแจ้งคนอื่นๆ ว่าเขารู้สึกไม่ค่อยสบาย แล้วพวกเราทั้งหมดก็ไม่ได้ยินข่าวอะไรเกี่ยวกับเขาอีก




    (โปรติดตามตอนต่อไป)
    -----------------------------------------

    ที่มา : https://creepypastatoo.fandom.com/wiki/Search_and_Rescue_Woods
     


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in