Grey Zoneunnderbar__
NELL : Moments In Between / Bits and Pieces

  • " ผมคิดว่าคงคล้ายกับคืนที่นอนไม่หลับ
    ลองพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ
    ลองเปิดฟังเสียงฝน
    ลองหาอะไรกิน เพราะคิดว่าตัวเองหิวอยู่หรือเปล่า
    แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี
    ค่ำคืนแบบนั้น

    ยิ่งพยายามทำจิตใจให้ว่าง ความคิดยิ่งสะสม
    แม้จะคุ้นชินกับแสงสลัวภายในห้อง
    แต่ความมืดกลับทำให้มองไม่เห็นเหมือนทุกครั้ง
    แม้แต่ลูกบิดประตูก็ยังดูน่ารำคาญ
    ค่ำคืนแบบนั้น
    คล้ายกับค่ำคืนที่ทำให้คุณฝัน แม้ว่ายังตื่นอยู่ "


    Moments In Between / NELL



    นี่คือบทบรรยายจากออฟฟิเชียลที่อธิบายภาพรวมของ Moments In Between ท่ามกลางดึกอันเงียบสงัด ไร้ซุ่มเสียง ไร้การเคลื่อนไหวจากรอบข้าง เพราะสิ่งมีชีวิตที่รายล้อมคงพากันหลับไหล มีเพียงคุณที่ยังตื่น หมอกควันของความคิดที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาปกคลุม ฟุ้งกระจายไปเรื่อยเปื่อย ถึงอย่างนั้น ก็มากพอที่จะก่อกวนปฏิกิริยาในร่างกาย ให้กระสับกระส่าย ว้าวุ่นใจโดยไม่รู้ตัว Moments In Between อัลบั้มที่จะขุดลึกสิ่งที่ติดค้างในเศษเสี้ยวของความรู้สึกให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง




    Moments In Between สตูดิโออัลบั้มเต็มลำดับที่ 9 ของวง NELL (ไม่นับรวมอัลบั้มอินดี้) ที่ปล่อยทั้งสตรีมมิ่งและ physical album แบบเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน 2021 ซึ่งเว้นห่างจากการออกอัลบั้มเต็ม COLORS IN BLACK (2019) ก่อนหน้าถึงสองปี (NELL : COLORS IN BLACK / Colors of NELL) เดิมทีวงวางโปรเจคนี้ไว้เป็น EP Album จากการที่ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลเพลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2020 แต่ด้วยระยะเวลาการทำเพลงที่ยืดออกไป พวกเขาจึงเปลี่ยนแผนเป็นการออกอัลบั้มเต็มแทน โดยทำการคัดและรวบรวมเพลงร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ภายใต้ธีมแสนธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" 



    NELL เริ่มแง้มการมาของ Moments In Between ด้วยการปล่อยภาพปกในวันที่ 2 สิงหาคม 2021 จาก อินสตาแกรมส่วนตัวของสมาชิกวงและจากออฟฟิเชียล Space Bohemian พร้อมแฮชแท็ก #Moments_in_between และ #202109 แบบงง ๆ ซึ่งแฟนเพลงทุกคนก็พร้อมใจคิดเข้าข้างตัวเองกันหมด ว่าต้องเป็นอัลบั้มใหม่แน่ ๆ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วยการคอนเฟิร์มแฮชแท็ก #New_Album จากไอจีของลีแจคยอง (มือกีตาร์) บุคคลผู้หลุดสปอยล์เสมอมา :)))


    ถัดจากนั้นเพียงไม่กี่วัน วงก็ประกาศคอนเสิร์ต NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' เป็นอันดับแรก ซึ่งจัดช่วงต้นเดือนกันยายน และตามมาด้วยการทยอยปล่อยทีเซอร์เพลงในอัลบั้มตลอดหนึ่งเดือน เริ่มต้นด้วยข้อความสั้น ๆ หรือบทบรรยายในแต่ละเพลง ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยคิมจงวาน (นักร้องนำและผู้แต่งเพลงทั้งหมดของ NELL) เขาตั้งใจใช้ข้อความหรือบทบรรยายเหล่านั้น เสริมความรู้สึกในแต่ละเพลง เหมือนบทกลอนสั้น ๆ ในหนังสือ ที่อาจไม่ตรงไปตรงมาจนเกินไปนัก แต่จะทำให้ผู้ฟังนำไปคิดและตีความตามต่อได้ในแบบของตัวเอง ต่อเนื่องไปจนถึงการปล่อย sample เพลงในแต่ละแทร็ค ที่ถูกบีบคุณภาพเสียงลงเป็น lofi กลาย ๆ 

    note : ปี 2021 เป็นปีที่วงได้จัดคอนเสิร์ตถึงสามอีเว้นท์ 
    รวมทั้งการกลับมาอย่างเกรียงไกรของ NELL'S ROOM ในช่วงสิ้นปี 
    ซึ่งมีการอัดการแสดงในรอบสุดท้ายไว้ด้วย ก็ต้องมาลุ้นกันอีกที
    ว่าวงจะปล่อยออกมาไหม และจะมาในแพลตฟอร์มไหน เมื่อไร

    ช่วงแรกที่วงปล่อยภาพทีเซอร์ข้อความออกมาวันละหนึ่งเพลงนั้น ลุ้นกันมากว่าจำนวนแทร็คจะไปหยุดที่ตรงไหน เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า พวกเรางอแงโหยหา 2CD กันมาตลอด 555555 และในมุมมองไบแอสของเรา เชื่อเหลือเกินว่า ต่อให้วงปล่อยมา 20-30 เพลง มันก็ต้องดีทั้งหมดแน่นอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าคิดในฐานะผู้บริโภค ที่ต้องการความพึงพอใจทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณแล้ว จำนวนย่อมสำคัญ แต่ก็นะ ถึงลึก ๆ จะคิดไว้อยู่แล้วว่าไม่น่าได้ แต่ในใจตอนนั้นเราเผื่อไว้สัก 12 เพลงกำลังสวย แต่ก็เอนเกมส์ที่ 10 เพลง ซึ่งคิมจงวานเคยให้ทัศนะเรื่อง double albums ที่แฟนเพลงต่างรบเร้า โดยการยกตัวอย่างอัลบั้ม The New Abnormall ของ The Strokes (มี 9 tracks) ว่าเป็นอัลบั้มที่ดี เขาชอบและจดจำทุกเพลงในอัลบั้มนั้นได้ทั้งหมดหลังจากที่ฟังจบ จึงรู้สึกว่าอัลบั้มที่มีเพลง 8-10 เพลงนั้นดีกว่า 

    / นี่ฟังแล้วกำหมัดเลย 55555 เอออออ  ในฐานะคนที่ชอบ Eternal Summer ไม่เถียงก็ได้
     ถามว่าได้ไหม ก็ได้แหละ แต่ก็โว๊ยยยยยยยย พ่อออออออ 


    " ช่วงเวลาธรรมดาทั่วไป
    วันหนึ่งกลับมีความหมาย
    ล้ำค่าบาดใจ
    ความเจ็บปวดที่นึกถึงในบางครั้ง
    ชีวิตประจำวันเล็ก ๆ ของเรา "

    Bits and Pieces


    อัลบั้ม Moments In Between ยังมีชื่อรองว่า "Bits and Pieces" ใจความของทั้งสองชื่อนั้นเรียบง่าย มันคือเรื่องราวระหว่างความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นและดำเนินไป NELL ได้จับช่วงเวลาเหล่านั้น ทุกโมเมนต์ ทุกเศษส่วนความรู้สึก ถ่ายทอดผ่าน 10 บทเพลง ที่บรรจงเรียบเรียงอย่างมีนัยยะ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงจุดเริ่มต้น ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัว ซึมซาบ ดื่มด่ำ รอยแยก หนีห่าง ไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่ความสัมพันธ์ได้จบลง 


    NELL : 'Moments In Between' Album Preview


    สิ่งนี้จึงเป็นการเฉลยโปรเจคที่วงเคยเปรย ๆ ไว้ในช่วงปี 2020 ว่ากำลังเตรียมปล่อยงานเพลงในรูปแบบที่วงไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือ การที่เนื้อหาในแต่ละเพลง ร้อยเรียงเป็นสตอร์รี่ไลน์ที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่แทร็คแรกจนถึงแทร็คสุดท้าย โฟลของเพลงในอัลบั้มนี้จึึงสำคัญมาก ซึ่งวงก็ตั้งใจให้ฟังแบบเรียงแทร็ค เพื่อให้ดนตรีและคำร้องขับเคลื่อนเรื่องราว พากระแสอารมณ์ให้เคลื่อนไหล 


    ฉะนั้นแล้ว เราก็จะมารีวิวเพลงในอัลบั้ม Moments In Between แบบเรียงแทร็คเช่นเคย หลังจากที่เคยเขียนระบายคร่าว ๆ ลงทวิตเตอร์ไปแล้วบ้างนิดหน่อย ถึงคราวนี้ ก็จะมาลงรายละเอียดให้สาสมกับสองปีที่รอคอย ได้มา 10 เพลง รวมความยาว 47:00 นาทีเป๊ะ ไม่มี Hidden Track ไม่มี CD only ไม่มีเพลงเนื้ออังกฤษล้วนด้วย ยัง! ยังไม่เลิกงอแงอีก 

    /




    • Track 1.  Crash

    "เอาล่ะ เรามาปะทะกันอีกสักครั้ง! นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดนะ. อาจเป็นในทางตรงกันข้ามต่างหาก."

    #Moments_in_between #202109 teaser 1

    ไม่มีคำไหน ที่จะบรรยายความรู้สึกของผมได้
    เพียงแค่ได้ยืนต่อหน้าคุณ
    ในหัวของผมขาวโพลน พูดอะไรไม่ออก
    ไม่มีอะไรที่ผมทำได้เลย

    I guess I am,
    I’m crashin’ into you
    I’m crashin’ into 
    /
    คำแปลนาทีที่ 0.26


    เปิดอัลบั้มด้วยความซอฟใส กับเพลง Crash ที่วงเคยปล่อยเป็นซิงเกิ้ลในวันครบรอบ 21 ปีของ NELL เมื่อปี 2020 ซึ่งไม่ว่าจะฟังกี่ร้อยครั้ง หรือตกตะกอนความรู้สึกมากเท่าไร ส่วนตัวก็ยังคงรู้สึกว่ามันเป็นเพลงรัก ที่ทำให้เผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ทุกครั้ง ยิ่งเพลงดำเนินไป ความรู้สึกฟูฟ่องยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ มีความเบาสบายของทุกองค์ประกอบ ทั้งเมโลดี้ ทำนอง พาร์ทดนตรีที่มีส่วนผสมของความเป็นบอสซ่าเล็ก ๆ ฟังแล้วได้กลิ่นของลมทะเลกับแสงแดดจาง ๆ แทรกสอดด้วยท่อนฮัมที่ชวนให้อารมณ์ดี คิดว่าวงคงตั้งใจดีไซน์ท่อนร้องนี้ ให้เป็นท่อนที่แฟนเพลงร่วมร้องตามได้ ซึ่งน่าเสียดายที่โควิดได้ขัดขวางการออกเสียงทุกอย่างในคอนเสิร์ตฮอลล์ ถ้าหากได้ยินเสียงคอรัสร่วมของผู้ชมแล้ว เพลงนี้คงจะให้ความรู้สึกที่ดีมากขึ้นไปอีก

    NELL : Crash @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd
    Crash ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลย สำหรับการเป็นแทร็คแรกในอัลบั้ม เพราะตัวเพลงให้ความรู้สึกถึงการชำระล้าง และใช้ปรับมู้ดได้ดี แต่หากมองให้ลึกถึงเนื้อหาแล้ว Crash แทนจุดเริ่มต้นของความรักในแบบฉบับของวงมาก ๆ เพราะหากอัลบั้มนี้เป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์ใด ๆ ความรักมักพุ่งชน และเกิดขึ้นโดยฉับพลันเสมอ จากที่จงวานเคยพูดเอาไว้ว่า เขาไม่เคยเชื่อในรักข้างเดียว NELL จึงหาเพลงแอบรักได้ยาก และแทบไม่มีเพลงจีบหญิงเลย ทุกอย่างเป็นดีพเลิฟ การเปิดอัลบั้มความสัมพันธ์ด้วยความรู้สึกรักในทันที โดยข้ามขั้นการเพ้อพก จึงให้ความรู้สึกใช่ และเมคเซ้นส์ในความ NELL มาก ๆ 


    แต่ด้วยความเป็นมิตรของตัวเพลงและเนื้อหา สิ่งนี้จึงสร้างความระแวงนิด ๆ ให้กับเรา Track 1. ที่ดันเป็นเพลงโทนสว่าง เหมือนการหลอกล่อด้วยความหวานในช่วงต้น ที่อาจจะถูกเชือดในช่วงท้ายโดยไม่รู้ตัว เราจึงค่อนข้างตั้งการ์ดรับในเพลงถัด ๆ ไปอยู่พอสมควร ซึ่งหากใครที่ฟังอัลบั้มนี้จบ จนวนลูปกลับมาที่แทร็คแรกอีกครั้ง จะรู้สึกได้เลยว่า Crash ที่อยู่ในอัลบั้ม Moments In Between นั้นต่างจาก Crash ที่เป็นซิงเกิ้ล ในแง่ของความหวานที่น้อยลงเล็กน้อยผสมกับความร่าเริงพอประมาณเท่านั้น





    • Track 2.  파랑 주의보 (Calling)

    "ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่คิด, แต่ก็รู้ดีว่าความตั้งใจนั้นถือเป็น 'ความคิด' ด้วยเช่นกัน ."

    #Moments_in_between #202109 teaser 2

    /
    ในบางครั้งโดยไม่ทันรู้ตัว
    ผมกลัวตัวเองที่จะนึกถึงคุณ
    ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป
    ผมคงหนีออกไปไม่พ้น
    ไปให้ไกล
    ไปให้ไกลจากผม ได้โปรด
    /
    คำแปลนาทีที่ 2:16

    จากการฟัง sample เพลงที่ปล่อยออกมาครั้งแรก เราจิ้มเดาว่าวงน่าจะใช้เพลงนี้เป็นไตเติ้ลแทร็คแน่ ๆ เพราะเป็นเพลงจังหวะกลาง ที่มีท่อนฮุคติดหูมาก ๆ แถมท่อน "ไปให้ไกลจากผม ได้โปรด" นี่ก็ไอคอนนิคเหลือเกิน สามารถตัดมาใช้เป็น quote โปรโมทได้เลย แต่ถึงหวยจะไม่ออกที่เพลงนี้ 파랑주의보 ก็เป็นเพลงที่เราชอบในความลงตัวหลาย ๆ อย่าง ไม่หวือหวามาก แต่ก็ไม่ราบเรียบจนเกินไป ดนตรีเพราะตามแบบฉบับ โดยเฉพาะจังหวะกลองและโทนโซโล่กีตาร์กลางเพลง เสียงร้องยิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่ขึ้นอินโทรด้วย " ฮึ่ม วัน ทู"  ใจก็ฟูฟ่องไปแล้วหนึ่ง อาา คิมจงวานนี่มันโอพีจริง ๆ 


    เพลงนี้เป็นหนึ่งในสองเพลงของอัลบั้มที่ compose ร่วม โดยคิมจงวานและลีจองฮุน (มือเบส) เดิมมีชื่อว่า "Calling" ซึ่งต่อมากลายเป็นชื่อภาษาอังกฤษ และใช้ชื่อแทร็คต้นฉบับภาษาเกาหลีว่า "파랑주의보" ซึ่งถ้าจะให้แปลตรงตัวก็คือ "ระวังคลื่นสูง" ลูกเล่นของชื่อเพลงทั้งสองเวอร์ชั่น ทำให้เพลงนี้ดึงดูดความสนใจจากแฟนเพลงก่อนที่จะมีการปล่อยอัลบั้มด้วยซ้ำ เนื้อหาโดยรวมคือการย้ำเตือนตัวเอง หักห้ามใจไม่ให้ถลำลึก ถึงขนาดมีเนื้อเพลงบอกไว้ว่า "เห็นชัดอยู่แล้วว่าเราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมรู้ดี" เพราะฉะนั้นจงไปให้พ้นเสียเถอะ แต่พี่ดันตั้งชื่อเพลงว่า Calling ซะอย่างนั้น ซับซ้อน ย้อนแยง ความซึนเยอะเหลือเกิน 

    NELL : 파랑주의보 (Calling) @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd
    파랑주의보 เป็นเพลงที่สั้นที่สุดในอัลบั้ม และด้วยการตัดจบแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เรารู้เลยว่ามันฟังเพลินมากแค่ไหน ทุกอย่างผสมผสานกันอย่างพอดิบพอดี ไหลลื่นถึงขนาดที่ว่าต่อเสียงดนตรีเองในหัวได้เลย แต่ดันตัดจบเฉย ทำกันได้ ฟังครั้งแรกนี่ร้องเห้ย! ออกมาเลย ฮ่าาาา รู้สึกอารมณ์ค้างมาก แต่พอรับรู้เนื้อเพลงท่อนทิ้งท้าย ที่ส่งต่อให้กับแทร็คถัดไป ก็เข้าใจได้ในทันที

    /
    การเฝ้ามองคุณอยู่ไกล ๆ 
    มันไม่เพียงพอสำหรับผม
    เพราะฉะนั้น หายไปจากสายตากันยังดีเสียกว่า 
    /
    คำแปลนาทีที่ 2:55




    • Track 3.  Don't say you love me

    "Don't say you love me. Just love me."

    #Moments_in_between #202109 teaser 3

    /
    Don't say you love me
    ใจของผมเกือบจัดการกับความรู้สึกได้อยู่แล้ว
    แต่เพียงแค่คำเดียวของคุณ
    ทุกอย่างพังทลายลงมาอีกครั้ง
    อย่าพูดมันออกมา

    Don't say you miss me
    ถ้าคุณยังทำอย่างนั้น ผมจะไม่ลังเล
    เพียงก้าวเดียวไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน
    ผมจะวิ่งไปหา ฉะนั้นได้โปรด 
    อย่าพูดมันออกมา
    อย่าพูดออกมา
    /
    คำแปลนาทีที่ 1:36

    พอนั่งถอดคำแปลเนื้อเพลงแล้วอยากจะแหมไปให้ถึงดาวอังคาร แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม คนเรามันจะคลั่งรักเนี่ย มันต้องให้ได้เบอร์นี้นะ แม้ใจความจะเป็นประโยคปฏิเสธก็ตาม แหม ๆๆๆๆ

    หากแทร็คก่อนหน้าคือการหักห้ามใจและผลักใส Don't say you love me ก็คงเป็นเรื่องราวที่สอดประสาน และต่อเนื่องกันได้อย่างเรียบลื่น ด้วยประโยคแรกในเพลงที่ขึ้นต้นว่า "คุณคงเดาไม่ออกหรอก ว่าผมพยายามมากแค่ไหน ที่จะปิดบังหัวใจของผมที่คอยเข้าหาแต่คุณ" /แหมมม ตามมาด้วยเนื้อเพลงที่เหมือนยิ่งพูด ยิ่งเผยความรู้สึกในด้านตรงกันข้าม เข้าสู่เฟสที่เริ่มปลดล็อก เต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ เปรียบกับ"คลื่นแห่งความปรารถนา ดั่งมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง" /หนัก พูดเลยว่าหนัก


    Don't say you love me เป็นเพลงที่ถูกจัดวางไว้ ณ ตำแหน่งที่ถูกที่ถูกเวลาแบบสุด ๆ เพราะนอกจากเนื้อความที่รับกับแทร็คก่อนหน้าได้อย่างดีแล้ว ซาวด์และโทนเพลงทำให้มันสมูทไปหมดตั้งแต่เสียงเปียโนตึ้งแรก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีเครดิต compose ร่วม โดยคิมจงวานและลีจองฮุน กลิ่นอายของบีทฮิปฮอปจาง ๆ เจือกับเสียงซินธ์ ที่ได้เปียโนและซาวด์แบนด์หลอมรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้โฟลของเพลงนี้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะท่อนเปียโนหวาน ๆ พริ้ม ๆ กลางเพลง นี่เหมือนเปิดมิติใหม่เพลงเนลเลย หลงรักไวป์นี้แบบหัวปักหัวปำ

    NELL : Don't say you love me @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd
    youtube channel : gongrot
    live clip นี้ดีมากก สูทแดงดีมากกกก NELL กับชุดทีมดีมากกกกกกกก

    ในช่วงแรกที่ฟัง ก็รู้สึกได้ว่าซาวด์ดนตรีที่หวานหยดนี้ คงเป็นเพียงสิ่งที่ฉาบหน้าบาง ๆ เพราะคิดว่าแท้จริงแล้ว Don't say you love me ให้ความเจ็บแบบอึน ๆ ฝังไว้ในแก่นของเพลง จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าใช่ แต่ความเจ็บหน่วงที่ว่า ดันมาจากเนื้อเพลงที่ทุกท่อนแทบจะล้นทะลักไปด้วยความรู้สึกรัก บ้าจริง และยิ่งมาดู live version ยิ่งดันเพลงนี้ให้ใต่ขึ้นเป็นท็อปเฟฟเพลงในอัลบั้มแบบไม่รู้ตัว ทั้งท่าทางการร้อง การแสดงออก และองค์ประกอบของเวทีทั้งหมด ทำให้เพลงโทนสีชมพูหม่น โรแมนติกฟุ้งขนาดนี้ได้ ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่า ยิ่งฟังยิ่งเหลือไว้แต่ความอินเลิฟ ความเจ็บแบบอึน ๆ หายไปไหนไม่รู้ 55555 นี่ขนาดตั้งการ์ดมาเพื่อรับความชอกช้ำแล้ว แปลกเนอะ เรามาถึงจุดนี้กันได้ จุดที่รู้ว่าเพลง NELL หวานนำ ขมปลาย แต่เต็มใจรับแค่รสชาติของความหวาน ที่ละลายปราการของความรู้สึกปิดกั้นด่านสุดท้าย ให้พังทลายลงอย่างง่ายดาย

      /
    Don't say you love me.
     Just love me.
    /



    • Track 4.  유희 (U-Hee)

    "ฉันคิดว่ามันเพียงพอแล้ว. เพราะท้ายที่สุดเราก็ล้วนเป็นทุกข์และโดดเดี่ยวอยู่ดี."

    #Moments_in_between #202109 teaser 4

    /
    ได้โปรด ขอแค่วันนี้
    อยู่ตรงนี้กับผมก่อน
    อย่าเพิ่งพูดอะไร
    แค่กอดผมไว้ก็พอ

    ได้โปรด แค่ช่วงเวลานี้
    คุณเป็นของผม
    อย่าเพิ่งพูดอะไร
    แค่จูบผมก็พอ

    เก็บผมไว้ในหัวใจอันเหี่ยวเฉาของคุณ
    แม้เป็นแค่การเล่นสนุกเพียงคืนเดียวก็ไม่เป็นไร
    ถึงจะเศร้าแต่คุณนั้นช่างงดงาม
    แม้จะเป็นความฝันที่สูญสลายก็ไม่เป็นไร
    /
    คำแปลนาทีที่ 2:56

    ก่อนอื่นเลย เราชอบการทับศัพท์ชื่ออังกฤษของ 유희 ว่า U-Hee มาก เป็นการรักษาชื่อต้นฉบับที่เรียกง่าย ไม่วุ่นวาย ใช้เป็นชื่อเฉพาะได้ เพราะคำว่า 유희 มักถูกตั้งเป็นชื่อคนในภาษาเกาหลี ซึ่งความหมายตรงตัวตามรูปคำ จะแปลว่า "เกมส์/การเล่นสนุก" ทีนี้แหละ เพลงที่มีชื่อว่า 유희 ของ NELL จะเป็นนัยยะแฝงจากชื่อคน หรือความหมายตรงตัว อันนี้ก็ต้องคิดกันเอาเอง ;)


    유희 เป็นเหมือนแทร็คดักประจำอัลบั้ม ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาตกหลุมตายที่เพลงนี้แน่นอน และเป็นหนึ่งในสองเพลงไตเติ้ลแทร็ค สำหรับใช้โปรโมทอัลบั้มนี้ ปรบมือค่า good choice มาก ๆ แม้ว่าแทร็คโปรโมทจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สำหรับคนที่ฟังเพลงทั้งอัลบั้มอยู่แล้ว แต่บอกตามตรงเลยว่า การเลือกไตเติ้ลแทร็คของ NELL ก็เหมือนการจับกล่องสุ่ม คาดเดายาก และบางทีเราก็ไม่เข้าใจ 5555555 แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกจากเพลงที่ชอบและแทนสิ่งที่อัลบั้มต้องการสื่อออกมามากที่สุด ที่สำคัญก็คือ เพลงที่แสดงซาวด์ดนตรีแบบ NELL ณ ปัจจุบัน ฉะนั้นแล้ว จะมีแทร็คไหนเหมาะสมไปกว่านี้อีก


    เพราะสิ่งที่ทำให้ 유희 โดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ความเป็น NELL ที่ผสมผสานระหว่างซาวด์สังเคราะห์กับซาวด์แบนด์ กีตาร์ กลอง เบส อย่างลงตัว ฟังสนุกแต่มีความสงบเย็นอยู่ในนั้น โคตรจะเนล และใครบ้างที่จะไม่ชอบเพลงนี้ บ้าไปแล้ว คือเซนส์ความป๊อบมันแข็งแรงมาก ๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งลูกเล่นของชิ้นดนตรี โดยเฉพาะไลน์กีตาร์ที่เลือกมาอย่างเท่ ทำให้เพลงมีชีวิตชีวา และ 유희 บนสเตจการแสดงสดนั้น ก็ดีเหลือเกิน 

    NELL : 유희 (U-Hee) @Music Talk Live


    แม้จงวานจะไม่เคยอธิบายเนื้อหาของเพลงนี้เท่าไร เพราะเขามักเปิดช่องให้คนฟังได้ตีความแตกต่างกันไป แต่เจ้าตัวดันพอยท์ไว้นิด ๆ ว่า หากคร่อมเครื่องหมายคำพูดเข้าไปในประโยคแรกของเพลงแล้ว เราอาจรู้สึกกับมันต่างออกไป ซึ่งประโยคแรกในเพลงนี้ ก็คือ

    "하루가 길었어"
    "วันนี้ช่างยาวนาน"
    / บอกเอาไร ถามว่าช่วยไหมเอ่ย...
    เอาจริงๆ ตอนที่ฟังเพลงนี้ครั้งแรกพร้อมคำแปล ก็รู้แหละว่าเนื้อร้องมันหักหัวทิ่มตอนท้าย แต่ความเขินก็นำทางมาตลอดอยู่ดี มันคือการเคล้าคลอ เหมือนเป็นเพลงพรีเควลของเพลง A.S (NELL : A.S / AFTER SEX) แต่มู้ดต่างกันมาก A.S ร้อนแรงเดือนดาล แต่ 유희 กลับเย็นด้วยดนตรี และอุ่นเศร้าด้วยเสียงร้อง ทั้งที่เป็นเพลงจังหวะสนุกที่สุดในอัลบั้มด้วยซ้ำ ความรู้สึกต่อเพลงนี้จึงค่อนข้างตีกันนานอยู่พอสมควร ซึ่งหากจะให้คิดในทฤษฎี "วันนี้ช่างยาวนาน" แล้ว เรารู้สึกว่ามันคือความเหนื่อย ตัวเพลงอาจเคลื่อนไหวคล้ายการหลับฝันที่ยาวนาน หรืออาจเป็นการหยอกเย้า คลอเคลียกับคนรัก เพื่อคลายความเหนื่อยล้านั้น

    note : A.S อัลบั้ม Healing Process (2006)
    NELL : 유희 (U-Hee) @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd
    และเมื่อ Moments In Between เป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์ สถานะ In A Relationship ในความรู้สึกเราจะเริ่มที่แทร็คนี้แหละ แต่เสียงร้องของจงวานดันเศร้าเกินไป เป็นความสุขที่ไม่สุด ชั่วครู่ชั่วคราวเหมือนเนื้อเพลงช่วงท้าย ยิ่งฟังต่อกับแทร็คถัดไป จะพบว่ามันจางหายไปในพริบตา และหากเทียบกันแล้ว เราคิดว่าการผลักใสของ Don't say you love me ยังดูมีน้ำมีนวล มีความรู้สึกในเชิงบวก มากกว่าการเปิดรับของ 유희 เสียอีก เหมือนจงใจชูความหวานแต่ดันขมติดปลายลิ้นซะงั้น แต่ใครจะรู้ นานไปมันอาจกลายเป็นเพลงเศร้าโดยสมบูรณ์ก็เป็นได้




    • Track 5 . Don't hurry up

    " มาคิด ๆ ดูแล้ว เวลาและจิตใจของเราเป็นอะไรที่คล้ายกันมาก 
    มันไม่มีการบอกว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอยู่ที่ตรงไหน 
    ทั้งสองมีความนามธรรมสูง แต่ก็เป็นรูปธรรมอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน 
    และไม่ว่าคุณจะใช้กลอุบายใดก็ตาม
    คุณจะไม่มีวันหนีพ้นจากมันไปได้ "

    #Moments_in_between #202109 teaser 5

    /
    ติ๊ก ต๊อก, ติ๊ก ต๊อก,
    และคุณไปตามทางของคุณ

    เมื่อไหร่ก็ตาม
    ที่คุณเป็นแบบนั้น
    ข้างในของฉันแผดเผาเป็นเถ้าถ่าน
    ฉันอยากอยู่กับคุณให้นานกว่านี้
    ทำไมคุณถึงไม่รู้ความรู้สึกนี้ละ
    (รู้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้)

    แค่คุณหลับตาลงอย่างเงียบ ๆ
    แสร้งทำเหมือนว่าไม่เห็นอะไรเลย
    และปล่อยฉันอยู่ต่อให้นาน
    อีกหน่อย
    /
    คำแปลนาทีที่ 2:31

    Don't hurry up เป็นเพลงที่วงเคยปล่อยเป็นซิงเกิ้ลมาแล้วเมื่อต้นปี 2021 ซึ่งต้องขอสารภาพว่า ณ ตอนนั้น (ย้ำว่าตอนนั้น) เราค่อนข้างเฉยกับเพลงนี้ แม้ว่าเสียงร้องของจงวานจะอเมซิ่งมาก ๆ แต่เพราะความเนิบช้าของตัวเพลง และเนื้อหาที่ฟังแล้วเหมือนมาเพื่อเชื่อมอะไรสักอย่าง แต่ดันโดดมาเพลงเดียว ทำให้เพลงนี้จับไม่ค่อยอยู่ เข้าใจได้ ว่าวงคัด B-side ปล่อยออกมาก่อน แต่นึกออกไหมว่า ใครเขาเอาเพลงแบบนี้มาปล่อยซิงเกิ้ลกัน ซิงเกิ้ลเพลงส่วนใหญ่มันต้องจบในตัว ปล่อยมาแล้วฮุคเลยในหมัดเดียว แต่ใจความของ Don't hurry up ดันเคลื่อนไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนกับเวลาและจิตใจที่คิมจงวานบอกว่า มันไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดนั่นแหละ 


    แต่พอเป็น Don't hurry up ที่อยู่ในอัลบั้ม เมื่อการเดินทางของ Moments In Between ผ่านมาแล้วครึ่งทาง การปะทะกับเพลงนี้เหมือนการพบเจอกับทางแยก จากกระแสความรู้สึกที่ค่อนข้างไหลเร็วในสี่แทร็คก่อนหน้า พอเจอเข้ากับอินโทรเสียงเข็มนาฬิกาดัง ติ๊ก ติ๊ก ทำให้เราได้ผ่อน เฟสอารมณ์ให้ช้าลง เพื่อเตรียมเข้าสู่ความคลุมเคลือในช่วงกลาง

    /
    Don't hurry up 
    จะรีบเร่งอะไรขนาดนั้น
    โดยไม่สนหัวใจที่เจ็บปวดของฉัน
    ราวกับว่ามันเคยไม่มีอยู่อย่างนั้น
    /
    คำแปลในท่อนเริ่มแรก

    ความตึงที่เริ่มก่อตัว การเหนี่ยวรั้งไร้ความหมาย เนื้อเพลงตัดพ้อเผยด้านอ่อนแอ ความรู้สึกทุกอย่างขับเคลื่อนเรื่องราวก่อนหน้าและต่อจากนี้ เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับมัน กลายเป็นว่าอารมณ์ที่ทิ้งค้างความเลื่อนลอย ไร้จุดหมายดันทำให้ after taste ของ Don't hurry up ดีมาก ๆ และจุดพีคที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั่นคือ เสียงร้องกระชากวิญญาณของคิมจงวานในท่อนฮุค ร้องได้แผดเผา บาดลึกถึงใจสุด ๆ live เวอร์ชั่นสะกดอารมณ์ได้อยู่หมัด ทั้งที่มีดนตรีน้อยชิ้นแต่พลังทำลายล้างสูงมาก และลีแจคยองกับเปียโนก็ดาเมจรุนแรงเหลือเกิน 

    NELL : Don't hurry up @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd




    • Track 6 . 위로 危路 (Beautiful Jeopardy)

    " คุณจะทำอย่างไรกับสิ่งที่สวยงามแต่อันตราย, สิ่งที่จะทำให้คุณทั้งสุขและเศร้า "

    #Moments_in_between #202109 teaser 6

    /
    ที่คุณบอกไว้
    ทุกสิ่งที่อันตราย
    ล้วนน่าดึงดูด
    ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้

    คุณช่างงดงาม
    งดงามเหลือเกิน
    จนผมแทบลืมหายใจ
    ช่างงดงามเหลือเกิน
    /
    คำแปลนาทีที่ 1:55

    ขอเริ่มด้วยการแวะเรื่องไตเติ้ลแทร็คอีกสักรอบ เพราะช่วงแรกวงเล่นปล่อย Track list โดยไม่แง้มเลยว่า จะใช้แทร็คไหนโปรโมท จนทีเซอร์ของ MV ถูกปล่อยออกมา ถึงรู้ว่า โอเค อัลบั้มนี้หลัก ๆ เป็น Track 6. ซึ่งวงได้ให้ข้อมูลว่า ไตเติ้ลแทร็คของอัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และแทบจะไม่เฉียดเพลงนี้เลยด้วยซ้ำ ขนาดเจ้าตัวยังยอมรับว่า องค์ประกอบของ 위로 危路 นั้น ห่างไกลจากการใช้เป็นแทร็คโปรโมทอยู่มาก แต่เพราะความชอบ และดันมีระดับความพึงพอใจทางด้านดนตรีสูงปรี๊ด เลยคิดว่าน่าเสียดาย ถ้าเพลงนี้จะถูกเก็บไว้เป็น B-side / ปรบมืออีกรอบค่าทุกคนนนน 

    / ตอนไปออก BORN HATERS ของ Epik High ทาโบลดันแซวว่าเพลงนั้นก็ดี เพลงนี้ก็ดี
    ทำไมไม่เปลี่ยนไตเติ้ลแทร็ค 55555555 / เจ้าพวกนี้นี่มัน
    โดยเฉพาะ 말해줘요 จงวานก็บอกว่า ผู้จัดการวงคอมเมนต์ว่าฮุคมันเป็นภาษาอังกฤษแล้วฟังยาก ก็เลยไม่เอา
    (ลึกๆ เราว่าตอนแรกวงเลือกเพลงนี้ไว้แหงเลย) ซึ่งอยากจะบอกว่า อย่าไปเชื่อเพื่อนทุกอย่างนะเว้ยย 555555
    ที่เลือกมาคือดีแล้ว ทำดี ทำดีมากกกก

    위로 危路 ชื่อเพลงภาษาเกาหลีที่ห้อยท้ายด้วยภาษาจีน เป็นคำพ้องเสียงต่างภาษา ที่มีคำอ่านว่า 'วีโล' เหมือนกัน แต่ต่างความหมาย โดยคำว่า '위로' ในภาษาเกาหลี จะแปลว่า 'การปลอบประโลม' ส่วน '危路'  ในภาษาจีนจะแปลว่า 'ถนนที่อันตราย' ทั้งสองเป็นชื่อเพลงที่เรียงต่อกัน แต่มีความหมายอยู่คนละฝากฝั่ง เช่นเดียวกันกับชื่อภาษาอังกฤษ 'Beautiful Jeopardy' - 'ความงดงามที่อันตราย' 

    /
    แก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอายของคุณ 
    หยาดเหงื่อหยดเล็ก ๆ ที่ไหลลงมา
    เหมือนหยาดฝนโปรย ส่องสว่าง
    ที่ร่วงหล่นผ่านรอยแยกของท้องฟ้ายามอาทิตย์ตก
    /
    คำแปลในท่อนเริ่มแรก

    เนื้อเพลงถ่ายทอดความสวยงาม ความเคลิ้มฝันแบบลอย ๆ เหมือนบทกลอนที่งามมาก ๆ เชื่อมช้อย ละเมียดละไม เป็นภาษาเปรียบเปรยที่ให้ภาพ ให้ความเป็น Aesthetic ซึ่ง music video ของเพลงนี้ก็ทำหน้าที่เสริมอารมณ์ของเพลงได้อย่างดี ให้ความงามอันเป็นนามธรรม โดยที่เราคิดว่าไม่ต้องไปตีความอะไรในส่วนเนื้อเรื่องของ MV ให้วุ่นวาย

    note : NELL เคยมีชื่อเพลงลักษณะแบบนี้มาแล้ว คือเพลง 迷我(미아) 
    ในอัลบั้ม Walk Through Me (2004) ที่เป็นคำพ้องเสียง อ่านว่า 'มีอา' เหมือนกัน 
    เพราะมากกกกกกกก
    note : ลีมินกิได้กลับมาเล่น MV ให้อีกครั้ง 
    จนกลายเป็นพระเอกคู่บุญเพลง NELL ไปแล้ว ตั้งแต่ The day before 
    (NELL : The Day Before / This is all that I can say) 
    NELL : 위로 危路 @NELL'S ROOM 2021 'Goodbye, Hello' 1st

    คิมจงวานได้อธิบายถึงเพลงนี้ไว้ว่า มันคือการที่เราพบเจอสิ่งที่สวยงามและน่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความไม่สบายใจและไม่มั่นคงร่วมด้วย เหมือนความทรงจำที่สวยงามจากความรักที่ดี สามารถปลอบโยนและให้ความอบอุ่นใจแก่เราได้ แต่การอยู่ร่วมกันอาจทำให้คุณกลัว เมื่อคุณดันมองเห็นจุดจบที่ปลายทางในเส้นทางของความสัมพันธ์ มันจึงเป็น 'ถนนที่อันตราย' เพราะฉะนั้น ในความเห็นส่วนตัวของเรา เนื้อเพลง abstract ท่อนติสท์แตกช่วงหลัง จะสามารถคลิ๊กได้ในทันที กับวิธีการมองโลกของคิมจงวาน คือไม่มีสิ่งใดมั่งคงตลอดไป ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีจุดจบเสมอ และเขาก็มักมองเห็นมันตั้งแต่เริ่ม

    /
    ฉันต้องหยุดมัน
    ก่อนจะถึงที่นั่น
    ฉันต้องจบมัน
    ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง
    /
    คำแปลนาทีที่ 4:48

    / เราเคยอ่านเจอแฟนเพลงเกาหลีที่ตีความเพลงนี้ไปในทางอีโรติค ซึ่งก็เป็นทฤษฎีที่ไม่เลว 
    คือถ้าจะอ่านให้ใช่ มันก็เข้าเค้าหมดนะแหละ โดยเฉพาะท่อนแรก
     อันนี้มันก็แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน เพราะคนแต่งเค้าปลายเปิดไว้อยู่แล้ว
    แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นมุมมองที่น่าสนใจทีเดียว ;)
    NELL위로 危路 @Music Talk Live


    ไตเติ้ลแทร็คของ NELL ที่มีความยาวหกนาทีครึ่ง ทำให้เราค่อนข้างคาดหวังกับการเรียบเรียงดนตรี และการบิ้วท์อัพของเพลง ซึ่งไม่ผิดหวังเลย ไม่เคยพลาดแถมยังเหนือความคาดหมาย เพราะเพลงไต่ระดับขึ้นไปจนพีคแล้วพีคอีก ความอบอุ่นของดนตรี ที่เคล้าคลอไปกับเสียงร้องเคลิ้นฝัน ถ่ายทอดถึงความสวยงามในพาร์ทแรก ถูกแบ่งด้วยท่อนกีตาร์กลางเพลง ที่ชวนให้นึกถึง Coin Seller นิด ๆ จนเข้าสู่พาร์ทหลัง ที่แสดงถึงอันตรายของความงาม เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ โหมกระหน่ำ ทั้งเครื่องสาย เครื่องเป่า ดนตรีถาโถม จังหวะที่เร่งเร้าต่อเนื่อง ความใหญ่ของเพลงที่ห้อมล้อมทุกอย่างรอบตัว จนคำว่าไพเราะยังน้อยเกินไป เชื่อแล้วว่าเป็นเพลงที่มีระดับความพึงพอใจในทางดนตรีสูงมากจริง ๆ

    note : Coin Seller อีพีอัลบั้ม Holding Onto Gravity (2012)




    • Track 7. Duet

    "ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ ว่าเพลงที่เราร้องด้วยกัน จะกลายเป็นความทรงจำที่ฉันเก็บไว้คนเดียว"

    #Moments_in_between #202109 teaser 7

    การรักคุณสุดหัวใจ
    ด้วยเหตุนั้นหรอ
    ที่ทำให้ผมเหงาขนาดนี้
    ผมไม่เคยรู้มาก่อน

    ยิ่งพยายามเหนี่ยวรั้งคุณไว้
    ทุกครั้งที่ผมทำอย่างนั้น
    ยิ่งผลักคุณให้ค่อยๆไปไกลจากผม
    ผมไม่เคยรู้มาก่อน 
    /
    คำแปลนาทีที่ 1:09

    Duet คือซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มที่เปิดโหมดเอิร์ธโทนของปี 2020 เป็นจุดสตาร์ทแรกที่เราสัมผัสได้ในตอนนั้นว่า โอเค ต่อจากนี้ไป NELL โทนอุ่นกำลังจะมา ด้วยความละมุนของซาวด์ดนตรี และไลน์กีตาร์โปร่งที่งามมาก ๆ ส่งให้เพลงนี้เบาสบาย ลื่นไหล ชนิดที่ว่าเปิดฟังวนลูปทั้งวันก็ยังได้


    แต่ความเรียบง่ายของดนตรีเหล่านี้ กลับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงเนื้อเพลงเศร้า ๆ เอาไว้ ไม่ให้จมดิ่งจนเกินไป เพราะคำร้องของ Duet ค่อนข้างโหวงเหวง ว่างเปล่า หนักหนาเอาการ แต่วงก็เลือกที่จะเรียบเรียงเพลงนี้ด้วยความเรียบง่ายและเป็นธรรมดา ผลลัพธ์ของมันยิ่งตีรวนความรู้สึกให้ผสมปนเป ความเศร้าอาจเจือจางลงไปบ้าง แต่ความเหงากลับชัดเจน และปรากฏขึ้นแบบที่คุณอาจไม่รู้ตัว เหมือนฝนตกในวันที่อากาศร้อนจัด อบอ้าวและชุ่มชื้นไปพร้อมกัน

    NELL : Duet @NELL'S SEASON 2021 encore 'Bits and pieces' 2nd
    เสียงร้องนุ่ม ๆ โทนอบอุ่นของจงวานยังช่วยประคองความเศร้า ให้กลายเป็นความคิดถึงและโหยหา ความหน่วงหน่ายของเสียงถอนหายใจในตำนาน (จะขอพูดถึงสิ่งนี้ทุกครั้งที่พูดถึง Duet ไม่ไหวจริง ชอบมากกก) กลมกลืนไปกับซาวด์ดนตรีที่ให้ความเป็นเรโทรจาง ๆ ช่วยกระตุ้นความทรงจำในอดีตให้หวนคืน ทำให้ความ nostalgia เด่นชัด เพลงชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง Moonrise Kingdom ของเวส แอนเดอร์สัน การเดินทางเข้าไปในทุ่งหญ้า ป่าเขา และภาพของแซมกับซูซี่ที่ลอยเข้ามาซ้อนทับกับเนื้อเพลงได้อย่างพอดิบพอดี โดยเฉพาะท่อน "speaker ยังนิ่งเงียบ แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคุณจากอีกด้าน"  / น่ารัก :)





    • Track. 8 말해줘요 (Part of Me)

    "I want you to be a part of me. Don't leave."

    #Moments_in_between #202109 teaser 8

    /
    รู้สึกเหมือนคุณไม่ใช่คนที่ผมเคยรู้จัก
    อย่าเป็นอย่างนั้นเลย
    คุณเหมือนคนที่จะจากผมไปตลอดกาล

    Oh please, don’t leave, don’t leave.
    I want you to be a part of me.
    Oh please, don’t leave, don’t leave.
    ถ้ามีอะไรที่พลาดไป ผมจะแก้ไขให้หมด
    /
    คำแปลนาทีที่ 1:54

    หลังจากผ่านความสัมพันธ์แบบหน่วง ๆ ของเพลงในช่วงกลางของอัลบั้ม กับความรู้สึกหมดรักก็ไม่ใช่ จะจากไปก็ไม่เชิง อึน ๆ อยู่อย่างนั้น Track 8. นี้ จะเป็นเพลงที่ส่งเข้าสู่องก์สุดท้ายของเรื่อง เมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า ความสัมพันธ์เริ่มเดินทางมาถึงการแยกจาก และจุดจบที่ปลายทางจะมาถึงอย่างแน่นอน


    말해줘요 ขึ้นมาคำแรกก็เหลวไปหมด ลำพังแค่เสียงร้องคลอเสียงเปียโนในช่วงต้นก็กินเรียบแล้ว ยังถูกเสริมด้วยซาวด์ดนตรีแสนละเมียด ที่ทำให้เพลงนี้สวยงามตามขนบเพลง NELL ส่วนตัวคิดว่ามีโทนเพลงและทำนองบางช่วง ที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับเพลง See U In Five หลายอย่าง และได้ค้นพบว่า คำว่า "please" ที่ออกจากปากคิมจงวานนี่มันอันตรายจริง ๆ

    note : See U In Five อัลบั้ม COLORS IN BLACK (2019)
    >> NELL : COLORS IN BLACK / Colors of NELL

    NELL : 말해줘요 (Part of Me)  @Music Talk Live


    เพลงนี้คือที่สุดของการคุกเข่าอ้อนวอน ได้โปรดบอกมาว่าความสัมพันธ์ของเรายังดีอยู่ใช่ไหม หรือมีสิ่งที่ผิดพลาดตรงไหน บอกผมสิ ผมพร้อมแก้ไขได้ทุกอย่าง แต่ลึก ๆ แล้วต่างคนคงรู้ดี ว่ามันเลยจุดที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก เพราะคำว่าผมและคุณในเพลงนี้ช่างห่างเหิน เต็มไปด้วยความเศร้า เจ็บปวด และน่าสงสาร มีเพียงการเว้าวอน ฉุดยื้อครั้งสุดท้าย เพื่อรักษารอยแยกของความสัมพันธ์ที่เกินเยียวยา ทั้งที่ยังเต็มไปด้วยความรักก็ตาม

    /
    เพราะผมยังชอบคุณมาก
    อย่าจากไปเลย
    ผมจะพยายามให้มากกว่านี้
    /
    คำแปลนาทีที่ 3:13




    • Track 9. 정야 (Wishful Thinking)

    " มี 'เรา' ที่ต่างกัน "

    #Moments_in_between #202109 teaser 9

    /
    ถึงอย่างนั้น
    ผมอยากจะเข้าใจคุณให้มากอีกหน่อย
    ผมอยากพยายามให้มากกว่านี้
    แต่ยังมีหลายอย่างที่พูดออกไปไม่ได้

    อีกเล็กน้อย
    ผมอยากให้คุณยิ้มได้อีกสักเล็กน้อย
    ผมอยากเป็นแรงพลังให้คุณ
    และยังมีสิ่งที่อยากทำให้มากมายเหลือเกิน

    เหมือนที่คุณเคยทำให้ผมมาก่อน
    เหมือนที่คุณเคยทำให้ผมมาก่อน
    /
    คำแปลนาทีที่ 2:38

    แว๊บแรกที่อินโทรขึ้น นี่มันเพลงขอ lomosonic หรือเปล่า 55555555 แซว ๆ นะ พอละ กลับมา ๆ เข้าสู่โหมดจริงจัง เพราะเพลงนี้บอกเลยว่า ถ้าได้ฟังผ่านหูฟังเงียบ ๆ คนเดียวตอนดึก จะพบเจอกับความเคว้งคว้างขั้นสุด เหมือนถูกถีบออกไปนอกโลก โคตรเหงา


    สำหรับใครที่แพ้ซาวด์อวกาศขั้นรุนแรง จะต้องหลงรักเพลงนี้เหมือนกับเรา เพราะบรรยากาศในเพลงคือที่สุด มันโคจรพาเนื้อเพลงเศร้า ๆ ให้แหวกว่ายไปในอากาศรอบตัว สร้างมวลแห่งความโดดเดี่ยว เวิ้งว้าง ให้ฟุ้งกระจาย ยิ่งท่อน "เหมือนที่คุณเคยทำให้ผมมาก่อน" ยิ่งเปล่าดาย ยิ่งเพลงดำเนินไป ยิ่งรู้สึกถึงพื้นที่ว่างที่รายล้อม ยิ่งเสียงดนตรีที่ดังขึ้น ยิ่งรู้สึกถึงความเงียบไร้ขอบเขต ทุกอย่างบอบบาง พร้อมแตกสลายได้ทุกเมื่อ

    NELL : 정야 (Wishful Thinking) @NELL'S SEASON 2021 encore 'Bits and pieces' 3rd
    /
    ความเงียบที่ไม่สิ้นสุดของคุณ
    ทำให้การรอคอยของผมยิ่งเหงา
    /
    คำแปลนาทีที่ 0.39

    정야 หมายถึง ค่ำคืนอันเงียบสงบ 'ความเงียบ' จึงเป็นตัวละครสำคัญของเพลงนี้ ทำให้นึกถึงประโยคที่คิมจงวานเคยยกขึ้นมาบ่อย ๆ เกี่ยวกับเพลง 침묵의 역사 ที่อยู่ในอัลบั้ม Newton's Apple (2014) ว่า "Silence is violence" ความเงียบคือความรุนแรงอย่างหนึ่ง แม้กระทั่งในบริบทของความสัมพันธ์ การเมินเฉย นิ่งงันกัดกินทุกอย่าง มันคือระเบิดเวลาดี ๆ นี่เอง ความปราถนาดีที่อยากมอบให้ ความห่วงใย คำขอโทษ ทุกสิิ่งอย่างที่อยู่ในเพลง 정야 ถูกความเงียบกลืนกินลงหมด ความเงียบที่ไม่ได้เกิดจาก 'คุณ' ฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายรวมถึงความเงียบ ที่ก่อตัวอยู่ในใจของ 'ผม' คนในเพลงด้วย เหมือนต่างฝ่ายต่างลอยคว้าง หายไปในอวกาศ ที่หวังว่าจะได้รับการติดต่อจากโลกเพียงสักครั้ง

    / คิมจงวาน คนที่เคยแจ้งเพลง Epik High แทบตาย ว่าใส่คำว่า 'โทรศัพท์' ลงไปในเนื้อเพลงได้ยังไง
    มาถึงเพลงนี้ มีคำว่า 'โทรศัพท์' อยู่ในเนื้อเพลงเหมือนกันแล้วนะคะ 555555555

     

    • Track 10. Sober

    "Keep it simple."

    #Moments_in_between #202109 teaser 10

    /
    แต่ถึงอย่างนั้น 
    หากฉันขอพรได้เพียงข้อเดียว

    อย่าลืมเรื่องของเรา
    แม้เวลาจะผ่านไป
    นึกถึงกันบ้างในบางครั้ง
    เราที่เหมาะกับการเลิกรามากกว่ารักกัน
    แต่ถึงอย่างนั้น
    โปรดจดจำเราเอาไว้

    ในครั้งหนึ่งระหว่างเรา
    เคยเป็นทุกอย่างของกันและกัน
    นึกถึงกันบ้างในบางครั้ง
    เราที่คุ้ยเคยกับหยดน้ำตามากกว่าเสียงหัวเราะ
    แต่ถึงอย่างนั้น
    โปรดจดจำเราเอาไว้

    ถึงอย่างนั้น โปรดจดจำเราเอาไว้
    /
    คำแปลนาทีที่ 1:55

    และก็มาถึงตำแหน่งเพลงพิฆาตเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม ซึ่งสำคัญมาก ๆ เพราะมันคือบทสรุปของเรื่องราวใน Moment In Between ที่ผ่านมา กับการเปิดอินโทรเพลงด้วยเสียงของฝน ที่ทำให้ความซึมเซาพลันแล่นเข้ามาสอดประสานกับความเหงาของแทร็คก่อนหน้า เหมือนได้เป็นพระเอกในหนังเรื่อง Interstellar ที่ชอบเปิดฟังเสียงฝนในอวกาศ อาา คูเปอร์คงรู้สึกแบบนี้สินะ...


    คำว่า 'ตลอดไป' ไม่มีทางเป็นตอนจบของเรื่องราวความสัมพันธ์ในเพลงของ NELL แต่เมื่อจุดจบได้เดินทางมาถึง Sober เป็นเพลงที่จะแสดงว่า เรารับมือและรู้สึกกับมันอย่างไร ในจุดที่ความสัมพันธ์เริ่มเป็นเหมือนฝันร้าย ความเจ็บปวดกัดกิน และรอยแผลที่ไม่มีทางสมานลงได้ หากเป็นแต่ก่อน การรีแอคกับสิ่งเหล่านี้ในเพลงของ NELL ในช่วงวัยยี่สิบนั้น ช่างสับสน ร้าวลึก และทรมาน อย่างในเพลง Thank You ที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่เข้าใจ เพลง 자해 ที่แตกสลายจนอยากจะลืม หรือเพลง Meaningless  (NELL : Meaningless / Healing Process) ที่โกรธไปหมด ประชดประชันการก้าวเข้าไปในวังวนความสัมพันธ์ของมนุษย์ ว่าเป็นความโง่งมซ้ำซาก พร้อมทั้งเชื่อว่าเราจะลืมทุกอย่างในท้ายที่สุด 

    note : Thank you  และ 자해 อัลบั้ม Walk Through Me (2004)
    Meaningless อัลบั้ม Healing Process (2006)
    >> NELL : Meaningless / Healing Process
    แต่ Sober มองความเจ็บปวดฉันเพื่อน พร้อมทั้งอ้าแขนโอบรับอย่างเต็มใจ คุ้นชิน และ calm อย่างที่สุด จะเห็นได้จากเนื้อเพลงเปิดในท่อนแรก "ฉันคงจะไม่เป็นไร นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ฉันคงทนกับมันได้ เหมือนที่เคยเป็นมาตลอด" ที่ทั้งปลงและคูลมากในเวลาเดียวกัน ต่อให้เรื่องราวที่ผ่านมาจะดีหรือร้าย ฉันจะไม่ลืมว่าครั้งหนึ่ง เราเคยมีความทรงจำอยู่ร่วมในวงโคจรของกันและกัน และหวังว่าคุณจะจดจำมันไว้เช่นกัน ความต้องการที่จะยุติความสัมพันธ์ทั้งหมดอย่างเรียบร้อย เป็นเพลง NELL ในวัยสี่สิบ ที่แสดงทัศนคติต่อการเลิกราในมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นไปอีก 

    NELL : Sober @NELL'S SEASON 2021 'Moments in between' 2nd
    Sober เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ทำให้เราเสียน้ำตาโดยไม่รู้ตัว เพราะความปลอบโยนของตัวเพลง ฟิลเหมือนมีคนมาลูบหลัง ผสมกับความตื้นตันที่วงออกอัลบั้มใหม่ นี่แหละ คือวงดนตรีที่เราแสนภูมิใจและฝากความเชื่อมั่นไว้ได้อย่างเต็มร้อย ดีงามไปหมด ตัวเพลงที่ค่อย ๆ เล่าเรื่อง ดนตรีที่คอยตะล่อม คลอไปกับเสียงฝนที่ทำปฏิกิริยารุนแรงในเพลงของ NELL เสมอ ประทับใจกับเสียงกีตาร์ที่แผดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว เหมือนเสียงพายุฝนโหมกระหน่ำ ที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นหนังชีวิต 

    และปิดท้ายลงอย่างสวยงาม ด้วยคำร้องในพาร์ทหลัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเพลงลาก outro ของ NELL จะเป็นงานดนตรีที่พาเราไปจนสุด แต่ Sober กลับเป็นเนื้อร้อง ที่ทำหน้าที่กล่อมเกลาคนฟังไปจนหยดสุดท้าย เนื้อเพลงของคิมจงวาน ที่ยิ่งนานวันยิ่งเคี่ยวกรำ คำร้องที่ผสานความเจ็บปวดไว้เป็นส่วนหนึ่งได้อย่างเนียนกริบ ทั้งที่เพลงเย็นมาก ๆ เกิดการคลายของอารมณ์ด้วยเนื้อหา และการปล่อยวางในทางที่ดี ซึ่งถ้าจะให้เทียบกันในหมวดเพลงยาวกับ Track.6 위로 危路 (Beautiful Jeopardy) แล้ว Sober คือความบริบูรณ์ เป็นแทร็คสุดท้ายที่ทำให้ Moments In Between สมบูรณ์แบบและงดงาม

    NELL : Sober @NELL'S ROOM 2021 'Goodbye, Hello' 2nd
    Sober คืออาการสร่างเมา เนื้อร้องท่อนจบในพาร์ทหลังจึงให้ความรู้สึกเหมือนคนพล่ามในวงเหล้า ได้ทบทวนเรื่องความหลังครั้งเก่า และพยายามกลับมามีสติอีกครั้ง ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ เมื่อเวลาล่วงผ่าน การหวนนึกถึง อาจเหมือนการได้ย้อนมองตัวตนของเราเองในอดีต ยิ้มบาง ๆ ให้กับความเจ็บปวดที่ผ่านมาเหล่านั้น ยอมรับการมีอยู่ของมัน มองความสัมพันธ์ที่ผ่านมาอย่างเข้าใจ และจากกันด้วยดี 

    /
    ในครั้งหนึ่งระหว่างเรา
    เคยเป็นทุกอย่างของกันและกัน
    *
    *

    เห็นได้ชัดว่าระหว่างเรา
    คือฝันร้ายของกันและกัน
    เราก็เมามายไปด้วยกัน
    และเผลอหลับไปทุกครั้ง

    ทั้งที่รู้ว่าระหว่างเรา
    คือบาดแผลของกันและกัน
    เราก็ยังคงเลือก
    ที่จะสลักมันไปทั่วร่างกาย

    ใช่ สักวันหนึ่งเราต่างรู้ดี
    ว่ามันจะจบลงแบบนี้
    แต่ฉันแค่ไม่อยากจะเชื่อ
    ว่าสักวันหนึ่งมันคือตอนนี้

    โปรดจดจำเราเอาไว้
    จดจำไว้
    /
    คำแปลนาทีที่ 3:55

    * เนื้อเพลงสองท่อนนี้เป็นท่อนที่เราไม่มั่นใจในความหมาย คือคิดเข้าใจเองในหัว 
    แต่ไม่สามารถเขียนคำแปลภาษาไทยให้มันคล้องไปกับท่อนอื่นๆ ได้ เลยขอถือวิสาสะตัดข้ามไปเลย
    ดีกว่าปล่อยให้ความหมายผิดเพี้ยน หากนึกคำออกและมั่นใจแน่ๆว่าสิ่งที่เข้าใจถูกต้อง อาจมีการเพิ่มเติมภายหลัง 




    NELL 9th Album [Moments in between]
    NELL
    Jong-Wan Kim : Vocals, Piano, Guitars, Synthesizer & Programming
    Jung-Hoon Lee : Bass, Programming
    Jae-Kyung Lee : Guitars
    Jae-Won Jung : Drums & Percussions

    Produced by Nell
    Composed by Jong-Wan Kim (except track 2,3 by Jong-Wan Kim & Jung-Hoon Lee)
    Lyrics by Jong-Wan Kim
    All Music Arranged, Programmed & Performed by Nell
    Additional Piano (track 6) by Spaceboy
    String Arranged & Conducted by In-Young Park
    String Performed by IYP Orchestra in LA

    Recorded by Nell @Satellite Studio,
    Henry Watkins @Karma Sound Studios,
    Jeff Gartenbaum @The Village Studios,
    Hye-Seok Oh, Sang-Hyun Cho @M.O.L Studios,
    Dr.Ko (Assist. Pyoung-Wook Lee, Joon-Sang Kim, Min-Woo Lee) @Dreamfactory Studio,
    Mr. Sync @Korea Records
    Mixed by Jong-Wan Kim @Satellite Studio
    Mastered by John Davis @Metropolis Studios London
    /

    spacebohemian.com
    nell-store.com
    youtube.com/SPACEBOHEMIAN
    instagram.com/spacebohemians
    twitter.com/spacebohemian
    facebook.com/OfficialSpacebohemian


    การเสพอัลบั้ม Moments In Between เหมือนการได้อ่านหนังสือดี ๆ สักเล่ม หรือการได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่อง สำหรับเรามันเป็นเหมือนหนัง slice of life ที่นิยามคำว่า "เศร้าแต่สวยงาม" ออกมาได้อย่างละเมียดละมุน ดำเนินเรื่องเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดของอารมณ์อ่อนไหว ถ่ายทอดความเป็นธรรมดาของความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตและหักเหออกจากกัน ซึ่งเราได้แบ่งเรื่องราวของเพลงในอัลบั้มนี้ิิ ตามความรู้สึกส่วนตัวออกเป็น 3 Act

     
    • Act 1 จุดที่ความรู้สึกเริ่มก่อตัว และความสัมพันธ์ได้เริ่มต้น มีเพลง Crash แทนการสปาร์คจอยในครั้งแรก และอีกสามเพลงถัดมา 파랑 주의보 (Calling) / Don't say you love me / 유희 (U-Hee) คือเพลงคนคลั่งรัก ที่มีส่วนผสมของความรู้สึกถอยห่างและการหักห้ามใจ

    • Act  2 จุดแสดงรอยแยกของความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน โดยมี Don't hurry up เป็นตัวคั่น รวมทั้งทำหน้าที่เป็นเพลงเบรคแบ่งพาร์ทของอัลบั้ม ตามมาด้วยความหน่วง และความลังเลบางอย่าง ใน 위로 危路 (Beautiful Jeopardy) และ duet

    • Act 3  จุดสิ้นสุดความสัมพันธ์ เพลง 말해줘요 (Part of Me) / 정야 (Wishful Thinking) แสดงการฉุดรั้ง และปิดท้ายด้วย Sober ที่เป็นบทสรุปการจากลาที่สวยงาม


    ภายในอัลบั้มมีทั้งเพลงรักที่ให้ความรู้สึกถอยห่าง เพลงเนื้อหาปฏิเสธที่พร้อมวิ่งเข้าใส่ เพลงเศร้าแต่ดันสุข และแน่นอนว่ามีเพลงเศร้าที่โคตรเศร้า ทั้งหมดนี้คือความรูัสึกสับสน ซับซ้อน อันเป็นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ Moments In Between เลยมีความออร์แกนิคมาก ๆ เมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อน ๆ ของวง ปรุงแต่งน้อย ฟังง่าย ในแง่ของดนตรีที่เน้นความกลมกลืน เบาสบาย สงบเย็นมาก ๆ ถึงขนาดว่าเพลงโทนร้อนที่สุดในอัลบั้มตามความรู้สึก ดันเป็นเพลงช้าอย่าง Don't hurry up ไม่มีการกระชาก ไม่มีแทร็คอัพบีท หรือเพลงเร็วแรง ๆ อยู่เลย แต่เป็นซาวด์ที่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงบรรยากาศ เสียงนาฬิกา เสียงฝน เสียงถอนหายใจ เสียงของความว่างเปล่า ก่อเกิดเป็นมวลบรรยากาศที่หนาแน่นห้อมล้อม กระจายความรู้สึกของเพลงให้ฟุ้งตลบอบอวล



    ความโกรธ ความเจ็บปวด ทีี่เคยเผยออกมาในอัลบั้มก่อน ๆ ถูกสิ่งที่เรียกว่าการเติบโตกลืนกินมันเอาไว้ มุมมองต่อบางเรื่องที่ต้องผ่านช่วงวัยและการใช้ชีวิตมาจึงจะเข้าใจ เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดในเพลง Sober เพราะในจักรวาลเพลง NELL นั้น ความสามารถในการลืมของคน ยังคงเป็นความเชื่อหรือเข้าขั้นเป็น fact ได้ ถึงขั้นมีอัลบั้มที่อุทิศให้กับการถดถอยของความทรงจำ อย่าง Slip Away (2012) (NELL : Slip Away / Slip one's memoryแต่การมาของ Sober เหมือนเป็นความรู้สึกอีกด้านที่แสดงออกมาให้เห็น ซึ่งเนื้อเพลงของคิมจงวานยังคงซื่อตรงต่อตัวเองเสมอมา เพราะหากการลืมคือการหายไป Sober คือความต้องการให้มีอยู่ ของทุกความทรงจำทั้งดีและร้าย เพราะความเจ็บปวดนั้นเป็นส่วนหนึ่ง และหวังว่าตอนนี้ รสชาติของมันในเนื้อเพลงของคิมจงวานนั้น จะกลายเป็นความขมที่ดี และ healthy กว่าเดิม




    " เรากำลังพยายามแสดงเสียงที่เติมเต็มความรู้สึกของความหนาแน่น ด้วยความงามของพื้นที่ว่าง 
    ถ้าจะให้พูดสรุปง่ายๆ เพลง NELL ในวัยยี่สิบนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ วัยสามสิบคำว่าเศร้าสลด น่าจะเหมาะที่สุด และในวัยสี่สิบคือความโดดเดี่ยวและว่างเปล่า (หัวเราะ) "

    Kim Jongwan (2021)


    Moments In Between อาจเป็นอัลบั้มที่ค่อนข้างราบเรียบ หากเทียบกับอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง COLORS IN BLACK (2019) (NELL : COLORS IN BLACK / Colors of NELL) ที่มีความฉูดฉาดมาก ๆ แต่ภายใต้ความนิ่งเบาของ Moments In Between กลับมีแรงกระเพื่อมเหมือนคลื่นใต้น้ำ ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวพัดพากระแสอารมณ์ให้แผ่ซ่าน ตัวเพลงจะแทรกซึมเหมือนน้ำ ที่ซึมลึกเข้าไปในทุกอณูช่องว่าง เติมเต็มและปลดล็อคความรู้สึกที่คั่งค้าง แต่ยังคงรักษาความคลุมเครือไว้อย่างดี แม้จะเป็น NELL โทนที่สุขุมนุ่มลึกมากขึ้น แต่ทั้งหมดยังคงกลั่นออกมาเป็นซาวด์ดนตรีแบบ NELL ที่ยิ่งเวลาผ่านไป ความเฉพาะตัวและแนวทางยิ่งชัด เรียกได้ว่า 'Age like wine' คือยิ่งแก่ยิ่งเก๋า เหมือนไวน์ที่บ่มนานจนได้ถึงรสชาติที่ดี ไม่ฝาด หอมหวาน และนุ่มละมุน


    .




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in