HimorningHook H Himorning
I WON !
  • ! ! !   เสียงนาฬิกาปลุกดัง ! ! !
       
                 ผมหลี่ตามองเวลาบนมือถือ    ตีสี่สิบห้า  จากนั้นผมกด   STOP   และหลับตาเพื่อรอการปลุกรอบต่อไปคือตีสี่ครึ่ง 
     
                 ทันใดนั้นมีความคิดหนึ่งดังขึ้นมา "มึงลืมแสงแดดตอน 7 โมงเช้าไปแล้วเหรอ" 
                 และทันใดนั้นเองผมก็ผลักตัวเองลุกขึ้นออกจากห้อง รีบฉวยอุปกรณ์สำหรับวิ่งที่เตรียมไว้เมื่อคืน
                
                 ตอนนี้ผมวิ่งอยู่รอบนอกของสวนสาธารณะระยะประมาณ 2 กิโลเมตรต่อรอบ ระหว่างทางผมมองไปรอบๆ ทุกอย่างดูแปลกตา เหมือนกับว่าเมืองทั้งเมืองมีผมอยู่คนเดียว มันนิ่งและเงียบดีจริงๆ
     ผมรู้สึกมีสมาธิ เพราะเวลาวิ่งที่ใดก็ตามเวลาผมเห็นใครวิ่งแซงผมไปในความเร็วที่ใกล้เคียงกัน ผมจะลืมตัวไปวิ่งตามความเร็วของคนๆนั้น และในที่สุดผมก็ต้องลากขาตัวเองไปให้ถึงระยะที่ต้องการ

                 ท้องฟ้ามอบรางวัลแห่งคนตื่นเช้ามืดให้ผม ด้วยเม็ดฝนขนาดเล็กเป็นฝอย ในรอบที่สาม ผมวิ่งลั้นลาและรักษาความเร็วอยู่ที่  6 นาทีต่อ 1 กิโลเมตร 

                จากนั้นก็มีรางวัลอีกชิ้นหล่นลงมาจากฟ้าในรอบที่ห้า รางวัลชิ้นนี้เคยเป็นที่ปราถนา มันเคยกดตัวผมให้จบมิดกับเตียง มันมาพร้อมอากาศที่เย็นจนทำให้ผมซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างอุ่นสุข มันมีเสียงที่กระทบวัตถุใดในโลกก็เพลินหู  ใช่! ฝนตกหนักจริงๆแล้วครับ

               ผมวิ่งฝ่าห่าพร้อมคิดในใจว่า "กูชนะ" เพราะว่าผมจะแพ้มันทุกครั้งเวลาตื่นมาแล้วพบว่าฝนตก  ผมไม่ลังเลที่จะนอนต่อและยกเลิกการปลุกทั้งหมด

              เมื่อสายฝนหล่นช้าลง ผมกลับเร็วขึ้น ตอนนี้ผมวิ่งอยู่ที่ 5:55 นาที ต่อ 1 กิโลเมตร และรู้สึกว่าจะเร็วขึ้นได้อีก ก่อนที่จะทำความเร็วเพิ่มนั้น ผมนึกย้อนไปถึงว่าครั้งหนึ่งที่เคยได้ยินลุงสองคนวิ่งตีคู่กันแซงผมไป ผมได้ยินทันตอนที่ลุงคนนึงพูดขึ้นมาว่า "มันเหมือนเราจะไหวนะ แต่อีกไม่นานก็หมด"  ผมจึงวิ่งแบบถ่อมตน ด้วยความเร็วประมาณเดิม มันรู้สึกหมั่นเขี้ยวจริงๆ มันรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อขาต้องการปะทะ แต่ผมก็มีสติ เพราะว่าผมเหลืออีก 7 กิโลเมตร ผมไม่อยากลากขาไปถึงจุดหมายอีกแล้ว ผมอยากถึงจุดหมายในสภาพที่โอเค ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา ที่จะเรียกว่าหอบแดกก็ได้

            เหลืออีกแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น หมูๆ 

            หมูแดดเดียวล่ะสิ นี่มันเพิ่งจะเลยหกโมงเช้ามาไม่กี่สิบนาที ทำไมดวงอาทิตย์ถึงโผล่มาเร็วขนาดนั้น ผมหวังให้เมฆเอาดวงอาทิตย์นั้นไปซ่อนไว้ที่เดิม แต่ก็ไม่เลย ได้เวลาของมันแล้ว 

            แสงแดดไม่ได้ทำอะไรเกินไปอย่าที่คิด ผมกังวลไปเอง ผมกลัวว่ามันจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนผมต้องก้าวขาช้าลงทั้งๆที่กำลังสนุก แต่มันกลับทำให้ทุกอย่างมีสีสัน มันขับความสวยงามออกมาจากเส้นทางวิ่งของผม แสงและเงา สีและทรง เป็นเหมือนรางวัลชิ้นสุดท้ายของเช้านี้ 

           ผมถึงจุดหมายที่ 23 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 5 : 53 นาทีต่อ 1 กิโลเมตร  ผมดีใจได้รับรางวัลจากท้องฟ้าและแสงแดด  ผมอยากจะมารับรางวัลแบบนี้ในทุกๆเช้า และถ้าผมทำได้ รางวัลใหญ่ที่สุดที่ในชีวิตก็คือ สุขภาพที่ดี

           
        
     
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in