FUK-YOU Trip : ญี่ปุ่นหน้าร้อนeiijay_
(2)กรุงเทพ-โฮจิมิน-ฟุกุโอกะกับเวียดนามแอร์
  • - อาหารเวียดนามแอร์ดี แต่ไม่ใช่จะอร่อยไปหมด ที่นั่งโอเคสมกับราคา

    - ต้องใช้ทั้งเวียดนาม ญี่ปุ่น อังกฤษ ในการเอาชีวิตรอดจากเครื่องบิน

    - สนามบินเวียดนามใหม่กว่าที่คิด แต่ก็เล็กกว่าที่คิดเช่นกัน

    ____________________________________________________________________________


    ตอนที่แล้วไม่ค่อยมีตัวตนความวายปวงของเราสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เป็นต้นไปคือเสียงที่บ่นกับตัวเอง คำหยาบเลยมากหน่อยนะคะ แงงง


    วันที่ 31 กรกฎาคม เราเดินทางมาสนามบินสุวรรณภูมิตามนัดที่จองไว้เมื่อ6เดือนก่อน ในมือมีแค่รหัสจองจากเว็บกับพาสปอร์ต ไม่รู้เลยว่าจะได้บินจริงๆหรอเนี่ย แค่ความคิดเล่นๆของเราเมื่อหกเดือนก่อน ตอนนี้เรามาอยู่ที่สนามบินแล้ว! ด้วยความที่วางแผนทริปนี้คนเดียว จองคนเดียว เดินทางคนเดียวแบบเงียบๆไม่ได้บอกใคร เราเลยคิดเสมอว่าทริปนี้เป็นทริปในความฝัน ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆหรือเปล่า....


    หนังชีวิตพึ่งมาฉายเต็มๆตอนที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินนี่แหละ!


    ด้วยความที่ก่อนไปเราติดธุระจนถึงเกือบๆสี่โมงเย็น แต่เครื่องออกทุ่มนึง มันก็ปกติอยู่หรอก ...ถ้าสมาคมพันทิปไม่ได้บอกว่า ควรไปรอที่สนามบินก่อนสามชั่วโมง.... ห๊ะ สามชั่วโมง!... สี่โมงแล้วตรูยังอยู่สยามอยู่เลยบ่หนิ!

    ด้วยความรีบจัด เลยวิ่งแจ้นออกจากBTSอย่างเร็ว(โชคดีที่ของไม่เยอะ หอบไปแต่พอดี พร้อมกับมีกระเป๋าลากเข็นๆไปได้) พอมาถึงสถานีพญาไทต้องแวะแลกเงินก่อน(แลกเพิ่ม กลัวไม่พอ) เพราะกลัวที่สนามบินเรทแพง เอาวะ! เจ้านี้นี่แหละ ไม่มีคนเลย!


    เข้าไปบอกว่าแลกเงินค่ะ ยืนเงินป๊าปปปป ยืนรออย่างใจจดใจจ่อ....

    ...พนักงานเปิดคอม... /ตุ๊งตุงตุ่ง...

    ...เลือนเม้าส์ไปคลิ๊กโปรแกรมแลกเงิน.... /ดับเบิ้ลคลิ๊ก

    ระหว่างรอเน็ต เอาเงินเย็นมานับ... อ่ะกลับหัวนับอีกรอบ อ่ะกลับอีกที นับค่อยๆ

    หยิบเหรียญบาทออกมาถอน... กรุ๊งกริ๊งๆ ตายังจ้องเขม็งที่จอคอมเหมือนเน็ตไม่โหลด...

    .....

    ...

    “เอ่อ... แลกได้ไหมคะ?” คือตอนนั้นช้ามากจนต้องออกปากถาม ถ้าเน็ตไม่มีก็จะได้ไปแลกที่อื่น

    “กำลังแลกให้อยู่ค่ะ” พี่พนักงานตอบเสียงเข้มๆยืนยัน แต่มือยังคลิ๊กไปมาเหมือนกับอะไรไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง

    เชี่ยยยยยย เราเริ่มกระวนกระวายละ เพราะมันต้องใช้เวลาไปสนามบินอีก แอร์พอร์ตลิ้งค์ของประเทศนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้การได้เสมอ (ช่วงนี้มีข่าวรถไฟฟ้าพังบ่อยๆด้วย-_- ติดตามได้ที่เพจ “วันนี้แอร์พอร์ตลิ้งค์เป็นอะไร”)

    ในที่สุด! พี่พนักงานก็ยื่นเงินเยนที่นับห้ารอบมาให้(มีธนบัติอยู่สามใบ....) และจังหวะที่กำลังจะยื่นเงินไทยที่ทอนกลับมา พี่เขาก็ขวักมือเรียกให้ไปเอาของ พร้อมยื่นถุงกระดาษขนาดใหญ่มาให้...


    ...ค...คุกกี้อาร์เซนอล... -O-


    เห้ยยยยยยยย แลกเงินแล้วแถมคุกกี้ฟรี โปรโมชั่นอะไรวะเนี่ย มาเป็นกล่องเหล็กกลมๆเลยนะ5555555 คือแบบรับมาแล้วต้องวิ่งกลับมาคืน คือจะไปสนามบินโดยมีของอะไรแบบนี้ไม่ได้จริงๆ55555555 เป็นการเริ่มต้นทริปที่วดฟ.มากอ่ะ งงไปหมดแล้วววววววว


    จนในที่สุดก็มาถึงสนามบินจนได้ รีบวิ่งไปเช็คอิน(เป็นการเช็คอินที่ใกล้เวลาบินที่สุดเท่าที่เคยมีมา) พอเสร็จแล้วก็โล่งไปหนึ่งล่ะวะ ต่อมาก็หาร้านaisจะเปิดซิมเพื่อเอาไว้ใช้เล่นเน็ตที่ญี่ปุ่น พี่พนักงานบอกว่าถ้าซื้อซิมมาแล้ว ก็แค่แอคทีฟก่อนบินไปต่างประเทศ พอถึงที่นู้นจะได้ใช้ได้เลย อ่ะได้ โอเครค่ะพี่

    ก่อนบินชั่วโมงครึ่งก็ตรวจของต่างๆจนเข้าไปในดิวตี้ฟรีได้สำเร็จ มานั่งรอในเกตเกือบจะขึ้นเครื่องละ เราก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่า ลงทะเบียนซิมดีกว่า(ต่อจากนี้คงจะไม่ได้เล่นเน็ตแล้วมั้ง?) เห็นพี่พนักงานแนะนำให้ใส่ซิมในเครื่องแล้วแอคทีฟตั้งแต่ที่ไทย เราก็อ่ะจิ้มซิมเก่าออก ยัดซิมเล่นเน็ตเข้าไป ป๊าบบบบ....

    Seaching….

    (._.  )....

    Seaching….

    (  ._.)…

    No service

    (  O_O)!!!!!

    เฮ้ยยยยย ซิมใช้ไม่ได้!!


    ...เราถอด-ใส่ซิมเป็นสิบรอบ ก็ยังขึ้นNo serviceอยู่ดี แงงงงงง ทำไมมันเป็นอย่างนี้ล่ะ! เอไอเอส! ช็อปปี้! ร้านที่mbk! มึ๊งงงงงงงง! ตอนนี้โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง5555555555555 คือแบบกำลังจะขึ้นเครื่องอีกสิบนาที คือมีเวลาสั่งเสียแค่นั้น(ยังกะไปรบ-_-) เลยต้องรีบบอกชาวบ้านว่าจะติดต่อไม่ได้นะ บลาๆ ....สุดท้ายก็เสิร์ชที่ขายอินเตอร์เน็ตซิมที่นู้นเตรียมไว้ก่อน เผื่อวิกฤตจริงๆจะไปซื้อเอาที่สนามบินญี่ปุ่นก็ได้วะ(แล้วก็พึ่งรู้ว่าแพงมากกกกก แพงกว่าซื้อซิมที่ไทยเยอะมาก ก็หลักพันอ่ะ)... โธ่ ยังไม่ทันจะได้ขึ้นเครื่อง เรื่องก็เกิดแล้วหรอวะเนี่ย ลางไม่ดีเลยแงงงงงงงงT^T


    พักเรื่องซิมไปก่อน...พอขึ้นเครื่องได้ก็โล่งใจไปอีกหนึ่ง(ถ้าตกเครื่องอีกจะซวยซ้ำซ้อน...) เดี๋ยวจะไปทรานซิสที่โฮจิมินซิตี้ แล้วบินต่อไปสนามบินฟุกุโอกะ เอาวะ! กังวลการทรานซิสครั้งแรกของชีวิตดีกว่า(มั้ง?...แต่ทรานซิสคนเดียวนี่ครั้งแรกแน่นอน) งั้นเราตัดภาพมาดูอาหารมื้อแรกบนเครื่องกันนะฮะ....

    ตั้งชื่อให้ว่า พริกขี้หนูกับหมูแฮม....สลัดรีเฟรชชีวิตให้ฝดฝื้น ฟรุ้งฟริ้ง

    ...ต..แต่มันเย็นชืดไปหมดเลย-__________________-

    สิ่งที่อร่อยสุดคืออันที่เหมือนรากบัวสีส้ม กรอบกรุบ มีรสเผ็ดๆเปรี้ยวๆหน่อยๆ สัมผัสประหลาด ไม่เคยกินรสแบบนี้มาก่อน55555

    พอมาถึงโฮจิมินก็ลงเครื่องมาทรานซิสมันต้องตรวจสัมภาระอีกรอบใช่มะ แต่ครั้งนี้คนที่ตรวจเปลี่ยนไป…. เป็นทหารเวียดนามหน้าเคร่งๆอ่ะ ใส่ชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้า ชุดปักดาวแดง ทั้งห้องตรวจเงียบๆมีแค่เราสามคน มีคนแกว่งๆเครื่องตรวจคนนึง อีกคนนึงดูจอเอ็กซเรย์ แล้วก็เราที่เกร็งไปหมด คือสภาพตอนนั้นกับจังหวะที่เปิดพาสปอร์ตแล้วมองมาที่หน้านี่น่ากลัวมากอ่ะ แงงงงงงงง เอาตรูออกไปจากตรงนี้ทีT-T


    และแล้วก็ผ่านเข้ามาจนได้ เดินตรงไปที่หน้าเกตเตรียมขึ้นลูกเดียวเลยจ้า ไม่กล้าทำอะไรแปลกๆกลัวพี่แกจับเขาคุก....


    สนามบินโฮจิมินซิตี้เป็นสนามบินเล็กๆ เดินแป็บเดียวก็ทั่วแล้ว มีร้านขายของที่ระลึกทั่วไปที่รับแต่เงินดองและดอลล่าร์ มีไวไฟฟรีให้เล่นได้สามสิบนาที(แถมเร็วด้วย) และที่พีคอีกอันนึงคือ มีโซนห้องให้นอนด้วยอ่ะ555555

    ถ้าใครจองห้องไม่ทัน ก็มีเก้าอี้ราบแบบนี้ให้นั่งๆนอนๆแทน สะดวกมากๆ



    จนได้เวลาขึ้นเครื่องต่อไปฟุกุโอกะ หนังชีวิตบทใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น....



    เอาล่ะ! ครั้งที่แล้วเราบินแอร์เอเชีย แอร์เป็นคนไทย ผดส.เป็นคนไทยกว่า80เปอร์เซ็น จะทำอะไรก็จะมีประกาศภาษาไทยกำกับ สบายใจ สื่อสารได้รู้เรื่องกันทุกคน…


    แต่นี่เป็นเครื่องเวียดนามแอร์ไลน์ ที่กำลังจะบินไปญี่ปุ่น

    วินาทีนั้นก็ได้ตระหนักว่า ความหลากหลายทางเชื้อชาติของโลกเราเยอะจริงๆ…


    เรามาดูกันอย่างละเอียดอีกทีนะฮะ…

    1.   เวียดนามแอร์ไลน์ก็ต้องมีคนเวียดนาม เราพบเด็กคณะหนึ่งเหมือนมาดูงานอะไรสักอย่างที่ญี่ปุ่น(คือเห็นเขาพูดญี่ปุ่นได้ด้วย) แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วก็คนเวียดนามทั่วไปที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น รวมถึงแอร์ก็เป็นคนเวียดนามด้วย

    2.   บินไปญี่ปุ่น ก็ต้องมีคนญี่ปุ่นครับ... ส่วนใหญ่เป็นแนวๆคุณป้าอายุสูง อ่านหนังสือพิมพ์อัพเดตข่าว พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย

    3.   ฟุกุโอกะเป็นเมืองท่า มีเรือเร็วไปถึงปูซานประเทศเกาหลี เลยมีคนเกาหลีอยู่บ้างประปราย โอเคยังไม่ค่อยเจอจังๆบนเครื่อง ไม่งั้นต้องมีอันยองอาเซโยกันบ้างล่ะ

    4.   คนไทยที่เหลือรอด จากโปรไทย-ฟุกุโอกะ(เห็นมีอยู่คน3คน รวมเราเป็น4-O-)


    พอได้ขึ้นเครื่องมันจะเป็นที่นั่งติดกันสามที่สองฝั่ง เราได้ที่นั่งติดทางเดินตรงกลาง(ก็ดี จะได้สั่งเครื่องดื่มแอร์ได้ถนัดๆ เขินตอนเรียก5555) มาดูโชคชะตาแรนด้อมคนที่นั่งติดเรากันนะฮะ...


    ที่นั่งในสุด เป็นหนึ่งในเด็กคณะเวียดนามไปดูงานญี่ปุ่น แน่นอนว่าไม่พูดภาษาอังกฤษเลย แต่พูดภาษาญี่ปุ่นกับเวียดนามได้

    ที่นั่งตรงกลาง ผู้สูงวัย เพศหญิง สัญชาติญี่ปุ่น พูดภาษาอังกฤษได้คำเดียวคือแท๊งกิ้ว

    ที่นั่งติดทางเดิน กะเหรี่ยงไทย(เลาเอง) พูดภาษาไทยได้ดีมาก ภาษาอังกฤษได้ก็บุญแล้ว

    แอร์เดินอยู่ตรงทางเดิน ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลย จึงพูดภาษาเวียดนามใส่ผดส.แม่ม แต่เข้าใจภาษาอังกฤษอยู่บ้าง


    ครับ.... นี่ไม่ใช่ข้อสอบโอเน็ตหรือตรรกะศาสตร์-_____- เงื่อนไขการใช้ชีวิตเยอะมากจนเราไม่สามารถนั่งชิลได้อย่างสบาย คือจะพูดกับใครต้องปรับภาษาที่จะสื่อสารก่อน ต้องมีสติตลอดเวลาเว่อร์55555 แล้วพอนั่งอยู่ติดทางเดิน มันต้องสื่อสาร+ส่งของให้กับเพื่อนๆที่นั่งข้างในด้วย


    ตัวอย่างเหตุการณ์ความวุ่นวายของภาษาอันแรก

    ป้าญี่ปุ่นเรียกแอร์มาจะขออะไรสักอย่าง

    “โคอิฟี่ โคอิฟี่พลีส”

    แอร์ก็ทำหน้าเอ๋อๆ ไม่เข้าใจว่าป้าจะเอาอะไร ...ป้าเริ่มถอนหายใจ ทำท่ายกแก้วขึ้นดื่ม

    “โคอิปิ ค๊อปปี้พะลีสสึ” ป้ายังยืนยันคำเดิม จนตรูต้องโพล่งขึ้นมา

    “เอ่อ... คอฟฟี่...” สำเนียงตรูก็ไม่ได้ดี เขินนิดๆแฮะ

    “อ่อ... คอฟฟี่ โอเค...” แอร์ทำหน้าเข้าใจแล้ว แล้วหันไปหาสจ๊วตที่อยู่ท้ายเครื่อง.. ชี้ไปที่ป้าแล้วตะโกนว่า “กาแฟฟฟฟฟ”

    เชี่ย! ภาษาเวียดนามเรียกกาแฟว่ากาแฟว่ะ พึ่งรู้วันนี้-O-


    ตัวอย่างเหตุการณ์ที่สอง

    เครื่องใกล้จะลงแล้วในอีก1ชั่วโมง คนเวียดนามก็ตื่นขึ้นมาควักๆดูของที่ช่องเสียบสัมภาระตรงเบาะ หยิบใบตม.ขึ้นมาแล้วเรียกเรา

    “ดั๋มวงวานเสี๊ยมดิ้งตั๋มยงสง...”

    ห๊ะ... เราทำหน้างงๆกลับไป ภาษาอื่นยังพอเดาได้ แต่เวียดนามนี่คือไม่ได้เลย-O-

    “งมย๋มกึนพึ่มยั่มเสียบ ส๋ำจมย๋มเย๋า...”

    อาร๊ายยยยยย ไม่เข้าใจโว้ยยยยยย ทำไมไม่พูดภาษาอังกฤษว้า มาดเหมือนเด็กธุรกิจอะไรสักอย่างที่อินเตอร์อ่ะ แล้วป้าญี่ปุ่นที่นั่งตรงกลางก็เริ่มหันมามองซ้ายขวา เหมือนแบบว่าป้าขอแจมด้วยได้ไหม… ป้า...ป้าหยุดตรงนั้นเลย -___- ถ้าป้าแทรกญี่ปุ่นมาอีก กะเหรี่ยงคนนี้จะต้องเทคพาราแล้วคร่ะ

    จนในที่สุดคุยกันห้านาทีก็ไม่เข้าใจ ต้องค่อยๆดูภาษามือ คิดวิเคราะห์แยกแยะ สังเกตมือเขาว่าจะหยิบใบตม.ขึ้นมาเขย่าๆด้วยทำไม พอมาดูของตัวเอง อ๋ออออออออออ มันได้คนละสองใบเว้ย! แต่คนเวียดนามคนนั้นได้แค่ใบเดียว ต้องกรอกใบของชาวต่างชาติด้วย เขาน่าจะอยากได้อีกใบเพิ่ม เออ! จบ! ก็เดาอยู่ตั้งนานว่าทำไม ;----;

    เลยต้องยกมือขอใบให้จากแอร์ แต่แอร์เดินกลับมาบอกอีกทีว่าใบหมดแล้วค่ะ ต้องไปเอาที่สนามบินแทน บรั่ยส์ โชคดีนะยูว์



    อาหารเช้าก่อนลงจากเครื่อง สไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟตรงจากพี่แอร์เจ้าเดิม

    เราเป็นคนกินค่อนข้างยาก เลยรู้สึกรสชาติแปลกๆทุกมื้อเลย55555 แต่อันนี้ก็อร่อยดีนะ คืออย่างน้อยก็กินข้าวหมด ส่วนสลัดมันเป็นกระเจี๊ยบซึ่งเรากินไม่เป็นกับผักดองเครื่องเคียงที่เราไม่คุ้นในอาหารญี่ปุ่นเลยไม่หมด


    ปล. ก่อนลงเครื่อง ป้ายื่นห่อขนมเล็กๆมาให้แล้วส่งสายตาว่า ป้าให้นะลูก เป็นถั่วที่เขาแจกให้เป็นกับแกล้มก่อนนอน แต่ป้าไม่กินเลยเก็บเอาไว้ให้55555 ไอ้นี่ช่วยชีวิตเราไว้ตอนที่ไม่มีเวลาหาอะไรกินด้วย คิดถึงป้าจัง :)


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in