The Dream Devourers #นักกินฝันdaiong
อารัมภบท
  • เอ็ดมันด์ ฮัตตันได้รับมอบหมายให้คุมการคัดเลือก ‘นักกินฝัน’ ในปีนี้เป็นครั้งแรก หรือก็คือสิ่งที่หลายคนเรียกว่า ‘ผู้วิเศษ’ ‘ผู้หยั่งรู้’ ’หรือ ‘หมอผี’ นั่นเอง การคัดเลือกดังกล่าวนั้นมีอัตราการตกสูง หนึ่งในสาเหตุก็คือ มันไม่เหมือนการสอบวิชาชีพบางประเภทที่จำเป็นต้องมีทักษะขั้นต่ำบางอย่างมาก่อน แต่เป็นการเปิดให้ใครมาสมัครก็ได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไร มีพื้นฐานอะไร หากผ่านเข้ามาเป็นนักกินฝันมืออาชีพ ค่าตอบแทนย่อมสูง ใครก็ตามที่ได้เป็นนักกินฝันถือว่าเป็นผู้คุมพลังงานของแผ่นดิน ไม่ว่าจะทรัพย์สินหรืออำนาจก็อยู่ในเอื้อมมือ


    ในขณะเดียวกัน การทดสอบระหว่างการคัดเลือกก็อาจต้องแลกด้วยชีวิต


    บางครั้ง เอ็ดมันด์ก็นึกขอบคุณพระเจ้าที่ประชากรในแผ่นดินเมโดว์แบงค์มีไม่เยอะเท่าพวกมนุษย์โลก พวกคนมาสอบจะได้ไม่มากไปกว่านี้!


    “คุณเอ็ดมันด์ มีคนตั้งคำถามกันบนอินเตอร์เน็ตล่ะครับว่า ที่ปีหลัง ๆ องค์กรผู้วิเศษเพิ่มช่องทางการสมัครนักกินฝันผ่านทางดิจิตัลจะไม่ทำให้การคัดเลือกบิดเบือนขึ้นมาเหรอ เพราะเขาคิดว่าการที่พวกเราวิเคราะห์ ‘พลังงาน’ ของผู้สมัครผ่านกระดาษที่ส่งกันมานั้นน่าจะแม่นยำกว่า” โธมัส วู้ดเฮาส์ หนุ่มหัวแดงแว่นเหลี่ยมที่อยู่ข้างกายเอ็ดมันด์เอ่ยขึ้น เขามีเครื่องหน้าที่ดูผ่อนคลาย ดวงตาสีฟ้ากระจ่างใส ไว้เคราบางเบาที่ปลายคาง มือเลื่อนเมาส์ไล่รายชื่อของผู้สมัครปีนี้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และมีอีกหน้าจอกำลังเปิดดูเว็บบอร์ดสาธารณะอยู่


    เอ็ดมันด์ควบคุมรถเข็นคนพิการที่เขานั่งอยู่ให้เคลื่อนไปข้างกายโธมัส ภายนอกเอ็ดมันด์ดูเหมือนบุรุษวัยย่างสามสิบ ผมยาวสีบลอนด์ซีดเกล้าครึ่งหัว ดวงตาคมเรียวสีเทานั้นส่อแววเข้มงวด เอ็ดมันด์ส่งเสียงอืมในลำคอ แล้วว่า “ก็ไม่แปลกที่จะตั้งคำถามกันล่ะนะ นักกินฝันน่ะ… เป็นสายอาชีพที่ดูห่างไกลสำหรับคนทั่วไปอยู่ พอ ๆ กับการแพทย์เฉพาะทางหรือที่ปรึกษาเฉพาะกลุ่ม”


    โธมัสพยักหน้าช้า ๆ  พอมนุษย์โลกเริ่มใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น แผ่นดินเมโดว์แบงค์ที่เป็นภาพสะท้อนของโลกนั้นก็ปรับตามไปด้วย ซึ่งทำให้หลายคนอาจเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาว่า ขอบเขตการวิเคราะห์พลังขององค์กรผู้วิเศษมีประสิทธิผลเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพลังงานดังกล่าวนั้นเป็นตัวแทนพลังจิตและกลิ่นอายพลังเวทที่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสัมผัสได้


    การจะหยั่งระดับพลังงานผ่านสื่อต่าง ๆ ต้องผ่านการฝึกฝนมาก่อน ไม่ว่าจะฝึกด้วยตัวเอง หรือผ่านผู้ชี้แนะก็ตาม ดุจการอ่านลายมือเขียน ที่ระดับผู้เชี่ยวชาญหลายคนถือว่า แม่นยำถึง 85 – 95%  เรียกว่า มิใช่สมองที่ส่งผลกับลายมือ หากแต่ลายมือคือตัวสื่อสมอง และเทียบกับเครื่องมือวัดนิสัยอื่นก็ยังถือว่าแม่นยำและเห็นผลเร็ว


    อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ลายมือเขียนก็มีหลักฐานต้านว่า ไม่เป็นสากล ในขณะที่


    “การวิเคราะห์พลังงานถือว่า ประยุกต์ใช้ได้อย่างครอบจักรวาลสำหรับเมโดว์แบงค์... ถึงจะมีช่องโหว่บ้าง เช่น การซ่อนหรือบิดเบือนพลังงานจากตัวผู้สมัครเอง แต่ผู้สมัครที่ทำแบบนั้นตอนสมัครเข้ามาก็รับความเสี่ยงจุดนั้นไปด้วย เราไม่ได้ปิดว่าเราใช้วิธีวัดระดับพลังงานสำหรับการคัดรายชื่อ แค่ยังไงก็ไม่ได้บอกว่าเลือกจากพลังงานรูปแบบไหนบ้าง” เอ็ดมันด์โน้มเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น “นี่เธอกำลังทำรายชื่อของคนสมัครวันสุดท้ายสินะ”


    “ครับ ปีนี้มีผู้สมัครเข้ามาทั้งหมด 5,391 คน คัดเลือกจนเหลือ 500 คนตามเป้าหมายครับ” โธมัสบอก พลางคลิกปุ่มกรองข้อมูลในตารางให้เหลือรายชื่อที่ได้รับเลือก “ก่อนอื่นผมคัดจากระดับพลังงานสามแบบที่ใช้เป็นเกณฑ์เลือกสำหรับปีนี้ ซึ่งก็คือความแน่วแน่ ความใฝ่รู้ และการรู้จักตนเอง เมื่อจัดเรียงรายชื่อตามระดับพลังงานที่แทรกมากับเอกสารที่ส่งเข้ามา ผมก็ไล่อ่านแบบฟอร์มเพื่อคัดเลือกจากทักษะในการสื่อสารต่อครับ


    “แน่นอนว่ารายชื่อผู้สมัครทั้งหมดได้รับการกรองโดยคุณเอลินอร์ด้วยขั้นตอนเดียวกัน ก่อนจะมาตรวจสอบเทียบกันอีกทีกับรายชื่อของผม เพื่อเพิ่มความเป็นกลางในการคัดเลือก พวกเราถกกันจนได้มาซึ่งห้าร้อยรายสุดท้ายครับ”


    เอ็ดมันด์นิ่งคิด รายละเอียดในการคัดเลือกนักกินฝันแต่ละปีนั้นปรับไปตามการตกลงระหว่างผู้คุมสอบในปีนั้น ๆ  ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนองค์กรผู้วิเศษ ปีนี้พวกเขาตัดสินใจว่าจะไม่เลือกโดยการดูพลังงานด้านปฏิภาณตั้งแต่แรกเริ่ม เผื่อว่าจะพบนักกินฝันที่อาจทดแทนไหวพริบด้วยความพิถีพิถันมากขึ้น ส่วนการไล่อ่านด้วยตาเปล่านั้นก็เป็นวิธีที่ดูเป็นมนุษย์เสียเหลือเกิน สมกับเป็นวิธีที่โธมัสเป็นคนเสนอมา เขาคิด


    “แล้วขั้นตอนการคัดเลือกที่คุณเอ็ดมันด์คิดไว้ล่ะครับ” โธมัสหันมาถาม “เห็นว่าอยากจะเพิ่มอีกหนึ่งอย่างจากที่หารือกันไว้ใช่ไหมครับ”


    “อ้อ… นั่นน่ะ… ใช่แล้ว” เอ็ดมันด์ว่า “ด็อพเพิลเก็งเงอร์”


    โธมัสเบิกตากว้าง “เอ๊ะ…”


    “ด็อพเพิลเก็งเงอร์” เอ็ดมันด์ย้ำอีกครั้ง “การปรากฏหรือการมีอยู่ของบุคคลที่หน้าตาเหมือนกัน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด ปรากฏการณ์ที่เป็นลางสังหรณ์ของโชคร้าย หรือที่เรียกกันว่า ‘แฝดผู้ชั่วร้าย’ หรือ ‘แฝดแปลกหน้า’ นั่นเอง”


    “กำลังกล่าวถึงกรณีเวลาคนเราฝัน หลาย ๆ ครั้งคนที่เราเป็นในฝัน จะเป็นคนที่นิสัยตรงข้ามกับตัวเราสินะครับ”


    “ไม่ใช่แค่นั้น ในโลกมนุษย์ที่เมโดว์แบงค์กำลังจับตาดูอยู่นั้น บ้างก็มีความเชื่อว่าคนทุกคนมีด็อพเพิลเก็งเงอร์ของตัวเองอยู่ หรือก็คือ บุคคลอีกคนที่มีลักษณะภายนอกเหมือนตัวเอง สำหรับคนที่มีสัมผัสที่หก ก็มีกรณีที่เห็นด็อพเพิลเก็งเงอร์ของตัวเองเดินผ่านไปทางอื่น แต่พอถามคนอื่นแล้วกลับไม่มีใครเห็นอะไรเลย” เอ็ดมันด์เพ่งจอคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาจริงจังขึ้น “ยังไม่รวมถึงการที่สมองมนุษย์สร้างคนที่นิสัยต่างจากตนเองเป็นเสมือนกลไกป้องกันตัว เพื่อสร้างฝันที่ฝึกให้เรารับมือกับความเครียดได้ดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น คนที่จะผ่านการคัดเลือก คือคนที่สามารถรับมือกับด็อพเพิลเก็งเงอร์ของตัวเองได้”


    “จะให้ลองเข้าไปกินฝันของตัวเองหรือครับ”


    “ถูกต้อง” เอ็ดมันด์ตอบ “แล้วการเตรียมงานสำหรับการคัดเลือกรอบแรกล่ะไปถึงไหนแล้ว”


    “คุณเอลินอร์กับผมได้ลองเลือกมาแล้วครับ ผู้เล่นที่ได้รับการประเมินว่าอาจมีพลังมากที่สุด...” โธมัสกล่าว พลางคลิกชื่อหนึ่งเพื่อเปิดหน้าจอรายละเอียดของผู้สมัครคนนั้นขึ้นมา


    คิ้วของเอ็ดมันด์เลิกสูง “ปีนี้มาแปลกนี่”




    พูดคุยใน #นักกินฝัน
    Facebook page : Daiong's writings
    Beta-readers : Blue Cat & https://my.dek-d.com/tasenda/writer/

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in