เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
“เป็น-เรื่อง-เป็น-ราว”MidnightMessageBox
ตะวันลับบาร์
  • เพื่อน

    “เราจองที่พักผิดเดือนว่ะ เอายังไงดีวะ”


    ดูเหมือนว่าสัญญาณแรกหลังจากเข้าสู่วัยเบญจเพสได้เริ่มขึ้นแล้วสินะ เมื่อการออกเดินทาง สู่งานดนตรีแจ๊ส ณ เมืองปาย ล้มเหลว อย่างไม่เป็นท่า ก่อนเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม


    แต่ถ้าหากคุณคิดว่าเรื่องมันจบลงตรงนี้…นั่นผิดแล้ว 


    “ไม่ต้องถามความเห็นกูก็ได้เพื่อน ลุยกันต่อสิวะ”

    นั่นแหละพวกผมไม่ยอมให้เรื่องราวแบบนี้กลายเป็นความผิดพลาดอยู่แล้ว ยังไงคนบ้างานเข้าเส้น อย่างซีอีโอ ผู้ไม่เคยหยุดพัฒนาองค์กร กับนักชงกาแฟขี้เมา แถมเป็นนักเขียนนิดหน่อย ทั้งสองหลงรักการขับขี่ทางไกล เพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรเกินใจ พวกเขาสองคนอยู่แล้ว ณ เวลานี้ 




    แต่นั่นก็คงไม่มีอะไร แย่ไปกว่าระหว่างทาง กับการที่คุณต้องเข็นรถขึ้นเขา เป็นเวลากว่าสี่สิบนาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะผ่านมาเจอ แล้วพาผมเดินทางเข้าสู่ด่านตรวจ พวกเราต่างมึนงงกับอาการ แม้กระทั่งเพื่อนร่วมทางที่วนรถกลับมาตรวจดูอาการ ก็ไม่สามารถหาตสาเหตุได้ 


    หลังที่ผมที่เหนื่อยล้า กับเพื่อนร่วมทางที่ต้องขับรถวนกลับมา ว่าไอ่นักชงกาแฟอย่างผม 

    เป็น ตาย ร้าย ดี อย่างไร 


    โดยรวมแล้วกว่าร้อยยี่สิบนาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารและกรมป่าไม้ จะล้มเลิกความตั้งใจและตามหารถกระบะซักคัน ที่จะพาผมขึ้นไป ยันจุดหมายปลายทาง


    ในโชคร้าย ก็ยังไม่ได้ทำให้มอเตอร์ไซค์คู่ใจ นั้นตายจากผมไป ในทริปนี้เสียทีเดียว หลังจากถึงอู่รถ ผมบอกลาครอบครัวผมใจดีทั้งสาม ไม่นานปัญหาก็ถูกแก้ไข สภาพไร้ความเสียหาย มีแค่ระบบเดินไฟนิดหน่อยที่หลุดจากกัน เพียงพี่ช่างต่อเข้าไปใหม่ ผมก็กลับควบรถคู่ใจ มุ่งสู่สถานที่พักแรม


    เราจะทำอะไรกันดีนะ ออกไปเดินสูดอากาศ ตามถนนคนเดิน ตามหามื้อเย็นสุดน่าประทับใจ หรือแยกย้ายกันไปนอนโง่ๆ แล้วปล่อยให้ค่ำคืนนี้ ผ่านพ้นไป


    มันก็แน่ละสิ พวกผมเลือก “แอลกอฮอล์”


    ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไร 

    เราไม่สนใจ เพราะพวกเราแค่เดินทางมา…พัก ผ่อน หย่อน ใจ


    ——————————


    สองทุ่ม กับสองชายหนุ่มในค่ำคืนนี้ ที่กำลังดื่มอยากเอาเป็นเอาตาย เหมือนพวกพนักงานประจำที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาตั้งแต่หัววัน


    “ทำไมเบียร์วันนี้มันหวานจังวะ” 

    ช่างเป็นคำถามที่ไม่ได้น่าแปลกใจเท่าไหร่


    .

    .

    .


    เวลาก็ล่วงเลยไป มิตรภาพก้นขวด จากหนึ่ง เป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นหก เริ่มจางหาย เมื่อสหายเจ้ากรรม ดันติดพันธะทางการงาน


    สองหนุ่มกับอาการเหนื่อยล้า แต่ไม่อยากหลับไหล

    งั้นเราไปตั้งหลักใหม่ ที่บาร์สุดท้าย ตรงข้ามที่พักกันดีกว่า


    “เพื่อน กูเริ่มไม่ไหวแล้วว่ะ ขอกลับห้องไปคุยงานก่อนนะ”

    แล้วนั่นก็คงจะเป็นประโยคสุดท้าย ของเพื่อนร่วมทาง ในค่ำคืนนี้ ไม่เป็นไร ผมไม่มีปัญหากับการพักผ่อนหย่อนใจด้วยตัวคนเดียวมาแต่ไหน แต่ไร อยู่แล้ว


    เหลือเพียงแต่ ชายหนุ่มนักชงกาแฟท่านหนึ่ง ที่ยังไม่ตอบรับการหลับนอน


    ช่างน่าสนใจ เพราะไม่กี่อึดใจพนักงานท่านหนึ่งก็สัมผัสได้ ว่าถิ่นกำเนิดผมมาจากถิ่นฐานไหน 

    กับบทสนทนาสุดเรียบง่าย ในรูปแบบของคน บ้านเดียวกัน 


    “ใช่ครับ ผมคนเชียงใหม่”

    แอลกอฮอล์  ควันบุหรี่ และบทสนทนาดีๆ สวัสดี คนบ้านเดียวกัน เป็นเรื่องชวนปิติยินดี อย่างน้อยค่ำคืนนี้ ก็มีมิติมากยิ่งขึ้น


    ค่ำคืนยังคงดำเนินไปจนกลายเป็นวันใหม่ ผมยังคงเสพสมอยู่กับลาเกอร์พันธุ์สัตว์ใหญ่ อยู่ที่เดิม ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร เพียงข้ามถนนไป ก็ถึงที่พัก ผมเลยเลยปล่อยตัวปล่อยใจ แล้วไหลไปตามกระแสเวลา ณ ตอนนี้ขอให้ผมได้ใช้ ทุกวินาที ในการดื่มด่ำจวบจนหยดสุดท้าย 


    แต่เหมือนว่า โชคชะตา จะไม่อยากให้หยุดเท่านี้


    “เหมือนว่าคุณยังไม่อยากให้คืนนี้จบลงโดยง่ายสินะ ลองไปที่ “ตะวันลับบาร์” ดูสิ มันจะช่วยต่ออายุของคุณในค่ำคืนนี้ได้นะ” 

    ใช่แล้วพนักงานคนดี คนเดิม กำลังเสนอช่องทางต่อเวลาค่ำคืนนี้ออกไป


    “โอเคครับงั้นเช็คบิลเลย”




    ที่นี่ตะวันลับบาร์

    บรรยากาศดูแตกต่างออกไปเล็กน้อยจากร้านที่แล้ว สงสัยเพราะมันเป็นปาร์ตี้ต้อนรับวันใหม่ เพื่อตอบสนองผู้คนที่อารมณ์ค้างจากวันก่อน ทุกคนต่างมารวมตัวกัน โดยมิได้นัดหมาย ภายในพื้นสี่เหลี่ยมขนาดกลาง กับแสงไฟชวนแสบตา แต่มันก็ไม่ได้แย่นะ อย่างน้อยที่นี่ ก็ยังมีเครื่องดื่มตราสัตว์ใหญ่ให้ผมได้ดื่มด่ำต่อ ก็ไม่แย่เท่าไหร่


    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป มือสองผม ยังคงไม่ห่างจากขวดแก้ว และยาสูบ กับความรู้เบื่อหน่ายเล็กน้อย สงสัยยิ่งอายุมากขึ้นผมก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมกับดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์น้อยลง ไม่เป็นไร เดี๋ยวสั่งขวดถัดไป แล้วค่อยพิจารณาใหม่ก็แล้วกัน


    ชักเริ่มรู้สึกว่า บรรยากาศเริ่มแอออัดขึ้นอย่างมีนัยยะ นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เริ่มทะลักเข้ามาแล้ว มันทำให้ช่องว่างระหว่างผมกับสถานที่แห่งนี้ เริ่มห่างไกลกันมากขึ้น ผมคงต้องขอตัว หลบไปอยู่จุดที่อับสายตาที่สุดของงานนี้ซะแล้ว


    ผมรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วจะขออยู่ตรงนี้อีกซักระยะ ว่าแล้วก็ดื่มต่ออีกหน่อย ก็แล้วกัน


    “ดูคุณจะไม่คาดหวังอะไรจากงานนี้เลย นอกจากเบียร์ไทยธรรมดาๆที่อยู่ในมือคุณเลยสินะ”

    ห่างออกไปประมาณสามเมตร หญิงสาวร่างเล็ก เริ่มทักทาย พร้อมกับสำเนียงอเมริกันเอเชีย 


    “ใช่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลเดียว ที่ผมมาที่นี่”


    “น่าประหลาดใจ ปกติฉันได้ยินมาว่า ผู้คนที่มาที่นี่มักมีความต้องการมากกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งมึนเมาประเภทอื่น”


    “สงสัยคุณคงต้องผิดหวังในคำตอบ เพราะผมต้องการแค่นี้จริงๆ”

    เรื่องจริงปนมุขตลกทำให้เธอประหลาดใจ




    “รอยสักตรงแขนนั่นสวยดีนะ ขอฉันดูหน่อยได้ไหม?”

    คำถามใหม่ถูกเอ่ย อย่างฉับพลัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมเสียบรรยากาศเท่าไหร่ 


    “ได้สิ”

     

    “เดี๋ยวนะ คุณมีภาษาบ้านฉัน อยู่บนร่างกายด้วย” 

    อาการตื่นเต้นแบบนี้เหมือนหลุดออกมาจากซีรี่ย์น้ำเน่าเช้าวันอาทิตย์เลยแฮะ ที่แน่ๆเป็นคนช่างสังเกตจริงๆเลยนะ คุณผู้หญิง


    “คุณดูน่าสนใจ กว่าที่ฉันคิดนะ”


    “คุณเองก็เริ่มน่าสนใจเหมือนกันนะ”

    เอกลักษณ์ของผู้คนชาตินี้ คือเสน่ห์ที่หาตัวจับได้ยากเอาเสียจริง


    เราเริ่มคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ปะปนกับเรื่องส่วนตัวอย่างเป็นจังหวะ


    “ว่าแต่ว่าคุณอยากดื่มอะไรเพิ่มไหม?”

    แล้วเดี๋ยวผมกลับมานะ




    “เหมือนคุณจะมีลายบนร่างกายเยอะกว่าที่ฉันเห็นภายนอกซะอีกนะ

    แล้วถ้าฉัน อยากเห็นมันมากกว่านี้คุณจะว่าอะไรไหม?”


    “ได้สิ ฉันยินดีที่คุณสนใจมัน ฉันจะให้ลองดูแขนอีกข้างของฉันก่อนเป็นไง ลายนี้เส้นคมนะ เป็นงาน Old school จากช่างแดนพญาอินทรี ที่บังเอิญ หลงรักประเทษนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น”


    “เรื่องราวน่าสนใจดีนะ แต่… ณ เวลานี้ฉันกำลังสนใจ เจ้าขวดแก้วที่อยู่ลึกลงไประหว่างหน้าอกคุณมากกว่า”


    “นี่คุณแอบมองหน้าอกฉันมาซักระยะแล้วใช่ไหม?”

    หากคิดในเชิงตลกขบขัน ผมจะสามารถมองเรื่องนี้เป็นการคุกคามทางเพศได้ไหมนะ น่าสงสัย


    “อย่าคิดอะไรซุกซนไปสิ ฉันแค่กำลังสนใจคุณมากขึ้น มันก็เท่านั้นเอง”


    “นั่นคงจะคิดเองเออเองไปแล้วหล่ะ คุณผู้หญิง”


    “งั้นคุณก็คงชอบรอยสักมากเลยสินะ”

    มาดูกัน ผมละอยากจะรู้จริงๆ ว่าคุณสนใจรอยสักแนวไหน เป็นพิเศษ


    “ใช่ฉันสนใจ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของลายด้วย”

    ตอบแบบนี้มันตัดบทกันชัดๆ


    “ปากหวานนะ เหมือนว่าคุณจะมีวาทศิลป์ที่น่าสนใจใช้ได้”


    “ฉันจับได้ไหม?”

    ให้ตายสิไม่ทันไร ก็เปลี่ยนเรื่อง


    (ไม่ได้การแล้วไง ผมคงต้องออกสูดอากาศ เดี๋ยวนี้!!!)


    “เดี๋ยวฉันมานะ ขอไปสูบบุหรี่ซักครู่”


    “ฉันไปด้วยสิ ในนี้ดูอึดอัดไปหน่อย อีกอย่างฉันก็อยากสูบมันเหมือนกัน”

     ให้ตายสิ คุณจะไม่ให้ฉันได้สงบสติอารมณ์เสียหน่อยเลยหรือไง


    “ได้สิ งั้นออกไปด้วยกันเถอะ”




    (จุดบุหรี่)


    “แล้วคุณจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนกัน?”

    ครั้งนี้ผมเปิดบทสนทนาก่อน ท่ามกลางควันบุหรี่


    “ฉันไม่วางแผนไว้ขนาดนั้นหรอก ฉันจะอยู่นานแค่ไหน นั่นขึ้นอยู่ว่า ฉันต้องการที่จะอยู่นานแค่ไหน แต่ฉันก็คิดไว้นะว่าจะลงใต้ซักระยะ แล้วค่อยเข้ากรุง แต่ตอนนี้ฉันอาจจะเปลี่ยนใจ”


    “ทำไมล่ะ หน้าฝน กับทะเล ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ฉันเองยังชอบเลย”


    “งั้นคุณจะไปกับฉันไหมล่ะ ถ้าอย่างงั้น?”


    “คงเป็นไปไม่ได้หลังจากคืนนี้ไป ฉันจะกลับลงไปทำหน้าที่ต่อแล้ว จริงๆแล้วฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ เวลานี้ แต่เป็นเดือนหน้า”


    “น่าจะเป็นเรื่องแรกของวันนี้ ที่น่าเสียดายของคุณ ว่าแต่โซจูฉันหมดแล้วนะ คุณยังอยากดื่มต่อไหม ? ฉันกำลังจะหน้าบาร์พอดี”

    จริงๆแล้วความผิดพลาด มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ ในครั้งนี้


    “ผมไม่ได้เสียใจในความผิดพลาดนะแต่…นี้ผมขอเป็น โซจู รสโยเกิร์ต แล้วกัน”

    จริงๆแล้วส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยถนัดเครื่องดื่มประเภทนี้เท่าไหร่ แต่รสโยเกิร์ตก็คือที่หนึ่งใจผม


    “คุณแน่ใจนะ ว่าจะดื่มสลับกัน”


    “แน่ใจสิ มันก็พอจะคล้ายๆกับวัฒนธรรมที่บ้านคุณนั่นแหละ…แต่ฉันก็ชอบนะ อีกอย่าง บางทีมันอาจจะทำให้ผมรู้จักคุณมากขึ้น ในค่ำคืนนี้ก็ได้”


    “ปากหวานเหมือนกันนะ นึกว่าคุณจะเป็นพวกหยาบกระด้าง และเย็นชากว่านี้ นั่นเริ่มทำให้ฉัน อยากค้นหาคุณมากกว่าเดิมแล้วสิ”


    “มันก็คงเหมือนผม ที่เริ่มสนใจรสชาติของโยเกิร์ต บนริมฝีปากของคุณนั่นแหละ”

    นอกจากโซจูรสโยเกิร์ตในมือแล้ว ก็มีริมฝีปากคุณนี่แหละ มันช่างละมุนและนุ่มเหมือนโยเกิร์ตเลยล่ะคุณผู้หญิง


    .

    .

    .


    เรากลับเข้ามาในงานด้วยอารมณ์ร่วมที่มีมากขึ้น ผมเองจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมดื่มไปมากเท่าไหร่


    (ในขณะที่เวลาล่วงเลยไป สายฝนก็เริ่มโปรยปราย)


    “ไม่ดื่มต่อแล้วเหรอ เครื่องดื่มคุณหมดอีกแล้วนะ”

    คำถามแรกผุดขึ้นหลังจากผมกลับมาจากผมกลับจากการสูบบุหรี่


    “ฉันคงต้องขอพักครู่หนึ่ง” 

    ความรู้สึกอึดอัดกลับมาอีกครั้ง หลังจากมวลมนุษย์ภายในงานนั้นมากเกินกว่าความจุของสถานที่เป็นเท่าตัว แม้จะยังอยากดื่มต่อก็ตามแต่


    “แม้ว่าบรรยากาศฝนโปรยแบบนี้นี่นะ?”

    เป็นการตกใจที่เหมือนหลุดออกมาจากซีรี่ย์เกาหลียังไงอย่างงั้น น่ารักดีนะ


    “ฉันแค่กำลังคิดว่าจะออกจากความโกลาหลในค่ำคืนนี้ มันก็เท่านั้นเอง  ว่าแต่คุณคงอยากให้เรามีเวลาร่วมกันตรงนี้ต่อสินะ”


    “ใช่ฉันว่าผู้คนและบรรยากาศที่นี่เริ่มจะควบคุมไม่ได้แล้วนะ ว่าแต่คุณยังอยากจะดื่มต่อไหม?”

    คำถามเดิมถูกเอ่ยขึ้น อีกครั้ง แต่ทำไมกลับไม่ได้คำตอบ


    “ผมเฉยๆนะ แต่ก็คงดื่มต่อ รอฝนเบาลงกว่านี้ ผมก็จะไปจากที่นี่”

    แล้วนั่นก็คือกล่าวอ้างสุดท้ายก่อนจะวันจะสาดแสงอีกครั้ง




    “แต่ว่าฉันยังอยากจะรู้จักคุณมากกว่านี้นะ มากพอที่จะพาคุณออกจากความวุ่นวายนี้”


    “งั้นเอาอย่างงี้ ฉันจะบอกอะไรดีๆให้ ถ้าคุณตามฉันมา”

    เธอยังคงโวยวายอย่างมีนัยยะ ว่าแต่กำลังจะมาไม้ไหนกันนะ ช่างน่าสนใจ


    “แล้วถ้าหากว่าผมจะขอ…ฟังข้อเสนอนั้นเลยจะได้ไหม?”


    “คุณนี่ใจร้อนกว่าที่คิดนะ แต่ได้สิ…ฉันยังมีโซจูเหลือพอสำหรับเราสองคนนะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร”

    ข้อเสนอนี้ ก็ไม่เลวนะสำหรับค่ำคืนนี้




    “น่าสนใจดีนะ ตรงกับเหตุผลอันดับแรกที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่”


    “แต่คุณจะโอเคไหม ถ้าฉันมีรสอื่น ที่ไม่ใช่โยเกิร์ต?”


    “ได้สิคุณ เพราะผมรู้ว่าจะหารสชาตินั้น…ได้จากที่ไหน”


    “คุณหมายความว่าอะไร?”


    “เดี๋ยวคุณจะได้รู้ภายหลัง”


    “ตามฉันมาเลย พ่อคนใจร้อน.”


    เราจะลุยฝนไปด้วยกันแต่ก่อนหน้านั้นผมขอชิมลางโยเกิร์ตบนริมฝีปากเธอก่อนเลยก็แล้วกันนะคุณ


    (โยเกิร์ตรสบุหรี่)


    ที่ผมชักจะอดใจรอไม่ไหว




    MidnightMessageBox 





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in