เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 70: ออกจากที่พัก
  • ผมยังจำได้เลยว่าวันแรก ๆ ที่มาที่นี่ ผมรู้สึกว่าห้องที่ได้เป็นห้องเล็ก ๆ น่ารัก เหมาะกับชีวิตชายโสดอย่างผมมาก แต่ปัญหาแรกคือผมไม่รู้ว่าผมจะเปิดม่านตรงหน้าต่างยังไง ถึงกับต้องวานให้เพื่อนญี่ปุ่นที่อยู่ห้องตรงข้ามมาช่วยเปิดให้ ตอนแรก ๆ ผมก็คิดว่าการนอนที่ห้องที่มีให้แต่อ่างล้างหน้าและห้องอาบน้ำรวมมันจะยุ่งยาก (ถึงแม้ว่าจะเคยนอนหอพักที่มีแต่ห้องน้ำรวมก็เถอะ) แต่ไป ๆ มา ๆ มันก็โอเคกับผมมาก นานวันเข้าครัวในที่พักแห่งนี้สอนผมทำกับข้าวกับกระทะกาก ๆ และเตาไฟฟ้าที่ไม่ได้ให้ความร้อนแบบที่ควรจะเป็น และผมเริ่มชินกับบรรยากาศการอยู่คนเดียวตอนกลางคืน การทำกับข้าวกับเพื่อนบ้าน การออกไปซักผ้าคนเดียวตอนคืนวันจันทร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถึงแม้ว่าจะมีช่วงที่ทุลักทุเลเรื่องที่พักบ้างประปราย

    ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าผมจะต้องจากที่พักแสนวิเศษแห่งนี้ไปแล้ว

    ผมแพ็กกระเป๋า และพยายามอย่างมากในการปิดกระเป๋าใบโตของผม เพราะของที่ผมซื้อให้ตัวเองและของฝากที่เพื่อน ๆ และแม่ขอร้องแกมบังคับให้ซื้อมามันเยอะเหลือเกิน กว่าจะปิดได้ก็เล่นเอาสุขภาพจิตของผมเสียหายหนักมาก แต่ที่ปิดไม่ลงจริง ๆ คือกระเป๋าเดินทางในใจผมนี่แหละ

    ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะไม่ได้เดินขึ้น shuttle bus ไปทำงาน ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะไม่ได้เดินเข้าไปยัง Main Auditorium ไปฟังเลกเชอร์แล้ว ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะไม่ได้เดินเข้าไปยังตึกที่ทำงานและเจอเพื่อน ๆ ของผมอีก ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะไม่มีโอกาสมากินข้าวที่เซิร์น ผมยังทำใจไม่ได้เลยว่าผมจะไม่ได้ทำงานในบรรยากาศวิจัยอันเข้มข้นแบบที่นี่อีกแล้ว

    ความรู้สึกทุกอย่างมันท่วมท้นจนผมอยากร้องไห้ แต่ก็ไม่มีใครอยู่ในห้องให้ซบไหล่ (ใช่สิ ผมมันโสด) ผมจึงต้องยอมทำใจให้เข้มแข็ง และลากกระเป๋าของตัวเองไปสนามบิน ก่อนจะถึงสนามบิน ก็มีเพื่อนอีกคนมาขึ้นเครื่องบินเพื่อกลับบ้านเขาเหมือนกัน เราคุยกันนิดหน่อย และเพิ่มเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกันไป เผื่อว่าเราจะได้เจอกันอีก

    รถเมล์ถึงสนามบินแล้ว ผมลากกระเป๋าปุเลง ๆ ไปที่บริเวณผู้โดยสารขาออก บอกลาเพื่อนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงก่อน และลากกระเป๋าเพื่อขึ้นเครื่อง

    เดินไปโซนฝรั่งเศส และโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง

    วันนี้ผมจะบินไปปารีสครับ!

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in