เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 69: วันสุดท้าย
  • ผมไม่อยากตื่นมาเจอกับวันนี้เลยครับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่างานเลี้ยงทุกอย่างก็ต้องเลิกรา แต่บางครั้ง อารมณ์ก็อยู่เหนือเหตุผลได้

    วันนี้คือวันสุดท้ายของผมในโครงการนักศึกษาภาคฤดูร้อนเซิร์นครับ เขามีกำหนดการว่าให้ผมคืนบัตรผ่านของเขาและเช็กกับเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อยว่าเราทำทุกอย่างครบรึยัง เช่น ส่งรายงาน คืนของ กรอกแบบประเมินกิจกรรม แต่ก่อนอื่น ผมยังมีภารกิจสุดท้ายที่ต้องทำ คือ ไปรายงานโปรเจ็กต์ของผมกับนักวิจัยในทีม CMS

    ทีม CMS ที่ผมทำงานด้วยจะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งคือให้ Summer students ในสังกัดมานำเสนอผลงานต่อหน้านักวิจัยก่อนกลับ และเนื่องจากวันที่มีให้พูดและผมอยู่พอดีมีวันเดียวคือวันนี้ ผมจึงเลือกไปพูดในตอนเช้า แล้วค่อยจัดการเรื่องออกจากเซิร์นตอนบ่าย

    ผมไปพูดนำเสนอต่อหน้านักวิจัยรุ่นเก๋าจำนวนมาก และนักวิจัยเหล่านี้แหละครับที่ยิงคำถามใส่ผม เอาจริง ๆ พวกเขายิงคำถามใส่ผมมากกว่าตอนผมไปพูดใน Student session เมื่อวันพุธอีก แต่ผมแฮปปี้นะครับ เพราะเราได้รู้ว่างานของเรามันขาดอะไรไปบ้าง คราวหน้าจะได้เพิ่มรายละเอียดไป งานที่ได้จะได้ดูโปรกว่านี้

    ตลอดการประชุมในคราวนั้น ผมลืมเวลาเสียสนิทเลย เราได้นั่งประชุมงานกับนักวิจัยมืออาชีพ ได้เห็นบรรยากาศการถกเถียง การตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้แบบนี้ ทำไมผลเป็นแบบนี้ การประชุมแบบนี้แแหละครับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศการวิจัยของที่นี่เข้มข้นมาก เมื่อเรามีการถกเถียงเพื่อหาข้อเท็จจริง เราจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่เราหามาได้เป็นของจริงรึเปล่า ทำให้ความผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนลดลงได้

    หลังประชุมเสร็จ ผมรู้ตัวดีว่าผมคงไม่มีโอกาสเจออาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจ็กต์ของผมแล้ว ผมจึงเอาของฝากที่ผมซื้อมาวันแรกที่สุวรรณภูมิก่อนบินมา เป็นโปสต์การ์ดตัวต่อเป็นรูปหนุมาน จริง ๆ ผมเลือกตัวละครจากรามเกียรติ์ตัวนี้เพราะว่าเขาเป็นลิง และ (ผมคิดเอาเองว่า) เขามีลักษณะนิสัยที่ไฮเปอร์เหมือนผม และมีความสามารถมากมายเหมือนผม (เหรอ) แต่พอมาดูด้านหลังของโปสต์การ์ดที่เขียนไว้ เขาเขียนไว้ว่าหนุมานเป็นทหารเอกพระรามหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ไม่เห็นมีคำว่า "ไฮเปอร์" เขียนไว้สักคำ

    ผมยื่นโปสต์การ์ดให้เขา
    "อาจารย์ครับ วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะเจอกับอาจารย์แล้ว ผมเลยเอาไอ้นี่มาให้เป็นของฝากครับ"
    "โอ้ ขอบคุณมาก คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ผมก็ได้ แต่ขอบคุณมากนะ"

    เราคุยกันอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับอนาคต และผมบอกกับเขาว่าผมจะกลับมาทำงานที่เซิร์นอีกครั้งให้ได้
  • หลังประชุมเสร็จ ผมไปกินข้าวเที่ยง แต่วันนี้มันเศร้ากว่าทุกวัน เพราะนี่คือมื้อเที่ยงมื้อสุดท้ายของเราที่นี่แล้ว ผมจึงยอมสั่งเมนูพิเศษมากิน เพราะนี่คือวันสุดท้ายครับ ถึงตอนบ่าย ผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันดูเศร้าไปหมด ผมรู้สึกเศร้ามากถึงขั้นเปิดวิดีโอใน YouTube ดูแล้วก็ยังเศร้าไม่หาย

    บ่ายสอง ผมรู้ตัวว่าผมยังต้องทำอะไรอีกมากก่อนกลับ ผมจึงยอมเดินออกมาจากออฟฟิศ ก่อนออกจากตึก ผมเดินไปหาเฉินที่โต๊ะ เราบอกลาให้กันและกัน เพราะเย็นนี้เฉินจะขึ้นรถบัสตะลุยยุโรปของมันแล้ว และคงไม่ได้เจอกันอีกจนกว่าจะกลับไทย

    ผมเดินออกจากตึก ฝนตกตลอดทาง เหมือนกับว่าท้องฟ้ากำลังร้องไห้กับผม ผมเดินไปหาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการ Summer student ของเซิร์นเพื่อเช็กว่าผมขาดอะไรไปบ้าง เราคุยกันเกือบสิบนาที และคอยเช็กว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ส่งรายงานรึยัง (ผมส่งแล้ว) ประเมินรึยัง (ยัง) คืนบัตรรึยัง (ยัง) และก็คุยกันอีกนิดหน่อย

    "เป็นไงจ๊ะ รู้สึกไงบ้าง" พี่เจ้าหน้าที่ทักผม
    "รู้สึกว่าผมต้องกลับมาที่นี่ให้ได้ครับ"
    "อ๋อ ดีจ้ะ พี่ก็หวังว่าเราจะกลับมาเจอกันนะ"
    "ครับ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอลาเลยนะครับ"
    "งั้นก็ลาก่อน ขอให้โชคดี และยินดีต้อนรับกลับมานะจ๊ะ"

    ผมกรอกแบบประเมิน ช้อปปิ้งซื้อเสื้อเซิร์นที่มีคนฝากมาตั้งแต่แรกนิดหน่อย และเดินไปคืนบัตร และก็นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่ได้เดินดู Globe of Science and Innovation เลย ตั้งอยู่ตรงข้ามแท้ ๆ แต่ไม่เคยไป ผมเลยเดินไปดูเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

    Globe of Science and Innovation เป็นแลนด์มาร์กสำคัญแห่งหนึ่งของเซิร์นครับ ที่ชั้นแรกมีนิทรรศการเกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาค และการศึกษาอนุภาคมูลฐานด้วยการเร่งอนุภาคใน LHC ตัวนิทรรศการทำออกมาได้สวยมาก ที่สำคัญคือเข้าฟรีครับ ใครที่มาเจนีวา นอกจากจะมา Jet d'Eau, Microcosm แล้วอย่าล่ืมมาที่นี่ด้วยนะครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

    ดูเสร็จแล้ว ผมจึงเดินกลับไปยังโรงอาหาร เพราะว่ายังมีอย่างสุดท้ายที่ผมต้องทำ คือเอาเสื้อสำหรับ Summer students โดยเฉพาะที่ผมสั่งไว้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ความพิเศษของเสื้อตัวนี้คือออกแบบโดย Summer student ด้วยกันเอง และลายสำหรับปีนี้มีชื่อของ Summer student ทุกคนอยู่ที่แผ่นหลังของเสื้อ รวมถึงชื่อของผม เฉิน กัน และวินโดว์ด้วย (ถึงแม้ว่าวินโดว์จะไม่ได้สั่งเสื้อนี้ก็ตาม)

    เอาเสื้อเสร็จแล้ว คุยกับเพื่อนฝรั่งและตามหาชื่อคนบนเสื้ออีกนิดหน่อย ก็ได้เวลาบอกลา ผมบอกลาเพื่อน ๆ ที่เจอ โดยหวังว่าเราจะกลับมาพบกันอีก ก่อนจะรู้ตัวว่าผมตกรถ shuttle bus รอบสุดท้าย

    แม่ง วันสุดท้ายมึงยังจะมาสายอีกนะท๊อป
  • หนึ่งทุ่ม กันทักผมในแชต
    "พี่อยู่ไหน"
    "อยู่ที่ห้อง"
    "เคพี่ เดี๋ยวไปหา"
    สักพัก มันก็ทักผมอีกว่า
    "พี่ลงมารับผมหน่อย คืนกุญแจ[ห้อง]ไปละ"

    ตอนผมไปรับมัน กันอยู่ในสภาพพร้อมเที่ยวสุด ๆ มีเป้หนึ่งใบ และความมั่นใจเต็มร้อย มันขอมาสิงห้องผมเพราะว่ามันจะไปขึ้นรถบัสในตัวเมืองตอนห้าทุ่มเพื่อจะไปตะลุยยุโรปของมัน นอกจากนี้เรายังนัดมาดีลเรื่องเสื้อ Summer student ของเรา คุยไป ๆ มา ๆ ก็ได้ข้อสรุปว่าผมจะหิ้วเสื้อกลับไทย แล้วค่อยมาเอาเสื้อที่ไทยทีหลัง

    กันนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนผมย้ายไปนั่งบนเตียง ตลอดสามชั่วโมงสุดท้ายของเราในห้อง เราคุยกันบ้างประปราย ผมไปทำกับข้าว และเอาเข้ามากินในห้อง ส่วนกันก็เอาโค้กขวดสองลิตรที่ผมซื้อมามาดื่ม มันดื่มไปเรื่อย ๆ จนผมทักว่า
    "เฮ้ย ใจคอมึงจะดื่มหมดเลยรึไง"
    "อ้าว ขอโทษพี่ ดื่มเพลินไปหน่อย" ดีนะที่กูซื้อ Coca-Cola Life มาอีกขวด

    สี่ทุ่ม กันต้องขึ้นรถไปเข้าตัวเมืองเพื่อขึ้นรถบัส กันขอไปแปรงฟันที่อ่างล้างหน้าห้องผม เรากอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เพราะผมทำใจไม่ได้ว่าเราต้องจากกันแล้ว

    "กลับไทยเดี๋ยวก็เจอกันแล้วพี่" กันบอก "เจอกันครับ" แล้วกันก็เดินจากไป ส่วนผมก็เริ่มแพ็กกระเป๋าสำหรับวันพรุ่งนี้

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in