A SUITCASE & A DREAMTermfan
@DisneyUSA | (8) Try everything
  • นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว เราจึงเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ กะว่าจะหาอะไรลงกระเพาะน้อยๆที่อ้อนวอนร้องขอชีวิตเสียงดังของพวกเรา เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และเรายังมีหนทางอีกยาวไกลที่จะต้องพิชิต ไหนๆก็มาเมืองนอกแล้ว ฝันก็อยากจะลิ้มลองอาหารประจำชาติเขาดูบ้าง ...นั่นสินะ คาดหวังอะไรอยู่ มันก็คงไม่พ้นฟาสต์ฟู้ดกับพวกขนมปังๆอยู่ดี เรามาหยุดหน้าร้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากร้านสตาร์บัคส์เมื่อครู่มากนักด้วยเหตุผลที่ว่า บรรยากาศเป็นกันเองดี ด้านหน้าร้านมีที่ให้นั่งทานสบายๆ มองดูทะเล และที่สำคัญคือหน้าร้านเขียนตัวอักษรสีขาวเสียใหญ่โตว่า Tasty Sandwiches โฆษณากันขนาดนี้ ไม่ลองคงไม่ได้แล้ว

    ร้านแห่งนี้เป็นเพียงร้านเล็กๆ จัดแต่งอย่างเรียบง่ายและลงตัว พูดได้ว่าใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่าจริงๆ เมื่อมองเข้าไปข้างในจะเห็นเคาน์เตอร์สั่งอาหาร มีเมนูพร้อมรูปภาพแขวนอยู่ข้างบน ข้างซ้ายยาวไปจนสุดห้องเป็นเคาน์เตอร์วางของขายต่างๆ มีตั้งแต่แยมผลไม้ไปจนกระทั่งหนังสือ (มีจริงๆนะเออ อย่าทำเป็นเล่นไป) ด้านหลังเป็นกระจกกั้นทำให้เรามองเห็นพ่อครัวที่ทำงานอยู่ภายในได้ ฝันกับเพื่อนเดินไปดูเมนู แล้วก็ โอย... ทำไมมันแพงอย่างนี้เนี่ย จะไปกินลงได้ยังไง แต่ด้วยความที่สงสารกระเพาะตัวเอง ฝันเลยสั่งเมนูที่ราคาถูกที่สุดไป เป็นแซนด์วิชไก่ปรุงด้วยเครื่องเทศของเขานี่แหละค่ะ แค่นี้ก็ปาไปสามร้อยกว่าบาทแล้ว เมื่อจ่ายเงินเสร็จสรรพ เขาก็ถามชื่อเราค่ะ ฝันก็งง จะถามไปเพื่ออะไร หรือเป็นวิธีการทักทายของคนที่นี่ หรือจะได้จำไว้ว่าเราลับหลังได้ว่าพวกเราขี้งก หรือว่า หรือว่า... แต่ในที่สุดก็บอกชื่อเขาไปแต่โดยดีแหละค่ะ แม้จะไม่รู้วัตถุประสงค์ของเขาก็ตาม เสร็จแล้วก็เดินไปหาที่นั่งรอ

    ยังไม่ทันจะได้นั่งให้หายเมื่อย พี่ชายที่เคาน์เตอร์ก็เรียกชื่อเราเพื่อไปรับของที่สั่งเอาไว้ค่ะ อะไรมันจะไปเก๋ไก๋สไลเดอร์ปานนั้น ร้านอาหารบ้านเราอย่างมากก็เรียกตามเบอร์คิวในใบเสร็จ ที่นี่เรียกชื่อเลย มันได้ความรู้สึกแบบว่า “อะยู อันนี้ที่ยูสั่ง เราทำเพื่อยูโดยเฉพาะเลยนะ เราใส่ใจมากๆเลย ขอให้ยูอร่อยกับมื้อนี้นะ” หลังจากรับแซนด์วิชมา ฝันค้นพบว่า มันชิ้นเท่าหน้าเลยค่ะ ใหญ่ไปไหม จะกินยังไงให้หมด ถาม? ถ้ารู้ก่อนนี่จะขอหารกับเพื่อนครึ่งๆ อิ่มท้องและสบายกระเป๋า (ขึ้นนิดหน่อย) เราเดินไปนั่งประจำที่ภายในร้าน (เพราะข้างนอกแดดเปรี้ยง ขอหลบแดดมาพึ่งบารมีแอร์เย็นๆดีกว่า) เป็นเคาน์เตอร์ยาวๆที่มีเก้าอี้สูงๆให้นั่งหันหน้าเข้าหากระจกร้านมองออกไปชมวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ตามสะดวก

    ฝันก้มลงมองเมนูที่สั่งมา สารพัดสรรพสิ่งถูกบรรจุมาอย่างแน่นเอี๊ยดระหว่างขนมปังยาวๆที่ถูกผ่าครึ่ง ในนั้นมีทั้งเนื้อไก่ที่คลุกเคล้าเครื่องปรุงมาอย่างดี (แบบกัดตรงไหนก็เจอ) ผักทั้งหลายแหล่ แครอท ผักกาดแก้ว แตงกวาดอง (คือชิ้นใหญ่มาก แตงกวาประเทศนี้ชิ้นใหญ่เท่าไส้กรอก) แล้วก็ราดซอสสีขาวๆไว้ด้านบน ตั้งแต่เกิดมา มีแต่คนบอกว่าฝันปากกว้าง จะพบประโยชน์ของมันก็วันนี้แหละค่ะ ฝันอ้าปากสุดความสามารถและงับอาหารมื้อแรกในดินแดนนี้ ค่อยๆลิ้มรสทุกวัตถุดิบอย่างบรรจง รสชาติที่ได้นั้นช่างเหนือความคาดหมาย ทำไมมันแลแป้งจัง ไก่ที่เห็นนี่ของปลอมรึเปล่าเหมือนอาหารเจไง เลยลืมตาขึ้นมาดู (ไม่รู้ทำไมเวลาอ้าปากกว้างแล้วตาจะปิดนะคะ โหนกแก้มมันขึ้นไปบังตาดำหรืออะไรประมาณนั้นหรือคะ ใครมีความรู้ด้านนี้ช่วยมาบอกฝันด้วยนะ) ทั้งหมดทั้งมวลที่กัดไป คือส่วนของขนมปังชิ้นเท่าหน้านั่นแหละค่ะ สรุปแล้ว ปากกว้างก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากอยู่ดีสินะ ช่างน่าเศร้าใจ

    ระหว่างที่เรากำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารของตน ฝันก็สังเกตเห็นว่าจากร้านนี้ข้ามถนนไปอีกฝั่งจะเป็นสนามกว้างๆ ที่ปลูกหญ้าสีเขียวสดชื่นเอาไว้ รอบๆจะมีเก้าอี้ตั้งเอาไว้มากมาย ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันจันทร์แท้ๆ ที่นี่กลับมีคนเยอะอย่างไม่น่าเชื่อ หลายคนเลือกที่จะนั่งคุยกัน และอีกหลายคนเลือกที่จะนอนแผละอยู่บนสนามหญ้าตากแดด แล้วที่บอกว่านอนนี่คือไม่ได้นอนคว่ำหน้าอาบแสงแดดแบที่พบเห็นกันได้ตามชายทะเลนะคะ นี่หมายถึงนอนหงายสวัสดีพระอาทิตย์กันอย่างนี้เลย ไม่ร้อนกันบ้างรึไง อย่างน้อยก็แสบตากันหน่อยก็ได้ ไอ้เจ้าแว่นดำที่ปักอยู่บนจมูกโด่งๆนั่นน่ะไม่ช่วยอะไรมากหรอกนะถ้าจะเผชิญหน้ากันตรงๆขนาดนี้

    พอเห็นแบบนี้แล้วก็ลองถามตัวเองดูเหมือนกัน ว่าเวลาว่างเราทำอะไรกันอยู่ ถ้าไม่ใช่จับคอมพิวเตอร์ จับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว เราทำอะไรอย่างอื่นเป็นอีกไหม ครั้งล่าสุดที่เราไปเที่ยวสวนสาธารณะหรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจต่างๆ เพื่อพักผ่อนจริงๆ มันเมื่อไหร่กัน บางทีเราก็ก้มหน้ามากเกินไป ก้มหน้ามองดูโลกสวยๆผ่านหน้าจอเล็กๆบนมือเรา แทนที่จะเงยหน้ามองโลกที่แสนสวยงามใบนั้นด้วยตาของตัวเอง
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in