A SUITCASE & A DREAMTermfan
@DisneyUSA | (10) The Spectrum Song
  • ฝันเป็นคนที่หลงรักเสียงดนตรีมากๆคนหนึ่ง คือต่อให้มีงานเยอะแยะมากมายขนาดไหน ฝันก็จะมีเวลาให้กับดนตรีเสมอ ซึ่งในที่นี้ ฝันไม่ได้หมายความว่า มีเวลาฟังดนตรี MP3 จากเครื่องเล่น แต่หมายถึงลงมือเล่นด้วยตัวเองเลย ฝันเล่นไวโอลินค่ะ แม้จะไม่ได้เล่นได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้นก็ตามที

    เพลงแนวที่ฝันชอบที่สุดคือเพลงบรรเลง โดยเฉพาะเพลงคลาสสิก ฟังดูโบร่ำโบราณเหมือนป้าแก่ๆเลยใช่ไหมคะ แต่ฝันกลับมองว่ามันมีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะมันคือการบรรยายความรู้สึกนึกคิดของศิลปินโดยปราศจากคำพูด เพียงแค่การกดโน้ตตัวเดียว เราก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังเศร้าหรือมีความสุข มันคือการปล่อยให้ตัวโน้ตทั้งหลายนั้นวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานและเป็นอิสระอยู่ในอากาศ และปล่อยให้โสตประสาทของผู้ฟังเป็นตัวตัดสินเองว่าตัวโน้ตทั้งหมดนั้น มีสีอะไร ดำทะมึน หรือ แดงเลือดหมู พวกมันมารวมตัวกันเป็นรูปร่างแบบใด ทะเล หรือ ภูเขา และพวกมันเคลื่อนที่แบบไหน เต้นรำแช่มช้าแต่สง่างาม หรือ กระโดดตีลังกาน่าหวาดเสียว บทเพลงเป็นของทุกคน และความหมายของเพลงก็แตกต่างไปในแต่ละบุคคลเช่นเดียวกัน

    เพราะฉะนั้นถึงมีคำกล่าวเอาไว้ว่า บทเพลงเดียวกัน ถูกถ่ายทอดโดยศิลปินที่ต่างกัน ย่อมให้ความหมายที่ต่างกัน และถึงแม้จะเป็นศิลปินคนเดียวกัน เล่นเพลงเดียวกัน สภาพแวดล้อมที่ต่างกันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปอยู่ดี เพราะไม่มีการบรรเลงเพลงเดียวกันครั้งไหนที่เหมือนกันเลย นั่นแหละค่ะคือเสน่ห์ที่ว่า
    จากเหตุผลข้างต้น ฝันจึงมีความสุขที่จะได้อยู่ในเมืองที่อบอวลไปด้วยเสียงดนตรีแห่งนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อได้เจอผู้ชายคนหนึ่งค่ะ โดยปกติแล้ว เวลาเราเห็นนักดนตรีตามทางเดิน เครื่องดนตรีคู่กายของพวกเขาปกติแล้วจะเป็นอะไรที่ขนย้ายสะดวก เช่น กีตาร์ หรือ ไวโอลินใช่ไหมคะ แต่เฮียคนนี้เล่นพกเปียโนมาเล่นกลางสามแยกตลาดไพค์เพลสกันเลยทีเดียว เขาสวมเสื้อกล้ามสีแดงสด กางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้ม หมวกสีน้ำตาลอ่อน ส่วนรองเท้านี่ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าหาย หรือจงใจไม่สวม หรือเก็บไว้ที่ไหน เขานั่งอยู่บนเก้าอี้สูงๆ อัพไรท์เปียโนสีน้ำตาลวอลนัทตั้งอยู่บนฐานรองบุพรมสีแดง แถมมีล้อติดมาด้วยห้าล้อใหญ่ๆ (เพื่อการเคลื่อนย้ายที่สะดวกยิ่งขึ้น) นอกจากนั้นเฮียเขายังพกร่มคันโตสีเหลืองมากางด้านหน้าเปียโนอีกด้วย (ช่างเตรียมพร้อมเสียจริง)

    เขากำลังเล่นเปียโนอย่างเอาจริงเอาจังอยู่ค่ะ ตัวนี่โยกแล้วโยกอีก จนฝันกลัวแทนว่าหัวเขาจะไปโขกเข้ากับตัวเครื่อง โยกแรงขนาดนี้ไม่มึนหัวบ้างหรือไงนะ ซักพักเฮียก็เงยหน้าขึ้นมา แจกจ่ายรอยยิ้มร่าให้ทุกคนอย่างทั่วถึง เขาแลดูมีความสุขมากที่จะได้แบ่งปันเพลงของเขากับคนอื่น ผู้คนปรบมือกันเกรียวกราว เฮียก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความสนุกเขาไปใหญ่ เพลงที่เขาบรรเลงเป็นเพลงที่ฝันไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต แต่มันสามารถเติมพลังชีวิตให้เราๆเหล่านักเดินทางได้อย่างน่าอัศจรรย์ เป็นไปได้ไหมว่า เรารู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้นเพราะมันเป็นการแสดงสด เราเห็นภาษากายทุกอย่างที่ศิลปินส่งออกมา เราเห็นปฏิกิริยาของคนที่อยู่รอบๆ พอทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข โลกก็แลจะน่ารักและมีความสุขมากขึ้น ก็เหมือนกับตอนที่เราไปดูคอนเสิร์ต จริงๆแล้วเราไม่ได้ไปฟังแต่เพลง เราเหมือนไปเอาบรรยากาศมากกว่า แม้เสียงอาจจะดังไปซักหน่อย เมื่อยไปนิด แต่ยังไงผลก็คุ้มค่ากับการรอคอย

    น่าเสียดาย ที่ฝันยืนดูต่อไม่ได้ เพราะเรายังมีที่ที่จะต้องไปอยู่อีก ฝันผละตัวออกมาจากตรงนั้น และเดินผ่านไปในทิศตรงข้าม เพื่อกลับไปยังสถานีรถไฟเวสท์เลค เสียงเปียโนค่อยๆจางหายไป แต่มีเสียงกีตาร์เพลง I'm Yours ของ Jason Mraz ลอยเขามาแทนที่ ช่างเป็นนครแห่งเสียงดนตรีจริงๆ ฝันร้องเพลงคลอออกมาอย่างไม่สนใจใคร 

    “Well open up your mind and see like me
    Open up your plans and damn you're free
    Look into your heart and you'll find love love love love
    Listen to the music of the moment people dance and sing
    We are just one big family
    And it's our God-forsaken right to be loved loved loved loved loved”
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in