เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
[SR] ทริปโกงความตาย ไปมาเลย์ราคา 0 บาทgeekjuggler
002: ขอบคุณแผนที่ซีร็อกซ์
  • ความสุขในการไปเที่ยวต่างถิ่นต่างเมืองของผมมีอยู่สองอย่างครับ
    อันดับแรกคือการได้กิน American Breakfast ขนมปัง-ไข่ดาว/ไข่คน-กาแฟ เมนูโปรดที่ไม่มีทางจะไปเสียเงินซื้อตามร้านอาหารในกรุงเทพฯ (และไม่มีทางสุดๆ ที่จะทำเอง) ถ้าไม่จำเป็น แถมยังเป็นบุฟเฟต์เสียด้วย จัดหนักจัดเต็มกันไป
    อันดับที่สองคือการได้ไปเดินสำรวจตลาดสดครับ ผมแฮปปี้มากในการไปสอดส่องว่าตลาดต่างแดนเขามีอะไรขายบ้าง มีเนื้อแปลกๆ ให้ได้ดู​ (และได้ลองชิมไหม) เขาจะใช้นวัตกรรมถุงใส่น้ำไล่แมลงเหมือนบ้านเราหรือเปล่า

    ผมตื่นขึ้นมาในกรุงกัวลาลัมเปอร์จัดการความสุขอันดับแรกเสร็จ แล้วออกจากที่พักเพื่อไปบรรลุเป้าหมายอันดับสอง

    Petaling Street คือเป้าหมายที่เราจะไปตรวจตลาดกัน
    ถนนเส้นนี้คือย่านคนจีน หน้าตาจะละม้ายคล้ายประตูน้ำผสมๆ กับถนนข้าวสาร
    คือมีร้านขายของกระจุกกระจิกอยู่เต็มสองข้างทางแต่มีนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ ทั้งคนท้องถิ่นทั้งคนต่างถิ่น
    เดินต๊อกๆ ไปมั่วๆ ก็เจอทางเข้าไปยังตลาดสดที่แฝงตัวอยู่ในซอกข้างตึก
    ป่ะ ไปดูกัน

    ฟรึ่บ.... เอ่อ... บรรยากาศเหมือนเดินตลาดแถวบ้านเลย ไม่มีอะไรชวนให้ตื่นเต้นเลย โฮ
    ก็มีผัก มีปลา มีเนื้อ เหมือนกันเด๊ะ ไม่มีความแปลกให้เอาไปคุยอวดโม้เพื่อนในเฟซ
    เดินวนครบรอบนึง เล็งร้านที่จะมาฝากท้องตอนมื้อเที่ยงเอาไว้ แล้วเดินวนออกมาอย่างไว

    ครับ... จบแล้วครับสำหรับจุดหมายแรก
    ตอนนั้นยังเช้าตรู่ ยังมีเวลาเหลือให้ทำอย่างอื่นอีกเพียบครับ
    มาดูกันครับ ว่าแผนต่อไปเราจะไปที่ไหน จากการทำการบ้านก่อนเดินทาง เป้าหมายต่อไปของเราคือ..
    .
    .
    .
    .
    ...
    ......
    ........... ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบ (เสียงคุณปัญญา)
    "ไม่มีครับ"
    เพราะเอาจริงๆ ตอนที่คิดว่าจะมามาเลเซีย นอกจากปิโตนาสแล้ว ผมก็นึกอย่างอื่นไม่ออกเลยครับ ว่าเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยว วินาทีก่อนออกเดินทางเลยคิดว่า เอาวะ ไปตายเอาดาบหน้าละกัน (อีกแล้ว)

    แล้วยังไงต่อล่ะ
    เปิดแผนที่ที่หยิบติดมือมาจากโฮสเทล พลิกไปพลิกมา "ตึ๊งงง" เจอแล้วที่ที่ฉันอยากไป
    นั่นคือ Chinatown ที่นี้นี่เองงงงงงงงงง (เสียง TV Champion)
    "แล้วทำไมมึงไม่ไปดูที่เยาวราชวะ" คนดูทางบ้านอาจจะมีเสียงสรรเสริญผ่านหน้าจอ
    นั่นสิ เพราะตลาดก็เหมือนกัน Chinatown ก็น่าจะไม่ต่างกัน
    สิ่งที่ทำให้ผมเลือกที่จะไป เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบวัฒนธรรมท้องถิ่นอะไรแบบนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว รู้สึกว่าการไปเดินเล่น มุดเข้า คลานออกในชุมชนแปลกหน้าคือความสนุกส่วนบุคคลที่ห้ามยากมาก

    และผมเชื่อลึกๆ ว่า Chinatown แห่ง KL กับ Chinatown แห่ง Bangkok
    มันต้องไม่เหมือนกันแหล่ะน่า
  • พอมีสิ่งที่อยากจะไปจริงๆ แล้วชีวิตวันนั้นดูเหมือนมีจุดหมายขึ้นมาเลยครับ
    เปิดแผนที่กระดาษซีร็อกซ์ แล้วไปกันเลย โก โก Chinatown!

    แม้ว่าผมจะมีสกิลการหลงทางสูงมาก แต่ก็แอบคิดว่าไม่น่าจะหนักขนาดนี้นะ
    เพราะเดินวนไปวนมาหลายรอบแต่ทำไมมันยังไม่เจอสักที
    เข้าซอยนู้นออกซอยนี้ก็ยังไม่พบสัญญาณชีพของ Chinatown แต่อย่างใด

    ระหว่างที่กำลังหลงทางก็ได้พบสิ่งที่น่าสนใจสองอย่างครับ
    อันดับแรกคือตลาดขายสินค้ามือสอง ผมนี่ตาลุกเลย เพราะชอบอะไรแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
    พุ่งตัวไปปั๊บ อ่าว... คลองถมบ้านเรายังมีอะไรให้ดูมากกว่าอีก
    แต่สิ่งที่สตั๊นผมมากที่สุดในตลาดนี้คือ "ทันตกรรม Open Air" ครับ
    หมอฟันพร้อมเก้าอี้ทำฟันบวกคนไข้นอนให้ถอนฟันแบบสดๆ ริมถนน พร้อมมาเลเซียมุงยืนดูให้กำลังใจ ร่วมลุ้นไปกับภารกิจในช่องปาก ผสมนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาชักภาพเป็นที่ระทึกตลอดเวลาการทำฟัน
    โอ้โห ตะลึงมากครับ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เชื้อโรคบ้านเขาต้องน้อยแน่ๆ เพราะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้น้อกตึกเนี่ย

    ความน่าสนใจอีกอย่างคือ พอผมเดินหลุดจากซอยขายของมือสองมาได้ ก็ได้พบกับ Local Attraction ของแท้ครับ

    เลี้ยวซ้ายไปเจอเลย

    เลี้ยวหลุดหัวมุมมา เจอกับตึกแถวที่เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือน มีชายหนุ่มหลายคนเดินเข้าออกขวักไขว่ ผมโฉบเดินไปชมด้วยความสงสัย หน้าประตูมีหญิงสาวนั่งอยู่ที่หน้าประตู เรียงรายไปตามตึกแถว ส่งสายตาเชื้อเชิญหมู่มวลหนุ่มน้อยใหญ่ฝั่งตรงข้ามให้เข้าไปแวะเวียนด้านใน
    ตึง... วินาทีที่เหยียบเข้าไป ณ ที่ตรงนั้น สายตาหลายคนจับจ้องมาที่ผมโดยพร้อมเพรียง
    ไม่น่าจะชวนให้ไปลองร่วมสนุกกับเขา แต่มองเขม็งมาที่กล้องที่ผมสะพายมาด้วยมากกว่า
    ถ้าจ้องขนาดนี้ ผมจะทำเป็นไม่รู้ไหมเห็นก็ได้ครับ พูดกับพี่ๆ เขาผ่านทางโทรจิต แล้วรีบสับเท้าหนีออกไปโดยไว
    แต่... ความขี้เสือกของผมชนะทุกความกลัวครับ เลยเดินเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาตรงนั้นอยู่อีกสองสามรอบ ชำเลืองตาเข้าไปว่า เอ๊ ข้างในมันมีอะไรกันนะ ไม่รู้จริงๆ เลย... (แต่ก็ไม่เห็นอะไรจริงๆ หรอก เพราะมันมีผ้าม่านกั้นไว้)

    หลงทางมานานแสนนาน ในที่สุด คำตอบที่ว่า Chinatown ที่ผมตามหามันอยู่ตรงไหน กลับแอบซ่อนอยู่ในโปสเตอร์เก่าๆ ที่แปะอยู่ริมผนังโรงแรมทรงคลาสสิค
    "Chinatown ต้องมีแกลลอรี่สำหรับเก็บมรดกทางวัฒนธรรมเอาไว้" พาดหัวกระซิบบอกผมแบบนั้น
    ไล่เรียงไปตามเนื้อหาข้างใน ผมก็ได้พบทางสว่าง...
    เงยหน้าขึ้นมาจากโปสเตอร์ ผมก็ได้เจอ Chinatown
    ...ที่มันซ่อนตัวอยู่หลังสังกะสีสีน้ำเงินเข้มที่ผมเดินผ่านไปผ่านมาตั้งหลายที



    ชิท

    Chinatown แห่ง KL ที่ผมตามหา พื้นที่ตรงนั้นได้ถูกรื้อและกำลังก่อสร้างเป็นสถานี MRT ของเมืองไปเรียบร้อยแล้ว
    Chinatown แห่ง KL กับ Chinatown แห่ง Bangkok ประสบชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน
    บางส่วนถูกกัดกินเพื่อแลกกับความเจริญและสะดวกสบาย

    (จากข้อมูลที่หามาเพิ่มเติม จริงๆ Petaling Street ก็ถูกเรียกว่า Chinatown เช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ๆ ผมตามหา มันคืออีกละแวกใกล้ๆ ถ้าเทียบกับของเมืองไทย ก็เหมือนกับ เยาวราชและย่านวัดมังกรฯ อะไรประมาณนั้น)
    (โดนทำ MRT เหมือนกันเลย)
    (เฮ้อ)
  • ผมพาหัวใจที่บอบช้ำจากความผิดหวังเดินหน้าเข้าสู่ทางธรรม
    หันหน้าเข้าวัด (ฮินดู)​ คือ ทางออก​ (ของการไม่รู้จะไปไหนต่อดีและเห็นนักท่องเที่ยวคนอื่นเข้าเดินเข้าไปกันเยอะจัง) ของผม

    ข้างในวัด จริงๆ ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษเลยครับ
    ความประทับใจที่สุดของวัดนี้คือประตูวัดครับ
    ไม่ใช่ว่าโอ่อ่าอลังการณ์สวยงามหยดย้อย หรือ ดีเทลประณีต คราฟท์ทุกเม็ดแต่อย่างใด
    แต่เป็นเพราะประตูด้านหลังของวัดนี้ติดกับห้างสรรพสินค้าครับ!



    เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผสานโลกทุนนิยมและโลกทางจิตวิญญาณเข้าหากันได้อย่างแนบเนียนและลงตัว
    เชื่อมทุนนิยมและเทวนิยมเพียงแค่เปิดประตูผ่าน
    ลองนึกภาพ การชำระล้างกิเลสด้วยการช็อปปิ้งแล้วต่อด้วยชำระล้างกิเลสด้วยการบูชาเทพเจ้าดูสิครับ
    ทูอินวันแบบสุดๆ

    ออกจากวัดที่ไม่ทราบชื่อนี้ ผมก็ลากสังขารอันหิวโหยไปจัดการกับอาหารที่เล็งเอาไว้ในตลาด
    มันเป็นร้านอาหารแนวจีนๆ ที่ให้เหมือนกับอยู่ในโรงอาหาร ดิสเพลย์ด้วยสารพัดของกินนานาๆ ประเภท วางเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งลูกชิ้น - เต้าหู้ - ของทอด - ฯลฯ
    วิธีการหม่ำ คือ ถือจาน อยากกินอะไรก็หยิบๆ ใส่จาน ยื่นจานให้แม่ครัว เขาก็จะเทของที่เราเลือกใส่ชาม ราดน้ำซุป ส่งคืนมาให้เราพร้อมคิดตัง หยิบมาเยอะก็จ่ายเยอะ หยิบมาน้อยก็จ่ายน้อย
    ... ก็ธรรมดานิหว่า อย่าพึ่งด่าผมแบบนี้
    แต่ที่เลือกร้านนี้ เพราะคนกินเยอะมากกกกก น่าจะต้องฮอตฮิตติดอันดับ อุ่นใจไม่มีแป้ก
    พอได้กินจริงๆ ก็ อืม ก็โอเค อร่อยดี ให้ผ่านๆ



    ยังไงต่อดีวะ พีระถามตัวเองขณะเคี้ยวตุ้ยลูกชิ้นปลาในปาก
    เพราะอย่างที่บอกมาตั้งแต่ต้น (และผู้อ่านหลายคนอาจจะกำลังสมเพชอยู่) ผมไม่มีแพลนจะเที่ยวอะไรที่เมืองกัวลาลัมเปอร์เลย

    ตัวช่วยสุดท้ายของผมคือแผนที่กระดาษซีร็อกซ์ (ที่ตอนนี้เปื่อยมาก เพราะพับไปพับมาผสานกับเหงื่อ) ที่ติดมือมาจากโฮสเทล
    เอาวะ ลองไปดูในสิ่งที่คิดว่าน่าจะโอเคละกัน
    มาครับ Little India ... ไม่เห็นมีอัลไลน่าตื่นเต้นเลย ตรูมาทำไม ฮือ
    มาครับ มัสยิด Jamek ... ก็สวยดีนะ จัตุรัสกลางเมืองฝั่งตรงข้ามทำให้คิดถึงสนามหลวงเลย แต่แดดร้อนมาก ไม่มีใครเลย ตรูมาทำไม ฮือ

    ท้ายที่สุด HP ตัวเองแทบจะหมดหลอดเลย ยกธงขาว ยอมแพ้กลับโฮสเทลไปอาบน้ำอาบท่า รอไปงานประกาศรางวัลตอนกลางคืนดีกว่า
    ตื่นเต้นกับการรับรางวัลระดับอินเตอร์เนชั่นแนลครั้งแรก
    (ตื่นเต้นกว่าเพราะจะได้กินข้าวฟรี เฮ)


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in