Vantage PointTeepagorn W.
On 10 Magazines in Memory
  • 10 นิตยสารในความทรงจำ

    ได้รับการ Tag จากพี่เอ๋ Sarawut Hengsawad ให้พูดถึงนิตยสาร เลยมาลองนั่งนึกๆ ดูว่าเราผ่านนิตยสารอะไรมาบ้าง แล้วก็พบว่านิตยสารมีส่วนช่วยในการพัฒนาความคิดความอ่านของเราเยอะอยู่นะ :D ไล่มาตั้งแต่เด็กเลยละกันครับ

    1. ชัยพฤกษ์การ์ตูน เออ - เกิดทันด้วย ถึงเขาจะเลิกทำไปในยุค 90's แต่เราทันเพราะว่าเราไปคุ้ยตามแผงการ์ตูนในจตุจักร จำได้เลยว่าขายเล่มละ 3 บาท 5 บาท ถูกมาก ดังนั้นพ่อพามาจตุจักรทีนึงก็จะได้กลับไปเป็นตั้งๆ

    2. สวนเด็ก เป็นนิตยสารตอนเด็กๆ ที่ถึงกับกลับบ้านมาแล้วต้องถามแม่ทุกทีอะว่า สวนเด็กมายัง สวนเด็กมายัง ในเล่มมีคอลัมน์ที่ชอบเยอะมาก มีการ์ตูนมังกรสีม่วงๆ (จำชื่อไม่ได้แล้ว) มีการ์ตูนชีวิตจำลอง (ที่ตอนนั้นทำให้รู้จักยุคสงครามผ่านวัยเด็กของพ.ต.จำลอง) แต่ที่ชอบที่สุดคือคอลัมน์นิยายวิทยาศาสตร์ของชัยคุปต์ นี่เป็นคนแรกๆ เลยที่ทำให้หันมาอ่านอะไรที่มันวิทย์ๆ ปล. จำสวนเด็กได้ดีที่สุดคือปกอภิสิทธิ์ 555

    3. Nation Junior ฝึกภาษาอังกฤษ สมัยนั้นใครๆ ก็อ่านเนชั่นจูเนียร์ คือเป็นนิตยสารที่อ่านแล้วพ่อแม่จะไม่ด่าเพราะดูมีสาระ ฮ่าๆ จำได้ว่าเคยเขียนจดหมายส่งไปลงด้วย จนได้รางวัลเป็นกระเป๋า Carry All ภูมิใจมาก หลังจากนั้นมา Full Circle ตอนมหาวิทยาลัยที่เนชั่นจูเนียร์มาสัมภาษณ์เราไปลง ตอนนั้นปลาบปลื้มมากเพราะอ่านตั้งแต่เด็ก

    4. Hi-Class อันนี้จริงๆ เป็นนิตยสารที่ป๊าสมัครเป็นสมาชิก มีทุกเล่ม แต่ว่าเราก็หยิบมาอ่านได้ด้วย จำได้ว่าอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ชอบบทสัมภาษณ์

    5. ขวัญเรือน แม่ซื้อทุกเล่มมาเก็บแพทเทิร์นเสื้อ จริงๆ จุดขายของนิตยสารขวัญเรือนสำหรับเราเลยคือมันมีเซกชั่นเด็ก ดังนั้นนอกจากแม่อ่านได้แล้ว ลูกก็อ่านได้ด้วย ซึ่งการที่นิตยสารทำให้ทุกคนในบ้านอ่านได้นี่เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีในยุคนี้แล้ว

    6. a day อะเดย์เล่มแรกที่อ่านนี่เพราะ Noppatjak Aim Attanon เอามาให้อ่าน ตอนนั้นเรียนอยู่ต่างจังหวัดดังนั้นก็จะไม่ค่อยรู้ว่าในกรุงเทพฯ เขาฮิตอะไรกัน ซึ่งแถวๆ นั้นก็มีเอมนี่แหละที่เป็นผู้นำเข้าความเจริญ (มันเป็นยุคโดโจมิวสิค ออย ชอคกิ้งพิงก์อะ ลองนึกย้อนกลับไปดู) ซึ่งอะเดย์ก็เปิดโลกเรามาก มันพาเราไปรู้จักพี่โหน่ง พี่ก้อง ฯลฯ รู้จักการทำคอนเทนต์แบบอะเดย์ๆ ซึ่งนับเป็น School การเขียนแบบหนึ่งเลย แล้วพอมานั่งนึกๆ ดูก็น่าดีใจไปอีกที่เรากับเอมเริ่มเขียนคอลัมน์ให้อะเดย์ในฉบับเดียวกัน

    7. Hamburger เป็นนิตยสารที่ตอนนั้นจริงๆ ชอบกว่าอะเดย์ (อ้าว!) เพราะชอบเรื่องบันเทิงมากกว่าสาระมั้ง (อ้าว!) ติดตามแฮมเบอร์เกอร์ตั้งแต่เล่มแรกที่เป็นเย็บมุงหลังคา สกู๊ปทุกอย่างสนุกมาก มันเป็นนิตยสารบันเทิงแบบที่เราอ่านแล้วไม่เขินอะ แต่พอแฮมฯ ปรับมาเป็นเล่มหนาขึ้น ก็เปลี่ยนๆ ไป จนไม่ค่อยได้อ่านแล้ว (ตอนนี้เป็นเล่มแจกฟรีแล้วเลยกลับมาอ่าน)

    7. Way โตมาต้องอ่านเวย์ โตมาต้องอ่านเวย์ ตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ ยอมรับว่าตอนแรกๆ อ่าน Way ไม่รู้เรื่องเลย แถมยังไม่ค่อยชอบสไตล์การเขียนด้วย (มันเป็นการเขียนเชิงวิพากษ์ที่หนักข้อมูลหน่อย) แต่พอโตขึ้นๆ ก็อ่านรู้เรื่องมากขึ้นๆ จนรู้สึกว่าเออ มันเป็นอะไรที่อ่านแล้วเอาไปทำงานต่อได้อะ แล้วหลังๆ ก็เห็นความสำคัญของมันว่ามันเป็นนิตยสารที่ควรมีในประเทศไทยนี่แหละ ถ้าไม่มีแล้วใครจะทำ

    8. GM ความโง่ของเราคือตอนแรก (มหาวิทยาลัย) เราไม่อ่านนิตยสาร 'ผู้ชาย' เลย ดังนั้นจะแยกไม่ออกระหว่าง GM GQ อะไรงี้ แยกไม่ออก ไม่รู้เรื่องว่าแต่ละเล่มต่างกันยังไง คือเวลาซื้อก็จะซื้อเพราะปกดูสัมภาษณ์คนที่สนใจๆ อยู่ตอนนั้น โดยไม่ได้ดูแบรนด์ว่าเล่มนี้ของค่ายไหน (แต่มารู้ตัวทีหลังว่าก็ซื้ออยู่เรื่อยๆ) จนพี่หนุ่ม Tomorn Sookprecha ชวนไปสัมภาษณ์ผ่านพี่ยุ้ย และชวนเขียนคอลัมน์นี่แหละ (กราบ) เลยได้มาเขียนและรู้จักมากขึ้น ชอบ GM ในระยะ 2-3 ปีหลังขึ้นมาก น่าจะเพราะคอนเทนต์มันตรงกับช่วงวัยของเรามากขึ้น รู้สึกว่า GM เป็นนิตยสารที่พูดเรื่องใหม่ได้ดูเก๋าน่ะ

    9. Wired เป็นนิตยสารหัวนอก ภาษาอังกฤษ เล่มแรกจริงๆ ที่อ่าน และยอมตัดใจซื้อในวันที่ได้ค่าขนมเดือนละหกพันบาท Wired ตอนนั้นเข้าไทยเล่มละประมาณ 500 บาท การเจียดค่าขนม 1/12 ไปซื้อ เป็นอะไรที่โหดมากๆ แต่ก็ยอม แล้วก็รู้สึกดีที่ยอม เพราะว่ามันเป็นตัวเซ็ตวิธีคิดคอนเทนต์ สไตล์การเขียนการเลือกข้อมูล รสนิยมในการเลือกรูปฯลฯ ของเราหมดเลย ถ้า Wired เข้าไทยจะขอกราบเข้าไปเข้าร่วมด้วยในทางใดทางหนึ่งยอมถวายตัว 555

    10. Entertain หายไปจากแผงแล้ว แต่ในช่วงที่ดูหนังเยอะมากๆ ก็อ่าน Entertain เยอะมากๆ อีกเช่นกัน ชอบมันตรงที่มันเป็นนิตยสารที่เย็บมุงหลังคา แล้วราคาถูก ทำให้อ่านจบพอดีแน่ๆ (ถ้าเป็นนิตยสารเล่มหนาๆ จะกลัวว่จะอ่านไม่จบ) แล้วข่าวเขิ่วตอนนั้นก็ใหม่ดีจริงๆ คือมันพอดีกับการอ่านเรื่องภาพยนตร์สำหรับเรา โดยที่ไม่ต้องทำสก๊งสกู๊ปอะไรเยอะ (จริงๆ ตอนที่ดูหนังเยอะๆ ก็อ่านนิตยสารหนังแทบทุกหัวนะครับ Starpics, Filmax (ตอนนั้นมีหรือยังหว่า), Bioscope แต่รู้สึกว่าเออ Entertain มันโปร่งดี)

    ตอนนี้คนวงการนิตยสารอาจจะอยู่ยากหน่อย เป็นช่วงเวลาที่ถ้าใครบอกว่าจะก่อตั้งนิตยสารก็จะโดนคนหาว่า "บ้าเปล่า" ก็เลยชื่นชมพี่เอ๋พี่หนุ่มที่ลุกขึ้นมาทำอะไรตามความเชื่อและความบ้าของตัวเองกับโปรเจกต์ MAD ABOUT_ ซึ่งเราจะไปเขียนอะไรนิดๆ หน่อยๆ ในนั้นด้วย :D

    ขอแสดงความนับถือ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in