ยิงสิ ศึกปืนนองเลือด(1)KCD.JOR
1-2-3
  • “พี่สอค่ะ” กล้วยไม้เรียกสอที่กำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมไปยังการสอบไตรมรนะ

    “ว่าไงไม้” กล้วยไม้เดินเข้ามาใกล้ๆสอเอามือทั้ง2ข้างมาปัดฝุ่นที่อยู่บนเสื้อของสอ

    “ไหนบอกว่าเก็บเสื้ออย่างดีไงอุตส่าห์ซัก รีดอย่างดี ทำไมมีฝุ่นมาเกาะได้ค่ะ”สอก็ปล่อยให้กล้วยไม้จัดระเบียบเสื้ออยู่อย่างนั้น

    “พี่ขอโทษค่ะไม้” สอตอบกลับ

    “วันนี้แล้วนะค่ะพี่สอ ไตรมรณะ”

    “ใช่แล้ว ไตรมรณะ”

    “พี่สอเป็นไงบ้างค่ะ กังวลมั้ยค่ะ”กล้วยไม้ถามด้วยความเป็นห่วง สอที่หันหลังให้กล้วยไม้อยู่นั้นหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็วที่มีกล้วยไม้ยืนอยู่ สอย่อเข่าลง มองตากล้วยไม้อย่างนุ่มนวล

    “ไม้ฟังพี่นะ” กล้วยไม้กลืนน้ำลายลงคงจะเป็นวันนี้สินะ เพราะ2ปีที่ผ่านมากล้วยไม้ดูแลสออย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งดูแลเรื่องอาหารการกินที่หลับที่นอน เสื้อผ้า การฝึกซ้อม คนที่กินเหล้าด้วย ถึงแม้สอจะคออ่อนและเมาง่ายก็ตาม กล้วยไม้ที่คอแข็งกว่าก็จะเป็นคนพาสอกลับมาที่ยังเตียงนอนถึงแม้ว่าจะอยู่ด้วยกันมา2ปี แต่สอก็ไม่เคยจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเธอเลยอย่างมากเธอก็เข้าไปกอดสอ สอก็แค่เป็นหุ่นไม้ที่กล้วยไม้นึกว่าไม่มีความรู้สึกอะไร

    “ไม้เป็นคนสำคัญของพี่ตลอด2ปีที่ผ่านมา” ทั้ง2ยังคงจ้องตากัน

    “เพราะไม้ ทำให้พี่มายืนอยู่ตรงนี้โดยไม่มีความลังเลเลย”

    “พี่ไม่ความลังเลเลย ที่จะไปสู่ไตรมรณะ”

    “ไม้ค่ะ”สอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มเหลือเกิน กล้วยไม้ที่เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้วหลับตาปี๋

    “ไปส่งพี่นะ ไปส่งพี่ที่ประตูกรมไปกับพี่นะ” ทันใดนั้นสอก็สวมกอดกล้วยไม้แสดงถึงความขอบคุณตลอด2ปีที่ผ่านมา

    “ได้ค่ะ ไม้ไปค่ะ”

    “ขอบคุณนะค่ะ”แล้วทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน จุดหมายคือประตูหน้าของกรมทหาร

     

    “นุ” ดุสิตาเรียกลานุ

    “ว่าไงตา”

    “ตาว่านุรีบแต่งตัวมั้ยเดี๋ยวเราจะไปสายกัน” ใกล้เวลาเต็มที่แล้วแต่ลานุก็ยังแต่งตัวไม่เสร็จ

    “ถึงแม้พระองค์จะแต่งตัวเสร็จแล้วพระองค์ก็ยังไปไม่ได้เพค่ะ” ภาคีกล่าวขึ้นมา

    “อะไรค่ะท่าน ทำไมเราถึงยังไปไม่ได้”

    “ท่านลานุท่านแน่ใจเกี่ยวกับการทดสอบไตรมรณะแล้วใช่มั้ย พะยะค่ะ”ลานุพยักหน้าและอยู่ในการแต่งกายที่อยู่ในขั้นที่เรียบร้อยที่สุดพร้อมที่จะออกจากวังแล้ว

    “แล้วท่านคิดว่าด่านแรกที่เราจะทดสอบคืออะไร พะยะค่ะ”

    “เอาอย่างไงดีตา เรา2คนสามารถกำหนดด่านทั้ง3ได้ นุขอโทษที่ต้องมาบอกอะไรด่วนๆแบบนี้นะ นุตักเตือนท่านภาคีแหละทีหลังเรื่องใหญ่ขนาดนี้บอกเราให้เร็วกว่านี้นะ”

    “ขอประทานอภัยเพค่ะ จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเพค่ะ”

    “อย่างไงก็แล้วแต่เราจะไปปล่อยให้มารอเราอยู่แน่นอน เราต้องไปถึงที่นั้นตรงเวลา ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ระหว่างทางแล้วจะคิดไปเรื่อยๆ นม เตรียมพร้อม” ลานุบอกนมให้เตรียมพร้อมในการออกเดินทาง

    “ท่านลานุอย่าลืมนะว่ากระหม่อมคือที่ปรึกษาของท่านการตัดสินใจทุกอย่างต้องผ่านการรับทราบของกระหม่อม...”ลานุเอายกนิ้วชี้ขึ้นมาอยู่ระหว่างปากของภาคี

    “เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ หุบปากแล้วรีบตามเรามา” ลานุหัวเสียเหมือนกันกับการกระทำของภาคีที่ชอบมาเตือนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษาของลานุ

     

    “ว่าไงตา คิดอะไรได้แล้วบ้าง” แน่นอนดุสิตาไม่ทางที่จะไม่รู้ว่าการทดสอบครั้งนี้หมายความว่าอะไรถ้าคนที่สอบผ่านไตรมรณะมาได้ นั้นคือการเป็นทหารประจำวัง ขึ้นตรงกับทางวังไม่ได้ขึ้นตรงกับกรมทหาร ไม่ได้มีเจ้ากรมทหารเป็นผู้กำกับดูแลแต่มีลานุและตัวดุสิตาเอง ที่เป็นผู้กำกับ สอเองอาจจะ อาจจะ

    “ตา ตา”ลานุเรียกดุสิตาดังขึ้นหลังจากที่เม้อลอยในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

    “นึกถึงเรื่องอะไรอ่า?” ลานุถาม

    “ก็นึกถึงว่าเราจะให้บททดสอบอะไรดี”

    “นุ ตาอยากให้ด่านแรก เป็นด่านรอ”ดุสิตาเสนอ

    “ด่านรอ?”

    “หมายความว่าอะไรอ่า รอหรอ?” ลานุสงสัย

    “ใช่ไหนๆเราทันท่านที่ปรึกษายังไม่ได้ตกลงกันว่าเราจะให้บททดสอบอะไรดีและนุอยากไปตรงเวลา เราก็ทดสอบความอดทนคนที่มาสมัครว่าจะรอเรา ที่จะมาอยู่กับเราจะอดทนรอเราได้นานขนาดไหน นุว่าไง” ดุสิตาอธิบาย

    “นั้นก็ดีนะ ตาว่าไง นุว่างั้นแหละ”

    “แต่นุต้องเป็นคนประกาศมันนะตา นุขอนะ”ลานุต่อรอง

    “ค่ะ” ดุสิตายอมในข้อเสนอ ซึ่งเปิดโอกาสให้ลานุเล่นเกมส์

  • “ปัง ปัง ปัง”เสียงสัญญาณเรีบกรวมพลที่หน้าประตูกรมทหาร ผู้สมัครมีมากมายหลายที่ทั่วแผ่นดินสำนักฝึกวิชามีชื่อหลายที่ต่างส่งบุคคลที่มีความสามารถชั้นสูงลงสมัครมากมายสอเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่มาจากกรมทหาร แน่นอน สอถูกเพ่งเล็งจากทุกคน

    “อะไรว่ะ กรมทหารส่งมาแค่คนเดียวกระจอกว่ะ” เหมือนเป็นการกระซิบที่จงใจให้สอได้ยิน

    “ใจเย็นนะค่ะพี่สอ”กล้วยไม้จับมือสอแน่น บ่งบอกว่าวันนี้สอไม่ได้มาคนเดียว สอยังมีกล้วยไม้อีก และก็

    “ไอ้สอ...” เสียงตะโกนดังมาจากข้างหลังสอหันไปตามทางเสียง

    “ไอ้หิน มึงลงด้วยหรอว่ะ”สอพูดด้วยความตกใจเล็กน้อย

    “ถ้าน้องกุไม่มาขอ กุไม่มาหรอกนะ”สอหันมามองกล้วยไม้ แล้วก็ส่งยิ้มให้

    “มึงอย่าคิดมาก กุก็เพื่อนมึงเหมือนกันเพื่อนกุมาลง กุจะลงก็อะไรอยู่ ถูกมั้ย”

    “เออ ไอ้สัส ขอบใจว่ะ”

    “ตอนนี้ ขอให้คนที่จะมาลงสมัครเท่านั้นอยู่บริเวณนี้ญาติและครอบครัวของผู้สมัครไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ จนกว่าจะมีเสียงปืนดังอีกครั้ง”ภาคีกล่าวจากบนเวที ภาคีก็เริ่มเล่นเกมส์ของตัวเองเหมือนกัน

    “หนูฝากพี่สอด้วยนะค่ะ”กล้วยไม้อ้อนว้อนพี่ชายของตนขณะที่มือยังจับมือของสออยู่

    “ออ กุรู้แหละ” หินตอบสอย่อเข้าอีกครั้ง จ้องตาไปที่ตาของกล้วยไม้

    “ขอบคุณทุกอย่างนะค่ะและเดี๋ยวพี่จะกลับไปหานะ รอพี่ที่บ้านของไอ้สอนะ พักผ่อนได้แหละค่ะ ขอบคุณนะค่ะ”สอลูบหัวกล้วยไม้ด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้มีเสียอาการเล็กน้อยและมีน้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจและยินดี

    “ค่ะ หนูจะรอนะ”กล้วยไม้รับปากและเดินออกจากบริเวณนั้น

    “กุต้องชนะ” สอกล่าวกับตัวเอง

    “ออ พวกกุก็ขอให้มึงโชคดี ไอ้สอ”ไม่ใช่เสียงของหิน

    “มึงพูดอะไรไอ้หิน” สอสงสัย

    “กุปล่าวพูด” หินตอบ

    “พวกกุเอง มึงจะทำไม” 1ในชายกลุ่มหนึ่งพูดออกมาซึ่งทั้งหมดมีรอยสีกพระจันทร์อยู่ที่โหนกแก้มซ้ายทุกคนสอและหินมองกลุ่มนั้นด้วยความจะเอาเรื่องเหมือนกัน

    “เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ กุมาดี”ชายอีกคนในกลุ่มนั้นพูด

    “ไอ้นี่ชื่อหนึ่ง”ชายรูปอ้วนแต่กล้ามเนื้อหนักแน่นยกมือขึ้น

    “ไอ้ห่านี่ ไอ้ปากจัดชื่อไอ้สอง”ชายผอมผอมกะหล่อง ยักคิ้วขึ้น

    “กุชื่อสาม ท่านดุสิตาสั่งให้พวกกุมาดูแลมึงฝากตัวด้วยแหละกัน”ชายที่รูปร่างน่าจะสมส่วนที่สุดแนะนำตัวและยกมือขึ้นให้เพื่อจับมือ

    “ตาหรอ ตาจริงๆหรอ”สอพูดออกมาอย่างตกใจ ทั้ง2จับมือกัน

    “ใช่ ท่านตา ฝากมา” สองพูดซ้ำ

    “กุสอ ไอ้คนนี้ไอ้หิน”สอแนะนำตัวเองและหิน ทั้งหมดทักทายหินโดยการยกมือ

    “ไอ้สอ มึงคิดว่าไงว่ะ” หินกระซิบถามสอ

    “กุก็ไม่รู้เหมือนกัน”

    “กุพวกมึงไอ้สัส พวกกุเคารพเจ้าในวังเหนือหัวพวกกุเลยกุก็ลูกหลานนมให้วังนั้นแหละ ไว้ใจพวกกุได้”

    “กล่าวทักทายผู้สมัครทุกคนก่อนที่จะเริ่มไตรมรณะ ผม ขุนนางภาคี ขุนนางชั้นในของกษัตริย์ลานุมีบางอย่างที่จะอธิบายเพิ่มเติมก่อนที่ กษัตริย์ลานุกับท่านหญิงดุสิตาจะเสด็จมาในอีกช้าไตรมรณะครั้งนี้ จะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะมันจะหนักกว่าไตรมรณะครั้งก่อนๆอีกหลายเท่าขอเตรียมตัวและใจให้ดี และขอย้ำว่า คนนอก ญาติและครอบครัว ห้ามเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีเสียงปืนดัง ขอให้เข้าใจตรงกันนะคับ ทุกคนเตรียมถวายความเคารพ กษัตริย์ลานุกับท่านหญิงดุสิตาทั้งหมด นิ่ง” ภาคีก้าวลงจากเวที มอบเวทีให้ลานุและดุสิตา ที่ทั้งสองแต่งตัวเต็มยศเป็นครั้งแรกในรอบ2ปีที่สอเห็นดุสิตาอีกครั้ง

    “ตา” สอพึมพำกับตัวเอง

    “ให้ความเคารพท่านตาด้วยไอ้สอ”หนึ่งเตือน

    “สอ” ดุสิตาพึมพำกับตัวเองแน่นอนลานุก็เห็นสอและได้ยินคำพูดของดุสิตา

    “เราขอให้ทุกคนโชคดีคนที่ผ่านไตรมรณะจะมาอยู่กับเรา ในฐานะทหารข้างตัวของเราและท่านหญิงดุสิตาเราอยากได้คนที่เหมาะสมจริงๆ กับทั้งท่านดุสิตาและตัวเรา ดังนั้น ด่านแรกคือยืนอยู่ตรงนี้ อย่างไงก็ได้ในเท้าแตะพื้นตลอดเวลา ใครทำไม่ได้ คือไม่ผ่านด่านแรกขอให้โชคดี” ลานุมอบด่านแรกแล้วเดินลงจากเวที เว้นแต่ดุสิตาที่ยังยืนอยู่บนเวที

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in