ยิงสิ ศึกปืนนองเลือด(1)KCD.JOR
It is TIME.
  • ดุสิตาที่ได้รับสัญญาณการเรียกของลานุโดยการปาก้อนหินจากข้างล่างขึ้นมาที่หน้าตาหยุดอยู่ที่ริมหน้าตามองลงมาด้านล่างที่มีลานุแต่งตัวเป็นตัวตลกอยู่ข้างล่าง

    “ท่านตาค่ะ”นมเรียกดุสิตาว่าท่านตาอีกครั้ง

    “ปล่อยไปก่อนค่ะหนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าครั้งนี้จะมีมุขอะไรมาใหม่มั้ย?” ถูกต้องนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลานุต้องมาง้อดุสิตา ครั้งแรกที่เกิดขึ้นนั้น มันนานมาแล้วตอนที่ทั้งสองยังเป็นเด็กเล็กๆลานุแกล้งดุสิตารุนแรงเกินไปทำให้ดุสิตาเกิดอาการบาดเจ็บ เล็กน้อยแต่ดุสิตาแสดงความเจ็บปวดออกมารุนแรงและสมจริงลานุใช้ทุกวิธีที่เด็กจะคิดได้มาขอโทษดุสิตาและสุดท้ายลานุก็ชนะดุสิตาในศึกของการง้อด้วยการเล่นมุข

    “ตา” ลานุเรียกดุสิตาที่อยู่ชั้นบน

    “วันนี้นุมีเรื่องจะมาเล่า”
    “ถ้าตาอยากฟัง ตาอยู่ที่เดิมนะ อย่าขยับไปไหน” ดุสิตาก็ไม่ขยับไปไหน อยู่ที่ริมประตูนั้นแหละ

    “เป็นเรื่องจริง ที่นุไม่ชอบกินหนอนเพราะว่าหนอนมันมีค่ามาก”

    “ทำไมนะหรอ”

    “นุไม่กล้ากินหรอก”

    “เพราะว่านุจะเก็บหนอนนั้นไว้ให้ตากินคนเดียว”ดุสิตาฟังเสร็จก็ทำท่าจะเดินหันหลังกลับไปทันที

    “ตา.. อย่าพึ่งๆๆๆ” ลานุรีบตะโกนบอกสงสัยอันนี้จะไม่ผ่าน มุขนี้บอกเลยว่า ถ้าสอบ ก็คือสอบตก

    “ตา” ลานุเริ่มลองใหม่

    “ตา ตายกมือขึ้นตามนุนะ”ดุสิตายกมือขึ้น

    “ตาเอามือลงบนหัว” ดุสิตาทำตาม

    “ตารู้มั้ย ตามีอะไรอยู่?”ดุสิตาส่ายหน้า

    “ตามีผมอยู่ไง ฮาฮาฮา”ดุสิตารีบเอามือลงจากหัวแล้วรีบกลับหลังหันทันที พร้อมมุมปาก เล็กน้อย

    “ตา ตา...” ลานุเรียกดุสิตาดุสิตาก็กลับมาอยู่ที่ริมหน้าต่างลานุที่อยู่ด้านล่างส่งสัญญาณให้นมนำอุปกรณ์เข้ามา

    “ตา ตาดูนี่นะ” ดุสิตาชะเง้อดู

    “ในนี้มีถังน้ำอยู่2ถังตาเลือกมาว่าเอาถังน้ำฝั่งไหน?” ดุสิตาชี้นิ้วไปที่ถังฝั่งซ้าย

    “ฝั่งซ้ายใช่มั้ย ได้นั้นนุจะเก็บถังฝั่งซ้ายไว้นมเอาถังฝั่งขวามา” ลานุบอกนม นมยกถังน้ำนั้นขึ้นเหนือศีรษะของลานุ

    “1 2 3” ลานุนับเลข

    “ตู้มๆๆเสียงน้ำที่เย็นอยู่ในถังที่ตกลงบนตัวของลานุ ลานุตะโกนร้องเสียงดังด้วยความเย็นของน้ำและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของลานุนอกจากนั้นแล้ว น้ำที่ตกลงบนเสื้อของลานุนั้นมันซึมลงบนเสื้อของลานุซึ่งในนั้นปรากฏรอบใบหน้าเล็กๆที่ยิ้มแย้มน่าตลก จมูกเล็กๆตาใหญ่ๆ ที่อยู่บนลำตัวของลานุ ดุสิตาเมื่อเห็นของเอามือบนปากด้วยความตกใจ

    “ตา” ลานุเรียกตาอีกครั้ง

    “นุเข้าไปได้ยัง” ลานุถามคำถาม

    “แค่ตาไม่ตื่นและนุอยากมาเข้าห้องนุถึงขนาดทำอย่างนี้เลยออ?” ดุสิตาถามกลับ

    “ก็ถ้าไม่ยอมให้เข้ารอบหน้าเดี๋ยวแก้ผ้าวิ่งรอบวังเลย เอาดิ”ทั้งสองตอบโต้บทสนทนาและจบลงด้วยรอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของทั้งลานุ ทั้งดุสิตาทั้งนมที่อยู่ข้างล่าง ทั้งนมที่อยู่ข้างบน นมทั้งหมดดีใจที่เห็นทั้งสองมีความสุขหลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน

    “นม” ดุสิตาเรียกนม

    “ตาว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดค่ะ” แม้ว่าจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่มันก็ดูดีกว่าเมื่อก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของลานุ
  • ส่วนสอหลังจากที่ถูกทิ้งให้อยู่หน้าประตูวังท่ามกลางสายฝนท่านลานุสั่งให้นมพาตัวสอที่อยู่หน้าวังกลับไปที่บ้าน สอที่ตื่นนอนมาอยู่ในสภาพที่ร่างกายแห้งจากการถูกเช็ดตัวเสื้อผ้าเปลี่ยนหมด และอยู่บนเตียงนอน ในบ้านของตัวเอง

    “ตา ตา” สอพึมพำกับตัวเอง

    “ไอ้สอ” หินเดินเข้ามาในห้องนอน

    “มึงว่ากุควรเปิดใจจริงหรอว่ะ”

    “ถ้าถามกุ กุก็จะตอบว่าใช่” หินตอบตรงๆ

    “จริงนะ ตาบอกว่ากุควรเปิดใจ”

    “ตาบอกว่ากุควรเปิดใจให้กับน้องมึง”สอพูดตรงๆเหมือนกัน

    “ไอ้ไม้อ่านะ” หินตกใจ

    “มึงจะตกใจทำไม เมื่อวานมึงก็พูดกรอกหูกุตลอดไม่ใช่หรอไอ้ไม้ดีอย่างงั้น ไอ้ไม้ดีอย่างนี้ มึงจะตกใจทำไม?”

    “กุตกใจที่ตาพูดเองตาบอกปะว่าเพราะอะไร”

    “ตาบอกว่า ตาอยากให้กุมีความสุข”

    “ทำไมตาบอกกุอย่างนั้นว่ะมึงบอกกุได้ปะว่ะว่าทำไม” สอถามอย่างสงสัยจริงๆ

    “กุก็ไม่รู้เหมือนกันหรือว่าไอ้ตามันจะเริ่มรักท่านนุว่ะ” หินบอกถึงความเป็นไปได้

    “พอไอ้สัส” สอรีบตัดบท

    “กุไม่สนห่าอะไรทั้งนั้นแหละกุจะไปวิ่ง” สอลุกออกจากเตียงและเปลี่ยนเสื้อผ้า

    “มึง วิ่ง ตอนนี้เนี่ยนะเดี๋ยวก็ล้มหรอก พระอาทิตย์อยู่กลางหัวมึงเนี่ย” หินพยายามแบรก

    “ไตรมรนะ” สอพูดออกมาแล้วออกไปหน้าบ้าน

    “พี่สอค่ะ” กล้วยไม้รอสออยู่ที่หน้าบ้าน

    “ผ้าเช็ดเหงื่อค่ะ”กล้วยไม้ยื่นผ้าขนหนูให้สอ

  • ตลอด2ปีที่ผ่านมานี้สอและดุสิตาต่างเจอกับคนที่รักทั้งสองอย่างมากกล้วยไม้คอยดูแลสออย่างดีทั้งเรื่องอาหารการกิน สุขภาพ ความแข็งแรงให้พร้อมที่สุดในการสอบไตรมรนะ ส่วนลานุและดุสิตานั้นก็สนิทกันมากขึ้นต่างออกไปจากเมื่อ2ปีที่แล้วอย่างมากไปดูนกดูไม้ กินอาหารด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนชีวิตทั้ง4คนดูมีความสุขอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้

    “ณ บัดนี้ สมเด็จ ชริตากร ลานุ วรสัตติได้มีพระชนม์ 18 พรรษาซึ่ง พระองค์มีพระประสงค์ที่จะปฏิบัติราชการอย่างเต็มความสามารถปวงข้าพระพุทธเจ้า จะจงรักภัคดีต่อ สมเด็จ ชริตากร ลานุ วรสัตติ และท่านหญิงดุสิตาศักดิธรรม  จนกว่าชิวิตของปวงข้าพระพุทธเจ้าจะหาไม่”ภาคีกล่าวนำขุนนางทั้งหมด ถวายความเคารพ

    ดุสิตาที่มีอายุเพิ่มขึ้นสองปีมีความเป็นคุณหญิงในวังมากขึ้น ทั้งรูปร่างที่มีทรวดทรงสมส่วน แต่ไม่สูงมากหน้าอกที่เริ่มใหญ่ขึ้นตามอายุ แต่มีสิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิมคือแก้มที่ยังน่าหยิกอยู่นั้น

    “เราจะครองดินแดนพื้นนี้ด้วยความสามารถทั้งหมดที่เรามี เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของแผ่นดินกาลบุรีตลอดไป” ลานุที่ซึ่งเป็นกษัตริย์เต็มตัวหลังจากกล่าวประโยคนั้นลานุผู้ที่เป็นกษัตริย์แห่งความเด็ดขาดและเด็ดเดียว ร่างกายกำยำดูมีอำนาจน่าแกร่งขาม

    “อีก3วันต่อจากนี้ ให้คนที่ประสงค์จะเข้ามาทดสอบ ไตรมณระ พบกันที่บริเวณประตูหน้ากรม ตอนพระอาทิตย์ขึ้นขอให้ทุกคนโชคดี” ลานุมอบคำสั่งป่าวประกาศไปทั่วแผ่นดิน

    “ถึงเวลาแล้ว”สอพูดต่อหน้ากระดานติดประกาศ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in