fromJapan พาเที่ยว 47 จังหวัดแห่งแดนอาทิตย์อุทัยfromjapan.th
จังหวัดฟุกุอิ มีชื่อจังหวัดนี้ในญี่ปุ่นด้วยเหรอ?
  • จังหวัดฟุกุอิ

    มีจังหวัดชื่อนี้ด้วยเหรอ?

    ใช่แล้วครับ คุณไม่ได้ฟังผิดอย่างแน่นอน นี่คือชื่อจังหวัดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่อาจจะไม่คุ้นหูคนไทยเท่าโตเกียวหรือโอซาก้า แต่ 'จังหวัดฟุกุอิ' ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล และน่าไปไม่แพ้สถานที่ใดในญี่ปุ่นเลย

    หากกล่าวถึงประวัติของสถานที่แห่งนี้ แต่เดิมในอดีตจังหวัดฟุกุอิมีชื่อว่า ‘เมืองเอจิเซ็น’ และปกครองภายใต้อำนาจของไดเมียวตระกูลอาซากุระ ต่อมา ‘โอดะ โนบุนากะ’ ได้ยึดอำนาจและปราบปรามตระกูลอาซากุระ เมืองเอจิเซ็นจึงกลายเป็นศูนย์กลางการบริหารงานท้องถิ่นและเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นในฐานะเมืองปราสาทของ ‘ชิบาตะ คัทสึอิเอะ’ แม่ทัพคนสำคัญของโอดะ โนบุนากะและเป็นเจ้าครองแคว้นคนที่ 16

    ภายหลังสงครามเซกิงาฮาระ เมืองเอจิเซ็นได้ถูกปกครองโดยตระกูลมัตสึไดระซึ่งเป็นเครือญาติเดียวกันกับโชกุน 'โทคุกาวะ อิเอยาสึ'

    ฟุกุอิเป็นจังหวัดที่เดินทางไปได้อย่างสะดวกพอสมควร หากโดยสารด้วยรถไฟจะใช้เวลาเดินทางดังนี้

    • จากโตเกียว 3 ชั่วโมง 30 นาที (ชินคันเซ็นสายโฮคุริคุ เปลี่ยนเป็นรถด่วนพิเศษที่คานาซาวะ)
    • จากโอซาก้า 2 ชั่วโมง (รถด่วนพิเศษ)
    • จากฮิโรชิม่า 3 ชั่วโมง 30 นาที (ชินคันเซ็นสายโทไคโด ซันโย เปลี่ยนเป็นรถด่วนพิเศษที่เกียวโต)

    ต่อจากนี้เราจะเริ่มแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งชอปปิ้งในฟุกุอิกันเลย


    สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดฟุกุอิ

    จังหวัดฟุกุอิ (Fukui) เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคจูบุ ตั้งอยู่ทางตอนบนของเกียวโตและหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของจังหวัดฟุกุอินั้นรายล้อมไปด้วยภูเขา ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติอันแสนอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยภูมิหลังและเรื่องราวมากมายที่น่าค้นหา

     

    ท่องเที่ยวเชิงศาสนา

    1. ศาลเจ้าเคย์ฮิ

    ศาลเจ้าเคย์ฮิหรือ 'เคย์ซัง' นั้นกล่าวกันว่าได้ถูกสร้างขึ้นในยุคไทโฮที่ 2 (ค.ศ.702) เป็นศาลเจ้าที่อุทิศให้แก่เทพผู้ดูแลเส้นทางสายโฮคุริคุทั้งเจ็ด

    จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือเสาโทริอิขนาดใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม เสาโทริอิของศาลเจ้าเคย์ฮิมีความสูงประมาณ 11 เมตร ถือเป็น 1 ใน 3 เสาโทริอิไม้ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกันกับเสาโทริอิที่ศาลเจ้าคาสึกะ (จังหวัดนารา) และศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ (จังหวัดฮิโรชิม่า)

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าเคย์ฮิ

    วิธีเดินทาง

    • โดยรถบัส : จากสถานี JR Tsuruga ให้นั่งรถ community bus สาย 'Matsubara Line' หรือรถบัส 'Gurutto Tsuruga shuyu bus (Tsuruga Excursion Line Bus)' ไปลงที่ป้ายหน้าศาลเจ้าได้เลย ใช้เวลาประมาณ 4 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน (มีตั๋ววันราคา 500 เยนด้วย)
    • โดยการเดิน : ถ้าอยากออกกำลังขาก็สามารถเดินจากสถานี JR Tsurugaไปยังศาลเจ้าได้ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
    • รายละเอียดตั๋วรายวัน

    ที่อยู่

    • Kehi Shrine
      11-68 Sakaimachi, Tsuruga City, Fukui Prefecture 914-0075, Japan

    โทร

    • 0770-22-0794

    เวลาทำการ

    • เปิดให้สักการะทุกวัน เวลา 6:00 - 17:00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    2. ศาลเจ้าฮาคุซังเฮเซ็นจิ

    ศาลเจ้าฮาคุซังเฮเซ็นจิ (Hakusan Heisenji) ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่แห่งความเชื่อมาเป็นเวลากว่า 1,300 ปี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พักของพระนักรบ หรือโซเฮย์ (僧兵) กว่า 8,000 รูป ซึ่งลักษณะของโซเฮย์คือจะโพกผ้าที่ศีรษะและใบหน้า แล้วมีอาวุธเป็นง้าว ถ้านึกอะไรไม่ออกนึกถึงพระนักรบเบ็งเคย์ก็ได้ครับ

    ศาลเจ้าฮาคุซังเฮเซ็นจิเป็นเมืองศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในสมัยก่อน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีประวัติน่าสนใจ เริ่มแรกที่นี่ถูกสร้างเป็นศาลเจ้าชินโตเพื่อสักการะบูชาเทพเจ้าแห่งภูเขาฮาคุซัง แต่ต่อมาได้ถูกบูรณะเป็นวัดในช่วงที่ชินโตกับพุทธถูกนับถือไปพร้อมๆกัน (ชินบุทสึ) และในที่สุดด้วยนโยบายการแบ่งแยกชินโตจากพุทธ ที่นี่จึงกลับมาเป็นศาลเจ้าอีกครั้งในยุคเมจิจวบจนปัจจุบัน

    จุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่คือ ทางเดินหินที่ยังคงสภาพสมบูรณ์แม้กาลเวลาจะผ่านมาร่วม 1,000 ปีแล้ว

    ข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าฮาคุซังเฮเซ็นจิ (Hakusan Heisenji)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Katsuyama Eiheiji Fukui Station ให้นั่งรถไฟไปลงสุดสายที่สถานี Katsuyama (ใช้เวลา 58 นาที ค่าโดยสาร 770 เยน) หลังจากออกจากสถานี Katsuyama แล้วก็จะเจอที่ขึ้นบัสหมายเลข 2 ให้ขึ้นรถบัสวนรอบเมือง Dynagon ไปลงที่สถานี Shirayama Spirit Temple ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (รถบัสวนรอบเมือง Dynagon จะให้บริการเฉพาะวันหยุด และหยุดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม)

    ที่อยู่

    • Hakusan Heisenji Shrine
      Heisenji, Heisenji-cho, Katsuyama-shi, Fukui 911-0822

    โทร

    • 0779-88-8117

    เวลาทำการ

    • เปิดให้สักการะทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • วัดไม่มีค่าเข้าชม แต่มีค่าเข้าสวน 50 เยน

    เว็บไซต์

     

    หาความรู้ที่พิพิธภัณฑ์

    1. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ

    พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ (Fukui Prefectural Dinosaur Museum) ตั้งอยู่ในเมืองคัตสึยามะ จังหวัดฟุกุอิ เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลกด้วยเช่นกัน

    นอกจากจะมีการจัดแสดงฟอสซิลหรือหุ่นจำลองไดโนเสาร์แล้วนั้น พิพิธภัณฑ์นี้แห่งก็ยังมีโซนแสดงการทำงานเกี่ยวกับฟอสซิล เช่น ขั้นตอนการดูแลฟอสซิลหลังจากที่ขุดพบ ไปจนถึงขั้นตอนการเก็บรักษาและนำมาจัดแสดงในที่สุด นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงภาพยนตร์สารคดีอีกด้วย

    อ่านข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิได้ที่นี่ > ท่องโลกล้านปีที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุกุอิ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui ให้ขึ้นรถไฟ Echizen Railway ไปลงสถานีปลายทาง คือสถานี Katsuyama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Kyoryu Hakubutsukan-mae ใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาที

    ที่อยู่

    • Fukui Prefectural Dinosaur Museum
      51-11 Terao, Muraokacho, Katsuyama City, Fukui Prefecture 911-8601

    โทร

    • 0779-88-0001

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันพุธที่ 2 และ 4 ของเดือน และวันที่ 29 ธันวาคม - 2 มกราคม ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น.

    ค่าเข้าชม

    • 720 เยน

    เว็บไซต์


    2. พิพิธภัณฑ์ท่าเรือแห่งมนุษยธรรมสึรุกะ

    https://www.fuku-e.com/

    พิพิธภัณฑ์ท่าเรือแห่งมนุษยธรรมสึรุกะ (Port of Humanity Tsuruga Museum) เป็นสถานที่บอกเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของท่าเรือสึรุกะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นท่าเรือแห่งมนุษยธรรม เหตุผลที่ได้รับฉายานามนี้มาก็เนื่องมาจากว่าท่าเรือแห่งนี้เคยเปิดรับผู้ที่หนีภัยสงครามจากโปแลนด์ รวมถึงชาวยิวที่หนีภัยจากนาซีช่วงยุคสงครามโลก (โดยผู้ออกคำสั่งอนุญาตลี้ภัยในตอนนั้นคือทูตญี่ปุ่นนามว่า Sugihara Chiune) คุณสามารถศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้นได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ท่าเรือแห่งมนุษยธรรมสึรุกะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานีรถไฟ Tsuruga ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Kanegasaki Ryokuchi ใช้เวลา 10 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน (มีตั๋วรายวันในราคา 500 เยน)
    • รายละเอียดตั๋วรายวัน

    ที่อยู่

    • Port of Humanity Tsuruga Museum
      1-44-1 Kanegasakicho, Tsuruga, Fukui 914-0072

    โทร

    • 0778-51-1001

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (หยุดช่วงปีใหม่)

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ : 100 เยน
    • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี : เข้าชมฟรี


    3. พิพิธภัณฑ์ Fukui Prefectural Varve Museum

    https://www.fuku-e.com/
    Fukui Prefectural Varve Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นหินแห่งแรกของโลกที่แสดงชั้นหินของทะเลสาบซุยเกทสึ รวมถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมากว่า 70,000 ปีของทะเลสาบนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทะเลสาบและธรณีวิทยา

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ Fukui Prefectural Varve Museum

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานีรถไฟ Mikata หากนั่งรถแท็กซี่ไปจะใช้เวลา 5 นาที

    ที่อยู่

    • Fukui Prefectural Varve Museum
      122-12-1 Torihama, Wakasa-cho, Mikatakaminaka-gun, Fukui Prefecture 919-1331, JAPAN

    โทร

    • 0770-45-0456

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น.
    • หยุดทำการช่วงปีใหม่

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ : 500 เยน
    • เด็ก : 200 เยน

    เว็บไซต์


    4. พิพิธภัณฑ์สิ่งทอ Yume Ole Katsuyama

    https://www.fuku-e.com/files/spot/2012/9/9022.jpg
    https://fupo.jp/

    พิพิธภัณฑ์สิ่งทอ Yume Ole Katsuyama นั้นแต่เดิมเป็นโรงงานทอผ้าที่เก่าแก่มาก โดยดำเนินกิจการสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคเมจิ และเป็นโรงงานมาจนถึงปี 1998 โดยในปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมสามารถลองเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเพื่อเปิดประสบการณ์ทอผ้าแบบยุคโบราณได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทอผ้า ถักใยไหม เป็นต้น

    ข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์สิ่งทอ Yume Ole Katsuyama

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui นั่งรถไฟสาย Echizentetsudo-Katsuyama-Eiheiji ไปลงที่สถานี Katsuyama
      (ใช้เวลา 54 นาที ค่าโดยสาร 770 เยน) แล้วนั่งรถบัสต่ออีก 3 นาที

    ที่อยู่

    • Yume Ole Katsuyama (Textile museum)
      1 Chome-7-40 Showamachi, Katsuyama, Fukui 911-0802

    โทร

    • 0779-87-1200

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 - 16:00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้า แต่มีค่าเข้าร่วมกิจกรรมทอผ้า 500 เยน

    เว็บไซต์

     


    ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

    1. ปราสาทมารุโอกะ

    ปราสาทมารุโอกะ หรือปราสาทหมอกควัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1576 เป็น 1 ใน 12 ปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่น เพราะเป็นปราสาทที่ยังคงอยู่รอดปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและสงครามโดยไม่มีการสร้างจำลองสร้างขึ้นใหม่ และเชื่อกันว่าในบรรดา 12 ปราสาทดั้งเดิม ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุด

    เนื่องจากบริเวณรอบปราสาทมีต้นซากุระอยู่เยอะ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระที่สวยงามและมีชื่อเสียงของฟุกุอิ
    สำหรับคนที่สนใจเกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ ‘ปราสาทมารุโอกะ’ หรือ ‘ปราสาทหมอกควัน’ 1 ใน 100 จุดชมดอกซากุระชั้นนำของญี่ปุ่น

    ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทมารุโอกะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui ให้นั่งรถบัสเส้นที่วิ่งไป Honmaruoka แล้วลงที่ป้าย Honmaruoka ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงปราสาท
    • หรือนั่งรถไฟจากสถานี JR Fukui ไปลงที่สถานี Maruoka ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วนั่งรถบัสจากสถานี Maruoka ไปลงที่ป้าย Honmaruoka ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงปราสาทได้เช่นกัน

    ที่อยู่

    • Maruoka Castle
      1-59 Maruokacho, Sakai City, Fukui Prefecture 910-0231

    โทร

    • 0776-66-0303

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าปราสาท รวมถึงพิพิธภัณฑ์ 450 เยน

    เว็บไซต์


    2. ปราสาทเอจิเซ็น โอโนะ

    https://gaijinpot.scdn3.secure.raxcdn.com/

    ปราสาทเอจิเซ็น โอโนะ (Echizenono Castle) สร้างขึ้นในปี 1575 โดยคานาโมริ นากาชิกะ ซึ่งไดเมียวโอดะ โนบุนากะได้ส่งเขาให้มาดูแลในเขตนี้ ปราสาทเอจิเซ็น โอโนะนั้นเป็นปราสาทแบบ Hirayamajiro หรือปราสาทบนเขาลูกเล็ก โดยตั้งอยู่บนเขา Kameyama ที่ความสูง 249 เมตร ทำให้ในวันที่มีหมอกปกคลุมตัวเมือง ทัศนียภาพของปราสาทเอจิเซ็น โอโนะที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะดูเหมือนกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ราวกับเป็นปราสาทในแดนสวรรค์ และนี่เองเป็นที่มาของฉายา ‘ปราสาทลอยฟ้า’

    จุดที่สามารถมองเห็นวิวปราสาทในม่านหมอกแบบนี้ได้ก็คือบริเวณซากปราสาทอินุยามะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกันนั่นเอง

    ข้อมูลเกี่ยวกับปราสาทเอจิเซ็น โอโนะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui นั่งรถบัสสาย 55 ไปลงป้าย Mizuotoshi (ใช้เวลา 54 นาที ค่าโดยสาร 1,040 เยน) แล้วเดินต่ออีก 11 นาที
    • สำหรับจุดชมวิวปราสาทลอยฟ้า จากสถานี Echizen-ono ให้นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย vio (ใช้เวลา 7 นาที) แล้วเดินขึ้นเขา (ใช้เวลานาน)

    ที่อยู่

    • Echizenono Castle
      3-109 Shiromachi, Ono-shi, Fukui 912-0087

    โทร

    • 0779-66-0234

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น. (เดือนเมษายนถึงกันยายน) 6:00 - 16:00 น. (เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน)
    • ปิดทำการในเดือนธันวาคมถึงมีนาคม

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าชม 200 เยน

    เว็บไซต์


    3. โบราณสถานตระกูลอิจิโจดานิ อาซากุระ

    โบราณสถานตระกูลอิจิโจดานิ อาซากุระ (Asakura Clan Historic Ruins) เป็นซากเมืองปราสาทที่งดงามของขุนศึกตระกูลอาซากุระ ซึ่งปกครองพื้นที่นี้เป็นเวลา 103 ปีตั้งแต่ปี 1471 ก่อนที่โอดะ โนบุนากะจะเข้ามาปราบปรามและตั้งต้นปกครองสถานที่แห่งนี้

    ปัจจุบันภูมิทัศน์อันงดงามของเมืองปราสาทได้รับการบูรณะจนเกือบสมบูรณ์แบบ และยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมให้คล้ายกับในอดีต เปรียบเสมือนการคืนชีพให้กับเมืองปราสาทแห่งนี้เลยก็ว่าได้

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม 'เทศกาลแสงเทียนเอจิเซ็น อาซากุระ (Echizen Asakura Mantoya Candle Illumination)' และ 'เทศกาลจำลองการรบ (Echizen Asakura Warring States Festival)' ที่จะจัดขึ้นพร้อมกันในเดือนสิงหาคมของทุกปี ซึ่งบรรยากาศของทั้งสองเทศกาลล้วนให้กลิ่นอายของช่วงเวลาในอดีต ราวกับว่าได้ย้อนยุคและกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สมัยนั้นเลยทีเดียว

    ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานตระกูลอิจิโจดานิ อาซากุระ

    วิธีเดินทาง

    • โดยรถไฟ : จากสถานี Fukui นั่งรถไฟ JR สาย Kuzuryu Lineไปลงที่สถานี Ichijodani Station (ใช้เวลา 20 นาที ค่าโดยสาร 240 เยน) แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที
    • โดยรถบัส : จากสถานี Fukui นั่งรถบัสสาย 62 ไปลงที่ป้าย Fukugen Machinami bus stop (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าโดยสาร 680 เยน)

    ที่อยู่

    • Ichijōdani Asakura Family Historic Ruins
      Kidonouchicho, Fukui, 910-2153

    โทร

    • 0776-41-2173

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น. (หยุดวันที่ 28 ธันวาคม - 4 มกราคม)

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้า 220 เยน

    เว็บไซต์


    4. ย่านเมืองเก่าคุมากาวะจูกุ

    https://dearfukui.jp/

    ย่านเมืองเก่าคุมากาวะจูกุ (Kumagawa-juku) สร้างในปี 1589 โดยไดเมียว Asano Nagamasa เพื่อเป็นจุดเชื่อมระหว่างละแวกวาคาสะกับเกียวโต ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จากกระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้จะได้สัมผัสกับบรรยากาศย้อนยุคในแบบฉบับเอโดะโบราณ

    ข้อมูลเกี่ยวกับย่านเมืองเก่าคุมากาวะจูกุ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Kaminaka นั่งรถไฟ JR สาย Kuzuryu Lineไปลงที่ป้าย Wakasa Kumagawa
      (ใช้เวลา 8 นาที ค่าโดยสาร 330 เยน) แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที

    ที่อยู่

    • IcKumagawa-juku
      Kumagawa, Wakasa, Mikatakaminaka District, Fukui 919-1532

    โทร

    • 0770-62-0330

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00 - 17:00 น. (เมษายน - ตุลาคม)
      9:00 - 16:00 น. (พฤศจิกายน - มีนาคม)

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม (ยกเว้น Shukubakan 200 เยน)

    เว็บไซต์


    5. โกดังอิฐแดงสึรุกะ (Tsuruga Red Brick Warehouse)

    Tanya Jonas / Shutterstock

    ตั้งแต่ยุคเมจิ (1868 - 1912) ถึงช่วงต้นของยุคโชวะ (1926 - 1989) เมืองสึรุกะในจังหวัดฟุกุอิมีความเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองนานาชาติที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับทวีปยุโรปผ่านประเทศรัสเซีย และโกดังอิฐแดงสึรุกะ (Tsuruga Red Brick Warehouse) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1905 ก็นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นตัวแทนของยุคนี้

    ปัจจุบันอาคารต่างๆได้รับการบูรณะเพื่อแสดงถึงสิ่งที่น่าดึงดูดของสึรุกะ ตึกที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือเป็นสถานที่จัดแสดงแบบจำลองสามมิติซึ่งแสดงในส่วนของรางรถไฟและท่าเรือ ส่วนตึกทางทิศใต้เป็นร้านอาหาร

    ข้อมูลเกี่ยวกับโกดังอิฐแดงสึรุกะ

    วิธีเดินทาง

    ที่อยู่

    • Tsuruga Red Brick Warehouse
      4-1 Kanegasaki-cho, Tsuruga-shi, Fukui Prefecture 914-0072

    โทร

    • 0770-47-6612

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30 - 22.00 น. ปิดทำการในวันพุธ

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ : 400 เยน
    • เด็กประถม : 200 เยน

    เว็บไซต์

     

    ชมธรรมชาติสวยงาม

    1. ผาหินโทจินโบ

    ผาหินโทจินโบ (Tojinbo Cliffs) เป็นผาหินที่มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองฟุกุอิ หน้าผาแห่งนี้ถูกลมและน้ำทะเลกัดเซาะอยู่เป็นเวลานานจนทำให้เกิดรูปร่างที่แปลกตาน่าค้นหาสำหรับผู้พบเห็น

    ลักษณะพิเศษของผาหินแห่งนี้คือรูปทรงของหินเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ใช่หินมนๆที่พบเห็นได้ตามผาหินทั่วไป ซึ่งผาหินแบบนี้จะพบได้เพียง 3 ที่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

    ผู้ที่มาเยี่ยมชมความสวยงามของหน้าผาแห่งนี้ เพียงใช้เวลา 30 นาทีก็เดินได้ทั่วแล้ว แต่ควรเดินด้วยความระมัดระวัง เพราะผานี้ตั้งชื่อตามพระภิกษุที่มรณภาพก่อนวัยอันควร เนื่องจากลื่นล้มและพลัดตกลงทะเลไปในวันที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้

    นอกจากนี้เรายังสามารถชมความงามของผาหินโทจินโบผ่านการล่องเรือลัดเลาะไปตามแนวหินของผาแห่งนี้ได้เช่นกัน

    ข้อมูลเกี่ยวกับผาหินโทจินโบ

    วิธีเดินทาง (Tojinbo Cliffs & Tojinbo Cliffs Sightseeing Boat)

    • จากสถานี Fukui ให้ขึ้นรถไฟ Echizen Railway สาย Mikuni Awara ไปลงที่สถานีปลายทาง คือสถานี Mikuniminato ใช้เวลาประมาณ 50 นาที แล้วต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Tojinbo ใช้เวลาอีกประมาณ 5 นาที จากนั้นเดินอีกประมาณ 3 นาที
    • สำหรับผู้เข้าพักที่หมู่บ้านออนเซ็น Awara Onsen สามารถนั่งรถบัสโดยตรงเพื่อไปลงป้าย Tojinbo ได้ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเดินอีกประมาณ 3 นาที
    • * หมายเหตุ : สามารถซื้อ 2 Day Pass เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวภายในพื้นที่บริเวณปราสาทมารุโอกะและวัดเอเฮจิได้

    ที่อยู่

    • Tojinbo Cliffs
      Yasushima, Mikunicho, Sakai City, Fukui Prefecture 913-0064, Japan
    • Tojinbo Cliffs Sightseeing Boat
      64-1Yasushima, Mikunicho, Sakai City, Fukui Prefecture 913-0064, Japan
      โทร 0776-81-3808

    เวลาทำการ

    • Tojinbo Cliffs
      เปิดทำการทุกวัน ตลอดเวลา
    • Tojinbo Cliffs Sightseeing Boat
      เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันที่ 29 ธันวาคม - 31 มกราคม ตั้งแต่เวลา 9:00 - 16:00 น. (สำหรับรอบเรือ โปรดอ่านรายละเอียดจาก http://www.toujinbou-yuransen.jp/?lang=en)

    ค่าเข้าชม

    • Tojinbo Cliffs
      ไม่มีค่าเข้าชม
    • Tojinbo Cliffs Sightseeing Boat
      ค่าเรือทัวร์ 1,400 เยน

    เว็บไซต์


    2. หาดซุยโชฮามะ

    http://mihamaction.com/en/suishohama_beach_en/

    ชายหาดซุยโชฮามะ (Suishohama beach) ในจังหวัดฟุกุอิมีหาดทรายสีขาวที่เปล่งประกายเป็นจุดเด่น ที่นี่เป็นชายหาดยอดนิยมสำหรับเล่นน้ำทะเล

    http://mihamaction.com/en/suishohama_beach_en/

    โดยสาเหตุที่น้ำทะเลที่นี่ใส เป็นเพราะทรายขาวที่มีขนาดใหญ่ (คลื่นซัดแล้วไม่ปลิวกระจาย) จนได้รับการขนานนามว่าซุยโช (แปลว่าคริสตัล)

    หาดซุยโชฮามะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Tsuruga นั่งรถบัสไปลงที่ป้าย Suishohama ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

    ที่อยู่

    • Suishohama beach
      Takenami, Mihama, Mikata District, Fukui 919-1202

    โทร

    • 0770-39-1470

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    3. หาดชิโรยามะ

    https://wakasabay.jp/

    หาดชิโรยามะ (Shiroyama Beach) มีไฮไลต์สำคัญคือถ้ำ Meikyodo ตรงนี้เป็นจุดชมวิวอ่าววาคาสะที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง จนได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมพระอาทิตย์ตกดินของญี่ปุ่น

    ข้อมูลเกี่ยวกับหาดชิโรยามะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Wakasa-Takahama เดิน 15 นาที

    ที่อยู่

    • Shiroyama Beach
      Kotoshiro, Takahama, Oi District, Fukui 919-2221

    โทร

    • 0770-72-7702

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    4. สวนโยโกคัง

    https://jp.zekkeijapan.com/

    สวนโยโกคัง (Yōkōkan Garden) สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ ในอดีตเคยเป็นสถานที่พักตากอากาศของตระกูลมัตสึไดระ หากมายังสถานที่แห่งนี้เราจะสัมผัสความเป็นไดเมียวในยุคอดีตได้ด้วยการนั่งจิบชาไปพลาง ชมความงามของสวนไปพลาง

    และที่พิเศษกว่านั้นคือในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะผลัดใบเป็นสีโทนร้อน ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นกับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนโยโกคัง (Yōkōkan Garden)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui ใช้เวลาเดิน 15 นาที

    ที่อยู่

    • Yōkōkan Garden
      3 Chome-11-36 Hoei, Fukui, 910-0004

    โทร

    • 0776-21-0489

    เวลาทำการ

    • เปิดทำการทุกวัน เวลา 9:00 - 19:00 น. (ถึง 17:00 น. ช่วงวันที่ 6 พฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์)

    ค่าเข้าชม

    • เฉพาะสวน : 220 เยน
    • สวน + พิพิธภัณฑ์เมืองฟุกุอิ : 350 เยน

    เว็บไซต์


    5. สวนนิชิยามะ

    Hokiyu / Shutterstock

    สวนนิชิยามะ (Nishiyama Park) เป็น 1 ใน 100 สวนสาธารณะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สวนนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิเนื่องจากมีการปลูกต้น azalea ไว้ถึง 50,000 ต้น

    สวนแห่งนี้มีโซนสวนสัตว์ขนาดย่อมด้วย ซึ่งเราสามารถชมความน่ารักของเหล่าแพนด้าแดงได้ที่นี่

    ข้อมูลเกี่ยวกับสวนนิชิยามะ

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui นั่งรถราง Fukui Castle Ruins-daimyomachi ไปลงที่สถานี Nishiyamakoen (ใช้เวลา 37 นาที ค่าโดยสาร 380 เยน)

    ที่อยู่

    • Nishiyama Park
      3 Chome-8-10 Sakuramachi, Sabae, Fukui 916-0027

    โทร

    • 0778-51-1001

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตลอดเวลา (โซนสวนสัตว์เปิดเวลา 9.00 – 16.30 น.)

    ค่าเข้าชม

    • ฟรี

    เว็บไซต์


    6. จุดชมซากุระริมแม่น้ำอาสุวะ (Asuwa River row of cherry blossom trees)

    https://tabi-mag.jp/hu0159/
    https://www.fukuicity-navi.com/

    ต้นซากุระ 600 ต้นที่ขึ้นเรียงรายตามแนวแม่น้ำอาสุวะเป็นระยะทางกว่า 2.2 กิโลเมตร คือหนึ่งในจุดชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น (ติด 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น)

    ที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟด้วย ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวที่ 'จังหวัดฟุกุอิ' ในช่วงซากุระบาน ต้องไปที่แม่น้ำอาสุวะให้ได้เลยนะ!

    ข้อมูลเกี่ยวกับจุดชมซากุระริมแม่น้ำอาสุวะ (Asuwa River row of cherry blossom trees)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui เดิน 12 นาที

    ที่อยู่

    • Asuwa River row of cherry trees
      2-chōme-2 Keya, Fukui, 918-8003

    โทร

    • 0776-20-5346

    แฟ็กซ์

    • 0776-20-5670

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน (ซากุระจะบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน)

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม

    เว็บไซต์


    7. ห้าทะเลสาบแห่งมิกาตะ

    http://www.mikatagoko.com/

    ห้าทะเลสาบแห่งมิกาตะ (Five lakes of Mikata) เป็นชื่อเรียกของทะเลสาบ 5 แห่ง อันได้แก่

    1. ทะเลสาบมิกาตะ (Mikata)
    2. ทะเลสาบสุอิเกทสึ (Suigetsu)
    3. ทะเลสาบสึกะ (Suga)
    4. ทะเลสาบคุกุชิ (Kugushi)
    5. ทะเลสาบฮิรุกะ (Hiruga)

    ทะเลสาบทั้งห้านี้มีชื่อเล่นว่า 'ทะเลสาบ 5 สี' โดยตั้งตามสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ที่นี่นับเป็นหนึ่งในจุดแลนด์มาร์กของอุทยานแห่งชาติอ่าววาคาสะ

    นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามได้จากสวนลอยฟ้า Rainbow Line Summit Park นอกจากนี้รอบทะเลสาบยังมีจุดท่องเที่ยวต่างๆอีกมากมายด้วย (เป็นที่นิยมของคู่รักในฐานะเป็น power spot ด้านความรักด้วยนะ)

    อ่านบทความฉบับเต็มเกี่ยวกับห้าทะเลสาบแห่งมิกาตะและสวนลอยฟ้า Rainbow Line Summit Park ได้ที่นี่ > ดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามของห้าทะเลสาบแห่งมิกาตะที่สวนลอยฟ้า Rainbow Line Summit Park

    ข้อมูลเกี่ยวกับห้าทะเลสาบแห่งมิกาตะ (Five lakes of Mikata)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Mikata สามารถนั่งรถบัสไปได้ (ใช้เวลา 30 นาที) รายละเอียดสามารถดูได้ที่ http://www.fuku2.co.jp/koutuu8.html
    • สามารถเช่ารถจากบริเวณสถานี Mikata ได้

    ที่อยู่

    • Mitaka 5 lakes Mountain Peak Park
      18-2-2 Kiyama, Wakasa-cho, Mikatakaminaka-gun, Fukui, 919-1461

    โทร

    • 0776-20-5346

    แฟ็กซ์

    • 0776-20-5670

    เวลาทำการ

    • ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง เปิดทุกวัน ในเวลา 9:00 - 17:00 น.
    • ฤดูหนาว เปิดทุกวัน ในเวลา 9:00 - 16:30 น.
    • รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.mikatagoko.com/eng/open.php

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ : 900 เยน
    • เด็ก : 500 เยน (รวมค่ากระเช้าแล้ว)

    เว็บไซต์


    8. ทะเลสาบคุซุริว

    ทะเลสาบคุซุริว (Kuzuryu Lake) มีแม่น้ำคุซุริวเป็นต้นลำธารและไหลผ่านเมืองโอโนะ เป็นทะเลสาบที่สวยงามในทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

    คำว่า 'คุซุริว' นั้นหมายถึงเทพมังกรเก้าหัว มีที่มาจากตำนานเทพมังกรเก้าหัวที่ว่ากันว่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้าพระรูปหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 9

    ข้อมูลเกี่ยวกับทะเลสาบคุซุริว (Kuzuryu Lake)

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui ให้นั่งรถไฟ JR สาย Kuzuryu ไปลงที่สถานี Kuzuryūko (ใช้เวลา 92 นาที ค่าโดยสาร 1,170 เยน) แล้วหารถเช่าต่อ

    ที่อยู่

    • Kuzuryu Lake
      Ono, Fukui 912-0212

    โทร

    • 0779-66-1111

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • เข้าชมฟรี

    เว็บไซต์

     

    พักผ่อนหย่อนใจ

    1. หมู่บ้าน Keiryunosato

    https://www.fuku-e.com/

    Keiryunosato เป็นหมู่บ้านตกปลาที่เหมาะสำหรับการไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบเป็นครอบครัว นอกจากจะได้เพลิดเพลินไปกับการตกปลาแล้ว เรายังสามารถจัดแคมป์เป็นปาร์ตี้ปลาย่างได้ด้วยนะ

    ข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้าน Keiryunosato

    วิธีเดินทาง

    • เช่ารถ

    ที่อยู่

    • Keiryunosato
      286-5-1 Shinjo, Mihama-cho, Fukui Prefecture 919-1144

    โทร

    • (0770) 32-5580

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึง 18.00 น.
    • รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.mikatagoko.com/eng/open.php

    ค่าเข้าชม

    • ผู้ชาย 4,000 เยน
    • ผู้หญิงและเด็ก 2,500 เยน (รวมค่าเบ็ดตกปลาแล้ว)

    เว็บไซต์


    2. ป่าแห่งการผจญภัย Tree Picnic Adventure IKEDA

    https://e-ikeda.jp/stay/p004260_d/img/001.jpg
    https://www.town.ikeda.fukui.jp/kurashi/midokoro/1453/p002239_d/img/006.jpg

    Tree Picnic Adventure IKEDA เป็นศูนย์รวมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ภายในสถานที่แห่งนี้ เราจะได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมแอดแวนเจอร์หรือการตะลุยด่านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโหนสลิงจากภูเขาสูงด้วยเครื่องเล่น Mega Zipline หรือการจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกับเพื่อนๆท่ามกลางธรรมที่แสนร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจำลองวิธีการใช้ชีวิตในป่า และเราจะได้ลองกางเต็นท์นอนบนต้นไม้ด้วย

    ข้อมูลเกี่ยวกับ Tree Picnic Adventure IKEDA

    วิธีเดินทาง

    • เช่ารถยนต์หรือรถแท็กซี่จากสถานี Fukui (ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

    ที่อยู่

    • Tree Picnic Adventure IKEDA
      28-16 Shizuhara, Ikeda, Imadate District, Fukui 910-2523

    โทร

    • 0778-44-7474

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.

    ค่าเข้าชม

    • ค่าเข้าร่วมกิจกรรมเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 เยน
    • ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.picnic.ikeda-kibou.com/price/

    เว็บไซต์


    3. อาวาระ ออนเซ็น

    Applepy / Shutterstock
    https://www.g-housen.co.jp/lg_common/img/slide_img5.jpg

    อาวาระ ออนเซ็น (Awara Onsen) เป็นเมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดฟุกุอิ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1883 จนถึงปัจจุบัน นอกจากภายในเมืองจะมีโรงแรมแบบเรียวกังและที่พักขนาดเล็กให้บริการอยู่กว่า 30 แห่งแล้ว ทั่วเมืองยังมีตาน้ำถึง 74 จุด ทำให้ออนเซ็นในแต่ละจุดของเรียวกังที่อาวาระนั้นมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป

    ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่นของชาวเมืองบวกกับออนเซ็นคุณภาพเยี่ยม เมืองออนเซ็นแห่งนี้จึงเหมาะกับการมาเยือนเพื่อพักผ่อนร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

    ข้อมูลเกี่ยวกับอาวาระ ออนเซ็น

    วิธีเดินทาง

    • จากสถานี Fukui ให้นั่งรถไฟสาย Echizentetsudo-Mikuni-Awara ไปลงที่สถานี Awara-Yunomachi (ใช้เวลา 41 นาที ค่าโดยสาร 680 เยน)

    ที่อยู่

    • Awara-Yunomachi
      1-1-1 Onsen, Awara-shi, Fukui 910-4104

    โทร

    • 0776-77-1877

    เวลาทำการ

    • เปิดทุกวัน ตลอดเวลา

    ค่าเข้าชม

    • ไม่มีค่าเข้าชม (ค่าออนเซ็นและค่าโรงแรมแตกต่างกันไปตามแต่ละที่)

    เว็บไซต์

     

    อาหารท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุอิ

    ฟุกุอิเป็นจังหวัดที่มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติมากมาย อาหารของจังหวัดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'อาหารทะเล' จึงมีความหลากหลายมากเช่นกัน ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปลิ้มลองความสดอร่อยจากท้องทะเลฟุกุอิกันครับ


    1. ปูเอจิเซ็น

    Fukui prefecture

    ปูซุวะอิ (Zuwaigani) เป็นปูชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น จนได้รับฉายาว่าเป็น 'ราชาแห่งอาหารรสเลิศในฤดูหนาว' เลยทีเดียว แหล่งอาศัยของปูซุวะอิคือทะเลญี่ปุ่นและทะเลโอคอสต์ (Okhotsu Sea) แต่ทั้งนี้ หนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของปูซุวะอิที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยก็คือ ปูเอจิเซ็น

    Fukui prefecture

    ปูเอจิเซ็น เป็นปูชนิดเดียวที่เคยมีการนำไปถวายแด่ราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยปูนี้ไม่ว่าจะเป็นทานแบบซาชิมิสดๆ แบบปิ้งย่าง หรือแบบชาบูหม้อไฟก็ล้วนอร่อยหมดทุกเมนู

    สำหรับร้านแนะนำในจังหวัดฟุกุอิ เราขอแนะนำ Echizen gani museum (越前がにミュージアム) ที่สามารถกินบุฟเฟ่ต์ปูได้อย่างจุใจ!


    2. ฟุกุอิแซลมอน

    http://www.pride-fish.jp
    http://www.pride-fish.jp

    ฟุกุอิแซลมอน หากจะเรียกปลาชนิดนี้ว่าแซลมอนก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะที่จริงแล้วฟุกุอิแซลมอนนั้นคือปลาเทราต์ครับ! อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นปลาในกลุ่มเดียวกัน และอย่างที่เห็นในรูป ดูสีส้มชวนน่ากินนั่นสิครับ


    3. Wakasa Unagi

    https://urala.jp

    เมื่อพูดถึงปลาไหล เราอาจจะคิดว่าหากินที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่นนี่นา แต่ปลาไหลจากเมืองวาคาสะ โดยเฉพาะจากทะเลสาบมิกาตะนั้น เป็นหนึ่งในปลาไหลที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นครับ! ถ้าได้ไป 'จังหวัดฟุกุอิ' ลองแวะไปทานปลาไหลที่ร้าน Unagiya genyomon ดูนะครับ


    4. ซูชิปลาซาบะย่าง (Wakasa Grilled Sushi)

    https://item.rakuten.co.jp

    ที่เมืองวาคาสะมีอาหารท้องถิ่นอย่างหนึ่งคือ Hamayaki Saba ซึ่งก็คือการนำปลาซาบะมาเสียบไม้ย่าง เนื่องจากปลาซาบะเป็นปลาที่เก็บรักษายาก ชาวเมืองวาคาสะจึงเอาปลาซาบะมาย่างและปรุงรสเพื่อให้เก็บไว้กินได้นานๆ และหนึ่งในอาหารที่น่าลองก็คือ ซูชิปลาซาบะย่างครับ


    5. ยากิโทริ (Yakitori)

    ยากิโทริ (Yakitori) เป็นหนึ่งในอาหารง่ายๆแต่ครองใจคนญี่ปุ่น และร้านหนึ่งที่ครองใจคนญี่ปุ่นมานานคือร้านยากิโทริที่ชื่อ Akiyoshi ซึ่งมีสาขามากมายกว่า 30 สาขาในจังหวัดฟุกุอิ ถ้าไปฟุกุอิแล้วต้องไม่พลาดครับ


    6. Volga rice

    Volga rice เป็นชื่อเรียกข้าวหน้าไข่ออนท็อปด้วยทงคัตสึ และราดด้วยแกงกระหรี่ แม้ที่มาของชื่ออาหารจะไม่แน่ชัดเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆนี่เป็นเมนูขึ้นชื่อของเมืองเอจิเซ็น จังหวัดฟุกุอิ


    7. Sauce Katsudon

    https://4travel.jp/travelogue/10188744

    ปกติแล้วคัตสึด้ง (ข้าวหน้าหมูทอด) ในภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่นจะเป็นหมูทอดราดไข่กับต้นหอม แต่ที่ 'จังหวัดฟุกุอิ' นั้นจะเป็นหมูทอดราดซอสวูสเตอร์ ซึ่งให้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร ถ้ามีโอกาสได้ไปฟุกุอิบอกเลยว่าต้องลองครับ


    8. Oroshi Soba

    ชื่อของ 'เอจิเซ็น โอโรชิโซบะ' นั้นมีที่มาจากตอนที่จักรพรรดิโชวะเดินทางไปเยือน 'จังหวัดฟุกุอิ' เมื่อปี 1947 และได้รับประทานโอโรชิโซบะขณะทรงประทับที่เมืองนี้ หลังจากการมาเยือนในครั้งนั้น ท่านได้กล่าวกับคนสนิทอย่างชื่นชมถึงรสชาติของโซบะที่ได้รับประทานที่เอจิเซ็น ว่าโอโรชิโซบะช่างมีรสชาติที่แสนเอร็ดอร่อย

    หากได้มายังจังหวัดนี้ คุณควรที่จะลองลิ้มรสของโอโรชิโซบะซึ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ในอาหาร 100 จานหลักจากชนบทญี่ปุ่นดูสักครั้งครับ


    9. O-edo+sushi

    หากอยากทานซูชิที่ 'จังหวัดฟุกุอิ' แต่ก็อยากถ่ายรูปสวยๆด้วย เราขอแนะนำร้าน O-edo+sushi ที่รับประกันได้เลยว่าจะทำให้คุณถ่ายรูปอาหารสวยๆได้แน่นอน


    10. Hachiban Ramen

    Hachiban Ramen คือราเมนหมายเลข 8 'ฮะจิบังราเมน' ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีนั่นเอง แต่มักจะมีคนสงสัยว่าทำไมมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ยักเจอร้านนี้? คำตอบคือในประเทศญี่ปุ่นนั้น ฮะจิบังเป็นร้านเชนราเมนที่มีเยอะในละแวกโฮคุริคุ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดอิชิกาวะ จังหวัดโทยามะ และ 'จังหวัดฟุกุอิ' ครับ ถ้าอยากลองทานราเมนหมายเลข 8 แบบดั้งเดิมละก็ สาขาที่จังหวัดฟุกุอิก็น่าลองครับ


    11. ดังโงะ ยูเมะสึเกะ (Dango Yumesuke)

    ดังโงะ ยูเมะสึเกะ (Dango Yumesuke) คือร้านดังโกะชื่อดังในเมืองโอโนะ ที่นอกจากจะแสนอร่อยแล้ว หน้าตาของเจ้าดังโงะก็ยังมีสีสันสวยงามน่ากินมากมาย ถ้าไปเที่ยวปราสาทโอโนะแล้ว ลองแวะไปกินดูนะ

     

    ที่มา: รวมสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปโดนสักครั้งของ ‘จังหวัดฟุกุอิ’

    ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจได้ที่: fromJapan.info

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in