A life of Emma Scurbysunnyside1909
การกลับมาของเอมม่า สเคอร์บี้ (ที่ไม่ยิ่งใหญ่เอาซะเลย)
  • ไดอารี่ที่รัก

    (หน้าปกเธอฝุ่นจับเชียวล่ะ ที่รัก ฉันไม่ได้จับเธอมานานขนาดนั้นเลยสินะ)

    ขอถอนหายใจ สูดลมหายใจเข้าลึกๆและหายใจออกจนสุดปอด (แบบที่เขาใช้ในการเรียนโยคะกันน่ะ) สักสองสามที หรือมากกว่านั้นหน่อยนะ

    ที่เอมม่าหายไปไม่ใช่อะไรหรอก แต่ชีวิตคนเรามันคงมีความเนิบเนือยไร้เรื่องเกิดขึ้นบ้าง...ที่พูดไปโกหก มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะระหว่างที่ฉันไม่ได้แวะเวียนมาหาเธอ เรื่องมากมายเช่น เออ ฉันถูกผู้ชายวัยกลางคนที่สำลักใส่แก้วน้ำของตัวเองจีบ และ ฉันได้มีโอกาสด่ามิสแพทริก (เจ้านายชาวอิตาลีผู้ฟังภาษาคนไม่ออกของฉัน พูดในกรณีที่เธอลืมน่ะ) ว่าเห็นแก่ตัวเป็นบ้า

    เรื่องมันเกิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่งล่ะ ลูกค้าโทรศัพท์มาด่าฉัน

    "ฝากบอกหัวหน้าเธอด้วยนะว่า นี่น่ะเห็นแก่ตัวมาก เอารัดเอาเปรียบ และไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย" 
    ฉันก็ตอบรับอย่างนอบน้อม "ได้ค่ะ ทอมมี่ ฉันจะต้องแจ้งมิสแพทริกแน่นอนค่ะ"

    และแน่นอนที่รัก ฉันแจ้งเธออย่างไม่ตกหล่นเลยล่ะ!

    "มิสแพทริกคะ ทอมมี่ให้ฉันเรียนคุณว่า คุณเห็นแก่ตัวมาก เอารัดเอาเปรียบ และไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลยค่ะ" ฉันพิมพ์ไปทางข้อความ แน่นอนว่าฉันปรับให้มันดูสุภาพกว่านี้สักสิบเท่าได้ โดยคงความหมายเดิม เธอคงนึกไม่ออกถึงความลำบากของฉันหรอก การที่ฉันต้องหาคำพ้องความหมายพวกนี้ที่สุภาพพอจะแจ้งมิสแพทริกได้น่ะ มันยากขนาดไหน

    แต่นั่นแหละ ฉันไม่อยากจะพลาดโอกาสในการด่าเธอไงล่ะ เพราะสิ่งที่ทอมมี่พูด มันจริงพันเปอร์เซ็น มิสแพทริกดูตกใจเล็กน้อย แต่เธอรู้ว่าทอมมี่เป็นคนขี้โมโหล่ะ

    ยังไม่ทันที่มิสแพทริกจะทำอะไรไปมากกว่านั้น ทอมมี่ก็จัดการส่งอีเมล์ด่าด้วยภาษาของเธอเองไปยังหัวหน้าใหญ่ของพวกเรา ฉันก็โอ้...สาบานได้นี่มันยิ่งกว่าดูเบสบอลแมตช์ชิงแชมป์อีกนะ

    หัวหน้าใหญ่จะทำอะไรได้นอกจากอีเมลมาขอโทษขอโพยทอมมี่อย่างสุภาพอ่อนหวานจนฉันอยากจะอ้วก

    เธอกำลังคิดว่าฉันไม่มืออาชีพล่ะสิ ที่รัก

    แต่เคราเมอร์ลินเป็นพยาน (ใช่ ฉันอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์) ฉันพูดกับมิสแพทริกอย่างสุภาพมากจริงๆนะ สุภาพจนฉันกลัวว่า เธออาจจะไม่เข้าใจคำที่ฉันใช้ก็เป็นได้ พวกคำศัพท์ SAT ก็มีประโยชน์ตอนนี้แหละ ฉันขอแนะนำอย่างยิ่งว่า คนเราควรจะเรียนคำศัพท์พวกนี้เอาไว้ อย่างน้อยเวลาพูดออกมาก็ดูฉลาด(ถึงแม้ข้างในเราจะโง่เหมือนแตงกวาดองเละๆกองหนึ่ง) และเธอก็สามารถใช้ด่าคนที่ไม่เข้าใจศัพท์พวกนี้ได้ด้วย

    นี่ล่ะก็คือเรื่องเด้งดึ๋งของเอมม่า สเคอร์บี้ ที่ทำให้ชีวิตของฉันที่น่าเบื่อหน่อยๆรู้สึกมีสีสันขึ้นมาบ้างน่ะนะ 

    ปล.หนุ่มขายตรงคนนั้น (ที่ฉันเล่าให้เธอฟังเมื่อเดือนกุมภา) ใช่ เขายังอยู่ในชีวิตฉัน และเพียรพยายามชวนฉันออกไปกินข้าว


    ลงชื่อ
    เอมม่า สเคอร์บี้ ผู้ที่สมองทำมาจากแตงกวาดองบดจนเละ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
priawhwan (@priawhwan)
ไปกินเถอะ อย่างน้อยอาจจะได้กินข้าวฟรีกับหนุ่มหล่อนะ
sunnyside1909 (@sunnyside1909)
@priawhwan เอมม่าไปกินมาแล้วล่ะ ค่าอาหารหารแม้กระทั่งเศษสตางค์เลยเชียวนะ!