เรื่องเล่าจากเพื่อนๆNoi Beleza
ประสบการณ์ชีวิต..ช่วยเหลือหมีที่อลาสกา

  • น้องเขยผมเป็นชาวอเมริกัน
    เขาอยากเป็นกลาสีเรือมาแต่เด็ก
    อยากจะเผชิญโลกกว้าง
    อยากจะลองเที่ยวรอบโลก
    แล้วค่อยกลับมาเรียนหนังสือ

    แม้พ่อของเขาจะเป็นหมอ
    ฐานะครอบครัวก็ดี
    แต่พ่อแม่กลับไม่ได้ให้เงินเขา
    และตัวเขาเองก็ไม่ได้ขอเงิน
    จากทางบ้านด้วยเช่นกัน

    พอจบชั้นมัธยมปลาย เขาก็ไปอลาสกา
    ทำงานตัดไม้เพื่อเก็บเงิน
    เนื่องจากที่อลาสกานั้น
    กลางวันยาวนานกลางคืนสั้น
    กว่าพระอาทิตย์จะตกก็เป็นเวลาเที่ยงคืน
    และตีสามพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว

    หากเขาทำงาน 16 ชั่วโมงใน 1 วัน
    เงินค่าจ้างตัดไม้ของหนึ่งฤดูกาล
    ก็จะทำให้เขาสามารถเที่ยวรอบโลก 3 ฤดูกาล
    เขาเดินทางท่องเที่ยวไปรอบโลก 2 ปี
    จึงค่อยกลับมาเรียนมหาวิทยาลัย

    เขาเลือกคณะเรียนที่ตัวเองชอบ
    เขาจึงเรียนจบเร็วเพียง 3 ปี
    แล้วออกมาทำงาน

    การงานของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น
    กล่าวได้ว่าก้าวหน้าเร็วมาก
    จนได้เป็นหัวหน้าวิศวกร

    มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง
    เขาบอกว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตเขา
    ทั้งชีวิตเลยทีเดียว
    .
    .

    ตอนที่เขาทำงานอยู่ในอลาสกา
    ขณะที่เขากับเพื่อนคนหนึ่งอยู่บนภูเขา
    ก็ได้ยินเสียงหมาป่าครางโหยหวน
    เขาสองคนจึงออกค้นหาไปทั่วบริเวณ
    ด้วยความตกใจ

    สุดท้ายไปเจอแม่หมาป่าตัวหนึ่ง
    ถูกกับดักสัตว์หนีบขา
    และกำลังร้องครวญครางโหยหวนอยู่

    เขาเห็นกับดักสัตว์หน้าตาประหลาดนั้นปุ๊บ
    ก็ทราบทันทีว่าเป็นของคนงานเฒ่าคนหนึ่ง
    เขามักดักจับสัตว์เป็นงานอดิเรก
    เพื่อจะนำหนังสัตว์ไปขาย
    เสริมรายได้งานในครอบครัว

    แต่คนงานเฒ่าคนนี้เพิ่งจะถูกเฮลิคอปเตอร์
    พาไปส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
    ด้วยอาการโรคหัวใจ
    ดังนั้นแม่หมาป่าตัวนี้จึงมีโอกาสอดตาย
    เพราะไม่มีใครมาช่วยจัดการ

    เขาคิดจะปล่อยแม่หมาป่า
    แต่แม่หมาป่าดุมาก
    จนไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้เลย

    เขายังเห็นด้วยว่าแม่หมาป่า
    มีน้ำนมหยดจากเต้านม
    แสดงว่ามีลูกอ่อนรออยู่ในรัง

    ดังนั้น เขากับเพื่อนจึงพยายาม
    ค้นหารังหมาป่าอย่างสุดความสามารถ
    และหาพบในที่สุด

    จากนั้นจึงอุ้มลูกหมาป่าทั้งสี่ตัว
    มาที่แม่หมาป่าเพื่อให้มันป้อนนมลูก
    ลูกมันจะได้ไม่อดตาย

    พวกเขาแบ่งเสบียงให้แม่หมาป่า
    มันจะได้รอดชีวิตต่อไป
    กลางคืนยังต้องตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆ
    เพื่อจะได้ช่วยคุ้มครองพวกมันได้
    เพราะแม่หมาป่าโดนกับดักหนีบไว้
    จึงป้องกันตัวเองไม่ได้

    จนถึงวันที่ 5 ตอนที่เขาไปป้อนอาหาร
    พบว่าหางของแม่หมาป่ากระดิกเบาๆ
    จึงทราบว่าเริ่มได้รับความไว้วางใจ
    จากแม่หมาป่าแล้ว

    ผ่านไปอีก 3 วัน
    แม่หมาป่าถึงได้ยอมให้เขาเข้าใกล้
    เพื่อจะได้ปลดกับดักสัตว์ออกให้

    หลังจากแม่หมาป่าเป็นอิสระ
    ก็เลียมือของเขา
    ยอมให้เขาใส่ยารักษาแผลที่ขาให้
    แล้วค่อยพาลูกๆ จากไป
    ระหว่างเดินจากไปยังหันกลับมามอง
    พวกเขาอยู่หลายครั้ง 😭
    .
    .

    เขานั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่แล้วคิดว่า
    หากมนุษย์สามารถทำให้
    สัตว์ป่าที่ดุร้ายเลียมือตัวเอง
    และกลายเป็นเพื่อนกันได้

    แล้วจะไม่สามารถทำให้มนุษย์ด้วยกัน
    วางอาวุธลง และยอมเป็นเพื่อนกันหรือ?

    เขาตัดสินใจว่านับจากนี้ไป
    จะแสดงความเป็นมิตรแก่คนอื่นก่อน
    เพราะเขาได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้แล้วว่า
    ต้องแสดงความจริงใจของเราเองก่อน
    อีกฝ่ายจึงจะยอมแสดงความจริงใจตอบ

    เขายังพูดล้อเล่นว่าหากไม่เป็นเช่นนี้ล่ะก็
    อีกฝ่ายก็คงเทียบไม่ได้กระทั่งเดรัจฉานแล้ว
    .
    .

    ดังนั้น เวลาทำงานในบริษัท
    เขาจึงมักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ
    เขาจะสมมติก่อนว่าคนอื่นนั้นมีเจตนาดี
    แล้วค่อยไปคิดหาเหตุผล
    ในพฤติกรรมของคนคนนั้น

    เขามักช่วยเหลือผู้อื่น
    ไม่ถือสาหาความเรื่องเล็กน้อย
    ดังนั้นเขาจึงได้เลื่อนตำแหน่งทุกปี
    และก้าวหน้าเร็วมาก
    ที่สำคัญที่สุดคือ ..
    เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน

    คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น
    มักมีความสุขกมากว่า
    คนที่ได้รับความช่วยเหลือมาก

    แม้เขาจะไม่ทราบว่าคนจีนมีคำกล่าวว่า
    "เป็นผู้ให้มีความสุขกว่าเป็นผู้รับ"

    แต่ชีวิตของเขาได้ยืนยันความจริง
    ของประโยคนี้แล้ว

    เขาบอกผมว่า..
    เขารู้สึกขอบคุณประสบการณ์
    ในอลาสกาอย่างมาก
    เพราะมันเป็นประสบการณ์
    ที่เป็นประโยชน์ต่อเขาไปชั่วชีวิต
    .
    .

    มีเพียงสิ่งที่ตัวเราปรารถนา..
    เราจึงจะทะนุถนอม

    มีเพียงลูกพลับที่เคยผ่านน้ำค้างแข็งมาแล้ว
    ที่จะมีรสหวาน

    คนก็เช่นกัน ต้องผ่านการฝึกฝนขัดเกลา
    จึงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์

    หากคนคนหนึ่งเรียนจนจบมหาวิทยาลัย
    แล้วยังไม่รู้อีกว่าตัวเองอยากจะทำอะไร

    เราก็ควรส่งเขาไปฝึกฝนขัดเกลาตัวเอง
    ในโลกภายนอกเสียบ้าง
    แล้วอย่าให้เงินเขา
    ให้เขาหาเงินเลี้ยงปากท้องเอง
    ให้โอกาสเขาไปแสวงหาตัวตนของตัวเอง
    และสัมผัสกับชีวิต
    เชื่อว่าเขาย่อมได้พบกับประสบการณ์
    ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขาต่อไป

    Cr : เพื่อนกลุ่ม FB

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in