9Satra fanfic : Short Fic & One shotkizu_amakusa
[9Satra fanfic]short Fic:[อ๊อด-พรานทมิฬ-ทารคา] : ซ่อนกลิ่น

  • Pairing : อ๊อดxพรานทมิฬ , ทารคาxพรานทมิฬ

    warning : อาจมีการกระทำที่รุนแรงและเห็นเลือดในบางฉาก 


    --------------------------------------


    ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนมักจะหวนหาอดีต

    รู้อยู่แก่ใจว่ามันหวนคืนมาไม่ได้

    แต่ก็ชอบที่จะไขว่คว้ามัน แล้วกำอากาศไว้ในความทรงจำ


    ถ้ากิดว่าคุณนึกไม่ออก มันเหมือนกับนักปีนเขาที่ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำสิ่งเดิมๆได้อีกต่อไป แต่ก็ยังหวนไห้แก่ความรู้สึกที่เขาโหยหา

    ขอแค่ได้ไปยืนในจุดเดิมแล้วสูดกลิ่นบรรยากาศนั้นอย่างเต็มปอดอีกครั้ง แค่นั้นก็เหมือนกับทุกสิ่งที่ตายด้านกลับมามีชีวิตชีวาอย่างชุ่มชื่นในหัวใจ


    ถึงความรู้สึกพวกนี้มันจะวนเวียนอยู่ในหัวผมบ่อยๆ แต่มันก็ไม่ตลอดเวลาขนาดนั้น

    และก็ไม่ใช่ว่าผมไม่พอใจในชีวิตปัจจุบันหรอกนะ

    มันก็..แค่มีบ้าง ที่ผมอยากกลับไปอยู่ในบรรยากาศเก่าๆกับความรู้สึกที่คุ้นเคย




    ผมมักจะไปที่บาร์หลังเลิกงานซักสองสามครั้งในรอบหนึ่งเดือน

    ความที่ผมตัวสูง ผอม เวลาใส่สูทเข้ารูปเลยทำให้มีผู้หญิงชำเลืองตามองผมด้วยความพิศมัยบ่อยๆ แน่นอนว่าพนักงานธนาคารอย่างผมมักจะมีรอยยิ้มการค้าไว้บริการอยู่แล้ว


    มันไม่ยากเลยที่จะช้อนความสนใจที่พวกเธอมีต่อผมขึ้นมา จนบางทีมันก็ง่ายเหมือนกันที่จะมีผู้ชายเข้ามาส่งสายตาให้เลือก


    มันเป็นช่วงเวลาที่ผมชอบ ความพึงพอใจที่ได้คัดเลือกพวกเขาทีละคนทีละคน

    ได้ตัดสินใจว่าจะถูกใจคนไหนมากที่สุด วันนี้จะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย สาว แก่ เด็ก หนุ่ม ผมดำ ผมทอง ลูกครึ่ง


    ผมไม่มีสเป็กตายตัวอะไร เพราะผมชอบช่วงเวลาของมันมากกว่า

    ส่วนใหญ่เราจะไปจบกันที่โรงแรมใกล้ๆแถวที่เราเจอกัน แต่ก็มีบ้างที่ผมจะพามาที่บ้าน



    บ้านของผมกับอ๊อด



    อ๊อดเขาไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก

    เขางานยุ่ง เราสวนทางกันบ่อยครั้ง และทุกครั้งมันก็เริ่มจะนานขึ้นเรื่อยๆ

    ตอนนี้เราไม่ได้เจอกันซักครึ่งปีเห็นจะได้ บางทีเขาก็โทรมา แต่เป็นผมเองที่รับไม่ทันและผมก็ติดต่อเขากลับไม่ได้



    เสียงลูกกุญแจหล่นกระทบกับพื้นเหมือนเสียงกระดิ่งเบาๆ มือยาวก้มลงเก็บมันขึ้นมา เขาเปิดประตูเชื้อเชิญแขกแปลกหน้าอีกสองคน มือหยาบกร้านของชายหนุ่มที่เดินตามหลังค่อยๆสอดขึ้นมาจากทางชายเสื้อทันทีที่ประตูบ้านปิดลง เขาถูกประกบจูบอย่างกระหายอยาก บากไม่รังเกียจอะไรที่จะตอบรับความกระหายนี้ เขายินดีเสียอีกที่เป็นที่รัก

    กล้ามเนื้อไหล่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวที่มอบความสุขให้เขาที่ด้านล่างกำลังเรียกร้องความสนใจจนสุดฝีมือ เขาปรายตามองหล่อน

    บากละจูบจากชายหนุ่มลงมาเคล้าคลึงกับหน้าอกนุ่มด้านล่าง เขาเอนกายพาดทับเธอให้นอนลงบนพื้น

    ชายหนุ่มเห็นบากหันหลังให้จึงปลดกางเกงของคนตรงหน้าออกแล้วเริ่มคลึงช่องทางด้านหลังของบากอย่างสนุกมือ ชายแปลกหน้าค่อยๆใช้ลิ้นกับช่องทางด้านหลังไปเรื่อยๆอย่างบรรจง


    เจ้าของปอยผมยาวดำขลับที่ระกับพื้นจ้องมองดวงตายาวเรียวสีอ่อนที่สะท้อนกับแสงไฟ บากขบเม้มกับหัวนมของเธอ จนเธอเผลอส่งเสียงร้องออกมา เขาเอานิ้วชี้มาแนบกับปาก เป็นเชิงบอกให้เธอเบาเสียงลงแล้วยื่นมือไปกุมปากเธอไว้เป็นเชิงหยอกล้ออย่างแผ่วเบา เขาคลอเคลียตรงซอกคอเนียนอยู่พักนึง แล้วบรรจงกัดมันอย่างเต็มอารมณ์จนท่วมท้น เอ่อล้นออกมา

    เสียงหวีดร้องกำลังจะออกจากปากของเธอแต่บากก็ออกแรงกดไว้จนเสียงมันแผ่วลงไปในอุ้งมือของเขา เขากัดซ้ำและเคี้ยวมันอย่างละมุนเคลิบเคลิ้ม บากหลับตาลงเหมือนอยากซึมซับรสชาตินี้ไว้นานเท่านาน รสเลือดกับเนื้อที่เพิ่งผ่านลงคอไป มันสุขสมจนแทบบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้

    ภาพในหัววิ่งผล่านอย่างรวดเร็ว เหมือนรถไฟที่วิ่งปะทะลม

    มันเร็วเสียจนเขาจับต้องไม่ได้ ว่ามันคืออะไร หรือใครบ้าง


    หญิงสาวดิ้นแรงขึ้นแต่บากก็คร่อมทับไว้ทั้งตัว ชายหนุ่มยังคงปรนเปรอด้านหลังให้บากอย่างเพลิดเพลิน ไม่ได้สนใจหญิงสาวแต่อย่างใด

    เขากัดลงไปอีกครั้งจนครั้งนี้มันลึกลงไปจนเนื้อส่วนลำคอหายไปเกินครึ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้มือข้างนี้ปิดปากเธออีกต่อไปแล้ว


    บากหันมาหาชายแปลกหน้าที่พยายามสะกดกั้นความอยากเอาไว้แล้วยิ้มยั่ว

    “โอเคแล้วล่ะ”


    เขาลุกขึ้นและจูงมืออีกฝ่ายฝ่าความมืดในห้องมาขึ้นเตียง แขนผอมแต่มีกล้ามเนื้อผลักชายหนุ่มล้มลงกับฟูก มันโยกไปมาทำเอากลิ่นหอมของเลือดที่ติดอยู่ที่ปากยิ่งหอมเตะจมูกเขายิ่งขึ้น บากยกตัวเองมานั่งคร่อมชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียง ค่อยๆกดน้ำหนักลงบดเบียดแก่นกลางลำตัวเข้ากับแกนร้อนของอีกฝ่าย  ให้มันค่อยๆเข้ามาทีละน้อย การรุกล้ำทีละนิดทำเอาเขารู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาที่ยอดอก เขาใช้ลิ้นโลมเลียไปทั่วตัวของอีกฝ่ายอย่างกระหาย

    มือใหญ่ลูบสะโพกบากขึ้นมาถึงเอวที่กำลังเริ่มเคลื่อนตัว ทันใดมือนั้นก็บีบเกร็ง นิ้วมือหงิกงอจนเส้นเลือดปูดโปน มันพยายามป่ายปัดผลักคนที่คร่อมตัวเองอยู่ให้พ้นออกจากตัว ของแหลวสีแดงไหลมาจากด้านบนผ่านลงมายังข้อมือของเขา มันไหลซึมลงบนฟูกนุ่มแผ่ตัวออกเป็นวงกว้าง สะโพกสวยยังคงขยับอยู่ตามจังหวะอารมณ์ที่กำลังเตลิด ภาพและเสียงต่างๆยังวิ่งผ่านหมุนวนเข้ามาในความคิดที่ไม่มีสติ


    มันก็แค่ภาพเก่าๆ แต่มันเหมือนมีอะไรติดค้าง อะไรบางอย่าง..

    แต่ช่างเถอะ ขอเขาดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองแบบนี้ก่อนแล้วกัน


    เสียงฝีเท้าที่เดินมาหยุดตรงหน้าบ้านทำเอาเขาชะงักจากมื้อเย็นตรงหน้า

    เขากวาดตามองรอบห้อง ศพผู้หญิงที่ลำคอขาดไปสามในสี่ กับชายที่นั่งพิงหัวเตียงมีขากรรไกรที่โดนฉีกถ่างจนเปิดกว้างหงายไปด้านหลัง เศษเนื้อและเลือดที่ติดตามปากและตัวของเขา

    บากลุกขึ้นถอนตัวออกจากลำร้อนของอีกฝ่ายที่ยังแข็งตัวอยู่ ของเหลวจากช่องทางด้านหลังไหลหยดมาตามต้นขาขณะที่เขาเดินไป


    อ๊อดไขกุญแจและเปิดประตูเข้ามาในบ้าน จมูกแตะกับกลิ่นคาวเลือดที่ชัดเจน เสียงเดินที่ทำให้ไม้ลั่น มันเรียกร้องความสนใจบากให้หันมาหาตามต้นเสียง

    อ๊อดวางของที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะ เสียงถุงพลาสติกที่สีกันมันชัดเหมือนจะทะลุเข้ามาในหัวของเขา


    “นั่นพี่เหรอพี่บาก”


    อ๊อดชะโงกหน้าเข้ามาในห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ ทั้งห้องมีแค่แสงสลัวจากด้านนอก

    และมันทำให้เขามองไม่ชัด..



    _____________________



    คนผมแดงยาวเดินผิวปากตามทางมาจนถึงหน้าบ้าน เขาซื้อของมาด้วยนิดหน่อย

    ทารคาไขกุญแจเข้ามาในบ้าน โยนทุกอย่างลงบนโต๊ะอย่างเคยแต่ก็ต้องชะงัก

    เขาเปรยตามองไปยังห้องของบากเพราะเสียงก๊อกแก๊กและกลิ่นเลือดที่คลุ้งไปทั่วบ้าน..

    ไม่เกินห้าก้าวเขาก็ถึงห้องของบาก เขาถือวิสาสะเปิดเข้าไปอย่างเร็วและเปิดไฟทันที เสียงกระจกแตกดังขึ้นพร้อมกันกับแสงสว่างที่สาดกระจายไปทั่วทั้งห้อง เศษกระจกร่วงหล่นเกรียวกราว


    ลมพัดเข้ามาปะทะใบหน้าคม  ม่านปลิว โต๊ะเล็กที่ขวางตรงหน้าต่าง มันล้มลง มีรอยเท้าที่เหยียบถีบตัวออกไป

    ศพและชิ้นส่วนกระจัดกระจายของทั้งสองคน  อดีตที่เคยเป็นคน

    ทารคาเดินผ่านศพทั้งสองไปอย่างไม่สนใจนัก เท้าเหยียบเศษชิ้นเนื้อที่หล่นตามพื้นห้อง เขาชะโงกออกไปนอกหน้าต่างที่แตก มองหาเจ้าคนที่เพิ่งทะลุกระจกวิ่งหนีไป


    “เหี้ยเอ๊ย..”

    เขาสบถเบาๆ พลางถุยบุหรี่ทิ้งจนมันตกลงในกองเลือด แสงไฟจากบุหรี่มอดลงในน้ำสีแดงข้นที่เริ่มเหนียว


    __________________________




    ในมุมเงียบสงัดใต้สะพานรกร้างของทางหลวง


    มันไม่ง่ายแต่มันก็ไม่ยากมากที่จะคาดเดาและแกะรอยว่าคนของตัวเองซ่อนตัวอยู่ที่ไหนทารคาเดินตามรอยบากมาจนเจอเขาซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล และดูท่าทางเจ้าตัวก็คงจะรู้ตัวแล้วว่ามีคนตามมาจนเจอ


    “ข..ข้าข้อโทษท่านเทหะยักษา ข้าเผลอตัวไป ข้าจะพยายามปรับตัว ข้า..”

    เขาละล่ำละลักวนซ้ำไปมา มนต์พลางตัวค่อยๆคลาย จากผิวมนุษย์สีเนื้อกลับกลายเป็นสีม่วงหม่นที่แอบซ่อนในความมืด


    “ลุกขึ้นเถอะ แล้วข้าบอกแล้วให้เลิกเรียกข้าแบบนั้น”


    “ข้าวิ่งหนีมาเพราะข้านีกว่าท่านเป็นอ๊อด ข้าไม่อยาก..ให้เขารู้ว่าข้าผ่านการปรับตัวนี้ไม่ได้ ข้าจะรีบกลับไปเก็บกวาด..”


    ทารคาดึงแขนบากขึ้นมา เอามือปาดรอยเลือดที่เปื้อนหน้าออก ทันใดก็ใช้หลังมือตบคนตรงหน้าเข้าอย่างจัง


    “ไม่ต้องรีบร้อน ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่สามารถปรับตัวได้แล้วจริงๆ

    และอ๊อดของเจ้าก็ไม่มาแล้ว”


    นัยน์ตาสีทองพื้นดำนั้นเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด

    “ท่าน...หมายความว่ายังไง..”


    “ถ้าเจ้านึกไม่ออกจะให้ข้าบอกให้ก็ได้ แต่เจ้าลองค่อยๆคิดระหว่างที่เราเดินกลับบ้านด้วยตัวเองก่อนเถอะ”


    ทารคาจูงมืออดีตพรานของเขากลับบ้าน

    บ้านเช่าหลังเล็กๆ ไม่ใช่วังอย่างในอดีตที่เคยเป็น กาลเวลาผ่านไป พวกเขาพยายามปรับตัวอยู่ร่วมกับมนุษย์ให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนที่ ย้ายถิ่นมาเนิ่นนานแต่กับคนที่ฝึกการล่าและกินเลือดเนื้อมาทั้งครึ่งค่อนศตวรรษ มันคงเป็นการยากกว่าคนอื่นซักหน่อย และอาจใช้เวลานานเป็นเท่าตัว หรืออาจทำไม่ได้เลย..


    ระหว่างทาง กลิ่นเลือดที่โชยมาจากตัวบ้านค่อยๆชัดขึ้น

    บางมองภาพบ้านตรงหน้ามันพร่าทับซ้อนจนเหมือนมันย้อนวันเวลาไป ภาพเก่าย้อนมาตามกลิ่นที่ผินกลับ อ๊อดมาเจอเขาเข้าในวันที่เขาคลั่งกับมัน เลือด เนื้อ การล่า ความพึงพอใจกับสัญชาตญาณที่เขาจำต้องกดไว้ทำให้เขายอมมันในที่สุด อ๊อดเชื่อเขาจนสุดหัวใจว่าเขาจะต้องหยุดมือได้ทัน

    หยุดทัน.. ก่อนที่สติจะหายไป


    แต่สติของเขาได้ปลิวไปตั้งแต่กัดเหยื่อคำแรกแล้ว..




    ทารคามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านที่เปิดทิ้งไว้ เขาหันมาหาบากที่อยู่ข้างหลัง


    กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง

    น้ำตาหยดไหลอาบสองแก้ม

    เขากัดกินอ๊อดในขณะที่ในหัวเต็มไปด้วยความโหยหาการล่าและการฉีกทึ้ง ในใจมันเปี่ยมไปด้วยความรักจนอยากจะกลืนกิน เขาสูดกลิ่นอ๊อดอย่างรักใคร่ กัดกินด้วยความสุขสม เขารักทั้งหมดนี้จากก้นบึ้งหัวใจ ด้วยตัวตน ด้วยสัญชาตญาณ มันคือความรักบริสุทธิ์ที่แท้จริง


    ทารคาเขยิบตัวมาข้างหน้าที่ใกล้ขึ้น จ้องหน้าบากที่แววตานั้นเหือดหาย


    “นึกออกแล้วใช่มั้ย..”

    ทารคาคลายมนต์อำพรางออก ยักษ์เขียวตบเข้าที่หน้าของทมิฬจนเขาหน้าหันไป เนื้อที่แก้มหลุดเหวอะออกมาจนเลือดสะบัดหยดลงพื้น


    “เจ้าเก็บกวาดซากพวกนั้นซะ อย่าให้มนุษย์ที่อยู่โดยรอบผิดสังเกต ข้าไม่อยากกลับไปเยือนบ้านเก่าที่เป็นซากปรักหักพังอีก รอบตัวพวกเรามีคนตายบ่อยเกินไปแล้วบาก...ขอให้เจ้าพึงรำลึกไว้”


    ผมพยักหน้า มือปาดน้ำตาไปผสมกับเลือด


    “ดี”

    ทารคาตอบรับแล้วจึงเดินกลับเข้าบ้านไป


    ผมยืนนิ่งอยู่ที่ทางเข้า แว่วเสียงลูกกุญแจหล่นที่เหมือนเสียงกระดิ่งเล็กๆ

    อ๊อดก้มลงเก็บแล้วยื่นมันให้ผม เขามองตาแล้วยิ้ม พลางว่ามันคงเล็กไปสำหรับมือผม ผมถึงได้ทำมันร่วงบ่อยๆ

    ผมก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน กลิ่นเลือดกับเนื้อตลบอบอวล



    กลิ่นเลือดกับกลิ่นอ๊อดผมแยกมันออก ผมไม่มีทางที่จะแยกแยะมันไม่ได้

    หัวสมองผมคงเป็นอะไรไปในวันนั้น  อะไรที่ซ่อนเขาออกไปจากสติของผม


    ผมเก็บกวาดทั้งห้องจนเสร็จ ทารคาบอกว่าถ้ามีอันไหนยังกินได้ให้แช่เก็บไว้ก่อน เขาอาจจะมากินด้วยทีหลัง ดีกแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า



    ผมอาบน้ำ ล้างตัว สีแดงจางๆไหลลงมาบรรจบที่ข้อเท้า มันปะปนกับน้ำแล้วไหลลงท่อไป

    เหมือนผมจะมีอะไรบางอย่างที่อยากจะนึกถึง บางทีมันเหมือนจะนึกออกแต่เหมือนมีใครมาบอกไม่ให้ผมคิดต่อ  ถามทารคาเขาก็ไม่ตอบ เขามองหน้าผมแล้วบอกว่าถ้ามันจำเป็น ผมจะนึกมันออกเอง



    ที่จำได้ก็มีแต่กลิ่นเลือด กับภาพบางอย่างที่ผัดผ่านไปอย่างเร็วในหัว มันเร็วเหมือนสะบัดไปมา

    บากเอียงหัวเหมือนเงี่ยหูฟัง

    มีเสียงของใครเรียกผม  


    ใคร…



    “……”


    ถ้าได้กลับไปทำอะไรแบบเดิมๆสมัยยังเป็นพรานอาจจะพอนึกออกบ้าง


    คิดได้แบบนั้นผมก็ปิดไฟ ล้มตัวลงนอน

    หลับตาจินตนาการถึงกลิ่นในความทรงจำ


    ที่ผมคิดถึง..




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in