a mixtape for a friendyour basic trash
แปลเพลง 5 SECONDS OF SUMMER - 2011


  • Title: 2011
    Artist: 5 Seconds of Summer

    3 ธันวาคม เวียนมาอีกครั้ง จาก 2011 - 2021 ครบรอบ 10 ปีแล้วสำหรับวง 5 Seconds of Summer หนึ่งในวงโปรดวงรักที่สุดในดวงใจของเรา โดยปีนี้ที่เป็นปีที่ 10 แน่นอนว่า 5SOS ก็พาความพิเศษห่อใส่กล่องของขวัญอย่างดีมาฝากเราชาว 5SOSFam อีกแล้ว นั่นก็คือเพลง 2011 เพลงนี้นี่เอง โดยเพลงนี้ 5SOS บอกว่าเป็นเพลงที่ตั้งใจแต่งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบของวง เฉลิมฉลองให้กับแฟน ๆ ทุกคนที่ไม่ว่าจะอยู่กับพวกเขาในช่วงเวลาไหนหรือตลอดเวลาที่ผ่านมา 

    2011 เป็นปีที่แรกที่ 5 Seconds of Summer ได้เข้าสู่วงการในฐานะวงดนตรีอย่างเต็มตัว และตลอดเส้นทางความฝันจากเด็กหนุ่มในซิดนีย์ ออสเตรเลีย สู่อุตสาหกรรมเพลงในเมืองใหญ่อย่างอเมริกา จนได้ทำเพลงได้เล่นดนตรีได้ทำตามความฝันอย่างวันนี้ กว่าจะมาถึงได้ก็ล้มลุกคุกคลานผ่านอะไรมามากมายเลย เราเองที่อยู่ตรงนั้นกับพวกเขามาตั้งแต่ 2014 ก็เรียกได้ว่าหนักหนาไม่น้อย พูดวันนี้คงไม่จบ แต่ 5SOS ก็ทำมันได้ดีตลอดด้วยตัวเขาที่ตั้งใจ มีความฝันเดียวกัน แล้วพร้อมเรียนรู้ทุกอย่างเสมอ ทุกอย่างนั้นทำให้ 5SOS เป็นพวกเขาในวันนี้ทั้งทางด้านของจิตใจ ความคิด ทัศนคติ ตลอดจนทางดนตรี ที่ทั้งแนวเพลงที่โตขึ้นมาพร้อม ๆ กันได้มีสีสันของตัวเองชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็น 5 Seconds of Summer ที่หลาย ๆ คนคงได้ฟังกันมาบ้างวันนี้ 

    โดยเพลง 2011 ก็พูดถึงความรู้สึกคิดถึงวันวาน วันเก่า ๆ ที่เคยดีเคยสนุกกว่านี้ เป็นช่วงเวลาที่เพ้อฝันได้อย่างไม่จำกัดตัวเอง ไม่จำเป็นต้องกังวลกับอะไรเลย เป็นช่วงที่ได้สนุกเต็มที่กับชีวิตแบบเด็ก ๆ ให้ความรู้สึกแบบ nostalgic คิดถึงวันวานที่ไม่ต้องเจ็บปวดกับการโตเป็นผู้ใหญ่ โดยเพลงนี้นอกจากจะมีเนื้อเพลงที่เราสามารถเข้าถึงได้แล้วดนตรีเองก็มีความ 5SOS เก่า ๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังผสมกลิ่นอายของความเป็นพวกเขาในปัจจุบันลงไปด้วยได้อย่างลงตัวเลย เป็นของขวัญที่ดีและมีค่ามาก ๆ เลย 


    บทความนี้มีเนื้อหาที่แปลและวิเคราะห์ตามความเข้าใจของผู้เขียน หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากขาดตกบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์สามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือจะติชมได้เสมอนะคะ

    และขอความร่วมมือไม่นำเนื้อหาไปดัดแปลงหรือคัดลอกไปผลิตในรูปแบบอื่นนะคะ ขอขอบคุณค่ะ

    LYRICS & TRANSLATION 

    I miss the days when we were young and not too wise
    Only doing what felt right
    With open hearts and open eyes
    I miss the days before I second guessed my life
    Wasn't always asking why
    I remember what it's like

    คิดถึงวันที่เรายังเด็กยังไม่ค่อยรู้อะไร
    แค่ทำตามที่เราคิดว่าดี
    ด้วยใจที่เปิดรับ ดวงตาที่เบิกกว้าง
    คิดถึงวันที่ยังไม่ต้องคาดหวังอะไรกับชีวิต
    ไม่ต้องถามตัวเองว่าทำไม
    ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้

    • second guess (สำนวน) แปลว่า การคาดการณ์ถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง/นึกถึงเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้ว 




    Maybe it's just too late for the old me
    Maybe there's no point in holding onto something closely
    I should let it go, I should let it fade
    'Cause nothing last forever and nothing stays the same

    บางทีมันอาจจะสายเกินไปแล้วสำหรับผมในวันวาน
    บางทีมันอาจจะไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องโอบกอดบางอย่างไว้กับตัว
    ผมควรจะปล่อยมันไป ผมควรจะปล่อยให้มันจางหาย
    เพราะไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเสมอไป



    Why do we complicate it?
    Why do we get so jaded?
    Can we just go back, go back to 2011? (Can we go back?)
    Why do we ruin our dreams?
    Why do we sabotage things?
    Can we just go back, go back to 2011? (Can we go back?)
    To 2011

    ทำไมเราทำมันซับซ้อนล่ะ
    ทำไมเราถึงเหน็ดเหนื่อยนัก
    เราแค่กลับไปได้ไหม กลับไปปี 2011 (กลับไปกันไหม)
    ทำไมเราถึงทำลายความฝันตัวเองทิ้งไป
    ทำไมเราถึงทำลายทุกอย่าง
    เราแค่กลับไปได้ไหม กลับไปปี 2011 (กลับไปกันไหม)
    กลับไปยังปี 2011



    I miss the days when we can live outside our heads
    Before we were all nervous wrecks
    But that’s the thing about regret
    We used to talk about our lives 
    and all the things we didn’t have 
    We fantasized about the future 
    but now we dream about the past

    คิดถึงวันเหล่านั้นที่เราอยู่ไปแบบไม่ต้องคิดอะไร
    ก่อนที่เราทั้งหมดจะแตกสลาย
    นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่เสียใจ
    เราเคยคุยกันเรื่องชีวิตของเรา
    และทุกอย่างที่เราไม่เคยได้มี
    เราเพ้อฝันถึงอนาคต
    แต่ตอนนี้เราเอาแต่ฝันถึงอดีต




    Maybe it's just too late for the old me
    Maybe there's no point in holding onto something closely
    I should let it go, I should let it fade
    'Cause nothing last forever and nothing stays the same

    บางทีมันอาจจะสายเกินไปแล้วสำหรับผมในวันวาน
    บางทีมันอาจจะไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องโอบกอดบางอย่างไว้กับตัว
    ผมควรจะปล่อยมันไป ผมควรจะปล่อยให้มันจางหาย
    เพราะไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเสมอไป



    Why do we complicate it?
    Why do we get so jaded?
    Can we just go back, go back to 2011? (Can we go back?)
    Why do we ruin our dreams?
    Why do we sabotage things?
    Can we just go back, go back to 2011?
    To 2011

    ทำไมเราทำมันซับซ้อนล่ะ
    ทำไมเราถึงเหน็ดเหนื่อยนัก
    เราแค่กลับไปได้ไหม กลับไปปี 2011 (กลับไปกันไหม)
    ทำไมเราถึงทำลายความฝันตัวเองทิ้งไป
    ทำไมเราถึงทำลายทุกอย่าง
    เราแค่กลับไปได้ไหม กลับไปปี 2011 (กลับไปกันไหม)
    กลับไปยังปี 2011




    Back to the days when the days were better
    Back to the days when the days were better
    Back to the days when the days were better
    Back to the days when the days were better

    กลับไปยังวันเหล่านั้นที่ดีกว่านี้


    Back to the days when the days were better
    (Back to the days when the days were better)
    Back to the days when the days were better
    (Back to the days when the days were better)
    Back to the days when the days were better
    (Back to the days when the days were better)
    Back to the days when the days were better
    (Back to the days when the days were better)

    กลับไปยังวันเหล่านั้นที่ดีกว่านี้

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in