a mixtape for a friendyour basic trash
แปลเพลง LUKE HEMMINGS - Place In Me



  • Title: Place In Me
    Artist: Luke Hemmings (5 Seconds of Summer) 
    Album: When Facing The Things We Turn Away From (2021)

    รัวกลองต้อนรับความปังกับอัลบั้มโซโล่อัลบั้มแรกของ Frontman คนเก่งคนดีของ 5 Seconds of Summer วงป๊อปร็อค ป็อปพังค์ วงอะไรก็แล้วแต่จากซิดนีย์ ออสเตรเลีย พ่อหนุ่ม Luke Hemmings อันเป็นที่รักของเรามาเสมอ ก็ได้มีอัลบั้มโซโล่เป็นของตัวเองแล้วหลังจากที่เดบิวต์เปิดตัววง 5SOS มา 7 ปี โดยลุคเป็นสมาชิกคนที่ 2 ที่ได้ปล่อยอัลบั้มโซโล่ของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้เป็น Ashton Irwin หรือพี่แอชตันมือกลองของเราที่ปล่อยผลงานอัลบั้มโซโล่ภายใต้ชื่อ Superbloom ที่ปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันในปีที่แล้ว เมื่อ 23 กันยายน 2021 โดยเป็นผลงานที่นำเสนอความสนใจทางด้านดนตรีของแอชตัน เรื่องราว ความคิด ความรู้สึกของตัวแอชตันเองต่อการดำเนินชีวิต และเส้นทางที่เขาเดินมาตลอด แอชตันยังบอกอีกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้อยู่ในวงที่ไม่เคยปิดกั้นตัวเขาที่จะสร้างสรรค์ผลงานและคิดอย่างไร้ขีดจำกัด และได้กลายเป็นกลายเป็นอัลบั้มโซโล่อันนี้ที่ได้นำเสนอความรู้สึกเหล่านั้นของตัวเขาออกมาเป็นผลงานให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน 

    โดยในส่วนของทางลุคนั้น ให้สัมภาษณ์กับทาง Apple Music เอาไว้ว่า อัลบั้ม When Facing The Things We Turn Away From ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ ด้วยสถานการณ์โรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ช่วงที่ผ่านมานั้นทั้งโลกหยุดชะงักลง รวมถึงตัวเขาเองที่ได้หยุดทำกิจกรรมต่าง ๆ ลุคบอกว่าช่วงเวลาเหล่านี้แหละที่ทำให้เขาได้ทบทวนอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเองมากขึ้น ชีวิตช่วงวัยรุ่นที่ผ่านมา สิ่งที่เขาเป็นในตอนนี้และสิ่งที่เขาเคยเป็น หรือคนที่เขาอยากจะเป็นนั้นเป็นแบบไหนบ้าง โดยวิธีที่เขาจะระบายความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ที่พรั่งพรูระหว่างที่เขาได้ทบทวนนั้นก็คือการเขียนออกมาเป็นเพลง ลุคยังบอกอีกด้วยว่าเขาเองก็อยากจะพัฒนาตัวเองให้เป็นนักแต่งเพลงที่ดีขึ้น นักดนตรีที่ดีขึ้น และเป็นคนที่ดีขึ้นด้วย และเป้าหมายในอัลบั้มนี้ก็คงเป็นข้อความเหล่านี้ที่จะส่งไปถึงคนฟังให้รู้สึกถึงสิ่งที่เขากำลังจมอยู่ด้วยในขณะที่เขียนเพลงนั้น ๆ 

    แล้ววันนี้เพลงที่เราเลือกมาแนะนำทุกคนก็คือเพลง Place In Me ที่เป็นเพลงโปรดของเราจากอัลบั้มนี้เลย (พยายามอย่างหนักเลยที่จะเลือกมาฝากทุกคน;__;) เหตุผลที่เลือกเอาเพลงนี้มาแนะนำให้ทุกคนได้ฟังก็เพราะว่าเป็นจังหวะชีวิตช่วงนี้เองที่รู้สึกแบบเดียวกับเนื้อหาในเพลงนี้ โดยเพลง Place In Me ก็พูดถึงสิ่งที่ตัวเราเองได้เคยทำผิดพลาดกับคนที่เรารัก คนที่เราแคร์ หรือใครก็ตามที่เราผูกพัน จนทำให้เสียความสัมพันธ์หนึ่ง ๆ นั้นไปโดยไม่รู้ตัว และในตอนนี้ความสัมพันธ์นั้นอาจจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ว่าในใจของเราจะยังมีที่ให้เขาคนนั้นเสมอ โดยลุคบอกว่าอยากนำเสนอเพลงนี้ให้เป็นเหมือนข้อวามที่ถูกส่งเป็นรูปแบบของการทิ้ง voicemail ไว้ที่ปลายสายอีกคน เพราะไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าจะยังต้องการความสัมพันธ์นั้นนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือทำความสัมพันธ์นั้นพลาดไปเองจนห่างกัน แต่ถึงต้องการเธอกลับมาแค่ไหนใจมันก็ไม่กล้าพอจะกลับไปคุยแล้ว ซึ่งมันเป็นเพลงที่ relatable สำหรับเรามาก หวังว่าทุกคนจะชอบฟังเหมือนกันนะคะ 


    บทความนี้มีเนื้อหาที่แปลและวิเคราะห์ตามความเข้าใจของผู้เขียน หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากขาดตกบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์สามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือจะติชมได้เสมอนะคะ

    และขอความร่วมมือไม่นำเนื้อหาไปดัดแปลงหรือคัดลอกไปผลิตในรูปแบบอื่นนะคะ ขอขอบคุณค่ะ

    LYRICS & TRANSLATION 

    Hold on

    I never meant you any harm

    Got no legs to stand on

    I was just dancing in the dark

    Now with my eyes wide open

    It's heaven in your arms


    เดี๋ยวก่อนได้ไหม
    ผมไม่เคยอยากให้คุณเจ็บเลย
    พยายามยืนก็ไม่ไหว
    ผมแค่เต้นรำไปในที่ไร้แสงสว่าง
    ตอนนี้ผมเบิกตากว้าง
    มันกลายเป็นสวรรค์เลยที่ได้อยู่ในอ้อมกอดคุณ

    • "Got no legs to stand on, I was just dancing in the dark." ท่อนนี้น่าจะพูดถึงความไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้อีกคนผิดหวัง ประโยคนี้บอกว่ากำลังยืนไม่ไหวแถมอยู่ในที่มืด ก็เลยอาจจะเผลอหยิบจับอะไรพลาดไป แล้วในท่อนต่อไปก็บอกว่า จนได้เห็นเต็มตาว่ายังมีคุณอยู่ตรงหน้ามันก็ดีมากในตอนนั้น 




    Hold on

    I never meant to start a war

    I was just dead wrong

    I know we've been in this before

    Now with my eyes wide open

    I tore you right apart


    เดี๋ยวก่อนนะ
    ผมไม่เคยอยากทะเลาะกับคุณเลยนะ
    ผมแค่ทำพลาดไป
    ผมรู้ว่าเราเคยเป็นแบบนี้มาก่อน
    ตอนนี้ที่ผมกำลังเบิกตากว้าง
    ผมก็ทำผิดกับคุณอีกแล้ว




    Call me in the morning, yeah

    I'm sorry that I let you down

    I'm so apathetic, it's pathetic

    But I need you now


    โทรหาผมสิเช้านี้ 
    ผมขอโทษนะที่ทำคุณผิดหวัง
    ผมเฉยเมยมากไป มันช่างน่าสมเพช
    ที่ตอนนี้ผมต้องการคุณเหลือเกิน

    • "I'm so apathetic, it's pathetic but I need you now"  ท่อนนี้น่าจะสรุปทุกอย่างได้ดีเลย เพราะต่อให้เราอยากจะขอโทษอีกคนแต่ก็ยังจะเฉยเมยอยู่แบบนี้ น่าสมเพชที่ไม่กล้าพูดอะไรมากมายกว่านั้นออกไปทั้ง ๆ ที่ต้องการอีกคนกลับมา ซึ่งมันเป็นอะไรที่เราทั่วไปก็น่าจะเข้าใจดีมาก ๆ ความรู้สึกนี้ที่มันก็awkwardเกินกว่าจะกลับไปคุยด้วยและกลับมาเป็นแบบเดิมแล้วถึงจะยังคิดถึงและต้องการกันอยู่ 




    Sun's gone

    But you always liked this time of day

    No words left to play on

    How many chances does it take?

    Now with my eyes wide open

    I'm nothing but a fake


    เย็นแล้วนะ

    ช่วงเวลานี้ที่คุณชื่นชอบมันเสมอ

    ไม่มีคำพูดใดให้นึกถึงอีก

    ต้องใช้โอกาสอีกสักกี่ครั้งนะ

    ที่ตอนนี้ตาผมเบิกกว้างอยู่

    มีผมตัวปลอมที่ยังอยู่ 






    Call me in the morning, yeah

    I'm sorry that I let you down

    I'm so apathetic, it's pathetic

    But I need you now


    ตอนเช้าโทรหาผมนะ
    ผมขอโทษที่ทำคุณผิดหวัง
    ผมเฉยชา แล้วตอนนี้ก็ดูน่าสมเพช
    ที่ต้องการคุณตอนนี้





    Don't you move

    Can't we just stay?

    Can we start over?

    Don't fade away


    ไม่ไปได้ไหม
    อยู่ด้วยกันต่อเถอะนะ 
    เราเริ่มกันใหม่ได้ไหม
    อย่าจางหายจากกันเลยนะ





    'Cause you'll always have a place in me

    You'll always have a place in me


    เพราะมันยังมีที่ของคุณเสมอในใจผม
    ในใจผมมันจะมีที่ของคุณเสมอ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in