ใกล้shit เวียดนามwhenwehavetime
ตอนที่ 12 - Ho Chi Minh in One Day : เช็คอิน ถ่ายรูป
  • เช้าวันนี้เราตื่นกันตอนเจ็ดโมงเช้า
    ถามว่าเมื่อคืนนอนกันกี่โมงน่ะหรอ หึหึ ตีห้าครึ่ง

    เยดเข้ เอเลี่ยนเขียว…


    ตอบไม่ได้ว่าแผนการวันนี้คืออะไร แต่คงทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่า สวัสดี ขากถุย ชีวิตบัดซบ แล้วเที่ยวอย่างเวลาไม่พอ ยอมรับสภาพจริงที่จะเกิดขึ้น

    วันนี้จะต้องทำงานและเที่ยวอย่างเต็มที่เสมือนวันสิ้นโลก เพราะกำลังจะกลับไทยไปรับมงกุฎกับสายสะพายตำแหน่งงานยอดแย่ และจะไม่มีใครจ้างงานอีก ไม่มีงานไม่มีเงินเที่ยวอีกต่อไป...ไป ไปป...ป..

    ดังนั้น
    วันนี้เราจะมาสร้าง กรุงโฮ(จิมินห์)ให้เสร็จภายในวันเดียวกัน


    ปล. ความรู้ใหม่: ความขี้เกียจทำให้เรานอนแต่งหน้าได้.


  • Saigon Cathedral of Notre Dame


    ขออวดความรู้วิชาประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยได้ใช้หน่อย

    โบสถ์นอร์ท เทรอ ดาม เป็นโบสถ์นิกายคาทอลิก สร้างขึ้นในสมัยฝรั่งเศสล่าอาณานิคม ว่ากันง่ายๆ มันคือการที่ฝรั่งเศสปักธงเมืองโฮจิมินห์ชูคอ ชูชัยว่า ฉันมาที่นี่แล้วนะเว้ย  โบสถ์ที่สร้าง จะถือเป็นการกำหนดจุดศูนย์กลางของเมืองขึ้นมา รอบๆวางผังถนนที่ว่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัสตุรัสโดยมีโบสถ์อยู่ตรงกลาง คนจึงเรียกย่านนี้ว่า จัสตุรัสนอร์ทเทรอ ดาม (Notre Dame Square)
    แน่นอนว่า คนออกแบบโบสถ์เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบโบสถ์นอร์เทรอ ดาม ในปารีส

    ส่วนตัวเป็นคนชอบประวัติศาตร์มาแต่ไหนแต่ไร คงเพราะมันเป็นเรื่องที่จบลงแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใด การทำอะไรในสมัยก่อนที่ยังไม่มีเทคโนโลยีช่วยเนี่ย ทำให้รู้สึกว่า เวลาเค้าจะทำอะไรแต่ละที กว่าจะสร้างอะไรขึ้นมา หรือแก้ปัญหาอะไรก็ตาม มันดูยิ่งใหญ่ ฉลาด อลังการมากสำหรับเรา แบบต้องอุทานในใจทุกครั้ง  'เชี่ยมึง คิดได้ไงวะ ทำได้ไง!!'

    มิ้นท์ + อีฟ: ...(บ้า นั่นเอง)...

    มาต่อกันที่ตัวโบสถ์ เป็นการออกแบบสไตล์นิโอโรมันกับโกธิค และที่น่าตื่นเต้นสุดๆสำหรับเนิร์ดประวัติศาสตร์อย่างเรา จะตื่นตาตื่นใจได้คือ ตัวอาคารถูกสร้างในยุคที่ยังไม่มีปูนซีเมนต์ ดังนั้นตัวโบสถ์ทั้งหมดถูกสร้างโดยการใช้น้ำอ้อยผสมกันหินปูนบดแล้วก็ก่อฉากขึ้นมา ถามว่ามันทนมั้ย ก็ดูแล้วกัน มันอยู่มาให้เราได้ถ่ายรูปกันจนถึงทุกวันนี้ ขลังสุดๆ

    เรา: น้ำอ้อยอะมึงงง แม่งโคตรเจ๋ง...โคตรล้ำลึก เชี่ย เค้าคิดกันได้ไงวะ!
    มิ้นท์ + อีฟ:  ……(มันบ้าไปแล้วจริงๆ)....

    มิ้นท์: โอ๊ะ นั้นรถไอติม… ไอติมมม! อีฟกินไอติมมั้ยๆ
    มิ้นท์เปลี่ยนเรื่องอย่างไม่เกรงใจ
    อีฟ: กินนนนน
    เรา: ...

    มิ้นท์: ไอติมแท่งละเท่าไหร่?
    ป้าคนขาย: 30.000vnd

    ห๊ะ แท่งละ 30.000vnd นี่ป้ากะขายไอติมแถมประเทศชาติเรอะ ทำไมมันแพงขนาดนี้ คือไอติมแบบนี้ในไทยก็มีนะ แท่งละ 10-15 บาท นี่ตกเป็นเงินไทยเกือบๆแท่งละ 48 บาทเลยนะ ไอติมใส่สารเร่งนมโตแล้วแหละ

    มิ้นท์: แท่งละ 30.000vnd เลยหรอ
    ป้าคนขาย: (ส่งสายตาอย่างประมาณ งงไรมึง ไอติมอะรู้จักมั้ย  เอาตังมา!)
    มิ้นท์: … งั้นไม่เอา
    มิ้นท์ยื่นไอติมคืน
    ป้าคนขาย: อะอะ เหลือแค่ 20.000vnd ก็ได้ (ประมาณ 32 บาท)

    ไอติมอะไรของป้าเนี่ย อย่ามาซ้อนกับดักควายนะป้า มันก็ยังแพงไม่สมกับตัวไอติมอยู่ดี อย่านะป้า หนูมีภูมิคุ้มกันอาการตีมึนสมองเยิ้มคนแบบป้า ตั้งแต่อีแท๊กซี่เมื่อคืนแล้วนะ..

    มิ้นท์: งั้นเอาแค่แท่งเดียว..

    ป้าคนขาย: อะอะ เหลือแค่ 10.000vnd แล้วกัน 
    นี่ไอติมหรือตลาดหุ้น ทำไมราคามันผันผวนไวจังวะ

    แม่งงง...เจอเรื่องแบบนี้แม่งน่าสลดพอๆกับ รู้ว่ามีคนบูชาแมวสองหัวเลย

    เราเข้าใจมากๆว่า ทุกคนต่างแค่พยายามมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำงานหาเงินเยอะๆ เพื่อชีวิตตัวเองและครอบครัวเท่านั้น ไอ้การที่มีคนมาทำอะไรแบบนี้ดูมันจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ อย่างน้อยๆสิ่งที่ทำมันก็ ทำให้เรายังสลัดภาพลักษณ์ประเทศกำลังพัฒนาออกไปไม่ได้ ดีงามยังไงก็เป็นได้แค่ประเทศโลกที่สามเท่านั้น เสียทัศนคติเปล่าๆ  

    ดูสิเนี่ย..ทำเอาลืมเรื่องความวิจิตรของโบสถ์ไปหมดเลย


    Saigon Cathedral of Notre Dame

    Address: Bến Nghé, Ho Chi Minh City, Ho Chi Minh, Vietnam



  • อาคารไปรษณีกลาง โฮจิมินห์


    บริเวณเดียวกับจัสตุรัสนอร์ท เทรอ ดาม หลังจากพี่ฝรั่งเศสสร้างโบสถ์เป็นจุดศูนย์กลางแล้ว ก็ต่อด้วยอาคารไปรษณีสำหรับติดต่อสื่อสารซะเลย

    สังเกตุเห็นง่ายๆว่า เริ่มมีการนำเหล็กเข้ามาใช้ในการก่อสร้าง แต่สไตล์อาคารมีความเป็นเรเนซองส์ขึ้นมาหน่อย แสดงให้เห็นว่าตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในช่วงเหล็กเป็นที่นิยมและราคาถูกกว่าคอนกรีต ช่วงใกล้ๆกับที่ฝรั่งเศสสร้างหอไอเฟลนั่นแหละ (ประมาณ ปี18xx มั้งไม่รู้จำไม่ได้ ไปหาเองนะ) โดยมีคนออกแบบและคุมก่อสร้างคนเดียวกับที่สร้างหอไอเฟล นายกุสตาฟ ไอเฟลนั่นเอง

    ไม่ต้องบอกว่าช่วงนั้นฝรั่งเศสเรืองอำนาจแค่ไหน

    อาคารยังคงรักษาความเก๋าไว้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ตัวแบบ ยันตู้โทรศัพท์ที่ไว้ใช้ในสมัยก่อน แต่โทรไม่ได้แล้วนะ ตั้งโชว์เฉยๆ ให้ถ่ายรูปเฉยๆ


    จากที่เราพร่ำเพ้อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปทั้งหมด กินพื้นที่ไปหลายพารากราฟ
    ต้องบอกว่า มันไม่ได้ช่วยเรื่องการ เที่ยวโฮจิมินห์ในวันนี้เลยแม้แต่น้อย


    บ้าที่สุด.!!!


    ปัจจุบัน เราจะเห็นว่า บริเวณจัสตุรัสนอร์ท เทรอ ดาม จะเป็นที่นิยมของคนเวียดนาม มาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกันมาก จูงมือกันเป็นคู่ๆ แฟนคู่ใจ ตากล้องคู่กาย ถ่ายกันทุกซอกทุกมุมของ จัสตุรัสนอร์ท เทรอ ดาม ตั้งแต่หน้าโบสถ์ยันใต้อาคารไปรษณีย์ โอบไหล่กอดคอกันเต่าแห้ง โพสท่าแสดงความรักกันที กลีบกุหลาบแทบจะร่วงไปตามทางที่เดิน เดินไปตรงไหนเหมือนมีดอกไม้บาน นกร้องเพลง เห็นแล้วก็อดรู้สึกคันยุบยับไม่ได้ ..โอ้ยยย อย่างกับความรักทั้งโลกมันมารวมกันอยู่ตรงนี้

    ก็เป็นการสร้างสีสันให้นักท่องเที่ยวแถวนั้น ได้ช่วยพี่ตากล้องถ่ายรูปไปกันคนละกล้องสองกล้องเป็น พยานรัก หัวเราะคิกคักกันไป

    เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆที่เราไป เราเจอกับคู่พรีเว็ดดิ้งไปแล้ว 7คู่

    แหม..ความรัก จงเจริญ.


  • Yes we can


    ย้อนกลับไปเมื่อตอนวันแรกที่มาถึงโฮจิมินห์ ตอนคุยกับอาวี่ ฝรั่งคนนึงบนรถเมล์ (ลองไปตามอ่านดูนะจ๊ะ ตอนที่ 2 - แผนการ )

    อีฟ: ยูมาทำอะไรที่นี่หรอ
    อาวี่: ไอมาเที่ยวเฉยๆแล้วก็มาหาเพื่อนน่ะ
    อีฟ: เวียดนามดูดีกว่าที่คิดไว้ ว่ามั้ย
    อาวี่: อาจเป็นเพราะ โอบาม่ากำลังจะมาที่นี่
    อีฟ: โอบาม่า? บารัค โอบาม่า?
    อาวี่: ช่ายย ยูไม่รู้เหรอ โอบาม่ากำลังจะมาโฮจิมินห์ในอีก 2-3วันนี้นะ
    อีฟ: ว้าววว *0*
    อาวี่: ก็เพื่อนที่ไอมาหาที่ว่า ก็โอบาม่านี่แหละ (หลอกๆ ฮ่าๆ)
    อีฟ: ฮ่าๆๆๆๆ

    หลังจากนั้นคำว่า โอบาม่ามาเวียดนาม ก็หายไปจากในสมองพวกเรา เหมือนไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน


    จนกระทั่งวันสุดท้าย เรากลับมาที่โฮจิมินห์อีกครั้ง

    เดินเล่นแถวๆ จัสตุรัสนอร์ท เทรอ ดาม ไปเรื่อยเปื่อยก็หลุดเข้าไปหนึ่ง มีฝูงชนยืนมุงกันอยู่ประมาณหนึ่งกองตรงอีกด้านนึงของซอย ตามประสาคนไทยเป็นชาวไร่เผือก ก็เดินเข้าไปดูแบบไม่เก็บอาการ


    โอ๊ะ มีรั้วหนามกั้นด้วย แล้วทหารมากันทำไมเยอะแยะ มีรถสีดำคันหรูจอดแสตนด์บายอยู่หน้าโรงแรมอีกฝั่งของถนนสองสามคัน มีคนใส่สูทพ่วงไมค์โครโฟนที่หูทุกคน เดินไปเดินมาบริเวณหน้าโรงแรมแบบมีเงื่อนงำ หน้าตาดี๊ดี มีกล้ามด้วย


    เค้าต้องรอใครสักคนอยู่แน่ๆ …
    ใครสักคนที่สำคัญมากๆ ถึงขั้นแทบจะยกทหารทั้งเวียดนามมาคุมได้ทั้งแถบ
    เอ๊ะ..แต่ฉากรถดำกับการ์ดฝรั่งใส่สูทแบบนี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นตามหนังฮอลลีวูด..

    มิ้นท์: เห่ยย โอบาม่า เหรอ
    อีฟ: เออ ใช่! เห็นเค้าบอกว่า โอบาม่าจะมาโฮจิมินห์นี่

    เดินไปถามทหารคนนึงเพื่อความแน่ใจ และเหมือนความโชคร้ายทั้งหมดที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มทริป
    กรั่นกรองออกมาให้ เราโชคดีเจอ บารัค โอบาม่าวันนี้!!!!!

    บ้าไปแล้ววววว นี่เรากำลังจะเจอบารัค โอบาม่างั้นเรอะ! นี่มันสุดยอดของที่สุดระดับ อีปิก ออฟ ดิสทริปเลยนะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีง่ายๆ (นี่ดีใจข้ามช๊อตไปโอบาม่าตัวจริงไปแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่าจะได้เจอจริงๆมั้ย ตอนนั้นคิดแต่ว่ากูจะต้องโพสเฟสบุ๊คอวดเพื่อนยังไง ต้องเซลฟี่ท่าไหน ต้องกรี๊ดรึเปล่า...)


    YES WE CAN!

    แล้วอีคนไทยห้าหน่อก็ตั้งหน้าตั้งตายืนรอ เฮียโอบาม่า
    ..
    ….


    เวลาผ่านไปประมาณ สองเมื่อย
    หิวแล้วงะ -3-


    อยู่ๆการ์ดเริ่มทำการเคลื่อนไหวแบบผิดปกติ ซุบซิบกันไปมา แล้วเอามือจับไมค์ที่หู ก่อนเร่งจังหวะเดินไปมาแบบวุ่นวาย
    มีรถหรูสีดำคันนึงคันออกไปแล้วมี รถคันอื่นๆขับตามอีกสามคัน…
    คันจากไป….


    เรา: ไปแล้วเรอะ
    อีฟ: หรือจะเป็นแบบในหนังที่มี ตัวปลอมออกไปก่อน…
    มิ้นท์: …
    อีฟ: แต่ว่า เราไปกันเถอะ หิวละ
    แล้วคนไทยห้าคนก็ยอมแพ้ต่อความหิว บอกลาโอบาม่าไปอย่างไร้เยื่อใย 

    Thanks Obama!



  • Dong Khoi Street


    ตั้งแต่ในอดีต โฮจิมินห์ถือเป็นเมืองที่เจริญอันดับต้นๆของเวียดนาม คนที่นี่จึงมีกำลังซื้อ และใช้จ่ายมากกว่าเมืองอื่นๆในเวียดนาม

    Dong Khoi Street เป็นย่านช๊อปปิ้ง ที่บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าแถวนี้มีไฮโซ  เราจะสังเกตุเห็นย่านๆนี้ ง่ายๆตั้งแต่ตัวตึกแบบโคโลเนียลย้อนยุค ไปถึงพื้นถนนที่จะแตกต่างจากย่านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด


    นับว่าเป็นมุมแปลกตาสำหรับภาพลักษณ์โฮจิมินห์ในสมองคนไทยอย่างเรา ที่โง่คิดว่าเวียดนามมีแต่หมวกสามเหลี่ยมกันมานาน 

    และเดาว่ากำลังมีการสร้างรถไฟฟ้าเร็วๆนี้

    อย่าลืมแวะทักทาย ลุงโฮฯด้วย

    Dong khoi street 

  • Bitexco Financial Tower

    ถ้าถามว่ามีใครรู้จัก ไบเทกซ์โก ไฟแนนเชียล ทาวเวอร์ แห่งโฮจิมินห์มั้ย

    เรื่องเงียบ เลียบปูนซีเมนต์

    งั้นถ้าถามว่า มีใครจำ ตึกสตาร์ค ทาวเวอร์ จากหนัง เดอะ แอดเวนเจอร์ภาคแรกได้มั้ย
    เออ นั่นแหละ ตึก ไบเทกซ์โก!



    ตึกไบเทกซ์โก เป็นตึกที่สูงเป็นอันดับสองของเวียดนาม
    อันดับหนึ่งอยู่ที่ ฮานอย ชื่อว่าตึก กังนัม
    ..
    (ใครคิดไปจะเล่นมุข กังนัมสไตล์ เดี๋ยวปัด ตีมือแตก!)

    โอเค ตึกไบเทกซ์โก ไม่ได้โดนเอเลี่ยนโจมตีหรือมีซุปเปอร์ฮีโร่อยู่อะไรทั้งนั้น เป็นตึกธุรกิจธรรมดาๆ
    มีทั้งหมด 68ชั้น โดยชั้นที่49 เค้าเปิดให้เราขึ้นไปชมวิวรอบเมือง 360องศาด้วยนะเออ

    ราคา
    เข้าขึ้นลิฟท์ชมวิว : 500.000vnd/คน


    เราจะเห็นรอบเมืองโฮจิมินห์แบบทั้งหมด เราจะเห็นว่ามีแม่น้ำสายหนึ่งตัดผ่านเมืองโฮจิมินห์ไปตั้งแต่ ทิศตะวันออกยันทิศตะวันตก


    กลับมาสู่ช่วงประวัติศาสตร์กับเราเองอีกครั้ง

    สาเหตุหลักๆที่โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่เติบโตเร็วนั้น เพราะเป็นเมืองท่าสำคัญของเวียดนาม แม่น้ำสายที่ตัดผ่านเมือง คือแม่น้ำไซง่อน ที่ดูๆแล้วก็ไม่ได้เป็นแม่น้ำที่ใหญ่โตอะไร ไม่ต่างจากเจ้าพระยาบ้านเราเท่าไหร่ แต่ว่าแม่น้ำไซง่อนเป็นแม่น้ำที่ลึกมาก ลึกระดับที่เรือเดินสมุทรสามารถแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าใจกลางเมืองเพื่อขนถ่ายสินค้าได้อย่างสบายๆ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เมืองโฮจิมินห์เจริญได้อย่างรวดเร็ว และเป็นแหล่งรวมย่านธุรกิจหลายๆอย่าง โฮจิมินห์จึงเป็นเมืองที่ทำรายได้สูงที่สุดในเวียดนาม

    โอเค จบการรายงานมีสาระแต่เพียงเท่านั้น 


    Bitexco Financial Tower


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in