ตลอดกาลคือคำลวงหรือผลพวงจากความคาดหวังnichised
5 — ไม่มีใครที่ใจกลางพายุ
  • TW depression, anxiety, suicidal thoughts


    อาการซึมเศร้าของแพรวในวันนี้แย่กว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะรอบเดือนของเธอใกล้เข้ามา ทุกอย่างหนักอึ้งและว่างเปล่าเหมือนมวลของหลุมดำ แพรวนอนเฉยๆ อยู่บนเตียง จ้องมองฝ้าเพดานในความมืด จริงๆ ตอนนี้เป็นเวลางาน แต่ประจำเดือนและสุขภาพจิตไม่สามารถเป็นสาเหตุในการลาป่วยได้ แพรวได้แต่บอกตัวเองว่าขอนอนตรงนี้ต่ออีกนิด

    จิตแพทย์เคยบอกว่าเธอเป็นโรคทางจิตเวช แต่ high functioning คือป่วยใจแค่ไหนเธอก็สามารถดึงตัวเองมาใช้ชีวิตให้ปกติได้ เว้นแต่ว่าอาการทางกายภาพฉุดเธอลงมา เวลาที่แพรวปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในบ่อน้ำในจิตใจหมดลงแล้ว ได้เวลาทำงาน

    วันนี้งานที่เธอต้องทำไม่มีอะไรมากนัก เป็นการแก้แบบเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอสามารถทำคนเดียวได้ ทำไปเรื่อยๆ ด้วยความคุ้นชินของสมองและกล้ามเนื้อมือ เป็นโชคดีของเธอที่ไม่ต้องใช้พลังกายพลังใจมากนัก

    แพรวเปิดแอปสปอตติฟายขึ้นมา เพลงที่สุ่มขึ้นมาเป็นเพลง I Of The The Storm โดย Of Monsters and Men แพรวคุ้นเคยกับเพลงนี้ดี เธอเคยฟังมันบ่อยๆ เมื่อตอนอัลบั้มออกมาใหม่ๆ แต่เวลาและเหตุการณ์มากมายในชีวิตทำให้เพลงนี้หายไปท่ามกลางมหาสมุทธของบทเพลงมากมาย และมีเพียงเพลงที่ถูกเลือกจากอัลกอริธึมเท่านั้นที่ผ่านมาถึงหูของเธอ ซึ่งในวันนี้ก็ถึงเวลาของเพลงนี้

    I am a stranger

    I am an alien

    Inside a structure

    Are you really gonna love me when I'm gone?

    With all my thoughts

    And all my faults

    เป็นนิสัยของแพรวที่จะฟังเพลงเดิมซ้ำๆ ทั้งวันเมื่อเพลงนั้นๆ มากระทบจิดใจเธอ ระหว่างที่มือกำลังคลิกเมาส์เป็นเสียงกึกๆ ตามจังหวะ สลับกับการกดโค้ดคำสั่งบนคีย์บอร์ดที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงไปแล้ว จิตใจแพรววนเวียนกลับมาที่พราวอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำอย่างไรแผลจากการถูกทิ้งไว้คนเดียวใจกลางพายุก็ยังไม่หายไป

    And it echoes when I breathe

    Until all you see is my ghost

    Empty vessel, crooked teeth

    Wish you could see

    แพรวรู้สึกเหมือนทั้งโลกนี้มีแค่คนอื่นและเธอ เธอไม่เป็นส่วนหนึ่งของใคร และไม่มีใครเป็นส่วนหนึ่งของเธอ ความรู้สึกของการมีจิตวิญญาณฝาแฝดถูกลืมเลือนเหมือนเป็นเรื่องราวที่เธอเคยฟังมาจากคนอื่นเท่านั้น

    ระหว่างที่แพรวกำลังจมจ่อมอยู่กับความเศร้าและเสียงของ Nanna จาก Of Monsters and Men แพรวละสายตาจากงานที่ทำและเช็คข้อความด้วยความโหยหาการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มีข้อความจากผู้ชายหน้าจืดข้างห้อง


    tan: ระหว่างที่รอเรียนดำน้ำ ผมส่งคลิปสำหรับเรียนภาคทฤษฎีไปให้นะครับ

    praewp: ขอบคุณค่ะ

    tan: ส่วนอันนี้เป็นสารคดี เอาไว้ดูแก้คิดถึงทะเลนะครับ ตอน 1 กับตอน 4 ก่อนเลย ดีมากๆ เหมือนได้ดำน้ำเลย Coastal Seas ปังปุครับ


    แพรวคลิกไปที่ลิ้งค์สารคดี Our Planet อันโด่งดังที่เธอผลัดวันประกันพรุ่งที่จะดูมาตลอด เสียงอันคุ้นเคยของ Sir David Attenborough ดังขึ้น แพรวรู้สึกเหมือนได้เจอญาติผู้ใหญ่ที่ห่างหายกันมานาน

    แพรวกดข้ามไปที่ตอน 4 ตามคำแนะนำของแทน ภาพของท้องทะเลทำให้แพรวรู้สึกสงบใจมากขึ้น พายุรอบกายเปลี่ยนเป็นท้องทะเลที่บางครั้งก็สงบ บางครั้งก็บ้าคลั่ง แพรวนั่งมองภาพฉลาม โลมา วาฬ และกระเบนแมนต้าฝูงใหญ่ น้ำทะเลคงจะหนาวเย็นแต่แพรวรู้สึกอุ่นวาบในใจ ถึงจะไม่มีมนุษย์คนไหนผูกพันกับเธอ แต่ชั่วขณะที่ดูสารคดีนี้ แพรวรู้สึกว่าอย่างน้อยเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ พายุความคิดของเธอสงบลง

    .

    สารคดีเกี่ยวกับทะเลและเสียงของ Sir David เยียวยาจิตใจเธอได้ดีราวกับ antidepressant แพรวเปิด Blue Planet ขึ้นจอทีวี นอนคุดคู้บนโซฟากอดหมอนอิง บนโต๊ะมีชาหอมหมื่นลี้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไอร้อนพวยพุ่ง วันนี้เธอภูมิใจกับตัวเองที่หักห้ามใจไม่ดื่มแอลกอฮอล์ได้อีกหนึ่งวัน ต้องขอบคุณท้องทะเลที่โอบอุ้มเธอไว้

    แพรวหลับไปพร้อมกับเสียงของ Sir David Attenborough กำลังพูดถึงฉลาม

    “To survive, they must travel.”

    .


    คืนนั้นแพรวฝันว่าตัวเองได้ไปดำน้ำ เมื่อเธอไม่มีประสบการณ์ตรงในการอยู่ใต้ทะเล ทุกอย่างจึงล่องลอยและบางเบา แพรวไม่รู้สึกถึงแรงดันน้ำที่กดทับตัวเธอไว้ หรืออุปกรณ์ช่วยให้หายใจพะรุงพะรังใต้น้ำสำหรับมนุษย์ที่ราบอย่างเธอ รอบตัวของเธอโอบล้อมด้วยประการังสีสันสดใส

    ระหว่างที่ล่องลอยไปในทิวทัศน์ใต้ผืนน้ำที่ประกอบสร้างจากความทรงจำของเธอในสารคดี ภาพของพราวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พราวว่ายน้ำอยู่ข้างหน้าเธอ ไร้อุปกรณ์สำหรับดำน้ำเช่นเดียวกับแพรว ล่องลอยไปในทะเลแห่งความฝัน แต่ไม่ว่าแพรวจะว่ายน้ำตามไปเท่าไหร่พราวก็ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ผมของเธอยาวขึ้นเป็นสายตามระยะห่างที่เธอว่ายห่างออกไป แพรวพยายามจะคว้าเอาไว้ แต่ฉับพลับเธอก็รายล้อมไปด้วยแมงกระพรุนตัวเล็กจิ๋ว แพรวไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่แมงกระพรุนล้อมรอบเธอใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอขยับตัวไม่ได้ แขนขาชา หายใจไม่ออก มือกำหมัดแน่น รู้ตัวอีกทีแพรวก็ตกใจตื่นขึ้นมา

    เหงื่อท่วมตัวเธอจนหมอนอิงที่เธอกำไว้ชื่นเหงื่อ แพรวลุกไปล้างหน้า กลับมาดื่มชาหอมหมื่นลี้ที่เย็นแล้ว รสฝาดขมทำให้เธอคอแห้งกว่าเดิม ในที่สุดแพรวก็ลุกไปที่หน้าต่าง คว้าบุหรี่ขึ้นมาจุดด้วยไม้ขีดไฟ สูดหายใจเอาควันพิษเข้าเต็มปอด ภาพของกรุงเทพยามค่ำคืนย้ำเตือนเธอไว้ ว่าพราวอยู่ไกลออกไป และเธอคงติดค้างอยู่ที่ใจกลางพายุเช่นเดิม ไม่ได้เดินทางไปไหนในเร็ววัน


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in