ตลอดกาลคือคำลวงหรือผลพวงจากความคาดหวังnichised
13 — เมื่อมองเห็นเธอมากเกินไป ฉันควรเก็บลูกตาไว้หรือไม่
  • TW scopophobia (ความกลัวจากการถูกมองเห็น)

    แพรวกำลังฝัน ดอกเบญจมาศสีแดงที่กลางอกของเธอเติบโตขึ้น จากที่มีเพียงดอกเดียว กลายเป็นช่อใหญ่หลายสิบดอก เธอรู้สึกถึงลำต้นที่ค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ เป็นทรงบอนไซ กิ่งก้านงอกออกมาจากตัวเธอหงิกงอเหมือนเวลาผ่านมาหลายสิบปี ดอกสีแดงเบ่งบานเป็นทรงกลม กลีบเล็กๆ ร่วงโรยอยู่รอบตัวเธอ เหมือนหยดเลือด

    แพรวรู้สึกเหนื่อย แต่ทุกคนก็เหนื่อยกันตลอดเวลาเป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่หรือ 

    ดอกเบญจมาศสีแดงสด แพรวเอื้อมมือไปสัมผัสกลีบดอกอย่างเบามือ เมื่อลำต้นงอกออกมาจากตัวเธอ แพรวจึงเห็นภาพดอกไม่ถนัดนัก เธอพยายามก้มลงมองจนเมื่อยคอแต่ก็มองไม่เห็นดอกไม้ได้เต็มตา จะเบนกิ่งให้หันมาทางมุมเธอแพรวก็กลัวว่ามันจะหัก ความรู้สึกแน่นที่หน้าอกและถูกตรึงจากรากของดอกไม้ทำให้แพรวรู้สึกอึดอีดจนหายใจลำบาก

    ฉับพลันก้านดอกไม้ดอกหนึ่งหักลงและหลุดติดมือเธอมา ที่รอยหักของก้านดอกเป็นรอยเลือดสีแดงสดสีเดียวกับกลีบดอกเบญจมาศเปรอะเปื้อนมือแพรว เธอตกใจจนทำดอกไม้ร่วง เมื่อจะก้มลงไปเก็บก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกอีกครั้ง น้ำหนักของต้นเบญมาศทรงบอนไซหนักกว่าที่คิด

    พราวเดินเข้ามาหาเธอ แล้วก้มลงเก็บดอกไม้ที่ตกพื้นดอกนั้นยื่นให้เธอ เลือดไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนมือของพราวเช่นกัน แพรวไม่ทันได้มองหน้าพราวเพราะภาพของดอกไม้เข้ามาในสายตาของเธอก่อน ที่ใจกลางดอกไม้ แทนที่จะเป็นเกสร แพรวเห็นลูกปัดสีดำอยู่ข้างใน เมื่อแหวกดูจึงเห็นเป็นลูกตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเธอกลับมา นัยน์ตาขาวเป็นสีแดงก่ำ 

    แพรวเผลอกลั้นหายใจแล้วมองไปยังพราว แต่พราวจากไปแล้ว เธอยังไม่ทันได้เห็นหน้าพราวเลย ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองรุนแรง แพรวก้มลองไปมองดอกไม้ในมือ ดวงตาที่ใจกลางเกสรจ้องมองกลับมาอีกครั้ง แพรวรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ความเย็นจากลำคอไล่ไปตามแขนขา เมื่อมองดีๆ ดอกไม้ที่เอนออกจากตัวเธอหันเข้ามาหาเธอราวกับดอกทานตะวันจ้องมองดวงอาทิตย์ ในดอกเบญจมาศสีแดงทุกดอก มีดวงตาสีน้ำตาลและขอบตาแดงก่ำจ้องมองเธออยู่

    ภาพความฝันทำให้แพรวกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ รู้สึกตัวอีกทีแพรวนอกเหงื่อซกอยู่บนเตียง ห้องนอนมืดสนิท รอบตัวเธอไม่มีรูปภาพ มีเพียงกระจกบานหนึ่งบนโต๊ะเครื่องแป้งข้างๆ เตียงเธอ กระจกใบเล็กหันออกไปทางกำแพงว่างเปล่า แต่แพรวรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองผ่านเงาสะท้อนของกระจก

    เสียงเพลงในมือถือของเธอดันขึ้น The Only Thing ของ Sufjan Stevens

    แพรวกำลังตื่นตัวอยู่ มือไม้สั่นสะเปะสะปะไปปัดโดนหน้าจอ เพลงโดนข้ามไปที่ท่อนสุดท้าย

    Do I care if I survive this, bury the dead where they're found

    In a veil of great surprises, hold to my head till I drown

    Should I tear my eyes out now, before I see too much?

    Should I tear my arms out now, I wanna feel your touch

    ขณะนี้เป็นเวลาตีสาม เวลาของนิวซีแลนด์เร็วกว่า 5 ชั่วโมง แพรวคิดเอาเองว่าพริมน่าจะตื่นแล้ว แพรวไม่ได้คาดหวังคำตอบ แต่ต้องการคุยกับใครสักคนที่รู้เรื่องหลอนๆ ดีกว่าเธอ

    “morning” เสียงงัวเงียของพริมตอบเธอเป็นภาษาอังกฤษ คงไม่ได้ลืมตามองชื่อเธอที่โทรมา

    “You gotta help me Prim!” 

    “อะไร วันนี้โดนอะไรมา”

    “ฉันฝันเห็นพราว”

    “เธอก็ฝันเห็นพราวตลอดไม่ใช่หรอ”

    “รอบนี้มันน่ากลัวอะ” 

    แพรวตอบเสียงจ๋อย ไม่อยากบรรยายว่าเห็นอะไรมาบ้างในความฝัน แต่สุดท้ายเธอก็กลั้นใจเล่า แพรวรู้สึกเหมือนเห็นภาพในฝันอีกครั้งขณะบรรยายสิ่งที่เธอเห็นให้พริมฟัง เสียงจากฝั่งของพริมเงียบจนแพรวสงสัยว่าเธอเผลอหลับไปหรือยัง 

    “อืม”

    “ไม่มีคำตอบที่ยาวกว่านี้หรอ” แพรวเริ่มหงุดหงิดกับความใจเย็นของพริม

    “เธออยากฟังจริงๆ หรอ” พริมถาม น้ำเสียงลึกลับกดต่ำ

    “ฉันอยากฟัง” แพรวรู้สึกเหมือนเสียงของเธอไม่มั่นคง แต่ในใจเธอต้องการคำตอบกว่าสิ่งใด

    “พราวคิดถึงเธอมาก อาจจะมากจนเกินขอบเขต แต่ติดต่อเธอไม่ได้ อันนี้คือ fact ส่วนความเห็นของเพื่อนฉันคือพราวกำลังจะตาย”

    พริมเงียบไปสักพัก

    “หรืออย่างน้อยๆ ก็เตรียมตัวตาย”

    ทั้งคู่ถือสายฟังเสียงหึ่งๆ ของความเงียบงันทางโทรศัพท์

    “ฉันทำอะไรได้บ้าง” แพรวถาม

    “แกทำอะไรไม่ได้ นอกจากรับรู้และรับฟัง”

    .

    แพรวไม่ได้นอนตลอดช่วงเวลาเช้ามืดที่เหลือ เธอลุกขึ้นมาคุ้ยกล่องที่เธอคิดว่าพราวส่งมาให้เธอ แพรวเก็บรูปวาดดวงตาใส่ไว้ในซองกระดาษสีน้ำตาล อย่างน้อยเธอก็ต้องการความเป็นส่วนตัวจากรูปภาพเหล่านั้น

    หนังสือสามเล่มถูกวางทิ้งไว้ เธอยังไม่มีสมาธิจะอ่านอะไรในตอนนี้ แต่ระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายหนังสือไปกองรวมกับไดอารีปกหนัง ดอกเบญจมาศสีแดงแห้งกรอบร่วงออกมาจากหนังสือ  The Complete Poems ของ Emily Dickinson 

    แพรวจ้องมองดอกไม้ที่โดนทับจนแห้งบนพื้น เธอไม่กล้าจับเพราะมันดูเปราะบางเหลือเกิน อีกใจก็นึกถึงภาพที่เธอเห็นในฝันจนไม่กล้าหยิบ 

    ฟ้าเริ่มสว่าง ดวงอาทิตย์ยังแอบอยู่หลังมุมตึก เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง

    Do I care if I despise this, nothing else matters, I know

    In a veil of great disguises, how do I live with your ghost?

    แพรวเดินไปที่ริมหน้าต่าง ผลักบานเปิดออกแล้วสูบบุหรี่ ภาพของใบหน้าเธอเองสะท้อนกลับมา ควันบุหรี่ฟุ้งกระจาย เธอรู้สึกเหมือนเห็นพราวมองกลับมา


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in