ตลอดกาลคือคำลวงหรือผลพวงจากความคาดหวังnichised
11 — ขอเพียงเธอถูกแมลงกัดกินและงอกงามเป็นดอกไม้ไม่ห่างออกไป
  • เมื่อฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดิน ขอเพียงเธอถูกแมลงกัดกินและงอกงามเป็นดอกไม้ไม่ห่างออกไป

    TW depression, suicidal thoughts

    ดอกเบญจมาศสีแดงที่ช่องว่างของจิตใจแพรวเริ่มเบ่งบาน และสูบเอาเลือดเนื้อของเธอเข้าไปด้วย

    แม่ของพราวโทรหาเธอเมื่อวาน พราวสูญหายมาได้ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว สถานทูตประสานงานไปกับสถานีตำรวจที่เมืองที่พราวอยู่ แต่เนื่องจากการเรียนปริญญาโทแบบกักตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้ไม่มีใครผิดสังเกตจากการติดต่อพราวไม่ได้หรือไม่ได้พบเจอเธอ และด้วยนิสัยไม่ชอบติดต่อใครของพราว ทุกคนคิดว่าพราวเพียงแค่จมอยู่กับธีสิสเตรียมจบปริญญาโท และไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน 

    อาการซึมเศร้าของแพรวเริ่มกลับมาแย่อีกครั้ง การคิดถึงความตายของคนอื่นต่างจากการคิดถึงความตายของตัวเองมากนัก พราวยังคงเป็นบุคคลสูญหาย ไม่มีใครพบศพ แต่แพรวนึกถึงคำพูดของพราวที่อยากหายตัวไป เธอนึกสงสัยว่าพราวหายไปเองตามความต้องการของเธอไหม หรือมีใครทำให้เธอหายไป

    แพรวเทไอริชครีมใส่แก้วที่มีน้ำแข็งท่วม รสของวิสกี้ โกโก้ และครีมอบอวลในลำคอของแพรว วันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัว เมฆหนาหนักอุ้มน้ำไว้ลอยต่ำ พร้อมจะจมลงไปในเมืองกรุงเทพที่ไร้สีสัน หมอบอกเธอหลายต่อหลายครั้งว่าการดื่มแอลกอฮอล์กับ antidepressant นั้นไม่ดี แต่หมอก็บอกเองว่าหมอห้ามเธอไม่ได้ มีเพียงแพรวเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

    กว่าจะผ่านการทำงานมาได้แต่ละวัน แพรวรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร หากไม่ได้แอลกอฮอล์หลังมื้อเย็นหรือก่อนหน้านั้น ก็ยากที่จะล้มตัวลงนอนโดยที่จิตใจได้รับการพักผ่อน แพรวไม่ได้ดื่มจนเมามาย แค่มากพอที่จะทำให้เมฆฝนในจิตใจเบาลงและกลั่นตัวเป็นฝนไหลออกมาเป็นน้ำตา

    หลังจากที่เรียนรู้ที่จะร้องไห้ จิตใจแพรวก็ไม่มีความเครียดสะสมเท่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ข่าวใหม่เกี่ยวกับพราวที่แพรวพึ่งได้รับทำให้เธอไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไร การหายไปอย่างเป็นทางการของพราวสั่นสะเทือนจิตใจเธอรุนแรงเหมือนแผ่นดินไหว เธอยังไม่ได้เล่าให้แทนหรือพริมฟัง การพูดมันออกมาเป็นการตอกย้ำกับเธอว่ามันเป็นความจริง

    แพรวนั่งคุดคู้อยู่บนโซฟา น้ำแข็งในไอริชครีมเริ่มละลาย ไอน้ำที่เกาะรอบแก้วเริ่มไหลเลอะเทอะจนมือเธอเปียกและเย็น แพรวจ้อมองน้ำแข็งที่ค่อยๆ ละลายด้วยสายตาว่างเปล่า 

    I have never known peace

    Like the damp grass that yields to me

    I have never known hunger

    Like these insects that feast on me

    ดีเจผีในห้องเธอทำงานอีกแล้ว วันนี้มาในเพลง In A Week ของ Hozier ไม่ว่าพลังงานอันใดเป็นสิ่งที่ทำให้เพลงของเธอดังขึ้น สปอตติฟายควรมาจ้างไปปรับปรุงระบบอัลกอริธึม

    แพรวนึกถึงความตายของเธอกับพราว หากเธอทั้งคู่ตายไปพร้อมกันเคียงข้างใต้ผืนดินก็คงจะดี แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าพราวอยู่ที่แห่งหนใด เธออาจนอนหลับอยู่ใต้ผืนดินแสนสงบในชนบทสก็อตแลนด์ หรือลอยคว้างในมหาสมุทรแอตแลนติกหรือทะเลเหนือ หากแพรวตายไปตอนนี้ คงเป็นเพียงเถ้าธุลีในเมรุสักแห่งของวัดในกรุงเทพ แล้วไหลออกแม่น้ำเจ้าพระยา 

    We lay here for years or for hours

    Thrown here or found

    To freeze or to thaw

    So long we become the flowers

    Two corpses we were

    Two corpses I saw

    .

    tan: คุณแพรวเป็นยังไงบ้างคับ

    preawp: ไม่ค่อยดี อยากมีเพื่อนดื่ม

    tan: เจอกันที่ห้องคุณแพรวนะคับ

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น แพรวเปิดออกไปเจอแทนยืนฉีกยิ้มเด๋อด๋าพร้อมพิซซ่าถาดใหญ่ในมือ กลิ่นอบจากเตาฟืนลอยออกมาแม้ยังไม่เปิดกล่อง แพรวเดินนำมาที่โต๊ะกินข้าวเล็กๆ ของเธอ โต๊ะขนาด 2 คนไม่ใหญ่พอสำหรับถาดพิซซ่าเหมือนห้องของแทน แพรวจึงชวนไปนั่งกินที่โต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา แต่เพื่อระดับความสูงที่พอดี พวกเขาจึงนั่งบนพื้นแทน

    แทนนั่งมองแพรวหยิบขวดไวน์บนชั้นตาแป๋ว เธอกำลังชั่งใจว่าควรเปิดไวน์ขวดไหน

    “นายกินไวน์แบบไหนได้บ้าง” แพรวถามหยั่งเชิง

    “อะไรที่อร่อยผมกินได้หมดครับ! คุณแพรวเลือกแบบที่ตัวเองชอบเลย”

    แพรวหรี่ตา จากเมนูคาปูชิโนหวานพิเศษและเหล้าบ๊วยเหลืองเมื่อวันก่อน แพรวคิดว่าแทนคงไม่ชอบไวน์ที่ฝาดมากนัก

    Malbec ปี 2018 จากอาเจนติน่าเป็นผู้ถูกเลือก บอดี้หนาหนัก แต่ไม่มี tannic มาก และนุ่มกว่า Cabernet Sauvignon ที่เธอดื่มคนเดียวเมื่อวันก่อน แพรวหยิบที่เปิดขวดออกมา บรรจงหมุนเกลียวด้วยน้ำหนักมือที่พอเหมาะ เสียงป็อปดังขึ้นเบาๆ ไพเราะจนแพรวรู้สึกว่าวันนี้เธอทำอะไรดีๆ สำเร็จหนึ่งอย่าง แพรวยิ้มบางอย่างพอใจกับตัวเอง

    “คุณแพรวเปิดขวดไวน์เก่งจังครับ ไปหัดมาจากไหน”

    “พ่อสอนฉันเปิดเองตั้งแต่อายุ 13 นายก็จำไว้นะ จะหาผัวหาเมีย หาคนเปิดขวดไวน์เก่งๆ ไม่งั้นนายคงต้องมานั่งกินไวน์กับฉันจนแก่”

    “งั้นขวดหน้าคุณแพรวต้องสอนผมเปิดขวดไวน์แล้วล่ะ” แทนพูดยิ้มๆ

    ทั้งคู่กินพิซซ่ากับไวน์เงียบๆ เป็นความเงียบที่ผ่อนคลาย แพรวรู้สึกว่าเธอไม่ต้องพูดอะไรกับแทนมากนัก เขาก็เข้าใจบรรยากาศได้ดี จนไม่รู้จะพูดจาเรื่องไร้สาระเพื่อสร้างบรรยากาศไปทำไม

    “พราวเพื่อนสนิทฉันสูญหายได้หนึ่งเดือนแล้ว” แพรวโพล่งออกมา

    “ใช่คนสำคัญที่ชั่งตวงวัดไม่ได้ของคุณแพรวหรือเปล่าครับ”

    แพรวพยักหน้า

    “แต่พราวไม่ได้คุยกับฉันมาหลายเดือนแล้วก่อนจะหายตัวไป” เสียงแพรวเริ่มสั่นเครือ

    “มีอะไรที่คุณอยากทำให้คุณพราวแต่ยังไม่ได้ทำมั้ยครับ”

    “คงเหลือแค่ได้ตายเคียงข้างกันน่ะ” เสียงแพรวแหบแห้ง

    แทนเงียบไปครู่ใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังคิดว่าอะไรคือการแสดงออกที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์นี้

    “คุณแพรวไม่อยากมีชีวิตอยู่หรอครับ” แทนถามเรียบง่าย

    “ฉันไม่แน่ใจ กลัวว่าตายแล้วอาจจะเจออะไรที่แย่กว่านี้ แต่ประเทศไทยทุกวันนี้ก็เหมือนซ้อมตกนรกอยู่แล้ว” แพรวหัวเพราะหึในลำคอ

    “ผมเองก็สิ้นหวังไม่ต่างกัน แต่อาจเพราะจิตใจของผมไม่ได้มีโรคภัยอะไร การมีชีวิตอยู่มันง่ายกว่าสำหรับผมน่ะ ผมไม่ตัดสินคุณแพรวหรอกที่มีความคิดเรื่องความตาย แต่ผมคิดว่ามีคนอีกมากมายที่อยากให้คุณมีชีวิตอยู่นะ”

    ไวน์หมดไปแล้วเกินครึ่งค่อนขวด ทั้งคู่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างท่ามกลางความเงียบงัน

    “ดื่มไวน์เสร็จแล้วนายต้องกินน้ำเยอะๆ นะ กินไวน์เข้าไปเท่าไหร่ก็กินน้ำเข้าไปเท่านั้น”

    แทนเริ่มเชื่องช้า พยักหน้าตอบรับแพรวเงียบๆ

    “ผมคิดมาตลอดว่าผมอยากใช้ชีวิตของผมที่เหลือทำในสิ่งที่คนสำคัญของผมพลาดประสบการณ์เหล่านั้นไปน่ะ ถ้าคิดแบบนั้นคุณแพรวจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อขึ้นไหม”

    “เป็นวิธีคิดที่ต้องใช้เวลาน่ะ แต่ฉันจะลองดูนะ”

    And they'd find us in a week

    When the buzzards get loud

    After the insects have made their claim

    After the foxes have known our taste

    After the raven has had its say

    ทั้งคู่ง่วงซึมเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เกินกว่าจะสนใจดีเจผีในห้อง แทนช่วยเก็บกวาดของบนโต๊ะ ล้างแก้วไวน์อย่างทะนุถนอม แล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์่ก่อนจะกลับห้อง

    “ขอบคุณนะ” แพรวพูดเบาๆ ก่อนแทนจะปิดประตู เขาพยักหน้าตอบรับ


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in