เมื่อคิดออกจะมาเขียนสุพรรณฝันเฟื่อง
สาม : เน็ตเวิร์ควุ่นวายกับไทม์ไลน์ดราม่า
  • ออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใช่นิยายแนวลูกกวาดฟรุ้งฟริ้ง ที่จะมีผู้หญิงกับผู้ชายชื่อประหลาด ๆ และฉากสะดุดหกล้มจูบปาก

    เรากำลังจะมาคุยถึง โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค
    ปิดเทอมหกเดือนรอแอดมิชชั่นแบบนี้ นอกเหนือจากไปทำงาน อยู่บ้าน แล้วก็นอน แล้วก็กิน แล้วก็นอน แล้วก็กิน แล้วก็นอน แล้วก็กิน แล้วก็นอน แล้วก็กิน....
    ก็ต้องมีโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอยู่เป็นเพื่อนด้วยตลอดเวลา

    ตอนแรกพยายามกล่อมตัวเองว่าไม่ใช่คนติดมือถือหรอก ไม่ใช่คนติดเน็ตหรอก เพราะเราก็ยังมีกิจกรรมอย่างอื่นทำอยู่
    แต่ตอนนี้ยอมรับแล้วว่าติดจริง ๆ
    ถ้ามันมีขั้นให้เลือก ก็คงจะตอบว่าขั้นสูง คืออาการหนักแต่ไม่ถึงกับตาย
    ทุกวันนี้ทำอะไรก็มีมือถือตลอด ตื่นมาก็เช็คก่อนว่าเมื่อคืนชาร์ตแบตโทรศัพท์ไว้เต็มหรือยัง (บางทีแม่ก็เผลอดึงปลั๊กออก) เข้าห้องน้ำก็ต้องฟังเพลง ทำกับข้าวก็เปิดโดเรม่อนดู ไปซื้อของกับแม่ก็ควักโทรศัพท์มาปลดล็อกหน้าจอประจำ

    และทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะเล่นหลัก ๆ แค่ 3 แอพ ที่เป็น standard ของชาวไทย คือ Facebook , Lineแล้วก็ Twitter

    ในบรรดาแอพหลักชอบ Twitter ที่สุด (ในตอนนี้นะ) เพราะว่ามัน Real Time แค่ไถลงมาก็จะเห็น        ทวิตใหม่ บางทีเจ้าของทวิตพึ่งทวิตไปได้แค่ 3 วิเอง เราก็ได้เห็นแล้ว ก็มีอะไรอ่านแก้เบื่อไป
    และทวิตภพแห่งนี้เป็นแหล่งข้อมูลข่าวอย่างดีสำหรับเรา ถึงแม้ว่าใน Facebook ก็มี แต่ในนี้มันดูอ่านง่ายกว่า และเร็วกว่า

                                                 อยู่กับนกทั้งวันฉันใด ตัวเราก็นกร่ำไปฉันนั้น
  • แต่ในความสะดวกรวดเร็วของทวิตเตอร์นั้น ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป
    เพราะบางทีเราก็จะเจอกับทวิตประหลาด ๆ เช่น คนนั้นเดทกับคนนี้ คนนี้ไปทำอย่างนั้น คนนั้นไปทำอย่างนี้ (เดี๋ยว ๆ ) ทั้ง ๆ ที่ข่าวมาจากไหนก็ไม่รู้ หรือเขาทำจริงหรือเปล่าก็ยังพิสูจน์ไม่ได้
    ถ้าเป็นเรื่องดี ก็นับว่าดีไป ก็ชื่นชมกันไป ไม่มีใครเสียหายอะไร ยกเว้นแต่ว่ามาเฉลยความจริงในทีหลังว่าจริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ ก็เฟลกันไป (ห้าห้าห้าห้า)
    แต่ที่เราเจอบ่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สมมติเอาเรื่องหนึ่งละกัน เพราะมันเยอะมาก จำไม่ได้ 
    สมมติว่า มีชาวทวิตภพคนหนึ่งทวิตว่า 

    "วันนี้เราเจอดาราชื่อจวงมา ไม่เห็นจะนิสัยดีเหมือนในทีวีเลย หยิ๊งหยิ่ง #ลำไย"

    แล้วก็สมมติอีกว่า มีคนที่ไม่ชอบดาราจวงมาบังเอิญเห็นทวิตนี้เข้า ก็กดรีเพื่อให้คนอ่ืนเห็นว่า ดูสิ ๆ ดาราจวงนี้ไม่เห็นดีเลอ แล้วก็มีคนเห็นเยอะขึ้น เกิดการรีทวิตเยอะขึ้น ไป ๆ มา ๆ  คนเริ่มหมั่นไส้ดาราจวง ก็จวกยับ และก็เกิดการตั้งแท็กเพื่อพูดถึงดาราคนนี้โดยเฉพาะ บางคนก็อาจจะบอกว่าเคยโดนหยิ่งใส่เหมือนกัน บางคนก็บอกว่าเห็นหนังหน้าก็รู้แล้วว่านิสัยไม่ดี (อันหลังนี่ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไร) คนทวิตมาก ๆ เข้าก็ติดเทรนด์ (ขออภัยที่ใช้คำเฉพาะในทวิต หากไม่เข้าใจสามารถทิ้งคอมเม้นท์ของท่านไว้ได้)

    สนุกกันล่ะค่ะ เผือกกันเพลิดเพลินเลย แล้วก็เริ่มมีการขุดรูป การสาวไส้ไปถึงอดีต (สังคมสมัยนี้น่ากลัวจริง ๆ ค่ะคุณกิตติ)
    แล้วก็สมมติอีกว่า กระแสนี้เกิดขึ้นจนทำให้งานหลาย ๆ งานของดาราจวงขอยกเลิกไป ทำให้ดาราจวงสูญเสียรายได้ไป จนดาราจวงเกิดความสงสัยและสืบหาต้นตอว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เมื่อเห็นจึงได้เข้าใจ แล้วก็นึกได้ว่าวันนั้นมีแฟนคลับคนนั้นมาขอถ่ายรูปหรืออะไรก็ตามแต่ แล้ววันนั้นเบลอ ๆ ก็เลยมึนและรีบกลับบ้านไป
    ดาราจวงก็ต้องออกมาแถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไป

    เมื่อความจริงปรากฏก็สลดกันเป็นแถบค่ะ ดีหน่อยก็จะมีการออกมาขอโทษ แต่ถ้าแย่หน่อยก็จะยังคงขุดหลุมด่าต่อไปไม่จบสิ้น
    นี่คือคร่าว ๆ ของข้อเสีย (หลายบรรทัดไปหน่อย ขออภัย)

  • ร่ายยาวถึงข้อเสียไปแล้ว จะไม่พูดถึงข้อดีเลยก็ไม่ได้
    ด้วยความที่ Twitter มัน real time เพราะฉะนั้น การมีเหตุการณ์อะไรที่ฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ดูเหมือนว่าในส่วนของ Twitter นั้นค่อนข้างทำงานได้ดีเลยทีเดียว อย่างเช่นว่า ตอนนี้มีคุณลุงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บต้องการเลือดด่วน ในกรณีของคนที่เห็นแล้วสะดวกก็จะสามารถไปช่วยได้ และในกรณีของคนที่ไม่สะดวกก็สามารถช่วยได้ด้วยการรีทวิตเพื่อกระจายข่าว

    หรือในอีกกรณีหนึ่ง มันเป็นเหมือนแหล่งข่าวบันเทิง สาระความรู้ หรืออาจเป็น Fact ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่ตอนนั้นเกิดขึ้นแต่ว่าเราไม่ได้ไปอยู่ตรงจุดนั้น อย่างเช่น ในกรณีของเราที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี เราจะรู้สึกสนุกมากและดีใจมากเวลาที่ได้อ่าน 'Fanact' ต่างๆที่เกิดขึ้นในงานคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีท เวลาที่เราได้เห็นว่าศิลปินเรามีความน่ารักมากแค่ไหน หรือว่ามีรีแอคชั่นยังไงจากการสนับสนุนของเรา ก็พอทำให้เราชุ่มชื่นหัวใจได้

    และสำหรับเรา Twitter เป็นเหมือนแหล่งฝึกภาษา เพราะด้วยความที่เราชอบอ่านเรื่องราวต่าง ๆ บนไทม์ไลน์ ซึ่งมีปะปนกันไปทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ ตรงนี้ก็เหมือนฝึกให้เราเคยชินและคุ้นชินกับคำศัพท์ต่าง ๆ เหล่านั้น

    และข้อดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับเราคือ ไม่มีอะไรประหลาด ๆ เช่น
    การแชร์ภาพจิ้งจกสองหาง แล้วมีการเขียนว่า
    "เม้น 99 แล้วจะรวย"
    หรือ แชร์เพจชื่อ "อิชิตั๋น" ที่แชร์ภาพเงินฟ่อนหนึ่งแล้วบอกว่า ใครแชร์จะได้
    เป็นอะไรที่เราไม่เข้าใจคนที่แชร์หรือไปเม้นเลย

  • เน็ตเวิร์คเดี๋ยวนี้เริ่มเป็นอะไรที่น่ากลัวขึ้น คนเราด่ากันง่ายขึ้น Judgeคนกันอย่างสนุกปาก ไม่ค่อยมีความประนีประนอม (ไม่ใช่ยี่ห้อน้ำพริก) เลยทำให้คนดี ๆ หรือสิ่งดี ๆ ทั้งหลายบนเน็ตเวิร์คเหล่านั้นถูกลืมเลือนหรือลบเลือนไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับคนเสพด้วยล่ะนะ

    ว่าคุณจะเลือกเป็นชนชาวดราม่า หรือมนุษย์ธรรมดาบนไทม์ไลน์


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in