เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Juveniliaผู้เฝ้ามอง
Fic Peaky Blinders│How I met your father (Thomas Shelby)

  • How I met your father

    • Pairings : Thomas Shelby/f!Reader or OC
    • From : Peaky Blinders (TV Series)
    • Rating : PG 13+


    A/N : เป็นฟิคทอมมี่ที่เรียกว่าไม่มีทอมมี่ปรากฏตัวเลย ไม่รู้ว่าทำไมถึงเขียนขึ้นมาเหมือนกัน 555 จริง ๆ ควรเป็นบทแรกของเรื่องยาว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจให้เป็นเรื่องสั้นแทน(ไว้ถ้ามีอารมณ์อาจจะงอกเป็นเรื่องยาวมั้ง?) เรื่องราวก็ไม่มีอะไรมาก เป็นแค่บทสนทนาสั้น ๆ ยามเช้าระหว่างลูกสาวที่สงสัยว่าพ่อตัวเองคือใคร กับแม่ที่มีความลับซึ่งบอกลูกไม่ได้ ซึ่งตัวละครที่มีชื่อเรียกจะมีแค่ลูกสาวเท่านั้น(คริสติน่าเป็นชื่อที่หยิบยืมมาจากในหนังเรื่อง Eastern Promises ที่เป็นแรงบันดาลใจของฟิคนี้ด้วย) แต่สำหรับแม่ จะใช้คำแทนว่าแม่เพียงอย่างเดียว(ไม่มีชื่อเรียก) เพราะอยากให้ฟิคมันเป็นแนว Reader หรือ OC ที่เปิดให้คนอ่านได้จินตนาการเอาเองกว้างๆ

    คิดว่าลงตอนคริสต์มาสน่าจะได้บรรยากาศมากกว่า แต่เนื่องจาก Oppenheimer เข้าโรงแล้ว ก็ลงตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน สดุดีคิลเลี่ยน เมอร์ฟีย์ มายเมนตลอดกาลของผู้เขียน รักมาตั้งแต่ 28 days later แล้ว



    _______________________




    คริสติน่าเคยชอบวันคริสต์มาสเสมอ


    ไม่ใช่เพราะแค่ว่ามันคือเป็นวันหยุดที่เธอจะสามารถนอนตื่นสายเท่าไรก็ได้ หรือเป็นวันที่ทั่วทั้งเมืองจะปกคลุมด้วยหิมะและหลอดไฟสวยงามระยิบระยับ แต่เพราะมันยังเป็นวันเกิดของเธอเองด้วยเช่นกัน “นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ลูกชื่อคริสติน่ายังไงล่ะ ดีใจเถอะที่ได้เกิดวันเดียวกับพระเยซู” แม่เคยบอกกับเธอไว้อย่างนั้น ถือเป็นเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับตัวเธอเพียงไม่กี่อย่างที่แม่ยอมเปิดปากเล่าให้ฟังโดยไม่อิดออดหรือทำหน้าลำบากใจเหมือนที่ผ่านมา


    แต่ตอนนี้คริสติน่าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว เธอกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยสิบห้าปี ช่วงอายุของการเป็นวัยรุ่นเต็มตัว อาจารย์ประจำวิชาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนสอนว่าวัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เห็นทีว่ากระบวนการเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับคริสติน่าเช่นเดียวกัน เมื่อในช่วงสองสามวันก่อนจะถึงวันเกิดของตัวเอง เธอไม่สามารถข่มตาหลับลงได้เลย เนื่องจากความว้าวุ่นในจิตใจที่โผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ต่อคำถามสำคัญที่ไร้ซึ่งคำตอบตั้งแต่ที่เธอลืมตาดูโลกเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว


    พ่อของเธอคือใคร?


    คริสติน่าไม่ได้มีปัญหากับการเติบโตมาโดยมีแค่แม่เพียงคนเดียว สมัยนี้มีเด็กอีกมากมายที่ต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงเดี่ยวหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว และแม่ของเธอก็เลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดีเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถทำได้ แม้ว่างานพยาบาลจะหนักหนามากแค่ไหน คริสติน่าก็ไม่เคยเห็นแม่ปริปากบ่น ทั้งยังคอยแบ่งสันเวลาอันยุ่งเหยิงของตัวเองให้กับลูกสาวเสมอ เช่นการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบตามประสาผู้หญิงถึงผู้หญิงกันแทบทุกวัน คริสติน่าจึงไม่เคยมีความลับกับแม่เลยสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ดีว่าแม่กำลังมีความลับกับเธออยู่ ความลับสำคัญที่หล่อนหลีกเลี่ยงจะพูดถึงเสมอ นั่นก็คือเรื่องของพ่อนั่นเอง


    คริสติน่าเคยถามถึงพ่อเป็นครั้งแรกตอนที่เธอยังเด็กกว่านี้มาก น่าจะสักหกหรือเจ็ดขวบเห็นจะได้ เธอจำได้ดีถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของมารดา ถ้อยคำอ้ำอึ้งที่บอกว่า “พ่ออาจไม่ได้อยู่กับเราที่นี่ แต่พ่อของลูกรักลูกเสมอ” รวมไปถึงยังได้เห็นหล่อนแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ ในห้องครัวหลังจากที่ส่งเธอเข้านอนไปแล้ว คริสติน่าตระหนักได้ด้วยตัวเองว่าคำว่า พ่อ คือคำต้องห้าม และนับแต่นั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยปากพูดถึงเขาต่อหน้าแม่อีกเลย


    แต่เธอรู้ว่าพ่อของเธอมีตัวตนอยู่จริง และยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เธอไม่อาจรู้ได้


    เช้าวันนี้คือวันคริสต์มาสและวันเกิดของเธอ ซึ่งแสนจะหมองหม่นไม่สดใส เพราะหิมะที่ตกหนักมาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ท้องถนนไร้สีสันอื่นใดนอกจากสีขาวโพลน อีกทั้งท้องฟ้าก็ยังขมุกขมัวเสียด้วย คริสติน่าย่ำเท้าบนบันไดไม้ขัดเงาสีเข้มลงมาถึงชั้นล่างและเดินไปที่ห้องครัว มองเห็นผู้เป็นมารดากำลังง่วนกับการทอดแพนเค้กและเบคอนสำหรับอาหารเช้า ซึ่งเป็นภาพแบบเดิมที่แสนจะชินตาในทุก ๆ วัน


    โดยปกติแล้ว คริสติน่ามักจะกล่าวอรุณสวัสดิ์กับหล่อนก่อนเป็นอย่างแรกในเช้าวันใหม่เสมอ อย่างไรก็ตามวันนี้เธอกลับเลือกที่จะเดินผ่านแม่ไปเงียบ ๆ แทน ก่อนจะคว้าเอากาที่บรรจุกาแฟดำร้อนเทใส่แก้วเซรามิกสีชมพูหวานแวว ด้วยท่าทีเหม่อลอยจนเกือบจะทำกาแฟลวกมือตัวเอง เพราะในใจยังมัวแต่จดจ่อกับชื่อบนสูติบัตรที่เธอได้แอบดูมาเมื่อคืนก่อนหน้านี้


    การตัดสินใจอย่างสิ้นคิดและฉุกละหุกครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับรู้ความจริงที่แม่ปกปิดไว้มานาน ความจริงที่คริสติน่าคิดว่าเธอไม่สมควรจะรู้เลย


    โทมัส เชลบี้ คือชื่อของชายที่อยู่ในใบสูติบัตรของเธอ


    และไม่มีใครในอังกฤษที่จะไม่รู้จักชื่อนี้


    ความจริงที่ตีแสกหน้าทำให้เด็กสาวสั่นกลัวและโมโห


    พ่อของเธอ—ผู้ชายที่ทอดทิ้งเธอกับแม่ไปตั้งแต่เธอยังเป็นทารก ข้อเท็จจริงก็คือเขาเป็นอาชญากรชื่อดังแห่งเบอร์มิงแฮม หัวหน้ากลุ่มมาเฟียที่ชื่อว่าพีกี้ ไบลน์เดอร์ส เขาแต่งงานแล้วกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แม่ของเธอ ในขณะที่คริสติน่าซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ กลับไม่สามารถใช้นามสกุลเชลบี้ได้ด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เห็นหน้าหรือพูดคุยกับเขาเลยสักคำเดียว


    นั่นคือเหตุผลทั้งหมดใช่หรือไม่? เพราะเธอเป็นได้แค่ลูกนอกสมรส เป็นลูกเมียน้อยของโทมัส เชลบี้เท่านั้น


    แพนเค้กกับเบคอนที่จัดใส่จานแล้วถูกวางลงตรงหน้าคริสติน่าด้วยฝีมือของแม่ เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้กล่าวอรุณสวัสดิ์เหมือนอย่างเคย หล่อนจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายก่อน “อรุณสวัสดิ์จ๊ะลูกรัก” ถึงอย่างนั้นคริสติน่าก็ยังไม่ตอบกลับ เพียงนั่งเงียบ ๆ และเอาแต่คนช้อนในแก้วกาแฟของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่าทีที่ดูผิดแปลกไปในวันเกิดของตัวเองทำให้คนเป็นแม่รู้สึกกังวลได้ไม่ยาก หญิงสาวจึงจัดการลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ คริสติน่า กุมมือเธอไว้อย่างหลวม ๆ แล้วเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


    “คริสตี้ มีอะไรที่ลูกอยากได้เป็นพิเศษในวันเกิดนี้ไหม”


    ในที่สุดคริสติน่าก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาจนได้ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าของมารดาอย่างจดจ่อและแข็งกร้าว


    “ถ้าวันเกิดนี้หนูอยากเจอพ่อ แม่จะให้หนูได้หรือเปล่าล่ะ?”


    คริสติน่ารู้สึกเหมือนได้เห็นแม่ย้อนกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นอีกครั้ง ตอนครั้งแรกที่เธอถามถึงพ่อออกมา สีหน้าของหล่อนปะปนด้วยอารมณ์ระหว่างเศร้าใจ กังวล และทุกข์ตรม เพียงแต่ว่าคราวนี้แม่ดูจะสงบลงกว่าเดิมมาก ราวกับคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมาพูดถึงเรื่องนี้อีกจนได้


    “ลูกรู้แล้วงั้นเหรอ?”


    คริสติน่าพยักหน้า และลอบสังเกตปฏิกิริยาของแม่ตัวเองอย่างระมัดระวัง “หนูเห็นมันในใบสูติบัตร ชื่อของผู้ชายคนนั้น”


    แม่นิ่งงันก่อนจะหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับต้องการจะจัดระเบียบความคิดในหัว ซึ่งดูจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากสำหรับหล่อน “ไม่ว่าลูกจะคิดอย่างไรกับพ่อ” หญิงสาวว่าด้วยน้ำเสียงบางเบา ก่อนจะจิบกาแฟดำจากแก้วของตัวเองและพูดต่อ “แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างที่เราคิดเสมอไป”


    นั่นทำให้คริสติน่าขุ่นเคืองใจยิ่งกว่าเดิม เมื่ออีกฝ่ายยังคงทำทีเหมือนต้องการหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้ “อ๋อ หมายถึงเรื่องที่แม่เป็นเมียน้อยโทมัส เชลบี้ และหนูเป็นแค่ลูกเมียน้อยที่เขาไม่ต้องการใช่ไหม”


    เธอจงใจพูดอย่างนั้น แต่ก็ต้องรู้สึกผิดในเวลาต่อมา หลังจากเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวของแม่ที่สะท้อนจากสายตาอย่างชัดเจน หล่อนเม้มปากแน่น กล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปพร้อมกับกาแฟอีกอึกใหญ่ คริสติน่านึกอยากจะขอโทษกับสิ่งที่เพิ่งพูดออกไป แต่แม่ก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน


    “ลูกเกิดจากความรักของทั้งพ่อและแม่ เชื่อแม่เถอะว่าพ่อรักลูกมากยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนะคริสตี้” ครั้งนี้หญิงสาวเน้นย้ำหนักแน่นกว่าทุกที “และเรื่องของแม่กับทอมมี่มันเกิดขึ้นมาก่อนที่เขาจะแต่งงานเสียอีก ฉะนั้นลูกจึงไม่ใช่ลูกเมียน้อย แต่มันมีเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถอยู่กับเราได้”


    “หนูไม่เห็นเข้าใจเลย ถ้าเขารักหนูอย่างที่แม่ว่า ถ้าอย่างนั้นเขาจะทิ้งเราทั้งคู่ไปทำไมตั้งแต่แรก” คริสติน่ายังคงสับสน แม้จะแน่ใจว่ามารดากำลังพูดความจริง แต่นั่นก็ยังไม่สมเหตุสมผลอยู่ดีสำหรับเธอ


    ทำไมครอบครัวของเธอถึงไม่เหมือนคนอื่น? ทำไมเธอจึงไม่สามารถเรียกโทมัส เชลบี้ว่าพ่อได้?


    “เขาไม่ได้ทิ้งพวกเราเลยคริสตี้ แม่ต่างหากที่เลือกไปจากเขาเอง แม่คือคนที่ทิ้งเขา” หัวใจของหญิงสาวเต้นโครมครามเมื่อต้องแบ่งปันความลับที่ไม่คิดว่าจะเปิดเผยให้กับคนเป็นลูกได้ฟัง “อาชีพของพ่ออันตรายเกินไป และตัวเขาเองก็อันตรายเกินไป ทอมมี่เคยเป็นคนที่ดีกว่านี้ แต่เขาเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน เปลี่ยนไปจนไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวกับที่แม่เคยหลงรักอีกต่อไป”


    ในที่สุดแม่ก็หลั่งน้ำตาออกมา อารมณ์ท่วมท้นทำให้หล่อนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ต้องใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าที่หล่อนจะกลับมาเล่าต่อได้


    “ตอนที่รู้ตัวว่าท้องลูก แม่ไม่อยากให้ลูกโตมาในสังคมแบบนั้น สังคมของเขา แม่เคยขอร้องเขาให้เขาหยุดทำเรื่องพวกนี้แล้ว แต่เขาไม่สามารถหยุดได้ เมื่อคลอดลูกออกมา แม่จึงตัดสินหนีที่จะหนีไปจากเขา มันเป็นหนทางเดียวที่จะรับประกันได้ว่าแม่และลูกจะได้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างปลอดภัย และให้ลูกได้เติบโตอย่างคนทั่วไป ไม่ใช่คนในตระกูลเชลบี้”


    คริสติน่านิ่งงัน


    เธอเคยจินตนาการหลายต่อหลายครั้งถึงหน้าตาของพ่อ เรื่องราวของพ่อ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพ่อ แต่ไม่มีอะไรเลยสักอย่างในความคิดของเธอที่ตรงกับสิ่งที่แม่เล่า


    พ่อของเธอคืออาชญากร—แน่นอน


    พ่อของเธอคือตัวอันตราย—แน่นอน


    คริสติน่าไม่เคยได้รู้จักโทมัส เชลบี้ เป็นการส่วนตัว แต่เธอไม่ได้อ่อนต่อโลกเสียจนไม่รู้ประสา และเธอก็มั่นใจว่าผู้ชายอย่างเขา ไม่มีทางที่จะปล่อยให้แม่พาเธอหนีหายไปได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน


    “นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องย้ายบ้านบ่อย ๆ อย่างนั้นเหรอ” คริสติน่ามองหน้าผู้เป็นแม่ เริ่มปะติดปะต่อเสี้ยวส่วนของความจริงและความทรงจำวัยเด็กเข้าด้วยกัน “เพื่อที่จะหนีจากพ่อ?”


    แม่พยักหน้าช้า ๆ “เขารักลูกมาก และเขาไม่เคยหยุดที่จะตามหาลูกเลยสักวัน แต่แม่ปล่อยให้เขาเจอลูกไม่ได้จริง ๆ ”


    เสียงครางต่ำของฮีตเตอร์เครื่องเก่ายังคงอื้ออึงอย่างน่ารำคาญตั้งแต่เช้า ทว่ายามนี้กลับมีแต่เพียงความเงียบงันอันหนาวเย็นจนน่าขนลุกที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งห้องครัว


    คริสติน่ากะพริบตาถี่รัว พยายามจะรวบรวมสติของตัวเองอีกครั้งหลังจากได้รับฟังการเปิดเผยอันน่าสะพรึงจากปากของมารดา เธอนึกอยากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดให้จางหายไป แต่ในหัวของเธอกลับว่างเปล่าและขาวโพลนไม่ต่างจากหิมะที่อยู่ข้างนอกบ้าน


    คริสติน่าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามือของเธอกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง จนกระทั่งแม่บีบมือเธอแน่นขึ้น “คริสติน่า แม่อยากให้ลูกสัญญากับแม่”


    นั่นเป็นตอนที่เด็กสาวกลับมาได้สติอีกครั้ง เธอค่อย ๆ หันกลับไปสบตากับมารดาของตน และนอกเหนือไปจากความโศกเศร้าที่พาดผ่านทางแววตาและสีหน้าแล้ว เธอยังมองเห็นความหวาดกลัวยิ่งยวดในดวงตาแม่อีกด้วย


    “อย่าตามหาโทมัส เชลบี้ อย่าให้เขารู้เด็ดขาดว่าลูกคือใคร เก็บตัวตนของลูกให้เป็นความลับที่สุด”


    คริสติน่าพยักหน้าแทนคำตอบ แม้จะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอจะสามารถทำได้หรือไม่


    กลายเป็นว่าความจริงที่ได้รู้ไม่ได้ช่วยให้ข้อสงสัยถูกไขกระจ่างอย่างที่คิดไว้ ตรงกันข้ามมันกลับมีแต่จะเพิ่มคำถามที่ไม่มีคำตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ


    ถ้าหากว่าสักวันหนึ่งโทมัส เชลบี้เกิดตามค้นหาจนเจอตัวเธอและแม่ขึ้นมา เมื่อนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอบ้างหลังจากนี้?


    อนาคตข้างหน้าดูจะเป็นเรื่องน่ากลัวที่คาดเดาไม่ได้ และไม่มีอะไรที่คริสติน่าจะสามารถแน่ใจได้เลยสักอย่าง นอกเสียจากเรื่องเดียวเท่านั้น—ว่านี่คือวันเกิดครบรอบสิบห้าปีที่หนักหนาเสียเหลือเกินสำหรับเธอ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in