#squarreadsquarrium
[Review] ห้องเช่าหมายเลข 112 : Court of MiniTrue
  • ห้องเช่าหมายเลข 112

    จัดทำโดย iLaw
    ราคา : 150 บาท

    ห้องเช่าหมายเลข 112 รวบรวมเกี่ยวกับผู้ต้องหาคดี 112 ที่มีทั้งคดีดังและคดีที่เราไม่เคยได้ยิน ความเป็นมาของบุคคลเหล่านั้น ลำดับเหตุการณ์ และเรื่องราวสุดจะ’อิหยังวะ’ที่อ่านแล้วรู้ซึ้งถึงประเทศที่เราอาศัยอยู่นี้

    ในปัจจุบันนี้ (ปี 2563) เป็นยุคที่เราสามารถตั้งคำถามอะไรหลาย ๆ อย่างได้ และพร้อมจะมีผู้คนอีกมากมายที่ตั้งคำถามและหาคำตอบไปพร้อมกับเรา แต่ในหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถึงแม้จะผ่านมาไม่กี่ปี (ส่วนมากจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงก่อน-หลังรัฐประหารไม่นาน) แต่เชื่อเถอะว่าความคิดของใครหลาย ๆ คนในขณะนั้นรวมถึงเราด้วย แตกต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

    เมื่ออ่านแล้วทำให้รู้สึกเกลียดความเป็น อิกนอแรนซ์ ของตัวเองในอดีตเหมือนกัน ที่เผิกเฉยต่อความอยุติธรรมเหล่านั้น ที่ไม่ยอมสนใจความเป็นไปข้าง ๆ ตัวเลยนอกจากตามติ่งศิลปินไปวัน ๆ และไม่ได้มองว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่ควรจะสนใจอะไร

    แต่แน่นอนว่าเมื่อเราหูตาสว่าง เราก็พร้อมแล้วที่จะรับข่าวสารจากทุกมุมมอง และเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่มีเหตุมีผลรองรับมากที่สุด

    ยอมรับเถอะว่าเรากำลังอยู่ในบ้านเมืองที่บิดเบี้ยวแห่งนี้

    บ้านเมืองที่เราเจอข่าวอาชญากรรม ฆาตกรรม ข่มขืน ลักขโมย เห็นกันจนชินตา เหมือนแข่งกันว่าใครจะก่อเหตุได้วิปริตกว่ากัน

    และอาชญากรเหล่านั้นเป็นคนที่เคยอยู่ในเรือนจำมาจนนับไม่ถ้วน บางคนเข้า ๆ ออก ๆ อย่างกับเป็นห้องน้ำสาธารณะ
    ก่อเหตุในคดีเดิม ๆ เข้าไปนอนคุกไม่เท่าไร ทำตัวดี ๆ ให้เจ้าหน้าที่ตายใจ เสร็จแล้วก็เป็นอิสระมาทำสิ่งเดิมซ้ำ น่าตกใจที่ถึงแม้จะเป็นคดีที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น (เหยื่อบางคนเสียชีวิต เหยื่อบางคนไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้) แต่โทษกลับเบาจนสามารถวนเข้าวนออก ก่อคดีและกลับเข้าไปนอนคุกแล้วก็ออกมาใหม่ได้หลายลูป

    และเราก็อยู่ในบ้านเมืองที่ต้องมีคนติดคุก 28 ปี โดยที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย
    ย้ำว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
    หลายคนต้องเสียเวลาและอิสระภาพให้กับการทำงานที่เชื่องช้าอย่างกับจงใจแกล้งกัน แม้ตัวเขาจะไม่ผิดและไม่ได้รับโทษอะไรเลยก็ตาม

    บ้านเมืองที่เราไม่สามารถตั้งคำถามอะไรกับมันได้เลย แม้แต่สเตตัสเฟสบุ๊คเพียงครึ่งบรรทัดก็อาจจะทำให้เราต้องย้ายไปนอนเล่น ๆ ในคุก 3 ปี

    บ้านเมืองที่กลัวความคิดกลัวตัวอักษร มากกว่ากลัวคนอดตาย กลัวความจริงมากกว่าอาชญากรหรือฆาตกรตัวจริงผู้ทำลายความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน

    สุดท้ายต้องขอบคุณหนังสือเล่มนี้ ขอบคุณตัวเองมาก ๆ ที่ไปขุดจนหาซื้อมาได้
    ขอบคุณที่ทำให้ตาสว่าง จากที่สว่างอยู่แล้ว ตอนนี้ก็คือจะเปล่งแสงออกมาเป็นเลเซอร์ละ
    ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกเกลียดความคิดตัวเองสมัยก่อน ตอนที่ยังนาอีฟมากจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร ขอบคุณที่ทำให้เราไม่หลงผิดอีกต่อไป 
    ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วอยากจะสร้างตัวให้รวย (แม้จะยากชิบ**ในยุคที่มีรัฐบาลโง่) แล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก

    แน่นอนว่าเป็นหนังสือไม่เหมาะกับการอ่านเพื่อจรรโลงหรือพักผ่อนหย่อนใจ

    เป็นหนังสือที่ไม่สามารถอ่านยิงยาวจนจบได้ แค่ทนอ่านให้จบไปแต่ละเคสโดยไม่เควี้ยงทิ้งซะก่อนก็ถือว่าเก่งมาก ๆ แล้ว

    แต่ก็ยังคงเป็นหนังสือที่อยากให้ใครหลายคนได้อ่านเพื่อรู้จักกับประเทศของเราและรู้จักกับ’ขอบเขต’ของเราในยุคนี้มากขึ้น

    ก็ได้แต่เฝ้ารอให้ใครต่อใครที่ยังมืดมนได้ตาสว่างเหมือนกัน แล้วลุกขึ้นมาไม่จำนนกับมันอีกต่อไป 

    ปล. หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่พิมพ์ครั้งแรกในปี 2558 และพิมพ์ครั้งที่สองในปี 2560 ในปัจจุบันอาจจะมีหลายคดีที่มีความคืบหน้าหรือเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in