เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
I love not man the less, but books moreรั่วชิงบ้านสกุลหาน
(Book) รีวิว มนตร์เสน่ห์นกกางเขน (A Charm of Magpies Series)
  • มนตร์เสน่ห์นกกางเขน (A Charm of Magpies Series)
    สกุณาอาถรรพ์ (The Magpie Lord)
    มุสิกต้องสาป (A Case of Jossession)
    มนตรานกกางเขน (Flight of Magpies)
    ผู้เขียน : K. J. Charles
    ผู้แปล : เล่ม 1 โดย ธนวัฒน์ เอื้อธิติสรณ์, เล่ม 2-3 โดย ปราชญ์ อัสนี
    Taisei Books
    3 เล่มจบ


              ถือว่าช้าไปมากที่เพิ่งมารู้จักเรื่องนี้เพราะหนังสือออกมาแล้วและไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เหมือนจะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรหรือเปล่านะ เอาเป็นว่าหลายๆ เสียงบอกว่าสนุกและควรแมสแต่ว่ามันไม่แมส ประเด็นนี้เราจะพูดถึงอีกครั้งหลังจากนี้แล้วกันค่ะ

              นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวายตะวันตก อยู่ในซีรีส์ มนตร์เสน่ห์นกกางเขน หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ A Charm of Magpies Series มีด้วยกันทั้งหมด 3 เล่ม คือ สกุณาอาถรรพ์ (The Magpie Lord), มุสิกต้องสาป (A Case of Jossession) และ มนตรานกกางเขน (Flight of Magpies) ชื่อแปลไทยได้สวยดีมาก เยี่ยมๆ

              เซ็ตติ้งที่ใช้คือประเทศอังกฤษสมัยยุควิคตอเรีย เนื้อหาแนวแฟนตาซี มีเวทมนตร์ คนทรง นักเวท เนื้อเรื่องเจ้มจ้น จบในเล่มตามแนวนิยายตะวันตกค่ะ ที่ส่วนใหญ่คือพล็อตหลักจะจบในเล่มเลย แต่ก็ยังมีเล่มอื่นๆ ตามมาประกอบกันเป็นซีรีส์ ถ้าอยากอ่านแค่เล่มเดียวจบก็อ่านได้ รู้เรื่อง ตัวละครรักกัน แฮปปี้ แต่บางประเด็นก็จะยังไม่เคลียร์ สามารถไปอ่านต่อเล่มอื่นๆ ได้ อะไรแบบนี้

              เนื้อหาพูดถึง ลูเชียน โวดรีย์ บุตรชายคนที่ 2 ตระกูลโวดรีย์ที่ถูกพ่อเนรเทศไปอยู่เมืองจีนเมื่อยี่สิบปีก่อน ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาที่อังกฤษหลังจากที่พ่อและพี่ชายของเขาต้องตายอย่างมีเงื่อนงำ และตัวเองต้องกลับมาเพื่อรับตำแหน่ง ลอร์ดเครน พร้อมเผชิญหน้ากับคำสาปชั่วร้ายที่กลืนกินตัวเขาจนคลุ่มคลั้งเกือบเผลอปลิดชีวิตตนโดยไม่รู้ตัวมาหลายครั้งนับตั้งแต่กลับมา

              ทนทรมานมาได้ไม่นาน ลอร์ดเครนก็ได้พบกับนักเวทย์อย่าง สตีเวน เดย์ ชายร่างเล็กท่าทางไม่เป็นมิตรผู้มีฝ่ามือคล้ายกระแสไฟฟ้าดูด ผู้ที่สามารถช่วยเขารักษาในสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ได้ จากนั้นจึงได้พบว่าลอร์ดเครนกำลังเจอกับมนตร์ดำรูปแบบหนึ่ง และพ่อกับพี่ชายของเขาเองก็ดูเหมือนจะจากไปด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เหมือนกัน

              หลังจากนั้นสตีเวนก็ได้เข้ามาช่วยลอร์ดเครนในการถอนมนต์ดำและสืบหาตัวคนที่ประสงค์ร้ายต่อเครน และได้รู้ว่าบรรพบุรุษของเครนคือคนสำคัญที่จะมีอิทธิพลต่อตัวละครทั้งสองต่อไปจนถึงเล่มที่สามเลยค่ะ

              อย่างที่บอกไปว่าเนื้อหามันจบในเล่ม พอเริ่มเล่มใหม่ก็เจอกับปัญหาใหม่ คล้ายๆ กับเวลาเราอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์นั่นแหละ อย่างเล่มสองก็ยังคงความดาร์กเช่นเคย แต่ปัญหาหลักคือเรื่องราวของหนูยักษ์อาละวาด เล่มสามนั้นเป็นการกลับมาของตัวร้ายที่รอดแหไปจากเล่ม 1 ค่ะ

              ต้องบอกก่อนว่าเพราะเนื้อหาหลักมันจบในเล่ม ดังนั้นพระนายจึงปิ๊งปั๊งกันอย่างรวดเร็ว ตามแบบนิยายตะวันตกที่แบบ ชั้นชอบเธอ เธอยั่วชั้น เราสองคนก็มาได้เสียกันดีกว่า อะไรแบบนี้ แต่มันฮอทมากและแน่นอนว่ามัน consent (ใครอยากรู้ว่านิยายแนว sexsual tension แรงๆ ยั่วๆ บดๆ แล้ว have sex กันแบบมี consent มันเป็นยังไง นิยายแนวตะวันตกจะให้คำตอบได้ดีกว่านิยายตะวันออกนะ 5555) อีพี่เครนก็ขี้หยอก อีน้องเดย์ก็ขี้ยั่ว พอกันทั้งสองฝ่าย

              ทีนี้พอขึ้นเล่ม 2-3 ด้วยความที่ตัวละครมันคบหากันแล้วมันก็เหมือนเรากำลังดูว่าคู่รักคู่นี้จะเจออุปสรรคอะไรบ้าง ปกติเรามักจะสองจิตสองใจกับนิยายที่เป็นซีรีส์ค่ะ เพราะมันจะมาแนวๆ เดียวกัน แบบว่ารู้พล็อตอ่ะ เล่มแรกรักกัน เล่มสองจะเริ่มทะเลาะกันแน่ อะไรแบบนี้ หลายๆ ครั้งเราเลยชอบลังเลว่าจะอ่านไม่อ่านดี แต่สุดท้ายก็อ่านนะ ก็เหมือนชีวิตคู่เนอะ ไม่ใช่ว่ารักกันอย่างเดียวแล้วจะพอ บางครั้งก็ต้องมาดูสถานะของแต่ละคน ดูหลายๆ สิ่งประกอบกัน ว่าสุดท้ายแล้วเราจะไปกันรอดมั้ยอะไรแบบนี้

              เล่ม 2 ในด้านความสัมพันธ์ก็จะเป็นแบบว่าเครนคิดถึงชีวิตที่เมืองจีนที่สุดแสนจะเป็นอิสระ แต่เดย์ก็ไม่สามารถทิ้งงานเดียวที่เขามีแล้วตามเครนไปอีกฟากหนึ่งของโลกได้ แถมการเป็นรักร่วมเพศในสมัยนั้นก็ต้องปกปิด ทั้งเรื่องแปลกๆ ที่ต้องแก้ไขสะสาง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ที่ก็พยายามยอมให้กันเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว มันเลยจะเครียดๆ หน่อย แต่พอผ่านไปได้ก็คือจะรู้ละว่าทั้งสองคนรักกันและพยายามเพื่อกันมากจริงๆ

              ซีนอย่างว่าฮอทมากค่ะ บอกได้แค่นี้ มีความ BDSM ใช้กุญแจมือกับ dirty talk ต่างๆ ด้วย เลือดลมสูบฉีดดีนะ ส่วนเนื้อหาโดยรวมมันก็จะดาร์กๆ หน่อย ออกแนวเข้มข้น สนุกดี

              อ้อ จะบอกว่าบนตัวเครนอ่ะสักลายนักกางเขนเอาไว้เจ็ดตัว ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง แล้วตอนที่ทั้งคู่ had sex กันครั้งแรกด้วยพลังเวทย์อะไรต่างๆ ทำให้นกกางเขนมันมีชีวิต ขยับเขยื้อนไปตามผิวหนัง แล้วมันมีตัวหนึ่งชอบแวะไปเที่ยวบนร่างกายเดย์ แวะไปแวะมาก็ไม่กลับมาอยู่บนร่างเครนอีกเลย ฮอทดีนะอันนี้ ถามว่ามันไปได้ไง ก็แหม ผิวหนังเค้าแนบชิดกันขนาดนี้มันก็กระดืบๆ ไปอ่ะดิ 5555

              ส่วนที่ว่าทำไมไม่ค่อยแมส เท่าที่อ่านความเห็นหลายๆ คนคือการแปลค่ะ จะเห็นได้จากด้านบนว่าเรื่องนี้มีเปลี่ยนคนแปลด้วย เล่มแรกแปลแปลกๆ ไปหน่อย ไงดีล่ะ มันเหมือนการแปลนิยายเก่าๆ ถ้าใครเคยอ่านพวกนิยายตะวันตกเก่าๆ การใช้ภาษามันจะฟีลเดียวกันเลย แบบอ่านแล้วกึกๆ กักๆ ไม่ค่อยลื่นไหล (แอบเห็นว่าเดี๋ยวก็สตีเวน เดี๋ยวก็สตีเฟนด้วย) เพราะอ่านค่อนข้างยากล่ะมั้งคนเลยเทไป ไม่ได้อ่านเล่ม 2 กันต่อ แต่พอเล่ม 2 เปลี่ยนคนแปล สำนวนความเป็นตะวันตกมันยังอยู่แต่การเรียบเรียงประโยคมันสมูธขึ้น มันก็เลยเหมือนอ่านง่ายขึ้นมั้ง (แต่เราอ่ะไม่อะไรกับการแปลทั้งสองแบบอยู่แล้ว)

              ถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะดั้งด้นไปหามาอ่าน ตอบเลยว่าเพราะปกค่ะ 55555 ปกสวยจนอยากสบถคำหยาบ ชอบมากจนอยากจะกรี๊ด ลอร์ดเครนบนเล่ม 1 แบบหล่อจนไม่รู้จะหล่อยังไง ซื้อมาแล้วก็นั่งลูบๆ คลำๆ อยู่นาน

              // ความจริงไม่รู้มาก่อนว่ามีนิยายวายตะวันตกแปลไทยแนวๆ นี้ด้วย ถ้าใครมีเรื่องไหนที่เป็นแนวตะวันตกน่าสนใจยังไงฝากแนะนำกันหน่อยได้นะคะ ㅠㅠ

    contact me
    twitter : @malavitabb


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in