I love not man the less, but books moreรั่วชิงบ้านสกุลหาน
(Book) รีวิว 天官赐福 สวรรค์ประทานพร เล่ม 1
  • 天官赐福 สวรรค์ประทานพร เล่ม 1
    ผู้เขียน : โม่เซียงถงซิ่ว
    ผู้แปล : ลาเวนเดอร์
    SENSE BOOK
    8 เล่มจบ

    ADVERTISEMENT


              สวรรค์ประทานพรค่ะทุกคน ขอฝากตัวเข้าชมรมคนรักแม่โม่ด้วยคนนะคะ โม่เซียงถงซิ่วจงเจริญ!!!

              ตอนแรกเราพิมพ์ช่วง "ก่อนจะมาอ่านเทียนกวาน" ไว้ด้วย แต่พิมพ์ไปพิมพ์มามันยาวมากจนแบบหล่อนเขียนอะไรของหล่อน (เพ้อเจ้อเวิ่นเว้อมาก) ก็เลยขอตัดไปไว้ช่วงท้ายแทน จะพูดถึงตัวหนังสือก่อนเลยแล้วกันนะคะ

              สำหรับ สวรรค์ประทานพร เรื่องนี้คิดว่าหลายคนคงรู้เกี่ยวกับภาพรวมแล้วล่ะ หลายคนก็เคยอ่านมาก่อนแล้วทั้งแบบอิ้งเอยจีนเอยก็ว่ากันไป บางคนก็ไม่เคยอ่านเพราะรออ่านแปลไทยรวดเดียว หรือบางคนไม่รู้จักมาก่อน เพิ่งมาโดนตกเข้าด้อมเลยมาตามอ่านซะเลย (เหมือนเรา)

              ดังนั้นจะพูดคร่าวๆ แล้วกันว่าอะไรคืออะไร หนังสือพูดถึง เซี่ยเหลียน ไท่จื่อคนดังแห่งแคว้นเซียนเล่อ เก่งกาจปราดเปรื่อง ลูกรักของสวรรค์ อายุ 17 ก็บรรลุขึ้นสวรรค์ไปเป็นเทพ ใครๆ ก็นึกอิจฉา ขึ้นสวรรค์ทีก็ยิ่งใหญ่มีหน้ามีตากว่าคนอื่น

              แต่แล้วด้วยเพราะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์บนโลกมนุษย์ เหตุการณ์พลิกผัน กลายเป็นว่าเซี่ยเหลียนถูกมนุษย์ทำลายศาลเผาอารามไม่มีใครเคารพ แถมยังโดนลงทัณฑ์ขับออกจากสวรรค์ ไปตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งก่อนจะกลับขึ้นสวรรค์ได้อีกหน แต่อยู่ได้แวบเดียวก็ถูกผนึกกำลังเวท ถูกลงทัณฑ์ขับลงมาอีก

              เซี่ยเหลียนต้องใช้ชีวิตระหกระเหินอยู่ในโลกมนุษย์ ตกต่ำถึงขั้นต้องเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะ ขายศิลปะข้างทาง จากองค์ไท่จื่อที่ใครก็อิจฉา กลายมาเป็นเทพขยะและเทพโรคระบาดที่ใครๆ ต่างก็เบือนหน้าหนี

              นึกว่าจะจบแค่นั้น แต่กลายเป็นว่าต่อมาเซี่ยเหลียนสามารถหวนคืนสู่สวรรค์ได้เป็นหนที่สาม! แถมถูก หลิงเหวิน ยื่นข้อเสนอว่า ถ้าอยากได้แต้มบุญ ชดใช้หนี้สวรรค์ ก็ช่วยกันทำงานบุญหน่อย ลงไปจัดการ ผีเจ้าบ่าว ที่กำลังอาละวาดบนเขาลูกหนึ่งทีเถอะ

              เซี่ยเหลียนลงสวรรค์มาอย่างมุ่งมั่น แถมยังได้ หนานเฟิง และ ฝูเหยา สองเทพชั้นผู้น้อยจากสวรรค์ชั้นกลางมาเป็นลูกมืออีกแรง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เองที่ทำให้เขาได้พบกับ ฮวาเฉิง อาภรณ์แดงกว่าใบเฟิง ผิวขาวผ่องปานหิมะ หนึ่งในสี่ประลัยกัลป์ จอมมารร้ายแห่งภพผีที่ทำให้ทวยเทพบนสวรรค์ต้องปวดหัว

              เทพทั้งหลายมองว่าฮวาเฉิงรับมือยาก นิสัยไม่น่าคบ ผีเสื้อปีกเงิน หรือก็คือ ผีเสื้อดวงวิญญาณมรณา ของเขาก็ทำให้คนที่เจอเกิดเงาดำในจิตใจ แต่เซี่ยเหลียนกลับมองต่างออกไป คนก็ดูน่าคบ ผีเสื้อก็ดูน่ารัก (me: แหงสิ ก็เค้าคลั่งรักเธอคนเดียวนี่นา *ยิ้มรู้ทัน*)


              ต่อมาเซี่ยเหลียนคิดการณ์ใหญ่ หากไม่มีใครเซ่นไหว้ข้า เช่นนั้นข้าเซ่นไหว้ตัวเองก็ได้กระมัง (จีเนียส!) ว่าแล้วก็ลงไปยังหมู่บ้านเล็กๆ บนเขาที่ชื่อว่าหมู่บ้านผูฉี จัดการหาบ้านไม่มีเจ้าของหลังหนึ่งปรับโฉมใหม่ให้เป็นอารามเซ่นไหว้ไท่จื่อเซียนเล่อ (ไหว้ตัวเองนั่นแหละ) ชาวบ้านชาวช่องต่างก็ไม่รู้จัก ใครคือไท่จื่อเซียนเล่อ ไหว้เจ้าวารีไม่ดีกว่าหรือ เรียกเงินเรียกทองได้นะ

              เซี่ยเหลียนไม่สนใจ ค่อยๆ จัดการบูรณะที่ทาง จากนั้นก็ได้พบกับ (*พ่ามพ่ามพ่ามมมม*) หนุ่มน้อยชุดแดงเอกเขนกบนเกวียนที่เซี่ยเหลียนขอโดยสารมาด้วย หนุ่มน้อยคนนี้บอกว่าเรียกตนว่า ซานหลาง ก็ได้ เขาเป็นเด็กหนุ่มท่าทางร่ำรวย ความรู้กว้างขวาง เซี่ยเหลียนชอบคุยกับเขามาก ไปๆ มาๆ ก็ดันได้ซานหลางเป็นลูกมือในการบูรณะอารามไท่จื่อเซียนเล่ออีกหนึ่งแรง

              ตัวเซี่ยเหลียนรู้สึกได้ว่าซานหลางผู้นี้แปลกประหลาด และในใจเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นอะไร จึงพยายามหาทางทดสอบอยู่เรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจเพราะอีกฝ่ายก็ดูเป็นคนดี ล้อมหน้าล้อมหลังเรียกเกอเกออยู่ไม่ห่าง ชอบหัวเราะเหมือนมีเลศนัย และทอดสายตามองเขาแทบจะตลอดเวลา

              ประจวบเหมาะกับที่ตอนนั้นเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ทำให้เซี่ยเหลียน ซานหลาง และสองเทพน้อยหนานเฟิงและฝูเหยา เดินทางไปแคว้นป้านเยว่ ที่ที่ได้ยินว่าเกิดเรื่องประหลาดขึ้น แต่ในเหตุการณ์นั้นเองที่เซี่ยเหลียนพบว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องประหลาดในแคว้นป้านเยว่ เป็นคนที่ไม่อาจล่วงเกินได้ผู้หนึ่ง และทีี่แห่งนี้เองที่เขาได้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเด็กหนุ่มซานหลาง สาวกคนสุดท้ายและเพียงคนเดียวของเขาตลอดกาล

    การรอคอยแปดร้อยปีของสาวกเมืองผีอย่างนักอ่าน

              เราชอบมากเลย ตอนแรกเข้าใจว่าจะออกสองเล่ม เพราะเท่าที่ถามมาเซ้นส์บอกว่าพยายามจะออกครั้งละ 2 เล่ม ก็คือตั้งความหวังแล้วนะ คือว่าแบบว่าแปดเล่มอ่ะ ถ้าทิ้งช่วงนานมันก็แหะๆ แต่สรุปว่าโควิดกลับมาระบาดหนักอีกแล้ว กลายเป็นว่าได้ออกเล่มเดียวแทน ㅠㅠ

              แต่ถึงอย่างนั้นก็ปริ่มในใจมากค่ะ การรอคอยอันยาวนานแปดร้อยปีของสาวกอย่างเราๆ ในที่สุดก็ได้เข้าเฝ้าไท่จื่อเซียนเล่อสักที 5555 เราเลือกเข้าเฝ้าที่โกดังเซ้นส์ เลยได้อ่านเร็วหน่อย แต่ว่าที่เซ้นส์ลงให้อ่านในเว็บก็ปาเข้าไปครึ่งเล่มแล้วนะ

    (ในที่สุดก็ได้ใช้มีมนี้สักที)
              ขอชมการจัดการของเซ้นส์เลยแล้วกัน ความที่สำนักพิมพ์ไม่ใหญ่มาก จัดการแก้ปัญหาได้แบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว แล้วก็งานปกงานอาร์ตในเล่ม แบบว่าสวยตาแตก เราปลื้มนะ ชอบที่แหวกแนวเวอร์ชั่นอื่นด้วยการเลือกวาดฉากบนเกวียนอ่ะ ส่วนด้านในก็มีรายละเอียดพวกแนะนำตัวละคร หรือตารางตำแหน่งเทพต่างๆ ใส่ไว้ไม่ให้คนอ่านงงด้วย

              แสตนดี้น่ารักม๊ากกกกก น่ารักแบบงุ้ยๆๆ เราเอาออกมาลองประกอบดู ประกอบยากนิดหนึ่งแต่ว่าน่ารักดี ถ่ายรูปเสร็จก็เปลี่ยนมันกลับสู่สภาพเดิม เก็บใส่ถุงเรียบร้อย 5555

              อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องชมคือแปลดีมากกกก คุณลาเวนเดอร์แปลตัวร้ายอย่างข้าฯ มาก่อนด้วย กับเทียนกวานเองเราชอบที่คุณเค้าใส่ใจมากๆ มีตอบคำถามที่นักอ่านสงสัยเกี่ยวกับการแปลในนิยายเรื่องนี้ด้วยทางเพจของคุณลาเวนเดอร์ (ในส่วนคำนำผู้แปลก็มีค่ะ) เรารู้สึกว่าเขาทำการบ้านหนักมาก ภาษาสวย การใช้คำสละสลวย ชื่นชมมากค่ะ

              ส่วนเนื้อหาในเล่ม จุดเล็กๆ ที่ประทับใจแบบตรึงใจเรามากคืออะไรรู้มั้ย คือตอนที่ทั้งสองคนนั่งคุยกันบนเกวียน ซานหลางบอกเซี่ยเหลียนว่าวิธีควบคุมบงการผีคือการเอาเถ้ากระดูกไปทำลาย กายละเอียดมอดไหม้ ดวงจิตแตกซ่านดวงวิญญาณแตกสลาย เซี่ยเหลียนบอกว่าใครจะมีปัญหาไปเอาเถ้ากระดูกมาได้ แต่ซานหลางว่ามีสถานการณ์ที่ผีเป็นฝ่ายเอาเถ้ากระดูกมอบให้เองเหมือนกันนะ ภพผีมีธรรมเนียม หากผีตนใดเลือกคนผู้หนึ่งแล้วก็จะเอาเถ้ากระดูกไปฝากฝังในมือคนผู้นั้น เซี่ยเหลียนมองว่าหากมอบความไว้ใจผิดคนต้องโดนป่นกระดูกเป็นผุยผงคงน่าเศร้า แต่เซี่ยเหลียนกลับหัวเราะบอกว่ากลัวอะไร ถ้าเป็นเขา ส่งเถ้ากระดูกออกไปให้แล้วจะสนทำไมว่าอีกฝ่ายอยากจะป่นเป็นผุยผงหรือเอาไปโปรยเล่น มันแบบๆๆ เป็น hint ที่ซานหลางสื่อถึงแล้วอ่ะว่าเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยเพราะเขาเลือกแล้วว่าจะฝากฝังตัวกับอีกฝ่าย สัญญาณคนคลั่งรัก แงๆ

    ADVERTISEMENT


              เราชอบเวลาฮวาเหลียนเค้าสนทนากันมากเลย มันดูอบอุ่นยังไงบอกไม่ถูก เซี่ยเหลียนจะดูเป็นผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็ก คอยเป็นห่วงคอยดูซานหลางไม่ให้คลาดสายตา ส่วนอีกคนก็วนไปวนมาอยู่รอบตัวเค้า เล่มแรกอาจจะยังไม่แสดงอาการอะไรออกมามาก แต่เล่มหลังจากนี้น่าจะ...หุๆ

              เนื้อหาช่วงแรกๆ ของนิยายแม่โม่มักจะเป็นแบบนี้เนอะ คือยังไม่ดราม่า มีความสนุกสนานเข้ามาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถจับประโยคได้ว่า something went wrong อ่ะ อย่างที่เซี่ยเหลียนถูกงูกัด บอกว่าตัวเองไม่เจ็บ ก็จะอธิบายต่อไปว่าเพราะในอดีตเขาโดนมาทุกรูปแบบ ความเจ็บนั้นมันชาชินไปแล้ว ตอนนี้ก็เลยไม่รู้สึกอะไร ถึงจะพูดด้วยคำพูดที่เรียบง่ายคล้ายไม่สนใจแต่คนอ่านอย่างเราก็คือเจ็บปวด แงๆ อยากประคองเตี้ยนเซี่ยไว้ในฝ่ามือออออ

              ส่วนเล่มแรกจบค้างมั้ย สำหรับเราว่าไม่ค้างนะ มันมีประโยคสุดท้ายของเล่มที่ทำให้เราตื่นเต้นอยากอ่านต่อนั่นแหละ แต่ก็นับว่าไม่ได้ค้างอะไรมากขนาดนั้น แต่เอาจริงก็อยากอ่านต่อแล้วล่ะ

              เอาล่ะ ช่วง "ก่อนจะมาอ่านเทียนกวาน"

              จะอ่านก็ได้ ไม่อยากอ่านก็ข้ามได้ค่ะ เราแค่ระบายความชอบนี้เฉยๆ 5555

              คืออยากจะบอกว่า...ไม่ได้ตามมาแต่ต้นอีกแล้วค่ะ 5555 คือถ้าใครอ่านรีวิวเราบ่อยๆ จะเห็นว่านิยายหลายๆ เรื่องเราจะบอกเลยว่า "ไม่ได้คิดว่าจะอ่าน แต่พออ่านแล้วดันสนุก" เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าจะอ่าน ตอนที่เรื่องดังใหม่ๆ (เพราะช่วงนั้นมีม่านฮวากับอนิเมะเตรียมลงจอ) เราก็แบบเอ๊ะมันคือเรื่องเกี่ยวกับอะไรนะ ลองอ่านเรื่องย่อแล้วกลับรู้สึกว่าไม่ใช่แนวก็เลยไม่ได้สนใจไป

              แต่นั่นแหละค่ะ เรามันพวกชอบไหลไปไหลมา โอ้เจ้าหญ้ายอดกำแพง พอนิยายประกาศลงตัวอย่างให้อ่าน คนก็ฮือฮากัน ว้า มาสักที เราก็อืม มันดีจริงเหรอ ไหนลองอ่านหน่อยซิ สุดท้าย...โลกทัศน์ทั้งหลายของเราก็เปิดประตูอ้ากว้าง คุกเข่าทั้งสองข้างลงคารวะเตี้ยนเซี่ย

              นิยายดีมาก! แปลก็ดีมาก! อ่านไปสองตอนแบบติดหนึบหนับ เราเลยดูชื่อคนเขียน โม่เซียงถงซิ่วฟังดูคุ้นหูมาก พอไปค้นดู อ้าว คนเขียนตัวร้ายอย่างข้าฯ กับปรมาจารย์ลัทธิมารนี่เอง

              เราเคยอ่านตัวร้ายอย่างข้าฯ แล้วชอบทีเดียวเชียวแหละ แต่อ่านตั้งแต่สมัยแปลครั้งแรกๆ สมัยนั้นเรายังไม่ได้กระโดดลงแหวกว่ายในสระที่แปะป้ายว่า "นิยายวาย" เต็มที่เลยไม่ค่อยได้สนใจ ช่วงหนังสือปรมาจารย์ฯ ออกเราก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว ช่วงซีรีส์มาคนกรี๊ดกร๊าดกันเราก็ไม่ได้ไปดูกับเขา จนหลังๆ นิยายออกมาได้ 3 เล่มมั้งเลยหามาอ่านได้ แต่จะพูดว่าอ่านก็คงไม่ได้เพราะต้องเรียกว่าหามาดองดีกว่า เอาจริงคือเราเพิ่งเริ่มอ่านตั้งแต่ต้นจนจบบวกเล่มพิเศษเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเองค่ะ หลังจากที่อ่านตัวอย่างสวรรค์ประทานพรนั่นแหละ แบบว่าเอ้า ไหนๆ ก็ชอบสวรรค์ประทานพรแล้ว ถึงเวลาเอาปรมาจารย์ฯ ออกจากไหดองสักที

              สรุป...สนุกอีกแล้ว! สนุกมากทุกคน! งานมันค่อนข้างแหวกๆ กับเรื่องตัวร้ายอย่างข้าฯ พอสมควรเลย แต่มันดีมาก แบบร้องไห้จนปวดตา นอนตีสองติดๆ กัน แต่อิ่มเอมใจ 5555 แล้วจับทางได้แล้วว่าคุณโม่เซียงฯ จะชอบเขียนให้ดูสนุกสนานในช่วงต้น หลังจากนั้นก็คือตับแตกตับพัง ตัวเอกเหมือนไปทำกรรมกับคุณโม่เซียงไว้ในชาติที่แล้วเลยโดนทรมานหนักหน่อย

              เจอคนบอกผ่านๆ ว่าปมของเว่ยอิงว่าหนักแล้ว รอดูปมเรื่องเทียนกวานเถอะ ฮ่าๆๆๆ


              แต่เราชอบงานของคุณเค้ามากเลย ยิ่งเขียนยิ่งสนุก แล้ว netflix เอาอนิเมะเทียนกวานมาลงก็เลยดีใจ พอถึงเวลาจริงดูไปดูมาได้สี่ตอนก็ตัดสินใจดรอปไว้ก่อน รออ่านนิยายก่อนค่อยกลับไปดูต่อ เป็นพวกชอบอ่านก่อนดูค่ะ ชอบเก็บดีเทลก่อนเสมอ เพราะงั้นไว้เจอกันทีหลัง แต่อุดปากกรี๊ดไปแล้วนะกับซีนกางร่มเดินเคียงกันในป่าฝนเลือดอ่ะ ฮือออ

              สุดท้าย อ่านเถอะ ดีมาก แค่นี้แหละ

              Note: ช่วงที่อนิเมะเทียนกวานเข้า netflix เทียนกวานก็กลับมาแมสอีกรอบแถมตกคนเข้าด้อมได้อีกเพียบ แต่ถึงอย่างนั้นมันมีบางอย่างที่ทำให้คนที่ยังไม่ได้อ่านหลายๆ คนรู้สึกไม่ดีนะคะ คือการที่เข้าไปสปอยล์ในแท็ก เราเองก็ขอใช้โอกาสนี้บอกเลยแล้วกัน การที่บางคนไปอ่านแบบอิ้งแบบจีนมาแล้วก็เข้าใจนะ แต่หลายๆ คนเค้าไม่ได้อ่าน เค้ารออ่านแปลไทยทีเดียวเลย แล้วพอเข้าแท็กไปดันไปเจอสปอยล์เข้ามันก็เจ็บไง คือแบบสปอยล์เรื่องที่เนื้อหามันอยู่ช่วงท้ายเล่มแปดอ่ะ สปอยล์จุดสำคัญของเรื่องแล้วดันติดแท็กหนังสือคือมันไม่ได้ไงคุณ ㅠㅠ เจ็บปวดมากกก ดังนั้นใครอยากสปอยล์อยากหวีดเนื้อหาในนิยายที่ยังไม่ได้พิมพ์ออกมาในเวอร์ชั่นไทย รบกวนอย่าติดแท็กเลยนะ มันลำบากคนอื่นมากจริงๆ ขอบคุณค่า

    contact me
    twitter : @malavitabb



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in