I love not man the less, but books moreรั่วชิงบ้านสกุลหาน
(Book) รีวิว อาจารย์…เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 4
  • อาจารย์…เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 4
    ผู้เขียน Na Zhi Hu Li
    ผู้แปล กู่ฉิน
    สนพ. Happy Banana
    4 เล่มจบ


              ถือว่าเป็นเล่มจบที่ทำได้ดีมากสำหรับ อาจารย์...เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 4 นี้ ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลังจากอ่านจบสดๆ ร้อนๆ ก็เลยขอเขียนรีวิวพูดถึงความประทับใจสักหน่อย

              หากใครอ่านเล่ม 3 จะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และในเล่ม 4 นี้ก็เป็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น ขณะนี้ทุกคนกำลังมุ่งหน้าไปยังตระกูลเสินหนง จั่วเสียวเสี่ยว กับพรรคพวกร่วมทางได้ไปเจอกับ ปาจี่เทียน ที่ย่ำแย่จากเรื่องราวภายในของตระกูลเสินหนง สือมี่ ก้าวขึ้นมาเป็นประมุขตระกูลโดยความช่วยเหลือของ เว่ยฉี่ ขณะเดียวกันเว่ยฉี่ก็โกงเอาตำแหน่งจ้าวป้อมผู้กล้ามาไว้ในมือ ม่ออวิ่น พา จ้าวเหยียน หนีตาย เสียวเสี่ยวก็พบเจอกับการบีบคั้นมากมายจนสุดท้ายก็ต้องตัดใจ let him down กับ เหลียนจิ่น อีกครั้ง

              แต่เอาเถอะ หลังจากนั้นเพราะความเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างกับจิ้งจอกร้อยตัวมาอาศัยอยู่ในร่างของอีตาเว่ยฉี่นี่แหละ ทำให้พรรคทั้งหลายแหล่ที่เดิมทีจับดาบฟันกันหันมาจับมือเป็นพันธมิตรกันชั่วคราว แถมยังตั้งประมุขกองกำลังพันธมิตรครั้งนี้ขึ้นมาด้วย ซึ่งคนที่ว่าก็เป็นคนที่เราก็รู้ว่าใคร

              ในเล่มนี้จะไม่พูดถึงเนื้อหาหลักๆ มากเพราะอยากให้ไปอ่านกันเองจะได้อารมณ์ที่สุด แต่อย่างที่บอกว่าเป็นเล่มจบที่ดีมาก เก็บรายละเอียดได้ เปิดปมโน่นนี่นั่นและเผยให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครหลายๆ ตัวได้ดี วิธีการเล่าเรื่องหลักๆ ของเล่มจบคือจะเน้นเป็นช่วงๆ เหตุการณ์ เช่น พูดถึงกลุ่ม A ไปยาวจนจบ แล้วก็ตัดไปพูดถึงกลุ่ม B ร่ายยาวไปจนจบ อะไรประมาณนี้ เราเลยจะไม่เสียอรรถรสที่ต้องตัดสลับบทไปมาระหว่างฝั่งนั้นทีฝั่งนี้อีกหน

              ส่วนเรื่องที่ว่ามันดีตรงไหนนั้น เรามาพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ตัวละครกันก่อน

              อย่างที่รู้กันว่ามันเป็นเล่มจบเนอะ อะไรหลายๆ อย่างที่ค้างคาก็จะเฉลย อย่างความสัมพันธ์พระนางเราก็แน่ใจแหละว่ามันต้องแฮปปี้ แต่มันติดตรงที่ว่าเรื่องราวมันจะดำเนินไปในรูปแบบไหนกว่ามันจะได้แฮปปี้ ซึ่งเราก็สงสารเหลียนเจาพอควรเพราะต้องเป็นคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างศัตรูสองฝ่าย แต่เสียวเสี่ยวก็ไม่ได้แตกต่างกันหรอกเมื่อพูดถึงจุดยืน แต่สุดท้ายแล้วก็หาทางออกจนได้นะ เป็นการตัดสินใจของเสียวเสี่ยวเองด้วย แต่ต้องไปลุ้นกันในเล่มว่ามันออกมาในรูปแบบไหน

              อีกคู่ที่คิดว่าคงมีคนบ่นหาตอนอ่านเล่ม 3 คืออิ๋นเซียวกับเสิ่นยวน ตอนนั้นเราอ่านเล่ม 2 จบยังคุยกับเพื่อนอยู่เลยว่าคู่นี้น่ารัก มีโมเม้นต์แบบที่ว่าเรดาร์เราสามารถจับต้องได้ 5555 และเล่มนี้แบบเอ้ออออ ในที่สุด เพราะจัดมาค่อนข้างเยอะเลยล่ะ แถมมีการสารภาพความในใจสไตล์นายท่านอิ๋นให้คนอ่านเขินเล่นด้วย (จำได้ว่าตอนอ่านนี่ซุกหน้าลงที่นอนเลย 5555) แต่คู่นี้ออกจะเหมือนคู่รักคู่กัดกันมากกว่าเพราะนายท่านอิ๋นไม่ได้พูดจาหวานหูหรอก เราก็รู้ๆ กันอยู่

              อีกคู่ก็ม่ออวิ่นกับจ้าวเหยียน สารภาพว่าตอนอ่านเล่มอื่นๆ เราเห็นโมเม้นต์จริงนะแต่มันก็ออกจะงงๆ ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน หรือสุดท้ายม่ออวิ่นจะฆ่าจ้าวเหยียนไปเลยก็ไม่รู้ (รุนแรงงงง) แต่คนเขียนก็หาทางออกให้คู่นี้ได้อีกนั่นแหละ แถมอ่านไปอ่านมาจะรู้สึกสงสารจ้าวเหยียนมากกว่ากับหลายๆ สิ่งที่เข้ามาถาโถมใส่ผู้หญิงคนนี้

              แน่นอนว่าต้องมีคู่ของสือเล่อเอ๋อร์กับเว่ยอิ่ง สือเล่อเอ๋อร์ปากจัดกว่าวัยขนาดนั้นก็ยังงงๆ ว่าคู่นี้จะไหวแน่เหรอ แต่เออ...มันก็ไหวนะ คู่นี้ไม่อยากสปอยล์มาก เพราะก็มีความน่ารักในแบบทั้งสองคน

              อาจจะพูดถึงเรื่องรักๆ เยอะไปหน่อย แต่อันที่จริงเราว่าพ้อยท์หลักของนิยายเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่านั้นนะ เรารู้สึกได้ว่าเราได้อะไรกลับไปเยอะมากหลังจากอ่านจบ นอกจากความอิ่มเอมก็ยังได้ข้อคิดดีๆ เยอะมากกกกกกกกก มีคำพูดดีๆ ไว้ใช้เตือนสติเยอะมากอีกต่างหาก บอกเลยว่าชอบคนเขียนเรื่องนี้อ่ะ ไม่แน่ใจว่ามีนิยายเรื่องไหนของเค้าน่าสนใจอีกมั้ย ก็หวังว่าพี่กล้วยเขาจะขนมาแปลอีกเอยะๆ นะ อ่านแล้วชอบการใช้ภาษาของนักเขียนคนนี้มากค่ะ

              อ้อ อันนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เกี่ยวกับตอนพิเศษของนิยาย มีประมาณเกือบๆ 150 หน้า นับได้ทั้งหมด 4 บท แต่ทุกบทแบบโอยยยยชอบบบบบบ เราจะไม่บอกว่าแต่ละบทพูดถึงอะไรบ้าง แต่มันตรึงใจเรามากในหลายๆ แง่มุมโดยเฉพาะสามบทแรก ยิ่งบทที่สองยิ่งปวดตับ อ่านแล้วต้องเม้มปาก 55555

              สรุปคือ 9/10 เป็นเล่มจบที่งดงาม เป็นเล่มที่เราจะได้ไขข้อข้องใจถึงความหมายจริงๆ ของเก้าราชาเทพศาสตรา และได้รู้ว่าที่แท้แล้วความหมายในประโยคที่กุ่ยซือหานชิงทิ้งท้ายไว้ให้เสียวเสี่ยว "อย่าได้เป็นคนดีเด็ดขาด" ที่แท้แล้วในตอนที่เขาพูดแบบนี้นั้นเขากำลังคิดถึงอะไร ส่วนตัวเราว่าเล่มสี่เป็นเล่มที่อ่านแล้วอารมณ์สลับไปสลับมาเยอะอยู่ค่ะ กำลังลุ้นๆ สุดท้ายก็ปวดใจ ปวดใจแล้วก็ดีใจ ดีใจได้สักพักนึกว่ารอดแล้วที่ไหนได้กลับมาปวดใจอีกรอบ สลับไปสลับมาอยู่เรื่อยจนเราอ่านไปก็ลุ้นไปว่ามันจะจบอีหรอบไหนกันแน่ แต่สุดท้ายก็โอเค แฮปปี้เอนดิ้ง ยินดีกับตัวละครทุกๆ ตัวค่ะ

              Best Quote 1: "คนเราตายไปก็ไม่หลงเหลือสิ่งใดอีก ยามแย้มยิ้มก็ดี ยามโกรธเคืองก็ดี ล้วนไม่ได้เห็นอีกแล้ว" นางร่ำไห้กล่าว "อะไรเรียกว่าเป็นตายสุดแล้วแต่ชะตากรรม จะให้ปล่อยวางได้อย่างไรกัน! ข้าอยากช่วยชีวิตเขา ไม่ว่าอย่างไรก็อยากช่วย จะให้ข้าทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น ขอเพียงเขามีชีวิตอยู่ต่อไป!"

              Best Quote 2: เสียวเสี่ยวหลับตายิ้มเงียบๆ นางตัวเล็กนิดเดียว หัวใจก็เล็กมากเช่นกัน ใจอันทะเยอทะยานกับความใฝ่ฝันย่อมเล็กตามเป็นธรรมดา อาจารย์ปราดเปรื่องเพียงใด คำเดียวก็นิยามทั้งชีวิตของนางได้แล้ว...เสียวเสี่ยว...ก็คือเล็กๆ

              Best Quote 3: เขาโอบเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน แต่กลับไม่กล้าใช้แรงแม้เพียงน้อยนิด
              นั่นคือชีวิตเล็กๆ อันเปราะบางราวกับสูญสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าเขากลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและหัวใจที่เต้นอย่างมุ่งมั่นของเด็กน้อยคนนี้
              ในที่สุดเขาก็เชื่อว่าตนเองมิใช่ฟ้าดิน มิใช่ผู้วิเศษ หากแต่เป็นมนุษย์ เมื่อเป็นมนุษย์ย่อมมีใจสงสาร และใจสงสารเช่นนี้เองที่สอนให้เขารู้จักว่าอะไรคือ 'เมตตา'

              Note: ชอบการสื่อความหมายของปกทั้งสี่เล่มมากเลย เล่มแรกคือเสียวเสี่ยวกับเหลียนเจา เป็นเล่มที่ทั้งสองเจอกันครั้งแรก เล่มที่สองคือเสียวเสี่ยว เหลียนเจา และเวินซู่ที่ยืนอยู่ไกลๆ หมายถึงเวินซู่ที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเสียวเสี่ยว เล่มสามคือเสียวเสี่ยวกับเวินซู่แค่สองคน สื่อความว่าในเล่มนี้เวินซู่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเสียวเสี่ยวมากแค่ไหน และสุดท้ายคือเสียวเสี่ยววัยเด็กกับอาจารย์ตอนยังหนุ่ม (ที่หล่อมากๆๆๆๆ) สื่อความย้อนไปสมัยที่อาจารย์ยังอยู่กับเสียวเสี่ยวนั่นเอง


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in