เมื่อเรามีชีวิตกันและกันปะการัง
สอบเสร็จนานแล้วแต่ยังคงลืม
  • ใช่ค่ะ

    จากที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้าว่าจะพยายามเขียนบล๊อกทุกอาทิตย์

    ฉันลืมไป 2 อาทิตย์ 


    แม่งเอ้ย5555555555555555555555555555555555555555555555

    เอาเถอะ ถือว่าเป็นการ Recall ไปละกัน


    ตลอดช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่เคยทำมาก่อนแล้วและไม่เคยทำมาก่อน เช่น สอบออนไลน์ครั้งแรกที่ไม่คิดว่าจะเครียดก็เครียดจนหัวแทบแตก กลับมาแต่งฟิคชั่นเรื่องใหม่ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยแต่ง และอีกมากมายที่จำไม่ได้แล้ว

    การสอบออนไลน์มันทุลักทุเลมาก จริง ๆ ไม่ได้ซีเรียสหากจะให้พิมพ์ข้อสอบวิเคราะห์ในกูเกิ้ลไดร์ฟ แต่คุณลืมไปรึเปล่าว่าช่องตอบคำตอบแบบยาวมันจำกัดตัวอักษร
    นับตั้งแต่เริ่มต้นการสอบและมีคนเกิดปัญหานี้ ไลน์เอกก็เด้งจนกลายเป็นปืนกล ทุกคนเกิดปัญหา ทุกคนขอให้ใครก็ได้เป็นตัวแทนไปคุย และผลที่ได้คือช่องคำตอบเพิ่มและเวลาเพิ่ม เอาเถอะ บางวิชาฉันก็ตอบน้อยว่าจำนวนตัวอักษรที่มันกำหนดน่ะ

    ก่อนหน้านั้นฉันมักจะบอกคนอื่นว่ายังปิดเทอมไม่เป็นทางการเพราะยังต้องจัดการกับโปรเจควิชาหนึ่งอยู่ถึงแม้จะสอบเสร็จไปแล้วก็ตาม เป็นวิชาที่ฉันไม่ค่อยตั้งใจเรียนสักเท่าไรแต่มันเป็นวิชาที่เพิ่มพูนทักษะได้มากเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นวิชาเพิ่มสกิลดี ๆ นี่เอง ซึ่งคิดว่างานมันค่อนข้างยากระดับหนึ่งเพราะมันก็คืองานฝีมือที่ใช้โปรแกรมเข้าช่วย ทีละวินาที ทีละเฟรม จนมันสมบูรณ์ 
    ก่อนหน้านั้นฉันส่งดราฟแรกให้อาจารย์เมื่อกลางเดือนมีนาคม แต่เหมือนตัวเขาเพิ่งว่างเลยได้รับคอมเม้นต์งานที่ช้ากว่าที่คิด งานไม่ได้แก้เยอะมาก แต่ฉันก็แก้มันใหม่ทั้งหมดอยู่ดี และที่สำคัญ ถึงเขาจะบอกว่าควรเป็นงานที่ต้องใช้เวลาทำอย่างน้อย 3 อาทิตย์ถึง 1 เดือน ฉันก็มาทำตอน 4 วันสุดท้ายนี่ล่ะ

    วินาทีที่ฉันกดเรนเดอร์หลังจากดูวนไปมาเป็นร้อย ๆ รอบ วินาทีนั้นมันเหมือนฝันก็มิปาน กำลังจะจบภาคการศึกษานี้อย่างเป็นทางการแล้ว เป็นปีที่เหนื่อยและท้อมามากจริง ๆ นะ

    ซึ่งลืมไปอีกงานหนึ่ง แต่ฉันทำเสร็จไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีเอามาแก้นิดหน่อย โดยรวมคือเสร็จภายใน 3 ชม. งานที่ฉันทำมันเหมือนเป็นเบื้องหลัง แน่นอนว่าดดนดิสเครดิตเต็มที่

    ปิดจ๊อบจ้า ปิดเทอมจ้า นอน



    ตารางชีวิตของฉันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก ตื่นเที่ยง นอนตีสาม วนอยู่แบบนี้ วันไหนที่อยากฝืนตัวเองให้ตื่นเช้าก็ทำไม่ได้ กดปิดก่อนตลอด
    ปกติปิดเทอมฉันมักจะอยู่บ้านคนเดียว แต่ปีนี้พ่อของฉันเกษียณมาตั้งแต่ต้นปี ก็อยู่ด้วยกันกับเขาตลอดจนตกเย็นแม่ก็จะกลับจากที่ทำงานมาบ้าน ถึงอย่างไรที่ที่ฉันสิงเป็นประจำก็คือห้องนอน และโต๊ะคอม ถึงอยู่บ้านเดียวกันก็แยกกันอยู่อยู่ดี

    สาบานจากใจว่าไม่เคยใช้บริการของ GRAB foodpanda LINEman อะไรพวกนี้เลย เหมือนช่วงเวลามันเต็มใจให้สั่งอะไรพวกนี้มาก ๆ เพราะบ้างของฉันอยู่ในซอยลึกพอสมควร จึงไม่ค่อยได้รับเดลิเวอรี่ที่ทั่วถึง จนกระทั่งแม่บอกว่าเห็นรถของพวกนี้เข้ามาบ่อย จึงคิดว่าสักหน่อยละกัน

    ฮัลโหล เงินฉัน หมดไปแต่ของกินเนี่ยเวรเอ้ย55555555555555555555

    พวกคุณลองนึกสภาพของคนที่วัน ๆ เอาแต่อยู่หน้าคอมพร้อมกล่องอาหารกองพะเนินสิ นั่นแหละฉันในตอนนี้ แต่แตกต่างนิดหน่อย

    จำได้ว่าเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ที่พาไปซื้ออาหารแช่แข็งจำพวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ มากักตุนไว้ ตอนนี้มันเต็มตู้เย็นไปหมด การเคลียร์วัตถุดิบพวกนี้จึงตกเป็นหน้าที่ของฉัน เมนูง่าย ๆ ในแต่ละวันก็ไม่ได้แย่อะไร บางทีพ่อก็จะทำให้ ไม่ก็ซื้อเข้ามา สลับ ๆ กันไป จนหลายครั้งการเป็นอาหารเหลือในตู้เย็น คนจัดการก็เป็นฉันอยู่ดี

    อยู่ดี ๆ ก็เกิดความคิดที่อยากจะแต่งฟิคชั่นเรื่องหนึ่งขึ้นมา เป็นฟิคที่ตัวละครมาจากอนิเมะที่ฉันชอบนั่นเอง 1 เดือนที่ผ่านมามัวแต่อยู่มันมรสุมงานจนสุขภาพเสียแบบพังพินาศ การเขียนฟิคชั่นคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ระบายความเครียด เพราะอะไรที่ทำแล้วมีความสุขล้วนไม่ใช่งานทั้งสิ้น และต้องทำตอนขี้เกียจเท่านั้น
    เรื่องสั้นเป็นสิ่งที่ฉันเขียนอยู่เสมอ ฉันไม่ถนัดเรื่องยาวเพราะไม่อยากยืดเยื้อ เว้นแต่รายละเอียดต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมามันสามารถส่งผลต่อเนื้อเรื่องได้จริง ๆ ถึงจะเขียนลงไป

    วันที่ฉันตัดสินใจเขียนฟิคชั่นเรื่องยาวที่สุดเท่าที่เคยเขียน คือวันที่ฉันดิ่งและร้องไห้เป็นบ้า


    อาการเหงาจากการเล่นโซเชียลมีเดียมันน่ากลัวนะ คืนนั้นเป็นคืนธรรมดาที่หน้าไทม์ไลน์ของทวิตเตอร์ยังคงครึกครื้นเหมือนทุก ๆ วัน ยอดฟอลโลวของฉันมีไม่มาก แต่จับสังเกตได้ว่ายอดหายไปคนสองคน
    หากตอนนั้นฉันไม่ใส่ใจ ก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่พิษของความคิดมากทำให้ฉันผนวกสิ่งที่เป็นไปได้ว่า "ทำไมเขาถึงอันฟอล" และสิ่งหนึ่งที่เด้งเข้ามาคือ การบ่นว่า "เหงา"
    บ่นคำนั้นลงทวิตเตอร์บ่อยมากเพราะชีวิตจริงค่อนข้างเงียบเหงา เชิงว่าไม่มีใครสามารถคุยในสิ่งที่ฉันชื่นชอบได้จนต้องเอามาลงในทวิตเตอร์ ฉันจึงทวิตระบายความรู้สึกพวกนั้นลงไป แต่กลายเป็นว่าทวิตของฉันมันไปสวนทางกับความครึกครื้นนั่น ไร้การตอบกลับเป็นชั่วโมง 

    ไม่เคยคิดว่าความเหงาจากการเล่นโซเชียลมีเดียมันจะสร้างผลกระทบรุนแรงแบบนี้


    ความรู้สึกพวกนั้นถูกกลั่นกรองออกมาผ่านตัวอักษรและเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงบนโลก มันคือโลกแห่งจินตนาการที่ฉันระบายความรู้สึกพวกนั้นไม่หลายพันคำ เสียเวลา 4-5 วันเพื่อแต่งฟิคชั่นเรื่องเดียว

    ฟิคชั่นหลายเรื่องมักมาจากชีวิตจริงและความรู้สึกจริง ๆ ของฉัน หากมีคนได้อ่านมัน ก็อยากให้เข้าใจความรู้ของฉันบ้าง ผ่านเหตุการณ์ที่สร้างขึ้น และตัวละครที่มีชีวิตแค่ในอนิเมะและมังงะ แค่นั้น

    ตลอด 2 อาทิตย์ยังคงเป็นวันธรรมดาที่เกิดเรื่องธรรมดา รัฐบาลยังเหี้ยเหมือนเดิม

    ปล.เกรดของวิชาที่ฉันนั่งทำทีละเฟรมออกแล้ว โคตรแย่



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in