All are storyLanguor Earl Grey
นี่เรากำลังคุยกับจิตแพทย์หรือนักปรัชญา?
  •              อันดับแรกขอเท้าความก่อนว่าช่วงก่อนจะเข้ามหาลัยที่ต้องตัดสินใจว่าจะเรียนคณะอะไรดี เราค่อนข้างสนใจเรื่อง Psychology กับ Philosophy อยู่แล้ว แต่เบนเข็มมาทางภาษาเพราะรู้สึกว่าภาษามันกว้างดี คงจะได้อยู่กับหนังสือ ได้อ่านอะไรเจ๋งๆ สนใจอะไรก็ไปหาอ่านเอาได้ ได้เข้าคลาส Literature บลาๆ แต่เอาเข้าจริงความคิดนั้นมอดไปก่อนจะได้ก้าวเท้าเข้าไปเรียนวิชาแรกด้วยซ้ำ เลยเรียนแค่ให้ผ่านๆ ทำเกรดให้ได้ดีๆก็พอ 

                 จนมาปี 4 เทอม 1 มีโอกาสได้เรียนวิชานึงแล้วรู้สึกถูกชะตากับสไตล์ของอาจารย์ ทั้งในแง่การอธิบายและความคิดที่เปิดกว้าง แน่นอนว่าเรามีโอกาสได้คุยกันและรู้มาว่าจริงๆแล้วแกเป็นอาจารย์สอนปรัชญา เดินไปคุยไปก็รู้สึกอุ่นใจเหมือนกำลังเดินเล่นกับหนังสือ มีอะไรสงสัยก็สามารถถามและคุยกันแบบซับซ้อนได้ประมาณนึง อย่างประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ อาจารย์ก็ทำให้เห็นภาพว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองจากมุมไหน ความเท่าเทียมจริงๆ 'อาจจะ' ไม่ได้มีอยู่จริงก็ได้

                 แต่ด้วยตอนนั้นโควิดกำลังมา ต้องเรียนออนไลน์ ออกไปไหนไม่ค่อยได้ สิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่ตอนนั้นก็ค่อยๆถูกกัดกินไปจนเหลือแค่เราร่างเปล่าๆ ไม่รู้จะทำอะไร สิ่งที่เคยสนใจกลับไม่ได้สนใจเท่าเดิม นอกจากจะนอนเปื่อยๆกับหยิบกีต้าร์มาเล่นเป็นครั้งคราวก็ไถมือถือไปเรื่อย จนมาถึงจุดที่ไม่ไหว เลยเปิดไลน์ทักหาคนคนหนึ่งเพื่อขอทักษะการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แบบนี้หน่อย 

                 ใช่...เขาคือจิตแพทย์ที่เรารู้จัก คำแนะนำของเขาพอจะทำให้เราประคองตัวเองผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ แต่ผ่านมาได้สักระยะก็มีอะไรในหัวผุดขึ้นเยอะกว่าเดิม เลยยิงคำถามไปรัวๆ คำตอบที่ได้กลับมาแต่ละอย่างทำเอาเราหัวเสียไม่น้อย เช่น 'ใจเย็นๆกับตัวเอง ทำเรื่องที่ทำได้ บางเรื่องก็ต้องรอไม่มีทางเลือกอื่น' นอกจากจะมีเรื่องอื่นให้โมโหแล้วก็ยังต้องมาโมโหคุณอี๊กกก 'อะไรของเค้าวะแม่งงงงง โอยยยยยย เหตุผลอะไรเนี้ยไม่เห็นจะเข้าท่า' ทั้งหมดนั่นคือคิดในใจ และไม่ได้ไปตั้งการ์ดตั้งท่าชกเค้าแต่อย่างใด (ก็...เกือบอยู่นะ)

                 เรายังคงวางคำตอบเหล่านั้นไว้ที่เดิม ออกไปทำโน่นนี่ออกไปหาคำตอบ และที่น่าตกใจก็คือเราต้องหยิบคำแนะนำเหล่านั้นมาใช้จริงๆ
    ความคิด 1 : เห้อออออออ ทำไมเค้าต้องถูกด้วยวะ 
    ความคิด 2 : เอ้าแล้วมันไม่ดีตรงไหน 55555555
    จังหวะนี้แหละที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า "นี่(กู)กำลังคุยอยู่กับจิตแพทย์หรือนักปรัชญา(วะ)?" มีหลายครั้งที่เรารู้สึกว่ามันเป็นคำตอบเหนือความคาดหมาย ถ้าขับรถอยู่ก็คงเบรคหัวทิ่มไปแล้ว 'เชี้ย ผิดทาง' แล้วก็นึกย้อนไปตอนที่คุยกับอาจารย์ปรัชญาท่านนั้น ก็ได้ความรู้สึกที่ว่า 'นี่กำลังคุยอยู่กับนักจิตวิทยาป่าววะ?' 

                ดึกวันหนึ่งขณะกำลังจะเข้านอน เราก็ได้คำสอนคมๆมาอีก 1 แมตช์ อื้มมมม...หลับสบายละคืนนี้

                      

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
zane. (@zane.)
จริงนะ..บางเรื่องมันก็ต้องรอจริงๆไม่มีทางเลือกอื่นแต่บางทีในบางครั้งในบางอย่างมันก็ทำได้เลย(อะไรก็ตามที่เราอยากทำก็ทำได้เลย)
Languor Earl Grey (@yoyojinp)
@zane. ใช่เลย ต้องใจเย็นๆบ้าง มีสติกับการใช้ชีวิตเนอะ