หนังชีวิตI-love-thee
Happy Old Year(ฮาวทูทิ้งฯ) เราขอโทษที่เป็นคนแบบนี้
  • เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ตั้งแต่เด็กจนโตเริ่มเข้าโรงเรียน ย้ายโรงเรียน ย้ายบ้าน เข้ามหาลัย จนกระทั่งทำงานเราอาจจะมีเพื่อนหรือคนรู้จักเกินร้อยหรือเกินพันคนก็เป็นได้ แล้วตอนนี้เรายังคงติดต่อหรือได้พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับคนทั้งร้อยหรือพันกว่าคนนั้นอยู่บ้างหรือเปล่า? แล้วมันจำเป็นที่จะต้องทำไหม?

    เรื่องราวของฮาวทูทิ้งเริ่มขึ้นเมื่อ 'จีน' (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) ลูกสาวคนเล็กของบ้านต้องการที่จะรีโนเวทบ้านตัวเองให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศแบบมินิมอล ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะขัดแย้งกับสิ่งที่บ้านของเธอเป็นอยู่คือโรงเรียนสอนดนตรีและรับซ่อมอุปกรณ์ที่กิจการถูกทิ้งร้างมานาน และมีข้าวของต่างๆทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็นแออัดสุมกันอยู่แน่นจนยากต่อการจัดการ 

    จีนจำเป็นจะต้องเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกไปจากบ้านทั้งหมดโดยพยายามชักจูงให้ 'เจย์' (ถิรวัฒน์ โงสว่าง) พี่ชายคนเดียวมาเป็นแนวร่วมในการกำจัดของที่คิดว่าไม่จำเป็นออกไปจากบ้านหลังนี้รวมถึงการแทคทีมเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ 'ม๊า' (อาภาศิริ จันทรัศมี) ผู้กลัวการเปลี่ยนแปลงยอมรับให้ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

  • ในระหว่างที่สองพี่น้องกำลังกำจัดข้าวของต่างๆก็บังเอิญได้ไปเจอกับกล้องฟิล์มของ 'พี่เอ็ม' (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) อดีตแฟนที่จีนไม่เคยบอกเลิก รวมไปถึงข้าวของชิ้นอื่นๆของบรรดาเพื่อนๆที่จีนแทบไม่เคยได้ติดต่อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นภารกิจ 'คืนของสำคัญให้เพื่อนเก่า' ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และมันก็นำพาให้จีนได้ไปพบกับอะไรๆ ที่เธอก็ไม่แน่ว่ามันสมควรหรือไม่สมควรจะเกิดขึ้น

    ตั้งแต่เปิดเรื่องมาก็ทำให้สัมผัสได้ถึงความเป็นคนที่ค่อนข้างจะ 'เย็นชา' ของจีนที่ตัดสินใจทำอะไรโดยใช้หลักของเหตุและผลล้วนๆแบบไม่มีอารมณ์มาเกี่ยว เธอจึงสามารถทิ้งอะไรต่อมิอะไรได้โดยไม่รู้สึกเสียดายและไม่ spark joy กับอะไรทั้งสิ้น ซึ่งผิดกับเจย์ผู้เป็นพี่ชายที่ดูภายนอกแล้วเป็นคนไม่ค่อยอะไรแต่กลับ spark joy กับทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย

    ในทุกครั้งที่จีนต้องปะทะกับม๊าผู้ไม่เคยโอนอ่อนผ่อนตามเจย์ก็จะยังคงเป็นพี่ชายที่คอยซัพพอร์ตน้องและเป็นลูกชายที่ดีของม๊าได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งในความรู้สึกของเรามองว่าหนังเรื่องนี้ตีโจทย์ในเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวออกมาได้ดีและตัวละครม๊าก็มีบางส่วนคล้ายกับม๊าในชีวิตจริงของเรา

  • น้ำหยดลงหินทุกวันมันยังกร่อนแล้วนับประสาอะไรกับหัวใจของจีน จากคนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกพอได้ยินคำพูดบางอย่างจาก 'พิงค์' (พัดชา กิจชัยเจริญ) เพื่อนรักมันก็ทำให้จีนเริ่มที่จะหันกลับมาสำรวจหัวใจของตนเองว่ามันยังมีความรู้สึกอยู่บ้างหรือเปล่าแล้วเธอก็ได้ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิดถึงผลจากการกระทำจากความเย็นชาในอดีตว่ามันส่งผลถึงปัจจุบันอย่างไร   

    ในความเห็นของใครหลายคนอาจจะมองว่าตัวละครของจีนนั้นค่อนไปทางเห็นแก่ตัวนิดๆ เพราะสิ่งที่จีนพยามยามจะแก้ไขนั้นมันเหมือนการทำเพื่อปลดเปลื้องภาระและความรู้สึกผิดในใจของตนเองเท่านั้น ไม่ได้ทำเพราะความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง แต่เรากลับมองว่าจีนไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นคนแบบนี้เพียงแต่เธอมีความบกพร่องในการสัมผัสหรือรับรู้กับอารมณ์และความรู้สึกของคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งดูจับต้องไม่ได้สำหรับจีนเธอจึงพยายามที่จะใช้สิ่งที่สัมผัสจับต้องได้คือความเป็นเหตุเป็นผลรวมถึงสิ่งที่ตาเนื้อมองเห็นได้มาใช้ในการตัดสินใจแทน

    แต่สิ่งเหล่านี้มันสามารถเรียนรู้และฝึกฝนกันได้เพียงแค่มีใครสักคนที่หวังดีบอกกล่าวให้เธอหรือเขาเหล่านั้นได้รู้สึกตัวและค่อยๆหันกลับมาสำรวจจิตใจกันสักนิด และค่อยๆปรับแก้กันไป ก็จะทำให้ตัวเรา เขา และเธอเหล่านั้นอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องรู้สึกติดค้างอะไรกันอีก




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in