Music Producer Lifecrisca
EP3 : เด็กสาวที่ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มเล่นดนตรี
  • ปี 1995-1997
    อายุ 12-14 ปี
    มัธยม 1-3

    หลังจากช่วงชีวิตที่มีแต่เกมผ่านพ้นไป
    ฉันก็เข้าโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งแถวบ้าน ตามความประสงค์ที่พ่อแม่เลือกให้
    ฉันยังคงเรียนดีไม่มีตก และก็ยังบ้าเกมเหมือนเดิม
    เพิ่มเติมคือ เริ่มมีเรื่องสังคมที่โรงเรียนเพิ่มมากขึ้น

    ชีวิตบ้าเกมของฉันขยับขยายมาเล่นจำพวกเกมตู้ arcade แนวต่อสู้ จำพวก street fighter , king of fighter มากขึ้น จนบางทีก็ได้เพื่อนจากการเล่นเกมตู้นี่แหละ

    กับอีกกิจกรรมที่ทำในช่วงนั้นก็คือ เตะบอล กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ในชั้นเรียน ซึ่งฉันเตะบอลเพื่อเข้าสังคมเท่านั้นแหละ มาพบตอนหลังว่า ไม่ได้ชอบฟุตบอลเลย และฉันไม่ได้เก่งกีฬา อ่อนเลยแหละ

    เกิดจุดเปลี่ยนนึงที่สำคัญ คือ
    พี่สาวเริ่มกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย 
    และเป็นช่วงที่ฉันย้ายมานอนห้องเดียวกับพี่สาว มันเป็นเตียงสองชั้น ที่ฉันนอนอยู่ชั้นบน
    พี่สาวเรียนคณะศิลปกรรมที่มหาวิทลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และค่อนข้างมีงานเรียนที่ต้องส่งเยอะ ซึ่งคือการวาดรูป
    กิจวัตรประจำวันบ่อยๆเลย คือ ตอนกลางคืนในระหว่างที่ฉันนอน พี่สาวจะเปิดเพลงดังมากกกก เป็นพวก เพลง alternative ทั้งไทยและสากล จำพวก nirvana , modern dog หรือ rock ฝรั่ง พวก gun ‘n roses , Bon Jovi , U2 และบางทีก็เอาหนังแปลกๆสรรหามาให้ฉันดูด้วย อย่าง Pulp Fiction (และเควนติน ทารันติโน่ กลายเป็นผู้กำกับในดวงใจนับแต่นั้นมา) , หนังของ Johnny Depp ใช่แล้วล่ะ... พี่สาวฉันเป็น เด็กแนว หรือ hipster ยุค ‘90 นั่นเอง (สมัยนั้นน่าจะเรียกว่า เด็ก alter มั้งนะ)

    นอกจากนี้ พี่สาวนี่แหละ ที่พาฉันไปดูคอนเสิร์ตครั้งแรก คือ Dangerous World บอง Micheal Jackson  

    ผลพวงจากสิ่งนั้นทำให้เกิดผลลัพธ์สองอย่าง
    1. ฉันกลายเป็นคนนอนหลับได้แม้จะมีเสียงเพลงดัง
    2. เชื้อเด็กแนว ที่ชอบอะไรนอกกระแส เริ่มถูกเพาะเมล็ดพันธุ์ลงในตัว
    3. ฉันเริ่มสนใจฟังเพลงแบบจริงจัง

    เมื่อเริ่มเข้าวัยรุ่น เราก็เริ่มสนใจสิ่งที่คิดว่าเท่ห์ เริ่มอยากดูดี เริ่มสนใจเพศตรงข้ามเป็นธรรมดา และหนึ่งในสิ่งที่คิดว่าเท่ห์ ก็คือเพลง

    เพื่อนหลายๆคนเริ่มพูดถึงเพลงที่ต้วเองฟัง และพอฉันไปร่วมวงสนทนาฉันก็พบว่า ตัวเองฟังเพลงไม่เหมือนใครเลย... นั่นเป็นเพราะอิทธิพลจากพี่สาวน่ะแหละ ในขณะที่ RS , Grammy กำลังเฟื่องฟู และได้ใจเด็กวัยรุ่นตอนต้น คนอื่นเค้า เจอาร์วอย ใหม่เจริญปุระ อี๊ดวงฟลาย ฯลฯ แต่ฉันฟัง alter โมเดิร์นด๊อก กับ rock ต่างประเทศ ตามพี่สาวไปซะแล้ว... 

    พูดกันแบบตรงๆเลย คือ ฉันคิดว่า เพลง mainstream มันเสี่ยวตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา อนิจจา เวลาสำหรับเพลงกระแสหลักของฉันมันช่างสั้นเสียจริงๆ 

    เชื้อเด็กแนวไม่ทิ้งแถว เมื่อเริ่มแปลกใจว่าทำไมเพื่อนฟังแต่อะไรเสี่ยวๆกัน เด็กแนวฝึกหัดอย่างฉันจึงอยู่ในวัยขิง สรรหาแต่อะไรแปลกๆ มาฟังมาโชว์เพื่อนได้ทุกสัปดาห์ สมัยน้้นซื้อเทปน่าจะเยอะพอๆกับที่ตอนประถมซื้อเกม

    ความสนใจในหนังกับเพลงหลายๆแนว เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นวัยแห่งการค้นหาโดยแท้จริง ฉันสนุกกับการค้นเจอแนวเพลงแปลกๆ พยายามฟังหลายๆแนว ทุกๆแนว เริ่มจาก rock ต่างๆ , electronic , new age , world music สมัยนั้นที่ชอบเป็นพิเศษ คือ Arrow Smith , Enya , Fat boy slim , Kitaro , Spice Girl , Aqua ฯลฯ หรือจำพวก alternative ไทย กับเพลงของ Bakery Music ซะส่วนใหญ่ จนกระทั่ง...

    แล้วมันก็มาถึงวันนึงที่เชื้อเด็กแนวมันพัฒนาไปต่อของมันเอง หลังจากไปค้นพบ J-rock ทำให้รสนิยมการฟังเพลงของฉันเริ่มแตกต่างจากสารตั้งต้นที่พี่สาวเริ่มเพาะไว้ให้ไปมากขึ้น
    และแน่นอน วงแรกของหลายๆคนที่เริ่มฟังเพลงญี่ปุ่น คือ X-Japan

    คงไม่ต้องบรรยายอะไร คนชอบก็ชอบเลย คลั่งไปเลย แม้ฉันจะค้นพบวงนี้ข้าไปนิด อยู่ในช่วงที่วงจะแตกแล้ว (ก่อนจะกลับมารวมกันอีก 20 ปีให้หลัง) แต่มันก็สร้างอิทธิให้กับรสนิยมการฟังเพลงต่อจากนี้สูงมาก

    พอมีวงแรก ก็ต้องมีวงต่อๆ มา อย่าง L’Arc - en - Ciel , Gray , Malice Mizer เป็นครั้งแรกที่รู้สึกหลงใหลกับสิ่งที่เรียกว่าเพลงแบบจริงจัง และเราสามารถสัมผัสถึงสำเนียงแบบญี่ปุ่น ที่แตกต่างกับเพลงฝรั่งหรือเพลงไทยได้ แต่ไม่รู้จะอธิบายมันออกมายังไงในตอนนั้น รู้แค่ว่ามันต่าง และไม่ใช่เรื่องของภาษา 

    ฉันจำคำพูดของตัวเองได้ ฉันเคยบอกกับพ่อว่า เพลงญี่ปุ่นมี “วิญญาณ” อยู่ เป็นสิ่งที่เพลงชาติอื่นไม่มี

    ช่วงสองสามปีนี้ ความสนใจส่วนใหญ่จึงพุ่งเป้าไปที่เพลงมากกว่าเกม ที่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องรอง (แน่นอน ไม่มีเรื่องเรียน เพราะเรียนเป็นแค่หน้าที่ ทำไปตามสั่งเฉยๆ) 

    และแล้ววันนึง หลังจากฉันได้เพาะบ่มความชอบฟังเพลงจนได้ที่ ก็มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง

    ช่วงขึ้น ม. 3 มันจะมีค่ายจริยธรรม แยกตามศาสนา และช่วงนั้นฉันเข้าเป็นคริสเตียน (ตั้งแต่ประถมแล้ว) ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยในโรงเรียน เราจึงต้องไปค่ายแยกเฉพาะของคริสต์ ที่มีคนทั้งค่ายไม่ถึง 20 คน

    ฉันยังจำเพื่อนร่วมชั้นได้ไม่ครบทุกคน เนื่องจากยังเพิ่งเปิดเทอม แต่เนื่องด้วยคนคริสต์มีน้อยมาก ก็เลยจำได้ว่า คนนี้แหละมาจากห้องเดียวกัน เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ขอแทนชื่อสมมุติว่า มิน

    ฉันยังไม่ได้รู้จักมินมาก มินคือดาวโรงเรียนคนนึง ที่มีชื่อฉาวในเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไร (ก่อเรื่องบ่อย โดดเรียนประจำ) แต่เพราะเป็นคนจากห้องเดียวกันในค่ายนี้ เลยได้คุยกันมากขึ้น ซึ่งตามประสาเด็กๆจะสนใจเพศตรงข้ามที่ดูดีก็ไม่แปลก ฉันยอมรับว่าสนใจมินประมาณนึง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ในค่ายเราก็ทำกิจกรรมอะไรกันไป

    จนมาวันสุดท้ายที่ต้องกลับ ฉันยังจำวันนั้นได้ดี มินถามว่าอยู่แถวไหน (สมัยนั้นยังอ่อน ขึ้นรถเมล์เองไม่คล่อง) มินบอกว่าไปทางเดียวกัน เดี๋ยวไปด้วยกัน จะพาไปส่งที่ท่าเรือ นั่งเรือกลับไวกว่า (เทคแคร์เราดีมาก) ฉันก็เออออไป 

    “แต่เราขอแวะที่โบสถ์เราก่อนนะ มีซ้อมดนตรีที่โบสถ์” ฉันก็เออออไปอีก

    สิ่งที่เจอคือ ฉันนั่งดูมินซ้อมดนตรี กับ วงดนตรีที่โบสถ์ มินเล่นดนตรีได้ทุกเครื่อง กีตาร์ กลอง เบส คีย์บอร์ด คือเก่งมากสำหรับอายุแค่นี้ และเก่งเป็นพิเศษเข้าไปอีกสำหรับสิ่งที่มินเป็น (ดาวโรงเรียน ที่มีบุคลิก bad girl) ฉันได้แต่ยืนทึ่ง

    อีกที เกี่ยวกับ บุคลิกของมิน ที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างมาก
    - หน้าตาดี ดาวโรงเรียน คนดัง
    - ชื่อเสียงทางแย่เยอะ 
    - bad girl เข้าห้องปกครองบ่อย โดดเรียนประจำ 
    - เล่นดนตรีเก่ง
    - แต่พอรู้จักจริงๆ นิสัยดีมาก เทคแคร์คนอื่นดี
    - เป็นคริสเตียนที่เคร่ง 
    - ผลการเรียนดีมาก

    “เท่ห์ จัง วะ”

    ส่วนผสมอันแปลกประหลาดนี้ทำให้ฉันติด stun
    มินเปลี่ยนโลกของเด็กเนิร์ดๆอย่างฉันไปตลอดกาล

    เมื่อจบเรื่องที่โบสถ์ เธอไปส่งฉันตามที่บอก วันนั้นฝนตก โมเม้นต์ต่างๆ ยังกะหนังญี่ปุ่น 

    พอกลับมาจากค่ายนั้น ฉันรู้ตัวแหละว่า ชอบมิน
    แต่มันเป็นความรู้สึกที่แปลก ไม่ใช่ชอบเฉยๆ แต่เป็นปลื้มมีสัดส่วนเยอะมากกว่าชอบ

    แปลกนะ บ้าเพลงมาตั้งนาน แต่ก็เป็นแค่คนฟัง
    แต่จากวันนั้น ภายใต้ร่มคันเดียวกันกับมิน
    ฉันเริ่มฝึกเล่นกีตาร์ นับแต่นั้นเป็นต้นมา...

    มินคงไม่รู้หรอกว่า เค้าได้เปลี่ยนโลกของเด็กเนิร์ดคนนึงไปตลอดกาล

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
KIK (@kikkoythekoy)
โหย บทสรุปตอนจบ ผมอ่านน่ารักมากเลยฮะ ติดตามอ่านอยู่นะครับบ