Music Producer Lifecrisca
EP1 : เล่น Mario ทุกเช้าก่อนไปเรียน
  • เมื่อวานแฟนออกจากห้องผ่าตัดแล้ว ผ่านพ้นวันแรกของการพักฟื้นเรียบร้อย พอวางใจได้ เลยพอมีเวลามาพิมพ์บันทึกต่อ

    ขอเริ่มจาก วัยเด็ก ตั้งแต่เกิด

    ปี 1982 - 1989
    อายุ 0 - 6 ปี
    อนุบาล ถึง ประถม 1

    ฉันเกิดที่กรุงเทพฯ แต่ชีวิตวัยเด็กอยู่สระบุรี
    ตอนนั้นจำอะไรได้น้อยมากๆ ความทรงจำเหมือนเป็น fragment ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาปะๆกัน

    สิ่งที่จำความได้ เก่าที่สุด สองอย่าง ที่ไม่แน่ใจว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนกัน น่าจะเป็น งานเลี้ยงอะไรสักอย่างที่จัดที่หลังบ้านยาย อาจจะเป็นงานปีใหม่
    ฉันยืมร้องเพลงพี่เบิร์ด ธงไชย อยู่บนเวทีเล็กๆ จำไม่ผิดน่าจะเพลงบูมเมอแรง พริกขี้หนู อะไรพวกนั้นมั้ง

    อีกความทรงจำคือ นั่งรถไปกับยาย แล้วยายชี้ให้ดูรถตักดิน แล้วร้องเพลงที่ยายแต่งเองให้ฟัง 
    "รถตักดินเอ้ย มาตักดินให้น้อง... ดูหน่อย"

    ความทรงจำสองอย่างที่เก่าแก่ที่สุดของตัวฉัน มันเกี่ยวกับเพลงนี่เอง...


    โตขึ้นมาหน่อย น่าจะเข้าโรงเรียนแล้ว อนุบาลสระบุรี
    ฉันมีก๊วนเด็กข้างๆบ้านที่เล่นด้วยกัน 
    ที่จริงมีหลายคน แต่จำได้แค่สองคน คือ พี่เอ๊ด กับ ตึก
    เราเล่นอะไรกันก็จำไม่ได้ วิ่งเล่นกันที่ถนนแถวหน้าบ้าน กับหลังบ้านที่เป็นทุ่งร้างตอนนั้น
    พอเหนื่อยก็ขอตังค์ยายไปซื้อเป๊ปซี่เป็นถุงๆซื้อกินที่ร้านแถวบ้าน
    บ้านฉันเป็นบ้านคนจีน ครอบครัวใหญ่ ยายมีลูก 9 คน แต่ละคนก็แต่งงานมีครอบครัวมีลูก
    ครอบครัวบ้านฉัน เป็นเจ้าของตึกแถวและที่แถวนั้น เปิดร้านอะไหล่รถยนต์ ที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนแถวนั้นประมาณหนึ่ง และครอบครัวของพี่เอ๊ด กับ ตึก คือครอบครัวที่เช่าห้องแถวบ้านฉันอยู่

    จำ shot ที่พี่เอ๊ดพูดว่า "บ้านแก รวย บ้านพี่เอ๊ด พอกินพอใช้ บ้านไอ้ตึก จน"
    (แต่ในความคิดฉัน บ้านฉันก็กลางๆ ไม่ได้รวยอะไร)

    เท่าที่จำได้ บ้านที่เราอยู่ตอนนั้นเป็นบ้านไม้ เป็นบริเวณที่ยายเป็นเจ้าของน่ะแหละ มีห้องนั่งเล่นแบบ retro บ้านมีแค่สองชั้น มีชั้นวางของรูปร่างวงกลม ตอนนั้นพ่อยังสูบบุหรี่อยู่ จำได้ว่าเปิดทีวีมีโฆษณารณรงค์เลิกบุหรี่ที่เป็นเพลงฝรั่งเศร้าๆ จำได้ว่า มีซื้อหนังสือการ์ตูนโดราเอมอน กับพวกเรื่องอื่นๆของ อ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ มาอ่านที่หัวเตียง มีความ retro

    บ้านพี่เอ๊ดก็อยู่ในละแวกเดียวกัน พ่อพี่เอ๊ดเป็นตำรวจ วันนึงเคยไปนั่งเล่นตอนพี่เอ๊ดทำการบ้าน พี่เอ๊ดบอกว่า "นี่ ของคนอื่นเขียนวิธีทำ ส่วนของพี่เอ๊ดเขียน วิธีคิด" (สมัยก่อนโจทย์การบ้านเลข ต้องเขียนวิธีทำแล้วขีดเส้นใต้สองเส้น)

    เราจำได้ว่า ช่วงหลายปีที่แล้วเหมือนจะได้ยินข่าวคราวของพี่เอ๊ด เหมือนว่าเค้าจะเป็นตำรวจเหมือนพ่อ แต่เราไม่แน่ใจว่า นั่นคือเราฝันรึเปล่า


    วันนึงมีจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ น้าชายเอาเกมมาเล่นให้ คือเครื่อง Atari มีพวกเกมคาวบอย เกมข้ามถนน ฯลฯ เล่นกันสนุกมาก และในเวลาอีกไม่นาน เค้าก็ซื้อ Famicom มาให้ (ที่จริงไม่แน่ใจว่ามาจากน้าชายหรือใครกันแน่ สมัยนั้นรู้จักในชื่อ Family) ตอนนั้นมีเกม Mario , Rockman อะไรพวกนี้ ติดมาก มากขนาดจำได้ว่า ต้องเล่น Mario 1 ทุกเช้าก่อนไปเรียน ไม่งั้นไม่ยอมไปโรงเรียน

    ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่ค่อยได้เล่นนอกบ้านกับเด็กข้างบ้านแล้ว ส่วนมากเล่นเกมกับน้องชายและพี่สาว กับญาติคนอื่นๆ พี่สาวเล่าว่า จำภาพนึงในความทรงจำได้ ว่าแม่ป้อนข้าว แล้วเรานั่งเล่น Rockman 2 ยิงๆๆศัตรูเพื่อเก็บ 1UP สะสมไว้ก่อนไปเจอ Dr.Willy 

    พอมาลองคิดย้อนดู เราเล่นไปได้ไงวะ อายุแค่นั้น เล่นมาริโอ้ภาคแรก กับ รอคแมนภาค 2 จนจบแล้วจบอีก บางทีพอเห็นเด็กๆ เล่นเกมเก่าๆแล้วนึกแปลกใจว่า ฝีมือเทียบกะเราไม่ได้เลยสมัยอายุเท่าๆกัน

    จุดเริ่มต้นแห่งความบ้าเกม เราจำเพลงเกมสมัยนั้นได้เยอะมาก เมโลดี้ติดแน่นในหัว เอาไม่ออก และเมโลดี้มันมาพร้อม "บรรยากาศ" ถ้าแปลเป็นภาษาดนตรีคือ เราจำได้กระทั่ง voicing และ progression ของคอร์ด และซึมซับสำเนียงของมันมาอย่างไม่รู้ตัว


    เราจำเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้มาก จำได้ว่าไปวันแรกๆร้องไห้ ไม่อยากไป จำได้ว่าก็ไปเรียนๆอะไรไม่รู้ แล้วก็มีนอนกลางวัน จำชื่อเพื่อนไม่ได้ทั้งสิ้น บรรยากาศที่โรงเรียนจำได้แบบเลือนราง จำหน้าเพื่อนคนนึงที่เหมือนม้าได้ เราเรียนที่นั่นตั้งแต่ อนุบาล ถึง ป.1 จนมาวันนึง ครอบครัวเราย้ายจาก อยู่ในบริเวณที่ของยาย จะไปอยู่กรุงเทพฯ เราจำวันที่แม่พามาลาครูได้... 

    หมดแล้วจริงๆ fragment ความทรงจำวัยนั้น 
    ซึ่งพอมองย้อนกลับไป ในสมัยนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้มีความฝันอะไร ยังเพิ่งเจอทุกอย่างเป็นครั้งแรก แต่จะเห็นได้ว่า ความทรงจำวัยเด็กมันก็เริ่มต้นด้วยเพลง และก็มีความบ้าเกมกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่ปนกันนี่เอง

    จบ
    .....
    ตอนต่อไปคือชีวิตวัยประถมที่กรุงเทพฯ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in