#ตกหลุมรักอ่าน-คิด-เขียน
ขุดหลุมประท้วง! เรียกร้องสังคมเปิดใจยอมรับคู่รักชาย-หญิง
  • โดย สำนักข่าวจริงใจนิวส์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2652



    (แอบกระซิบคนอ่านว่าเรื่องนี้เป็น "เรื่องแต่ง" ที่ใช้น้ำเสียงแบบหยิกให้เจ็บๆ คันๆ นิดๆ ต้องอ่านแบบ twist  นิดนึงเพื่อเข้าถึงความหมายของผู้เขียนซึ่งต้องเรียกร้องให้เกิดการเคารพความหลากหลายทางเพศและยอมรับความรักในทุกรูปแบบค่ะ)


    เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2652 ชายหญิงคู่รักต่างเพศหลายร้อยคนได้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงบนถนนสามัญประสงค์ในประเทศไลยทู ชูป้าย “Love Wins” “ความรักสวยงามเสมอ” “ให้มันเป็นสีชมพู” ฯลฯ พร้อมทั้งขุดหลุมแสดงสัญลักษณ์ หวังให้สังคมยอมรับความรักต่างเพศแบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) ในฐานะที่มีศักดิ์ศรีไม่ต่างจากความรักรูปแบบอื่น ๆ


    ด็อกเตอร์ครุ พิเศษ แกนนำผู้เดินขบวนประท้วงเพื่อคู่รักต่างเพศอธิบายว่า แม้ว่าสังคมไลยทูดูเหมือนจะเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางความรัก โดยมีการนำเสนอเรื่องราวของความรักชาย-หญิงในสื่อสาธารณะมากขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สังคมปัจจุบันก็ยังคงไม่ยอมรับการแสดงความรักของคู่รักชาย-หญิงในพื้นที่สาธารณะ และยังคงมีการแซวหรือพูดถึงคู่รักต่างเพศในฐานะของรูปแบบความรักที่แปลกไปจากขนบของสังคม ทำให้ถึงแม้ว่าคู่รักต่างเพศในประเทศไลยทูจะไม่ถูกกีดกันมากเท่ากับในบางประเทศ แต่ก็ยังคงไม่มีสิทธิ์ศักดิ์ศรี หรือถูกมองเป็น “เรื่องปกติ” เช่นเดียวกับความรักแบบอื่น ๆ


    สังคมไลยทูเป็นสังคมที่ยึดขนบความรักเพศเดียวกันและความรักแบบเปิด (Open Relationship) มาช้านาน ทำให้ภาพจำของความรักในสังคมส่วนใหญ่มักเป็น “กลุ่ม” ที่มากกว่า 2 คนปะปนกันทั้งชาย-หญิงหรือความรักข้างเดียว ซึ่งเปิดกว้างให้คนรักของตนได้มีสัมพันธ์กับผู้อื่น มุ่งเน้นให้คนที่รักมีความสุขโดยไม่คิดครอบครองตามหลักศีลธรรมอันดีงามที่สืบทอดกันมาในสังคมไลยทู หรือหากจะเป็น “คู่รัก” ก็มักจะเป็นคู่รักเพศเดียวกัน เพราะมีความเชื่อว่าจะเข้าใจกันและกันได้มากกว่าและทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวมากกว่าการคบคู่รักต่างเพศ


    “เราคิดว่าสิ่งที่มีมาแต่เดิมก็ไม่ได้ผิด แต่มันแค่ไม่ตอบสนองความต้องการของเรา” ดร.ครุ ออกความเห็น เขาอยากให้สังคมมองความรักชาย-หญิงโดยไม่ผ่านกรอบของขนบทางความรักและความเชื่อเกี่ยวกับรูปแบบครอบครัวที่ดีที่มีมาแต่เดิมในสังคมไลยทู และการออกมาขุดหลุมจำนวนมากที่สี่แยกสามัญประสงค์ก็เพื่อจะสื่อสารว่า “หลุม” หรือสัญลักษณ์แทนขนบทางความรักของสังคมไม่ควรจะมีเพียงหลุมเดียว แต่ควรจะมีหลายหลุมหลายแบบเพื่อตอบสนองแนวความรักของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ไม่เพียงแค่คู่รักต่างเพศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความรักแบบใหม่อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในสังคมไลยทูหลังจากนี้ด้วย โดยอยากให้มองว่าความรักก็คือความรัก ไม่มีถูกผิดและไม่จำเป็นต้องแบ่งแยก


    “เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ชาย-หญิงแบบผัวเดียวเมียเดียวก็ยืนยาวได้เหมือนกับความรักรูปแบบอื่น ๆ เพราะความรักแต่ละรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่มีความรักไหนหรอกที่จะสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง และก็ไม่มีความรักไหนจะคงอยู่ตลอดไปเช่นเดียวกัน”

    -- ดร.ครุ พิเศษ


    จากกรณีดังกล่าว ทีมข่าวจริงใจนิวส์จึงได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้คนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมต่อเหตุการณ์ประท้วง รวมถึงมุมมองของนักวิชาการเเละคนในสังคมต่อคู่รักต่างเพศแบบผัวเดียวเมียเดียว เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านมีโอกาสได้เห็นท่าทีโดยรวมของสังคมต่อความรักรูปแบบนี้

     คนกลุ่มแรกที่เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์คือผู้เข้าร่วมการชุมนุม ได้เเก่ พี่อ้อน นภากร ทวีวิทย์วารีกุล ดีเจคลื่นเยลโลว์เวฟ 105.6 FM เจ้าแม่แห่งวงการวิทยุและกูรูเรื่องความรัก วัย 49 ปี คุณพอล พนักงานออฟฟิศวัย 36 ปี ผู้สะพายกระเป๋าเอกสารตุงๆ 2 ใบ พร้อมกับผูกไทด์ไว้ที่หัว เเละครูกิ๊ก คุณครูวิชาดนตรี วัย 58 ปี ที่แกว่งไม้เรียวตามจังหวะเพลงที่เปิดตลอดการสัมภาษณ์ พวกเขาได้เเสดงความคิดเห็นไว้ว่า

    “พี่เห็นด้วยกับการออกมาเรียกร้องของกลุ่มคู่รักต่างเพศ พี่มองว่าความรักของเรา มันต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ไม่ว่าตัวเราจะเป็นเพศไหนก็ตาม เลือกคนที่เรารักและรักเรา และที่สำคัญความรักของเราต้องไม่ทำร้ายใคร ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม เพราะฉะนั้น เมื่อจะรักใคร ควรรักในแบบที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ความรักที่กล่าวไปข้างต้นนั้นควรอยู่บนพื้นฐานแห่งความรักในตัวเอง เช่นเดียวกันเราต้องเห็นคุณค่าในตัวเอง เพราะรักแท้จะไม่เกิดขึ้นในเพศใดก็ตามหากเราไม่เคยจริงใจกับใครเลย”

    -- ดีเจพี่อ้อน

    “ผมมีเพื่อนที่เป็นกลุ่มคู่รักต่างเพศที่มักได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปจากคนในสังคมอยู่บ่อยครั้ง ผมรู้สึกเห็นใจและต้องการให้คนในสังคมมองเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกันจึงติดสินใจเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ แม้ว่าพรุ่งนี้จะมีนัดเสนองานกับลูกค้าก็ตามที ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง แต่ก็หวังว่าจะการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นสำหรับกลุ่มคู่รักต่าง ๆ แล้วก็ช่วยภาวนาให้ลูกค้าซื้องานผมด้วยเถอะ”

    -- คุณพอล

    “ดิชั้นคิดว่ารสนิยมทางเพศที่เปลี่ยนแปลงของพวกเขา ไม่มีผลกระทบต่อสังคม พวกเขาสามารถประกอบอาชีพ หาเลี้ยงครอบครัวได้โดยสุจริต และดิชั้นเองก็เห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการเรียกร้องของกลุ่มคู่รักต่างเพศ เพราะกลุ่มคู่รักต่างเพศยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันจากสังคม”

    -- ครูกิ๊ก

    กลุ่มที่สองคือเสียงจากผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้กับสถานที่ชุมนุมประท้วง ได้เเก่คุณฟ้าจาง คุณตั้ม คุณกิต เเละคุณตุ๊ก

                                                 ภาพเหตุการณ์ประท้วง ณ สี่เเยกสามัญประสงค์                              
                                     (ที่มา: https://www.popsci.com/what-to-do-crowd-crush-panic)

    “เราคิดว่าความรักเป็นเรื่องส่วนบุคคล จะยังไงก็เรื่องของเค้า เเต่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีความรักเเบบไหน ทุกคนก็สามารถดูแลตัวเองได้ด้วย healthychoice by Fahjang นะคะ และอย่าลืมไปกด subscribe แล้วกดกระดิ่งให้ฟ้าจางด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดเวลาฟ้าลงวีดิโอใหม่ๆ ใครไม่จาง ฟ้าจางงง ขอบคุณค่า”

    -- คุณฟ้าจาง แม่ค้าออนไลน์และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังวัย 28 ปี ผู้ใช้บริการร้านทำผมในห้างบริเวณใกล้กับที่ชุมนุม

    “ผมเคยเห็นเรื่องนี้ตามข่าว แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ และผมมองว่าความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ขึ้นนั้นเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละคน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่อยากไปตัดสินอะไรมาก”

    -- คุณตั้ม อาชีพอิสระ วัย 35 ปี ผู้มายืนดูสถานการณ์การชุมนุมหลังมาขึ้นเช็คที่ห้าง

    “ผมว่ามันก็รู้สึกแปลกอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไรหรอก แต่ที่จะมีปัญหาคือ รถมันติด นี่ถ้าผมไปรับลูกไม่ทันนะโดนภรรยาบ่นอีกแน่ ๆ เฮ้อ จะประท้วงอะไรกันก็น่าจะเห็นใจคนอื่นด้วย”

    -- คุณกิต ข้าราชการวัย 51 ปี ผู้ที่กำลังลงจากอาคารที่ทำงานถัดจากสถานที่มีการประท้วง

    “พี่เชื่อว่าความรักแบบคู่รักต่างเพศเป็นสิ่งที่ซาตานสร้างขึ้นเพื่อต้องการทำลายความรักอันบริสุทธิ์บนโลกนี้ อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะคะ คู่รักชายหญิงน่ะ ไม่มีทางที่สองคนจะมีความจริงใจต่อกันอย่างแท้จริง ไม่ควรแต่งงานกันเป็นเด็ดขาด ส่วนใครที่สามารถยอมรับในเรื่องนี้ได้ นั่นหมายความว่าคนคนนั้นก็เป็นพวกคู่รักต่างเพศเหมือนๆ กันนั่นแหละ”

    -- คุณตุ๊ก สมาชิกกลุ่มต่อต้านคู่รักต่างเพศ วัย 45 ปี ผู้มาสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มคู่รักต่างเพศ

    นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นที่ส่งมาจากทีมข่าวในพื้นที่ชุมชนชานเมือง ดังนี้

    “ผมว่ามันเรื่องน่าอายที่ป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้เรื่องอะไรแบบนี้ ผมไม่อยากให้คนหนุ่มสาวมองว่าความสัมพันธ์แบบนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ส่วนใหญ่ก็มักจะจบลงด้วยการมีเซ็กซ์แบบไม่ผูกมัดแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป โอ้ยยคุณ แถวบ้านผมเห็นแบบนี้มาแล้วตั้งหลายคู่แน่ะ”

    -- ลุงป้อม รับจ้างทั่วไป วัย 70 ปี

    “อั้นซิว่าคู่ฮักต่างเพศกะคือเป็นพวกจิ้ตใจ่ผิดปกติอิหยั่งจังซั่น คนดี ๆ ไผเขาไปมักอะหยั่งเป็นคู่ บ่ไซ่แน่วเล่ย โอ้ยเฮาพูดแล้วกะสิฮากเด้สู่”

               (คู่รักต่างเพศเป็นพวกคนที่จิตผิดปกติอะไรประมาณนั้น คนดี ๆ ที่ไหนเขารักกันเป็นคู่ มันไม่ใช่อ่ะ โอ้ยพูดแล้วจะอ้วก)

    -- คุณแจง พนักงานตัดเย็บเสื้อผ้า วัย 31 ปี


    ภายหลังจากการลงพื้นที่สัมภาษณ์ ทางสำนักข่าวจริงใจนิวส์ ได้มาพูดคุยกับรศ. ดารวิทย์ บารมี ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สังคมของเราทำความเข้าใจ “กลุ่มคู่รักต่างเพศที่เป็นผัวเดียวเมียเดียว” มากขึ้น


    กระแสความรักแบบใหม่คืออะไร


    กระแสความรักแบบใหม่ในตอนนี้ ตามที่เราเห็นก็คือ “คู่รักต่างเพศแบบผัวเดียวเมียเดียว” ไอ้เจ้าความรักต่างเพศแบบผัวเดียวเมียเดียวเนี่ย มันเป็นระบบความรักชาย-หญิงที่คนหนึ่งคนจะพาตัวเองไปผูกมัดกับคนอีกคนหนึ่งและตกลงกัน “ทั้งเขาและเธอ” ว่าจะอยู่ด้วยกันจนกว่าความตายจะมาพรากจากพวกเขาไป


    ในระบบความรักเเบบนี้ หากคุณเป็นชาย คุณก็จะรักผู้หญิง หากคุณเป็นหญิง คุณก็จะมองหาแต่เพียงชาย


    ปัญหาของกลุ่มคู่รักต่างเพศที่พยายามเคลื่อนไหวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไลยทูตอนนี้ มีเรื่องอะไรบ้าง


    เราจะเห็นการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ได้หลัก ๆ คือ1) การเรียกร้องสิทธิการแต่งงานของคู่ต่างเพศ 2) สิทธิทางกฎหมายให้คู่รักต่างเพศมีสิทธิเท่าเทียมกันกับคนรักร่วมเพศ ไม่ว่าจะเรื่องการรักษาพยาบาล หรือผลทางกฎหมายต่าง ๆ และ 3) การสนับสนุนให้สื่อ เช่น ข่าว หรือละคร ตีแผ่ความรักของคู่รักต่างเพศมากขึ้น


    เป็นไปได้ไหมที่คู่รักต่างเพศจะได้รับสิทธิที่พวกเขากำลังเรียกร้องเช่นเดียวกันกับความรักแบบอื่น ๆ


    ตราบใดที่เราเชื่อกันว่าทุกคนควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน คู่รักต่างเพศก็ควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกับความรักแบบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งงานระหว่างคู่ชาย-หญิงเราก็ควรผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักนิดหน่อยเนื่องจากสังคมยังมีความเชื่อที่สั่งสมมานานว่าความรักร่วมเพศเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เราได้รับการหล่อหลอมมาจากทั้งวัฒนธรรมและธรรมเนียมต่าง ๆ ให้เป็นแบบนี้


    ผมแนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดในสังคมตอนนี้ คือการไม่ทำลายกรอบความรักแบบเก่าเพื่อสร้างกรอบใหม่ขึ้นมา แต่เราจะสร้างมาตรฐานให้ทุกคนในสังคมเชื่อว่ามนุษย์เรานั้นเท่าเทียมกัน ทำให้สังคมเป็นสังคมที่เปิดกว้างและเคารพความเป็นมนุษย์ของกันและกัน



    ณ ปัจจุบัน (วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2652) หลุมบนสี่แยกสามัญประสงค์ได้รับการกลบแล้วจากหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานอย่างรวดเร็วเสมอมา ทำให้การจราจรเป็นไปได้อย่างคล่องตัวเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ด็อกเตอร์ครุ พิเศษ และกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะเดินหน้าประท้วงอย่างสงบต่อไป โดยจะไปขุดหลุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2652 พร้อมทั้งเชิญชวนกลุ่มคู่รักต่างเพศให้ออกมาร่วมเรียกร้องสิทธิของตนเองกันมากขึ้น


    ------------


    **ลิขสิทธิ์ผลงานเป็นของผู้สร้างผลงาน ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำหรือดัดแปลง**
    .
    เรื่องและภาพ: ปิยาภัสร์ ไวยสุรสิงห์ ณฐพร มีสวัสดิ์ และนันทวัน มงคลสถิตย์



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in