#ตกหลุมรักอ่าน-คิด-เขียน
จดหมายสีขาวถึงดาวพลูโต





  • “ 51 Pegasus ผู้เห็นความเจ็บปวด... ” (ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรก)



    ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเสียใจหรือเจ็บปวดจากพิษรัก อย่าเพิ่งเปิดเพลงเศร้ามาฟังเลย เพราะไม่มีเพลงไหนหรอกที่จะเข้าใจคุณได้เท่ากับเรา ขอโอกาสให้เราได้อยู่เป็นเพื่อนคุณสักพักก่อน



    บนโลกนี้จะหาคนที่จริงใจและทุ่มให้กับความรักอย่างคุณได้ที่ไหนอีก กี่ครั้งแล้วที่คุณทุ่มเททั้งชีวิตและเวลา แล้วมานั่งอาลัยความรักที่ไม่หวนกลับมา กี่ครั้งแล้วที่คุณต้องแลกมันด้วยน้ำตา แต่ก็ยังไม่ได้พบเจอกับรักดี หรือคนดีๆ ที่คิดจริงจังกับคุณ คนที่พร้อมจะทุ่มเทให้คุณอย่างที่คุณทำตลอดมา ซับน้ำตาไว้ก่อน คุณไม่ใช่คนเดียวที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้



    ตอนนี้คุณถูกผลักออกมาจากวงโคจรแห่งรักของเขา เพียงเพราะค่าความรักของคุณและเขาไม่เท่ากัน ไม่เพียงพอที่เขาจะโอบกอดคุณเอาไว้ได้ และคุณก็ไม่ได้เป็นคนสำคัญในจักรวาลของเขาอีกต่อไป



    แต่ไม่ต้องเสียใจ เราจะแนะนำเรื่องราวความรักของหญิงสาวคนหนึ่งในจักรวาลแห่งนวนิยายผู้ทุ่มเททั้งชีวิตและหัวใจให้กับชายที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของความรัก เรื่องราวคุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ ชีวิตรักของคนๆ หนึ่งซึ่งคล้ายกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้



    เธอชื่อ ‘ภัคคินี’ ตัวละครเอกใน “แผ่นดินของเรา” นวนิยายจากมาลัย ชูพินิจ ตัวแทนของหญิงสาวผู้มีรักแท้อันบริสุทธิ์ เรื่องราวเริ่มต้นจากภาพของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ต้องแต่งงานกับชายรุ่นพ่อ ความมั่นคงและอนาคตครอบครัวที่ดีรอเธออยู่ข้างหน้า แต่ความรักเจ้ากรรมดันไม่เลือกที่เกิดอีกครั้ง เมื่อภัคคินีตกหลุมรักกับนเรนทร์ผู้เป็นคู่หมั้นของพี่สาว จนทำให้ตัดสินใจหนีตามกันไปในวันแต่งงานของชายหนุ่ม ภัคคินีเลือกที่จะทำตามใจปราถนา โดยทิ้งความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับหลายชีวิตด้วยการทำลายระบบคุณค่าครอบครัวให้ร้าวและลึกที่สุด แม้จะเตรียมใจกับความลำบากที่จะต้องพบเจอในชีวิตหลังออกมาอยู่กินกับนเรนทร์ แต่โลกของความจริงก็โหดร้ายเกินกว่าเด็กสาวจะเอาคำว่ารักมากินเล่น ชีวิตของทั้งสองวนเวียนอยู่กับการตั้งตัว และความลำบากนั้นเองที่กลืนกินสัญญารักของนเรนทร์ไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่ ท้ายที่สุดนเรนทร์ก็หนีไปอยู่กับหญิงอื่นและทิ้งให้ภัคคินีใช้ชีวิตเหมือนดั่งกองทรายที่ต้องคลื่นเพียงเล็กน้อยก็พังครืนเสียทั้งหมด



    คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเรื่องราวนี้จริงแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณรู้ได้แน่คือ “เจ็บ” แค่ไหน จนถึงตอนนี้คุณคงอยากเรียกเธอว่า ‘ภัคคินีเพื่อนรัก’ แล้วเดินไปปลอบอย่างเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน

    มันเป็นความรู้สึกที่มืดแปดด้าน คำแนะนำจากคนอื่นดูจะไม่เข้าหัวคุณสักเท่าไร เพราะความเจ็บมันอยู่ที่ใจ ไม่ใช่สมอง แม้จะยิ้มรับและบอกกับใครว่าคุณยังไหว แต่หัวใจของคุณถูกขังด้วยความทรงจำที่เจ็บปวดไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจะไม่แนะนำคุณหรอกนะ แต่อยากให้คุณลองมองภาพกว้างๆ ของชีวิตในตอนนี้ดู





    ​​​​​​​ลองจินตนาการถึงภาพกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ที่มีหมึกสีดำแต้มเป็นจุดอยู่ตรงกึ่งกลางนั้นสิ คุณมองเห็นอะไรไหม‘จุดดำๆ ตรงกลาง’ นั่นล่ะ คือกราฟชีวิตของคุณในตอนนี้ แล้วลองมองไปรอบๆ อีกทีสิเห็นสีขาวของกระดาษใช่ไหม สีขาวๆ นั้นไม่ได้ทำให้สีดำหายไปหรอก แต่มันทำให้คุณรู้ว่ากระดาษแผ่นนั้นไม่ได้มีแค่ “สีดำ” ก็เหมือนชีวิตของคุณที่ยังมีเรื่องราวอื่นให้รำลึกถึง มากกว่าจะมาจมปลักอยู่กับจุดดำๆบนกระดาษที่คุณไม่มีวันลบมันได้



    รู้อะไรไหม แม้ว่าคุณจะถูกตัดออกจากวงโคจรของระบบสุริยะ แล้วมีชื่อเรียกใหม่ว่า ‘13430’ ชื่อที่ไม่ค่อยมีนักวิทยาศาสตร์คนไหนเรียกแล้ว แต่คุณยังคงเป็น ‘ดาวพลูโต’ ในความทรงจำของทุกคน

    คุณรู้มั้ยว่าช่วงชีวิตสุดท้ายของภัคคินีเป็นอย่างไร สิ่งที่นเรนทร์ทิ้งไว้ให้เธอคือความเดียวดาย และเธอก็ทิ้งสิ่งเดียวกันไว้ที่ปากน้ำโพ เธอได้รับการเยียวยาจากความรักของคนในครอบครัว ความรักอีกรูปแบบที่เธอเคยมองข้าม การกลับมาเพื่อแสดงความสำนึกผิดครั้งนั้น



    แม้จะไม่ได้ทำให้จุดสีดำหายไป แต่ก็ทำให้เธอได้กลับมามองเห็นความจริงที่อยู่รอบตัว ครอบครัวและคนที่รักเธอยังคงอยู่ที่เดิมเพื่อรอการกลับมา



    คุณเคยได้ยินเพลง ‘ชีวิตยังคงสวยงาม’ ของพี่ตูนไหม มีท่อนหนึ่งที่บอกว่าบางทีเราอาจเรียนรู้คุณค่าไอแดด เมื่อฝนมา” นี่คงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้มาลัยจะสร้างภาพให้ภัคคินีต้องตายอย่างไร้ความหมาย  แต่การตายของเธอไม่เคยไร้ความหมายนอกเสียจากว่าคุณจะหาเธอไม่เจอ “จักรวาลในนิยาย”








เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in