My Life as Au Pair in AmericaMy life as Noel
My Life As Au Pair in Miami, Florida (Travel Time w/ Thai Friends!)
  •         ตอนนี้เรากลายเป็นสาว Tampa, Florida ละจ้าาาาาา  หลังจากย้ายมาอยู่ที่ Tampa ได้หนึ่งอาทิตย์เราก็ขอ take vacation กับโฮส 5 วันไป Miami และ Orlando เรามีเพื่อนคนไทยที่มาเป็นออแพร์ก่อนเรา 1 ปีอยู่ที่ Virginia นางจะกลับไทยเดือนกันยายนนี้เลยบอกเราว่าก่อนกลับเราต้องมีทริปด้วยกันสักครั้ง เราก็เลยตกลงว่าเจอกันที่ Miami และ Orlando ละกัน !! 
    (Tampa, Florida วิวหน้าบ้านจ้าาาาา)
    7 สิงหาคม 2562
             เราเลือกไป Miami ก่อนหนึ่งวันที่เพื่อนจะมาถึงเพราะเราเลือกนั่งรถบัสจาก Tampa ไป Miami ใช้เวลาเกือบ 7 ชั่วโมง ค่ารถประมาณ $30 ซึ่งถูกมากสำหรับเรา (งบเที่ยวจำกัดเลยยอมเสียเวลา) เรานั่ง Greyhound บริษัทรถบัสที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมที่นี่ ตอนแรกโฮสไม่ค่อยเห็นด้วยที่เราจะนั่งรถบัสไปเพราะโฮสบอกเราว่ามันไม่สะอาด มีกลิ่นแล้วก็อันตรายด้วย แต่เราก็ยังยืนยันที่จะนั่งรถบัสเพราะมันถูกและเราก็จะระมัดระวังให้มาก 
             โฮสมาส่งเราตรงที่ขึ้นรถ รอประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางไป Miami รถบัสสภาพก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแต่แค่เล็กกว่ารถบัสไทยมากกกกกกเท่านั้นเอง แถมเราเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ด้วย เราเลือกนั่งแถวท้ายๆ เอากระเป๋าวางไว้ที่นั่งแล้วเลือกนั่งฝั่งใกล้หน้าต่าง... รถมาถึง Miami ประมาณสามทุ่ม ประเด็นคือเราเองไม่แน่ใจว่าจะไปรอเพื่อนที่สนามบินแล้วค่อยเข้าที่พักตอนเช้าหรือจะเข้าที่พักเลยคืนนี้ เราเดินวนอยู่ที่สถานีรถบัสสักพักเพราะเราไม่ได้จองที่พักสำหรับคืนนี้ไว้  

            แต่แล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้น...เราเดินไปเดินมาจนยามตรงนั้นสงสัย เลยเดินเข้ามาหาแล้วพูดภาษาสเปนใส่เรา เราบอกว่าเราไม่เข้าใจ ยามเลยพูดภาษาอังกฤษ แต่เราไม่เข้าใจที่เขาพูด เขาเลยขอดูเอกสารเราว่าเราเป็นนักเรียนรึปล่าว เราบอกเราไม่มีเอกสาร เราเป็นนักเรียนแล้วก็ทำงานที่นี่อยู่ที่ Tampa ยามเลยขอดู Passport เรา (จริงๆเรามีสิทธิ์ไม่ให้เขาดูก็ได้เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง อีกอย่าง Passport เป็นสิ่งที่เราไม่ควรโชว์ให้ใครดูง่ายๆเพราะเขาสามารถจำข้อมูลเราเอาไปทำอะไรที่ไม่ดี แต่เราไม่มีใบขับขี่หรือ ID อะไรก็ตามที่นี่ เราเลยโชว์ Passport) ยามก็เปิดๆดูว่าเรามีวีซ่าอะไร ถามว่าวีซ่าอยู่ไหน แล้วก็ถามว่าเรามีเอกสารอะไรสักอย่างที่โชว์ว่าเราเป็นนักเรียนจริงๆ (เพราะวีซ่าเราคือ J-1) เราบอกเราไม่มีเอกสารอะไรทั้งนั้นติดตัวตอนนี้ เพราะเรามาเที่ยวเราจะเอาเอกสารสำคัญมาทำไม? ยามเลยบอกเราว่า เขาแจ้งจับเราได้นะเพราะเราไม่มีเอกสาร เราก็ยิ่งงเข้าไปอีกมี Passport มีวีซ่า ยังไม่พอเหรอว่ะ? ไปที่อื่นไม่เห็นมีใครขอดูเอกสาร ตอนนั้นเราก็ทั้งงงทั้งกลัว อยู่คนเดียวด้วยแต่ยามก็บอกเราต่อว่า ฉันจะไม่แจ้งจับเธอหรอกนะแต่ครั้งหน้าถ้าเธอไปไหนให้เอาเอกสารมาด้วย เราเลยโอเคๆ หลังจากนั้นเราก็รีบส่งข้อความบอกโฮสว่าถึงแล้ว เกิดไรขึ้นบ้าง โฮสก็งงกับเราว่าจริงๆเราไม่ควรโชว์ Passport ให้เขาดูด้วยซ้ำเพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่แต่ก็ดีแล้วที่เขาไม่เอาเรื่องเรา โฮสเลยบอกเราว่าให้โฮสถาายเอกสารให้มั้ยจะได้เป็นตัวยืนยัน เราเลยบอกว่าไม่เป็นไรไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วแหละเพราะไปที่อื่นก็ไม่เคยมีใครจู่ๆเดินมาขอดูวีซ่าดู Passport... คืนนั้นเราเลยตัดสินใจเข้าที่พักซะเสียเงินเพิ่มอีกคืนเผื่อความปลอดภัยของตัวเอง ทริป Miami นี่เริ่มน่ากลัวละ 

               ที่พักเราที่ Miami เป็น Hostel ชื่อ Miami Party Hostel (บ่งบอกนิสัยคนจองมาก ฮ่าๆ) เป็นเตียงสามชั้น ห้องน้ำรวม เราอยู่ที่นี่สามคืนก็ตกคนละ $30 กว่าซึ่งถูกมาก (ทริปกินหรูอยู่ Hostel) ที่พักอยู่ใกล้ Beach และอยู่ที่ Ocean Drive สถานที่ยอดฮิตที่สุดใน Miami และ Hostel เราก็ตอบโจทย์เราได้ดีมากเพราะข้างล่างเป็นบาร์และผับ ข้างบนเป็น Rooftop Bar เพอร์เฟคโต้สุดๆ! (ยิ้มมุมปาก)

    (ในห้องนอนมีเตียงรวมกัน 12 เตียงแต่ตอนที่เราอยู่มีคนนอนอยู่ประมาณ 6 คน)
    8 สิงหาคม 2562
            เดอะแก้งค์ของเรามาถึง Ocean Drive ประมาณสายๆ ความพีคของพวกนางคือมันเตรียมมาม่าคัพ มาม่าซองมากันเยอะมาก กะจะไม่ซื้อไรกินที่นี่เลยใช่ม่ะ! พอพวกเรารวมตัวกันเสร็จ จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมบิกีนี่ ลงครีมกันแดด แทนนิ่งออย แล้วไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยไปเล่นน้ำถ่ายรูปที่บีชกัน บอกเลยว่า Miami จะต้องลุกเป็นไฟฟฟฟฟฟฟ!!!!
    (กินหรูอยู่โฮสเทลจ้า 5555 แค่มาการิต้ามื้อเดียว $15 อีผี! แต่ดีจ้า Happy Hour 1 แถม 1)
    (บอกแล้วว่าไมอามี่ต้องลุกเป็นไฟ!)
             หลังจากถ่ายรูปหนำใจ ลงไอจีเรียบร้อย เราก็ไม่ได้ไปเดินเล่นไหนต่อ นอนชิลๆเม้ามอยกันอยู่ที่บิช ระหว่างนั้นก็จะมีหนุ่มๆเปลือยท่อนบน ผิวขาวบ้าง ผิวสี ผิวแทนมั่ง ใส่แว่นดำหล่อๆ เดินเข้ามาหาพวกเราเป็นพักๆ ... แหม๋ ฮอตขนาดนี้ใครก็อยากคุยด้วย... เปล่า!!! มันมาขายทัวร์ปาร์ตี้ 5555 😂

             ไหนๆคืนนี้ก็จะเป็นคืนแรกที่มารวมตัวกัน คืนแรกที่ Miami มันก็ต้องเด็ดๆ มั
    นส์ๆสิเนอะ เนื่องจากมื้อเที่ยงเล่นงานเราไปหนักมาก (แพงไป) เลยตกลงกันว่าพอไปผับเราจะไม่ซื้ออะไรดื่มอีกเกินงบ! เราเลยตกลงกันว่างั้นไป 7-11 (ความไทยนี้ ขาด 7-11 ไม่ได้) หาซื้อไรถูกๆดื่มก่อน ดึกๆค่อยไปต่อ งั้นก็เริ่มเผาหัวกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน (เปิดเพลงเต้นอยู่ในห้องจ้า ฮ่าๆ)

    ความเจ็ตพ็อตอีกอย่างคือ ถ้าเป็นแขกพักที่ Hostel ที่เราอยู่เราจะได้ดริ้งฟรีทั้งคืน 😎😏 ไปแลกเครื่องดื่มที่บาร์ข้างล่างเลยจ้าาาาาาาา ไปปปปปปปป

    (สาวเสิร์ฟที่บาร์เอ็นดูเรามากจ้า เพราะเราไม่ไปไหนเลยอยู่หน้าบาร์ ขอดริ้งฟรีอย่างเดียว 55555)
    9 สิงหาคม 2652
                 ตื่นเช้ามาแทบจำอะไรไม่ได้ สภาพคือยังอยู่ในชุดเมื่อคืน เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมากี่โมงแล้วกลับมาถึงห้องได้ยังไง (ลำย๊องงงง) แต่ดูจากสภาพตัวเองแล้วถือว่ายังปลอดภัยอยู่ไม่มีบาดแผลอะไร ฮ่าๆ (จำได้ว่าเมือคืนมีผู้ชายผิสีเลี้ยงเหล้า shot พวกเราคนสองหรือสามแก้วนี่แหละ แล้วเพื่อนเราก็แถมไปตีสนิทกับผู้หญิงผิวสีชื่อ Lucky ซึ่งนางสวยและอึ๋มมากมากับหนุ่มผิวสีที่ซื้อเหล้าห้พวกเรานั่นแหละ) พอเริ่มฟิ้นตัวกันแล้ว เพื่อนสองคนลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่เช้าและบอกว่าจะไป 7-11 (อีกละ) และไปอาบแดด เล่นน้ำที่บีชต่อ เราปฏิเสธเพราะไม่ไหวจริงๆมึนหัวมาก ขอนอนต่อดีกว่าแล้วตอนบ่ายค่อยเข้าไปเที่ยวที่ Downtown กัน
    (หลังจากพื้นแล้วก็ไปแก้อาการเมาด้วย มาม่าคัพจ้า เดินไป 7-11 ตามเคย)

             หลังจากเพื่อนสองคนกลับมาจากบีช เราก็ไปอาบน้ำแต่งตัวกันใหม่เพราะวันนี้เรากะจะเข้าในเมืองยาวๆไปถ่ายรูปชิคๆที่ Wynwood Wall Art District เป็นแหล่งรวมศิลปะบนผนัง กราฟฟิตี้ อะไรเทือกนี้ เข้าฟรีไม่เสียตังค์ ชุดพร้อม หน้าพร้อม กล้องพร้อม ต้องมีรูปโปร์ไฟล์ใหม่ Facebook กันละหล่ะ! 

              หลังจาก Wynwood เราก็ไปต่อที่ Little Havana แหล่งรวมร้านอาหาร Mexican หรือแหล่งรวมความเป็นละตินอเมริกาใต้ เราชอบนะเดินๆไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงเพลงละตินตามร้านอาหารบ้าง ได้ยินคนคุยกันเป็นภาษาสเปนบ้าง ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ที่อเมริกาเลย แต่เป้าหมายหลักของเราที่มาที่ Little Havana นี่ไม่ใช่เพราะมาหากินอาหาร Mexican แต่มาตามหาป้ายถ่ายรูปกับคำว่า 'Little Havana' 
    (เดินตาหาป้ายตั้งนานที่ Little Havana แต่มันอยู่นอก Little Havana จ้าาาา อยู่ข้างถนน!)

            หลังจากเก็บทุก landmarks ที่ตัวเองต้องการแล้ว เราก็ไม่รู้จะไปไหนกันต่อ ง่วงก็ง่วง แฮ้งค์ก็แฮ้งค์เลยตัดสินใจกลับ Hostel ไปหาอะไรกิน เดินเล่นแถวๆ Ocean Drive แล้วก็ไปบีชกันต่อ 

             คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ Miami พรุ่งนี้ประมาณสายๆเราต้องนั่งรถบัสไปที่ Orlando ต่อ หลังจากกลับมาจา Little Havana เราเลยใช้เวลาส่วนมากเรื่อยเปื่อยอยู่ที่บิช กิน นอน ฟังเพลง แอ๊วหนุ่มๆ ดุสาวๆที่หาดกันไป Miami สามคืนสนุกมากเหมือนกัน มันดีตรงที่เราได้กลับมาเจอเพื่อนอีกครั้งในรอบหลายปีหลังจากจบมหา'ลัยมาและแถมได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มอีกคนด้วย! 

         ต่อจากนี้ไปเจอกันที่ Orlando นะจ๊ะ :) 

    (มาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้นมาไกลถึง Miami)
    - - - - - - - - - - - - - - 

    สุดท้ายแล้วถ้าชอบก็ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ
     เรามีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเยอะแยะเลย 
    ถ้าเนื้อหาผิดพลาดตรงไหน ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
     ภาษาไทยอาจจะแปลกๆงงๆบ้าง อย่าถือสากันนะ
    .
    .
    มีคำถามหรืออยากรู้อะไรเพิ่มเติม direct IG มาก็ได้เน้ออออ
     เหงานิดๆ ว่างหน่อยๆ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีก :D
     Instragram: @noel_styles (mylifeasnoel) 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in