เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แปลสตอรี่เกมRyuuseisan★彡
[แปลสตอรี่เกม] AAside Main Story บทที่ 6
  • from ARGONAVIS - ARGONAVIS from BanG Dream! AAside Main Story บทที่ 6 



    ตอนที่ 1 : บทสนทนาพ่อลูก


    [ในตัวอาคาร]


    ชู : …เข้าไปล่ะนะ


    ประธานอุจิกาวะ : โฮ่… วันนี้มาแปลก มาตรงเวลาเชียว ลมอะไรหอบมาล่ะ?



    ชู : ถ้ามีอะไรจะพูดก็รีบๆ พูดมาได้ไหม? วันนี้ผมเหนื่อยแล้วนะ อยากรีบกลับแล้ว


    ประธานอุจิกาวะ : เถียงกับนานะโฮชิ เร็นแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเรอะ?


    ชู : …!


    ประธานอุจิกาวะ : ตั้งแต่เฟสรอบแรกจบไปก็ต้องมาจับตามองแกมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ว่าแกจะทำอะไรมันก็จะวกกลับมาหาฉันอยู่ดี


    ชู : อะไร? จะมาโทษกันเอาป่านนี้รึไง?


    ประธานอุจิกาวะ : ไม่ได้คิดจะทำเรื่องยุ่งยากแบบนั้นหรอก ไม่สิ คิดแล้วล่ะ…ตราบใดที่เรื่องยังไม่แดงออกไปน่ะนะ

    แต่วันนี้ทุกสิ่งที่แกพูดออกไปถูกอัดเสียงเอาไว้ ตราบใดที่บุคคลที่สามมีหลักฐานนั้นอยู่ในมือ พวกเราก็คงนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้


    ชู : สรุปคือทางบริษัทจะมาจัดการผมก่อนที่เรื่องเล่นสนุกของผมจะแดงออกไปสินะ…ใช้ได้นี่

    แล้วจะให้ผมรับโทษอะไรล่ะ?


    ประธานอุจิกาวะ : จะประกาศว่า εpsilonΦ จะไม่เข้าร่วม LR Fes รอบต่อไป ทางออฟฟิเชียลจะบอกว่าเป็นเหตุผลของทางฝั่งวง



    ชู : เห…? ลงโทษเบากว่าที่คิดอีกนะเนี่ย แค่นั้นทุกคนจะยอมรับกันเหรอ?


    ประธานอุจิกาวะ : อย่าเข้าใจผิดไป ที่ไม่เข้าร่วมในครั้งนี้ก็แค่การแก้ปัญหาแบบชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะยุติการเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ และสั่งให้ยุบวงไปซะ


    ชู : …ก็อย่างที่คิดไว้แล้วล่ะนะ มีเจตนาแอบแฝงว่าจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลมมันทุกวงล่ะสิ

    เรื่องที่ลูกของตัวเองตั้งใจจะทำให้เฟสที่ตัวเองจัดพังไม่เป็นท่า——

    ถ้าเรื่องพ่อลูกทะเลาะกันไร้สาระแบบนั้นแดงออกไป บริษัทดัคริเวอร์ก็คงเสียหน้าหมดนี่นะ?


    ประธานอุจิกาวะ : ………


    ชู : ไม่เห็นต้องทำหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้นเลยนี่ ผมจะเป็นเด็กดี ทำตามที่สั่งเองน่า เพื่อรักษาหน้าของป๊ะป๋าไว้ให้

    เพราะยังไงผมก็เป็นทายาทคนเดียวของป๊ะป๋านี่นะ ผมก็ไม่ได้เจตนาจะทำให้บริษัทที่จะมาสืบทอดต้องแปดเปื้อนหรอก



    ประธานอุจิกาวะ : อย่าได้ใจไป


    ชู : …หา?


    ประธานอุจิกาวะ : ก็จริงอยู่ที่บริษัทเราเป็นบริษัทที่สืบทอดต่อมากันในตระกูลรุ่นต่อรุ่น เลยคงมีหลายคนที่คิดจะให้แกสืบทอดต่อ

    แต่ฉันก็สามารถพังธรรมเนียมนั้นลงได้เช่นกัน สมัยนี้บริษัทครอบครัวที่ดึงเอาคนนอกมารับช่วงต่อก็มีอยู่ถมไป


    ชู : หา คิดว่าจะทำได้จริงๆ รึไง? คิดว่าพวกญาติๆ ตระกูลอุจิกาวะจะยอมเหรอ?

    แล้วคิดว่าจะทำให้คุณลุงน่ารำคาญพวกนั้นที่จนถึงตอนนี้ก็ยังเอาแต่บอกว่า “สายเลือดของตระกูลอุจิกาวะน่ะนะ~” เงียบปากกันได้รึไง?


    ประธานอุจิกาวะ : ถ้าอย่างนั้นก็แค่หาคนอื่นมาใช้งานแทนก็พอ มาเป็นผู้สืบทอดที่จริงๆ แล้วก็เป็นแค่หุ่นเชิดที่เอาไว้ตบตาพวกญาติๆ 

    ขอแค่เป็นคนในเครือญาติที่ทุกคนยอมรับ…ที่ฉันเชื่อฟังฉัน


    ชู : ………!


    ประธานอุจิกาวะ : เข้าใจที่พูดสินะ? หมายความว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแกแล้วไง


    ชู : อะ………


    ประธานอุจิกาวะ : ถ้าคิดว่ามีค่าให้ใช้งาน  ถึงจะเป็นเรื่องสายเลือดฉันก็จะใช้งานเรื่องนั้น แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นฉันก็จะเขี่ยทิ้งไปซะ

    พวกญาติๆ ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังยึดติดอยู่กับค่านิยมเก่าๆ น่ะคิดจะตัดทิ้งไปในสักวันอยู่แล้ว

    —— แน่นอนว่ารวมไปถึงเจ้าคนที่เอาแต่สนุกกับเรื่องเล่นไร้สาระและจะทำให้บริษัทต้องเสียผลประโยชน์ด้วย


    ชู : อะไร…ล่ะนั่น…


    ประธานอุจิกาวะ : ไม่เข้าใจรึไง? อุตส่าห์คิดว่าเรื่องแค่นี้แกคงเข้าใจแท้ๆ



    ชู : จะทิ้ง…ผมเหรอ…?


    ประธานอุจิกาวะ : อ้าว ก็เข้าใจนี่


    ชู : งั้นที่ผมทำมาตลอดคืออะไรกันล่ะ? ที่เรียนอย่างที่ป๊ะป๋าบอก ทำวงดนตรีตามที่ป๊ะป๋าบอก——

    ที่เล่นสนุกกับคนอื่น ดูถูกคนอื่น… นั่นมัน…เพื่ออะไรกันล่ะ!?


    ประธานอุจิกาวะ : ก็แค่เล่นสนุกไร้สาระจนเลยเถิด ตอนนี้แกน่ะกลายเป็นแค่หมากไม่จำเป็นที่ดีแต่จะสร้างปัญหาเท่านั้นล่ะ


    ชู : มองมา…ที่ผมสิ!!


    ประธานอุจิกาวะ : …คุยจบแล้ว


    ชู : มองที่ผมสิ ป๊ะป๋า! ผมมีไอเดียสนุกๆ กว่านี้อีกนะ! กำลังแต่งเพลงที่น่าสนใจอยู่ด้วย! ถ้าป๊ะป๋าฟังล่ะก็ต้อง——


    ประธานอุจิกาวะ : ไสหัวไปซะ


    ตอนที่ 2 : คำอธิษฐานกับความเป็นจริง


    ??? : …อาจารย์!

    อาจารย์เฟลิกซ์!


    เฟลิกซ์ : อย่าเรียกผมว่าอาจารย์เลย ชู ผมไม่ใช่คนยิ่งใหญ่แบบนั้นหรอก

    ว่าแต่มีอะไรเหรอ? รีบร้อนเชียว



    ชู : ผมแต่งเพลงเสร็จแล้ว! ผมแต่งเองเลยด้วย!


    เฟลิกซ์ : จริงเหรอ? ตกใจเลย… ก่อนหน้านี้ก็แค่สอนขั้นตอนง่ายๆ ในการแต่งเพลงให้เองนี่


    ชู : ฮุๆๆ


    เฟลิกซ์ : Très bien! (เยี่ยมมาก!) งั้นขอฟังเลยแล้วกันนะ?


    ชู : ไม่ได้สิ อาจารย์ค่อยฟังทีหลัง! ตัดสินใจแล้วว่าจะให้ป๊ะป๋าฟังเป็นคนแรก!


    เฟลิกซ์ : อา งั้นเหรอ… อื้ม ดีแล้วล่ะ คุณพ่อต้องดีใจแน่


    ชู : จะดีใจ…ไหมนะ?



    เฟลิกซ์ : ไม่ต้องห่วง ถ้าเป็นเพลงที่ชูตั้งใจแต่งด้วยใจล่ะก็ต้องส่งไปถึงแน่


    ชู : ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงดี…


    เฟลิกซ์ : เอ้า รีบไปเร็ว พอให้คุณพ่อฟังแล้วขอผมฟังทีนะ


    ชู : อื้ม เข้าใจแล้ว! งั้นแล้วเจอกันนะ!


    เฟลิกซ์ : (ผมอธิษฐานจากใจเลยนะ ชู ว่าขอให้ดนตรี…ช่วยกลบความเดียวดายของเธอ)

    (…ว่าคุณพ่อจะเปิดใจยอมรับเธอ)

    (เหมือนอย่างที่ดนตรีเคยช่วยผมเอาไว้——)


    —————————————


    ประธานอุจิกาวะ : ……แกเป็นคนแต่งเพลงนี้เองเหรอ?


    ชู : อื้ม! อาจารย์สอนวิธีแต่งให้ แต่ที่เหลือผมทำเองหมดเลยนะ! เป็นไงบ้าง!?


    ประธานอุจิกาวะ : …ดูน่าจะเสร็จออกมาได้แฮะ ทำต่อไปซะ

    ถ้ามีอุปกรณ์หรือคู่มืออะไรที่อยากได้ก็บอกเลขาซะ จะจัดการให้ 


    ชู : เอ๊ะ? แค่นั้น…เหรอ?



    ประธานอุจิกาวะ : แล้วจะมีอะไรอีกล่ะ? ถ้าหมดธุระแล้วก็กลับไปได้แล้ว ฉันมีงานต่อ


    ชู : …เข้าใจแล้ว งั้นไว้เดี๋ยวเอามาให้ฟังอีกนะ


    ประธานอุจิกาวะ : เอาเฉพาะเพลงที่มั่นใจก็พอ แล้วก็ ครั้งต่อไปก็ให้ผ่านเลขามาล่ะ ไม่ต้องมาให้ฉันโดยตรง


    ชู : ………อืม


    —————————————


    ชู : ………

    ไร้สาระชะชัด……


    ทำไมถึงได้นึกเรื่องไร้สาระแบบนี้…ขึ้นมากันนะ…


    —————————————


    [ณ แชร์เฮาส์ -εpsilonΦ-]


    แกร่ก (เสียงเปิดประตู)


    เรย์จิ : กลับมาแล้วสินะครับ ชู


    ชู : …ไม่ต้องมาบอก “กลับมาแล้วเหรอ” มันทุกครั้งจะได้ไหม?


    เรย์จิ : เมื่อครู่ทางผู้จัดติดต่อมาว่าเราจะไม่ได้เข้าร่วมเฟสครั้งต่อไป


    ชู : สมแล้วที่เป็นปะป๋า จัดการไวจริงเชียว


    เรย์จิ : แล้ว…จะเอายังไงต่อครับ?


    ชู : ไม่เอายังไงทั้งนั้นนั่นแหละ เราก็จะเลิกเข้าร่วมเฟสทั้งๆ แบบนี้แล้วก็ยุบวงไง


    เรย์จิ : ……….


    ชู : หลักฐานของเรื่องต่างๆ ที่ผมเล่นสนุกมาตลอดก็อยู่ในมือวงอื่นแล้วด้วย

    เท่านี้ก็จบแล้ว…สิ



    เรย์จิ : …พอใจกับแบบนี้เหรอครับ?


    ชู : หา? ป่านนี้แล้วผมจะรู้สึกยังไงก็ไม่เกี่ยวไม่ใช่เหรอ? ไม่สิ…มันไม่เกี่ยวมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ

    ไม่ว่าจะแกล้งยังไงเฟสก็ไม่ปิดตัวลง พวกวงอื่นๆ ก็ไม่เห็นจะหมดไฟกันเลย

    ไม่ว่าผมจะทำอะไร ไม่ว่าผมจะดิ้นรนยังไง…มันก็ไม่เกี่ยวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


    เรย์จิ : …น่าสมเพชชะมัด


    ชู : อะฮะ…จู่ๆ พูดอะไรน่ะ? น่ากลัวเชียว


    เรย์จิ : ………


    ซ่า (เสียงน้ำสาด)



    เรย์จิ : …ตาสว่างขึ้นมาบ้างรึยัง?


    ตอนที่ 3 : คุณค่า


    ชู : ฮะๆ…เปียกหมดเลย…


    เรย์จิ : น่าหงุดหงิดจริง…


    ชู : …น่าหงุดหงิด? น่าหงุดหงิดอะไร? ก็อยากทำแบบนี้มาตลอดอยู่แล้วนี่?


    เรย์จิ : …แค่นี้ฉันยังไม่พอใจหรอก



    ฉันไม่ได้คอยอยู่ข้างแก…เพื่อมาทำแบบนี้…!


    ชู : …ไม่ได้อยากแก้แค้นรึไง? แก้แค้นผมน่ะ


    เรย์จิ : แกในตอนนี้…ไม่มีค่าพอให้ทำแบบนั้นด้วยซ้ำ


    ชู : ………


    เรย์จิ : …ทำได้แค่นั้นเองเหรอครับ?


    ชู : เอ๊ะ?


    เรย์จิ : คิดว่าคุณ…จะเป็นไอ้เด็กเวรจอมอวดดี ไร้ยางอาย ที่ชอบเล่นสนุกกับจิตใจคนอื่นมากกว่านี้เสียอีก

    จะยอมนั่งเงียบๆ…โดนพ่อกดขี่อยู่แบบนี้เหรอครับ? จะทำตัวเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างนั้นเหรอครับ?


    ชู : ………


    เรย์จิ : คุณจะต้องไปให้ไกลกว่านี้อีก เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่จะทำให้พ่อเชื่อใจคุณ

    ถ้าเพื่อสิ่งนั้นแล้วผมจะไม่รังเกียจที่จะถูกใช้งาน ไม่ว่าจะถูกปฏิบัติด้วยยังไงก็แล้วแต่

    แต่ผม…จะใช้งานคุณ จนกว่าจะถึงวันที่แก้แค้นได้สำเร็จ 



    ชู : …หึ จะบอกให้ผมทำต่อไปจนกว่านายจะแก้แค้นป๊ะป๋าได้สำเร็จน่ะเหรอ? ใช้งานกันหนักน่าดูเลยนะ


    เรย์จิ : ถ้าทำไม่ได้ล่ะก็…ก็จะถึงแค่ตอนที่ไม่มีวี่แววว่าจะแก้แค้นได้สำเร็จครับ


    ปัง! (เสียงปิดประตู)


    ชู : อะไรกัน…สุดท้ายแม้แต่สายตาที่มืดมัวของเรย์จิเองก็ไม่มีผมสะท้อนอยู่ตั้งแต่แรกเลยนี่นา…


    แกร๊ก (เสียงเปิดประตู)


    ทาดะโอมิ : เห็นเรย์จิคุงทำหน้าบึ้งตึงเดินออกจากห้องไป…หรือว่าจะทะเลาะกันเหรอ?

    เอ๊ะ? ชูคุง…ไปทำอะไรมาน่ะ ตัวเปียกไปหมดเลยนะ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?


    ชู : …นายก็น่าจะได้ยินมาแล้วนี่ เรื่องที่เราจะไม่ได้เข้าร่วมเฟสครั้งต่อไป


    ทาดะโอมิ : อื้ม ได้ยินมาแล้ว น่าเสียดายเนอะ


    ชู : ผมโดนป๊ะป๋าว่านู่นว่านี่มาน่ะ… แล้วพอเล่าเรื่องนั้นให้เรย์จิฟัง จู่ๆ เรย์จิก็โมโห


    ทาดะโอมิ : เห เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นนี่เอง ที่ตัวเปียกแบบนี้ก็เพราะเรื่องนั้นเหรอ?


    ชู : ใช่แล้ว โดนเอาชาสาดใส่น่ะ


    ทาดะโอมิ : อย่างนี้นี่เอง… ผมก็อยากเห็นบ้างจัง ตอนที่ชูคุงโดนสาดชาใส่น่ะ


    ชู : ……หา?



    ทาดะโอมิ : ก็ตอนนี้ ชูคุงกำลังทำสีหน้าได้ดีสุดๆ ไปเลยนี่นา

    ต้องทำยังไงถึงจะมีสีหน้าแบบนั้นกันนะ? สิ้นหวัง? โศกเศร้า? โดดเดี่ยว?

    เรย์จิคุงว่ายังไงบ้างเหรอ? นอกจากนี้แล้วโดนอะไรอีกเหรอ? อยากให้ช่วยบอกจัง


    ชู : เรย์จิไม่ได้——


    ทาดะโอมิ : งั้นคนที่ว่าอะไรคือคุณพ่อสินะ?

    อย่างนี้นี่เอง ก็พอคุยกับคุณพ่อมาทีไร ชูคุงจะทำสีหน้าดีๆ แบบนี้เสมอเลยนี่เนอะ


    ชู : ………


    ทาดะโอมิ : สุดยอดไปเลยแฮะ คุณพ่อเนี่ย เพราะมีสายเลือดเดียวกันถึงได้ทำให้ชูคุงมีสีหน้าแบบนี้ได้จริงๆ ด้วยสินะ

    ชู : …น่ารำคาญ


    ทาดะโอมิ : หรือเพราะคุณพ่อเป็นคนมีอำนาจกันนะ? ขอแค่มีอำนาจก็จะได้เห็นสีหน้าต่างๆ ของคนหลายๆ คน——


    ชู : ก็บอกว่าน่ารำคาญไง!!


    ปัง! (เสียงปิดประตู)


    ทาดะโอมิ : ชูคุง? ข้างนอกฝนเริ่มตกแล้วนะ? อา…ไปซะแล้วเหรอ

    …แต่ทำสีหน้าได้ดีสุดๆ จริงๆ นั่นแหละ เพิ่งเคยเห็นชูคุงทำหน้าแบบนั้นเลย



    อยากเห็น…อีกจัง


    ตอนที่ 4 : ท่ามกลางสายฝน


    [ณ ย่านการค้า]


    วาตารุ : จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาเลยแฮะ…ค่อยยังชั่วที่พกร่มมาด้วย

    เอ๊ะ…? ที่อยู่ตรงนั้นนี่…


    ชู : …ว่า—ไง สวัสดี


    วาตารุ : อุจิกาวะ…คุง…?


    ชู : ไม่ได้เจอกันนานเลยนะพี่ชาย ตั้งแต่วันจัดเฟสเลยใช่ไหมนะ?


    วาตารุ : ทำไมมาอยู่กลางฝนแบบนี้ล่ะ… ไปหาที่หลบฝนก่อนเถอะ เดี๋ยวตัวจะเปียกเอา——


    ชู : ไม่เป็นไรหรอก อยู่นี่แหละ ยังไงก็เปียกมาอยู่แล้วนี่นะ

    …แล้วก็นะ ถึงอะไรจะโดนเผา แต่ถ้าอยู่กลางฝนแบบนี้ไฟก็จะมอดไปนี่ ไม่ดีเหรอ?



    วาตารุ : …มีธุระอะไรกับผม?


    ชู : อืม— ก็ไม่ถึงขั้นมีธุระอะไรน่ะนะ…

    แค่นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้คุยกับเจ้าของสมุดโน้ตที่โดนเผาไปแบบดีๆ เลย


    วาตารุ : ………!


    ชู : ตอนเฟสก็ไม่ค่อยได้คุยกันนี่? เลยว่าจะมาถามความรู้สึกพี่ชายสักหน่อย


    วาตารุ : …มาถึงนี่เพื่อมาถามเรื่องแบบนั้นเลยน่ะนะ?


    ชู : อะฮะ เรียกว่า “เรื่องแบบนั้น” นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ? นั่นมันสมุดโน้ตเล่มสำคัญเลยไม่ใช่เหรอ?

    แล้วสมุดเล่มนั้นก็มาโดนเผาไปเลยนะ? แถมยังเป็นแค่การกลั่นแกล้งที่เด็กม.ต้นอวดดีแบบนี้นึกขึ้นมาได้เฉยๆ?

    มันต้องมีสิน่า? อะไรที่อยากพูด อะไรที่อยากทำกับผม… ต้องมีสิ่งที่อยากว่าผมสิ!? ใช่ไหมล่ะ!?



    วาตารุ : ………ไม่มีหรอก


    ชู : …ฮะ?


    วาตารุ : ไม่มีทั้งสิ่งที่อยากพูดหรือสิ่งที่อยากทำกับเธอทั้งนั้นแหละ


    ชู : …ไม่มีทาง! โดนเผาเลยนะ? โดนเหยียบย่ำเลยนะ?

    โกรธเลยสิ…ว่าผมเลยสิ…! ก็ผมน่ะ มาที่นี่เพื่อโดนแบบนั้นนี่นา!?



    วาตารุ : โกรธน่ะโกรธไปแล้ว…ไม่สิ มีคนโกรธแทนไปแล้วต่างหาก ยูกับ Argonavis ทุกคนช่วยโกรธแทนผมยิ่งกว่าผมโกรธเองซะอีก

    เพราะฉะนั้นผมไม่ติดใจอะไรแล้ว แต่ผมก็ไม่คนยิ่งใหญ่อะไรถึงจะสามารถพูดได้ว่า ยกโทษให้——

    แต่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ติดใจอะไรกับสิ่งที่เธอทำ


    ชู : ……อะไรกัน


    วาตารุ : เรื่องที่พวกเธอไม่เข้าร่วมเฟสครั้งต่อไปผมรู้สึกเสียดาย เพราะอยากเข้าร่วมโดยมีครบทุกวง

    แล้วผม…ก็ไม่ได้เกลียดเพลงที่เธอแต่ง ไม่ได้เกลียดเนื้อเพลงที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความเหงาท่ามกลางเจตนาร้ายนั่น

    เพราะฉะนั้นเลยอยากฟังที่เฟสอีกแท้ๆ


    ชู : ………


    วาตารุ : ……จะไปแล้วเหรอ?


    ชู : พอแล้วล่ะ…จะนาย…หรือใคร…ก็ไม่เห็นผมอยู่ในสายตาเลย…


    วาตารุ : เอาร่มไปสิ ผมวิ่งไปแค่นี้ก็ถึงบ้านแล้วล่ะ



    ชู : ไม่ต้องการหรอก ป่านนี้แล้ว…


    —————————————


    ชู : ไม่มีใคร…มองมาที่ผมเลย…

    ทั้งเจ้าสมุดโน้ตนั่น ทั้งเรย์จิ ทาดะโอมิ…ทั้งป๊ะป๋า

    ที่ผ่านมาตลอด…ผมทำอะไรอยู่กันนะ? แล้วอยากทำอะไรกัน?


    ที่แกล้งคนอื่นมามากมายนี่เพื่ออะไรกัน… แต่งเพลงมาตลอด ร้องเพลงมาตลอดเพื่ออะไรกัน?

    สุดท้าย ผมก็ไม่มีอะไรอยู่เลย——


    —————————————



    เร็น : แต่ผมอยากฟังนะ ผมอยากฟัง! อยากฟังเพลงของ εpsilonΦ…ฟังเธอร้องเพลง…มากกว่านี้อีก!


    —————————————


    ชู : ………ทำไมล่ะ?

    ทำไมถึงได้นึกหน้าหมอนั่น…ขึ้นมากัน


    ตอนที่ 5 : ปลายทางที่จิตใจพร้อมสู้มุ่งไป


    [ณ สตูดิโอซ้อม]


    เคนตะ : ………โอเคล่ะ


    มิยูกิ : เมื่อกี้…ดีสุดๆ ไปเลยมะ?


    เรียว : อื้ม ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว



    นายูตะ : ………


    เรออน : อะไรเล่านายูตะ? เพลงเมื่อกี้ดูยังไงก็ไม่มีอะไรให้บ่นไม่ใช่เหรอ?


    นายูตะ : …พักได้


    ปัง (เสียงปิดประตู)


    มิยูกิ : …มาแปลกแฮะ ไม่บ่นอะไรแบบนี้ แบบนั้นเรียกว่าอารมณ์ดีได้ไหมนะ?


    เรียว : ช่วงนี้เป็นแบบนั้นตลอดเลย ถึงจะไม่บ่นอะไรแต่ก็ดูยังไม่พอใจ


    เคนตะ : หมอนั่นเองก็คงมีความรู้สึกในแบบของหมอนั่นต่อเรื่องที่ εpsilonΦ จะไม่เข้าร่วมเฟสน่ะ


    เรออน : หมอนั่นน่ะนะ? หมอนั่นไม่ใช่คนแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?


    มิยูกิ : นายูตะน่ะไม่ใช่คนที่จะมาอะไรกับคนที่ลงจากสนามรบด้วยตัวเองด้วยสิ


    เรียว : ไม่รู้จะเอาไปลงที่ไหนหรือเปล่านะ?



    มิยูกิ : เอ่อ~ …หมายความว่าไงนะ?


    เรียว : อืม~…เหมือนไม่รู้จะเอาความโกรธไปลงที่ไหนอะไรแบบนี้…


    เรออน : แต่…เรื่องร้องเพลงก็ดูสเตเบิลดี หรือจะเรียกว่าเล่นให้เข้าขากันได้ง่ายกว่าปกติด้วยซ้ำนะ


    เรียว : ก็ใช่อยู่หรอก…แต่ดูไม่สมกับเป็นนายูตะเลยนี่สิ ปกติแล้วนายูตะจะเหมือนกับดาวฤกษ์ที่ไฟลุกโชนกว่านี้แท้ๆ


    เคนตะ : …เข้าใจที่เรียวอยากบอกนะ ก็จริงอยู่ที่เมื่อกี้ออกมาดี——

    แต่ก็ดีไม่เกินร้อย


    มิยูกิ : อ๊า— …พอเข้าใจอยู่ นายูตะช่วงนี้ดูไม่พอสินะ


    เรียว : อะไรกันนะที่ไม่พอ?



    มิยูกิ : อืม~ …ถ้าจะให้พูดก็ “จิตใจพร้อมสู้” ล่ะมั้ง?


    —————————————


    นายูตะ : บ้าเอ๊ย…


    ??? : เอ๊ะ? นายูตะ…คุง?


    นายูตะ : …หา?


    เร็น : วันนี้ไจโรเองก็ซ้อมที่นี่สินะ


    นายูตะ : นานะโฮชิ…


    เร็น : คือว่า…ขอนั่งข้างๆ ได้ไหมนะ? พอดีตอนนี้กำลังพักกันอยู่น่ะ


    นายูตะ : ถ้าอยากนั่งก็นั่งซะ ไม่ต้องมาขออนุญาตอยู่ได้ทุกครั้ง


    เร็น : ฮะๆ…ขอบคุณนะ


    นายูตะ : ………



    เร็น : ………คือว่านะ


    นายูตะ : …หา?


    เร็น : วันนี้ ผมทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร…แล้วก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่มีสมาธิอยู่กับการร้องเพลง

    ก็เลยโดนทุกคนบอกให้ไปพักสักหน่อยก่อน…


    นายูตะ : …ถ้าจะมาบ่นล่ะก็ไม่อยู่ฟังหรอกนะ


    เร็น : ขอโทษนะ…แต่ผมเองก็รู้สาเหตุนั่นแหละ

    เรื่องที่ εpsilonΦ จะไม่เข้าร่วมมันติดอยู่ในหัวมาตลอด…


    นายูตะ : ………


    เร็น : ถึงจะได้คำอธิบายมาว่า “เป็นการตัดสินใจของทางผู้จัด” แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังยอมรับไม่ได้อยู่ดี

    แบบนั้นน่ะ ผม—



    นายูตะ : แล้วแกอยากทำยังไงล่ะ?


    เร็น : …เอ๊ะ?


    นายูตะ : จะยอมทำตามโดยที่ไม่ยอมรับรึไง? เป็นแบบนั้น…แล้วจะสามารถร้องเพลงเต็มที่ได้รึไง

    …ทำตัวเป็นผู้ใหญ่คงไม่ใช่นิสัยแกหรอก แต่ที่แกอยากทำคืออะไรกันแน่ล่ะ?


    เร็น : ผม——


    นายูตะ : …พูดออกมาให้ชัดๆ


    เร็น : ผมอยากสู้กับชูคุง…



    สู้กับ εpsilonΦ



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in