หัวใจวายBUNBOOKISH
01: who are we, who you are


  • ก่อนจะมาถึงวันนี้ ชีวิตเราเคยถูกรายล้อมไปด้วยข้อมูล และเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชายรักชาย เพื่อทำสิ่งที่จะเปลี่ยนสถานะของเราจากนักศึกษาให้กลายเป็นบัณฑิตอย่างสมบูรณ์ (พูดง่ายๆ ก็คือกำลังศึกษาข้อมูลและประวัติศาสตร์ชายรักชาย เพื่อทำโปรเจ็กต์สำหรับเรียนจบนั่นแหละ)

    จากการหาข้อมูล รวบรวมหลักฐาน ศึกษาข้อเท็จจริง ตั้งคำถาม หาคำตอบ เรียนรู้ความเป็นมา การมีอยู่ รวมถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์แบบชายรักชาย โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในสังคมไทย สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้จักโลกอีกหลายใบที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน 

    โลกของสาววายคือหนึ่งในนั้น

    เพราะการมีอยู่ของสาววายมักผูกโยงอยู่กับความรักระหว่างชายรักชาย จนอาจเรียกได้ว่า ที่ใดมีชายรักชาย ที่นั่นก็มีสาววายเช่นเดียวกัน

    หากจับตามองสังคมไทยช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เป็นไปได้หรือไม่ว่า การเปิดรับความหลากหลายทางเพศนั้น ดำเนินมาพร้อมการเติบโตของสาววาย และใช่หรือไม่ว่า การมีอยู่และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของสาววาย ก็มีส่วนทำให้สังคมเปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น

    ทว่า ขณะที่ภาพรวมของมุมมองที่สังคมไทยมีต่อคนรักเพศเดียวกันมีแนวโน้มดีขึ้น สาววายก็ยังคงเป็นกลุ่มคนที่ได้รับความเคลือบแคลงสงสัย และไม่เข้าใจจากสังคมเช่นเดิม
  • ตัวอย่างความไม่เข้าใจการมีอยู่ของสาววายปรากฏอยู่ทั่วไปในกระทู้พันทิป ดินแดนออนไลน์ที่อยู่คู่ ‘ชาวเน็ต’ ไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากเป็นพื้นที่ร้องทุกข์ สร้างดราม่า โปรโมตสินค้า พาเที่ยวรอบโลก ไปจนถึงรีวิวอาชีพในฝัน พันทิปยังเป็นแหล่งรวบรวมคำตอบของหลายความสงสัย (และมีหลายระดับความน่าเชื่อถือ) เรื่องใดได้เป็นกระทู้แนะนำ ก็มีสิทธิ์จะกลายเป็นประเด็นในวงสนทนาของวันถัดไป

    พันทิปมีอิทธิพลต่อความสนใจของคนในสังคมขนาดนั้น

    สาววายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับการตั้งกระทู้ถามในพันทิปมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อลองค้นดู จะพบกระทู้ถามหรือพูดคุยเกี่ยวกับพวกเธอจำนวนมาก ไล่มาตั้งแต่คำถามเบสิก

    เช่น

    ‘สาววายคืออะไร มีกี่ประเภท’
    ‘สาววายมีมานานหรือยัง’
    ‘ผมไม่เข้าใจว่าอะไรคือสาววาย’
    ‘ขอคำอธิบายและพฤติกรรมของสาววายค่ะ’
    ‘ทำไมผู้หญิงหลายคนในปัจจุบันนี้ถึงเป็นสาววาย’

    หรือแม้แต่กระทู้พูดถึงซีรีส์ที่ถูกอกถูกใจสาววาย ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    ไปจนถึงกระทู้ระบายความอัดอั้นตันใจอย่าง...

    ‘มีแฟนเป็นสาววาย...ช็อกมากครับ’

    กระทู้บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้คบกับแฟนสาวมาเป็นเวลาสามปี แม้จะมีปัญหากันบ้างตามประสาคู่รัก แต่โดยรวมก็จัดว่ารักกันดีและไม่เคยมีความลับต่อกัน กระทั่งวันที่เขาแอบพบว่า ในกระเป๋าผ้าของหญิงสาวไม่ได้มีแต่หนังสือเรียนอย่างที่เขาเข้าใจ แต่กลับถูกแทนที่ด้วย ‘การ์ตูนสำหรับสาววาย’ มีหน้าปกเป็นรูปคู่ชายรักชายอย่างเด่นชัดนับสิบเล่มแถมบางเล่มยังถูกกำกับด้วยเรต R18 ซึ่งหมายถึงระดับความหวือหวาของเนื้อเรื่องที่ไม่ธรรมดา
  • “ตกใจมากจริงๆ ไม่คิดว่าแฟนจะชอบเกย์” เป็นความรู้สึกแรกที่ชายหนุ่มระบายออกมา ก่อนจะตามมาด้วยความน้อยใจที่แฟนสาวปิดบังรสนิยมความชอบด้านนี้ของตัวเองเอาไว้ เพราะเมื่อลองพูดถึงสาววาย แฟนสาวกลับตอบรับด้วยท่าทีเพิกเฉยเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว

    “รู้สึกเหมือนถูกหักหลังยังไงไม่รู้ครับ”

    ชายหนุ่มทิ้งท้ายก่อนจะขอคำปรึกษาว่าควรทำอย่างไร จะบอกแฟนดีไหมว่าเขารู้จักเธอในด้านนี้เข้าแล้ว หรือควรทำเป็นเนียนไปอย่างนั้น

    หากตั้งใจมองให้ลึกสักหน่อย กระทู้นี้อาจสะท้อนให้เราเห็นว่า ความสงสัยและคลางแคลงใจที่หลายคนมีต่อสาววายได้ดำเนินอยู่อย่างเงียบๆ หากเพียงแต่รอให้มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเกิดขึ้น แม้ทุกครั้งที่มีการตั้งคำถามจะมีคนมาพยายามอธิบายและให้คำตอบ แต่ความเข้าใจที่คนทั่วไปมีต่อสาววายก็ยังคงพร่าเบลออยู่ดี

    น่าสนใจที่หลายคำตอบในกระทู้มาจากสาววายตัวจริงเสียงจริง ซึ่งคงมากพอจะทำให้เจ้าของกระทู้มั่นใจ (มากขึ้น) ได้ว่า สาววายหรือการหลงใหลในการ์ตูนวายเป็นเพียงรสนิยมความชอบอย่างหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าสาววายจะต้องนึกรักใคร่ชายหนุ่มที่เป็นเกย์ จนลืมความรักที่มีต่อชายหนุ่มผู้เป็นแฟนแต่อย่างใด

    น่าดีใจที่เรื่องนี้แฮปปี้เอ็นดิ้งลงได้ เพราะเจ้าของกระทู้เลือกที่จะเปิดใจพูดคุยและยอมรับความเป็นสาววายเต็มขั้นของแฟนสาว จนเธอสามารถชักชวนให้เขาใช้ความสามารถทางภาษาช่วยแปลนิยายวายให้เธออ่านได้เลยทีเดียว
  • ทว่า เรื่องราวอาจจบไม่สวย หากเจ้าของกระทู้ตัดสินใจทำเช่นเดียวกับแฟนหนุ่มของสาววายในกระทู้ต่อมา

    ‘โดนแฟนบอกให้เลิกเป็นสาววายค่ะ แง T____T’ (หัวข้อกระทู้เป็นแบบนี้จริงๆ นะ)

    เรื่องราวเริ่มต้นจากสาววายคนนี้ไปดูหนังกับแฟนหนุ่มตามปกติ แต่ระหว่างที่เข้าคิวซื้อตั๋ว เธอบังเอิญเห็นชายหนุ่มสองคนมาซื้อตั๋วหนังเรื่องเดียวและรอบเดียวกันกับเธอ เรดาร์สาววายจึงทำงานรุนแรง เพราะมองปราดเดียว เธอก็รู้สึกถึงเคมีความเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับของชายหนุ่มทั้งสองเข้าอย่างจัง

    เรื่องทั้งหมดคงไม่เลยเถิด หากจินตนาการของเธอจะจบลงแค่นั้น แต่เหตุการณ์ดันประจวบเหมาะให้เธอและหนุ่มทั้งสองได้ทำความรู้จัก และพูดคุยกันถูกคอ ถึงขั้นแอดเฟรนด์เฟซบุ๊กกันในเวลาไม่กี่นาทีที่แฟนหนุ่มไม่อยู่ตรงนั้น

    บานปลายไปถึงขั้นชักชวนกันไปกินข้าวเย็นแบบสองคู่สี่คนทันทีหลังดูหนังจบ

    ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอกล้าเอ่ยปากถามสองหนุ่มถึงระดับความสัมพันธ์ว่าทั้งคู่คบกันในฐานะแฟนใช่หรือไม่

    ก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำให้เธอแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความภาคภูมิใจในเรดาร์สาววายของตัวเอง
  • แต่… ไคลแม็กซ์ของเรื่องราวทั้งหมดอยู่ตรงที่ หลังแยกจากเพื่อนใหม่ แฟนหนุ่มของเธอก็ขอร้องอย่างจริงจังว่า

    “เลิกเป็นสาววายเถอะครับ”

    คล้ายการยื่นคำขาด เกิดเป็นคำถามกองโตในหัวใจเธอขึ้นมาทันที ว่าเธอทำอะไรผิด หรือเป็นเพราะแสดงออกมากเกินไป แล้วเธอควรทำอย่างไรดี

    แต่ในบางคำตอบกลับเป็นคำถาม เพราะยังมีหลายคนไม่รู้จักคำว่าสาววายมาก่อน ในขณะที่อีกหลายคนเข้าอกเข้าใจ แต่ก็ขอแนะนำให้เธอ ‘เก็บอาการ’ ต่อหน้าคนอื่นมากกว่านี้ 

    แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ความรักของสาววายลงเอยได้ด้วยดี เพราะสุดท้ายเจ้าของกระทู้ก็ไม่ต้องเลิกเป็นสาววาย แถมยังไม่ต้องเลิกกับแฟนหนุ่ม เพราะฝ่ายชายเปิดใจที่จะเรียนรู้ความชอบของเธอ ด้วยการลองอ่านนิยายและการ์ตูนวายในตำนานด้วยตัวเอง ไปๆ มาๆ เลยกลายเป็นกระทู้ที่ชวนให้อิจฉาในความรักของทั้งสองในที่สุด

    ในทางกลับกัน ความใจกว้างและเปิดใจลองอ่านการ์ตูนวายของแฟนหนุ่มนั้น ก็นำมาซึ่งความเป็นห่วงเป็นใย หลายความเห็นกังวลว่าฝ่ายชายอาจจะติดใจจนเบี่ยงเบนเสียเอง หรืออ่านไปอ่านมา จากแฟนหนุ่มกลายเป็นเพื่อนสาวขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร

    ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ยอมรับแต่โดยดีว่า “รับไม่ได้อย่างแน่นอน”
  • นำมาซึ่งคำถามในใจเราเหลือเกินว่า ในเมื่อฝ่ายชายรับรู้และยอมรับความเป็นสาววายของเธอได้แล้ว ทำไมกลายเป็นเธอที่ไม่ต้องการให้เขาก้าวเข้ามาในโลกใบนี้มากเกินไป

    หรือสิ่งนี้จะช่วยยืนยันได้ว่า แม้สาววายจะยินดีปรีดากับความรักระหว่างเพศเดียวกันมากแค่ไหน แต่หากแฟนหนุ่มของตัวเองเกิดสนใจความสัมพันธ์แบบชายรักชายขึ้นมา ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สาววายไม่สบายใจอยู่ดี

    จากกระทู้เพียงเท่านี้ คงไม่อาจอธิบายกรอบความคิดของสาววายได้ทั้งหมด ทว่าเป็นเพราะเราไม่ค่อยมีโอกาสได้รับฟังทัศนคติที่แท้จริงของสาววาย เพราะว่าพวกเธอนิยมรวมตัวกันตามเว็บบอร์ดเฉพาะทาง หรือ ‘กลุ่มปิด’ ในเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจและเข้าใจกันเองในวงแคบ

    เรื่องราวของสาววายจึงมักถูกสายตาของคนภายนอกสรุปให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกับพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศหรือลุกลามไปถึงการมองว่าสาววายถือเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่งเลยก็มี

    ในขณะที่โลกของสาววายไม่ได้เรียกร้องความเข้าใจและไม่ได้เชื้อเชิญให้ใครเข้ามา แต่ก็ไม่ปิดกั้น หากจะมีใครเดินเข้าไปเพื่อทำความรู้จักและรับฟังพวกเธอด้วยความเข้าใจ
  • หลายบรรทัดต่อจากนี้ เป็นข้อสังเกตซึ่งรวบรวมมาจากการสังเกตเพื่อนๆ สาววาย (รวมถึงความวายในตัวผู้เขียนเอง)

    อาจเรียกว่าเป็นการ ‘เกริ่น’ ก่อนที่จะพาไปทำความรู้จักกับสาววายอย่างลึกซึ้งในบทถัดๆ ไปก็ไม่ผิดนัก

    ข้อสังเกตแรกคือ รสนิยมในการอ่านการ์ตูนหรือนิยายไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้รสนิยมทางเพศเสมอไป สาววายอาจรักที่จะจินตนาการให้ตัวละครชายสองคนรักกัน แต่ในชีวิตจริงเธออาจจะรักอยู่กับผู้หญิงด้วยกันหรือมีแฟนเป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งก็ย่อมได้

    ข้อสังเกตที่สองคือ สาววายมีหลายกลุ่มหลากรสนิยม บางกลุ่มก็ชื่นชอบการจับคู่ระหว่างผู้ชายที่มีตัวตนจริงๆ (เรียกกันว่า สาววายสาย 3D) บางกลุ่มก็ชื่นชอบแค่หนุ่มในนิยาย การ์ตูน เกม หรือการจับคู่ตัวละครในภาพยนตร์ฮอลลีวูด (เรียกกันว่า สาววายสาย 2D) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เกณฑ์สำคัญในการเลือกจับคู่ของสาววายก็คือหน้าตาและบุคลิกภาพที่สมน้ำสมเนื้อ
    ควรค่ากับจินตนาการของพวกเธอ

    ดังนั้นหากชายหนุ่มคนไหนเคยโดนสาววายจับไปจิ้นแล้วล่ะก็... ทางเราขอแสดงความยินดีให้กับตา หู จมูก ปาก คอ ไปจนถึงกระดูกซี่โครงชิ้นสุดท้าย เพราะมันแสดงว่าคุณหล่อน่ารัก ดูดี มีเสน่ห์ชวนให้ ‘ก๊าว’ (สาววายเขาหมายความว่าถูกใจ เร้าใจ เห็นแล้วกรี๊ดบวกว้าว อะไรอย่างนั้น) จึงไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยสักนิด
  • ข้อสังเกตที่สามอันน่าภาคภูมิใจคือ เมื่อก้าวเข้าสู่การเป็นสาววายเต็มขั้น พวกเธอจะมี ‘พลังแฝง’ และพลังแฝงนี้เองที่ทำให้สาววายสามารถทำอะไรได้สารพัด ไม่ว่าจะหัดเขียนฟิกชั่น หัดวาดการ์ตูน ฝึกทำกราฟิก พยายามตัดต่อวิดีโอ เรียนภาษาที่สาม สี่ ห้า ขึ้นชื่อว่าสาววายแล้ว พวกเธอมักจะทำอะไรได้เกินความคาดหมายเพื่อผลลัพธ์คือความฟินอยู่เสมอ

    พลังแฝงนี้เองทำให้สาววายหลายคนอัปสกิลจากผู้เสพหรือผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิตผลงานเสียเอง ซึ่งบางคนทำได้ดีจนสามารถยึดเป็นอาชีพไปเลยก็มี

    ข้อสังเกตต่อมาคือ แม้ว่าเรดาร์ของพวกเธอจะทำงานได้ดีต่อกลุ่มเป้าหมาย แต่กลับไม่สามารถนำมาใช้แยกสาววายด้วยกันออกจากคนอื่นๆ ได้ เพราะสาววายส่วนใหญ่นั้นมักจะแสดงตัวเมื่ออยู่ในสังคมของตัวเองเท่านั้น

    และข้อสังเกตสุดท้ายก็คือ เหตุผลที่สาววายเลือกที่จะไม่แสดงออก หรือปฏิเสธการเป็นสาววายกับคนภายนอก คงเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะรสนิยมของพวกเธอมักถูกแปะป้ายและขีดเส้นใต้หนาทึบไว้ที่คำว่า ‘ผิดปกติ’

    และเพื่อไม่ให้เรื่องราวของสาววายเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตหรือข้อสันนิษฐานจากสายตาของคนอื่นคนไกล เราจึงขอเดินเข้าไปในโลกของพวกเธอเพื่อทำความรู้จักหัวใจสาววายดูสักครั้ง...
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in