a <—> b.sweetsingularity
2. flustered
  • ผมมองหน้าบาริสต้าหนุ่มงงๆ 


    หากหนุ่มแว่นยังพูดซ้ำคำเดิม “จ่ายเงินแล้วฮะ อเมริกาโน่ของพี่”



    ผมรับแก้วกระดาษมา อีกมือยัดกระเป๋าตังค์เก็บ “เธอแน่ใจนะ– เอิ่ม–” เหลือบตาไปอ่านป้ายชื่อเจ้าหนุ่ม “–ฟินน์.”



    บาริสต้าร่างโปร่งพยักหน้า แสงแดดกระทบตาเขียวอ่อนเป็นประกาย เขาเม้มปากนิดๆ เหมือนจะเร่งให้ผมไปได้แล้ว แต่ออมคำไว้ ดูท่ายังไม่กล้าไล่ลูกค้า



    ผมค่อยๆหมุนแก้วดู ข้างๆโลโก้ร้านมีข้อความสั้นๆ: “a <–> b.“ ตามด้วยหัวใจผอมลีบ เขียนด้วยมาร์คเกอร์ดำเส้นบาง (ฝีมือวาดของฟินน์แน่ๆ) 



    จิบกาแฟชิมก็อร่อยเหมือนเดิม …เพราะงี้ผมถึงมาซื้อกาแฟร้านหัวมุมมหาลัยประจำ รสไม่เคยเปลี่ยน 



    แต่ใครซื้อกาแฟให้ผมนะ



    ——–



    จู่ๆ แจ็คก็สะกิดผม 



    "นาย น้องคนนั้นแอบมองมึงอ่ะ”



    ผมเงยหน้าจากมือถือ มองรอบๆห้องเรียนที่มีแต่เด็กปีสองราวยี่สิบคนนั่งทำการบ้านแคลคูลัสงกๆ พอดีอาจารย์วานให้ผมกับแจ็คมานั่งคุมน้องๆภาคบ่าย ผมเลยเชกทวิตเตอร์ฆ่าเวลา



    “คนไหน” ผมถาม นิ้วกำลังไถหน้าจอเพลินๆ (โลกจะแตกเพราะเกาหลีเหนือเข้าสักวัน– ตอนนี้จะทำอะไรก็ต้องทำ จะถามอะไรก็ต้องถาม ลืมอไนรินคนที่คิดลังเลตอนปีหนึ่งไปได้เลย) “ปกติก็มีคนแอบมองอยู่แล้วนี่–”



    แจ็คค้อนผมเข้าให้



    “จ้าา พ่อเดือนคณะ” แล้วชี้ไปที่เด็กหนุ่มผมดำสั้นริมหน้าต่าง นั่งข้างๆเพื่อนผมสีน้ำตาลยาวประบ่า “โน่น. ไม่น่ารักกูไม่เรียกมึงหรอก… ดู!”



    มองไกลๆน้องคนนั้นดูตัวเล็ก ผอมสูง แต่ร่างดูมีมัดกล้าม หน้าตาจิ้มลิ้ม แววตาสีฟ้าชั้นเดียวคู่นั้นเหมือนจะมีประกายอยู่ตลอดเวลา



    ผมละสายตาจากน้องมาหาแจ็ค



    “เด็กที่ไหนเนี่ย–” ผมบ่นพึมพำ วางมือถือลงบนตัก “น่ารักว่ะ”



    แจ็คยิ้มเผล่ กำรายชื่อเด็กในห้องอย่างผู้ชนะ “เห็นมะ กูมองสเปกมึงผิดที่ไหน”



    ผมหัวเราะ คว้ากระดาษรายชื่อมาจากแจ็ค “เออๆ ก็เป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้ว… น้องเค้าชื่อไร”



    แจ็คเอามือทาบอกตัวเอง สีหน้าจริงจังจนผมยิ้มตาม 



    “เดี๋ยวพี่แจ็คจัดให้!”



    ———



    อากาศ– ออกซิเจนหายไปไหนหมดนะ หายใจแทบไม่ทันเลย พระเจ้า.



    “มึงคิดไงชวนกูมาชกมวยอะแจ็ค” ผมนั่งหอบอยู่ที่ม้านั่งยาวข้างโรงยิม ในห้องใหญ่มีคนซ้อมมวยอยู่สองสามคู่ เสียงนวมกระทบกันตุ๊บตับ สลับกับเสียงหายใจหอบแรงอื้ออึงไปหมด อากาศคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อ 



    ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบออกกำลังกายอะไรนะ แค่แปลกใจเท่านั้น



    เพื่อนสนิทผมยักไหล่ ปรายตาไปตรงประตูยิม ที่เด็กหนุ่มคนนึงกำลังเดินเข้ามากับโค้ชพอดี



    “ก็….คิดจะให้มึงขอบคุณกูไง” แจ็คเอ่ยน้ำเสียงเยาะๆ พลางนั่งลงข้างผม 



    พอเห็นชัดๆว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร ผมถึงกับอ้าปากค้าง



    “แจ็ค–”



    ผมดึงหน้าเสื้อกล้ามมันแรงๆ



    “นั่นมัน–”



    น้อง–เอ่อ– อาตี๋ผมดำจากห้องแคลคูลัสปีสอง! เด็กตาฟ้าซนๆขึ้เล่นนั่น! แต่เด็กหนุ่มถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นกล้ามท้องฟิตเฟริ์ม ที่หายไปใต้เสื้อกล้ามสีน้ำเงินเข้มเร็วพอๆกับปรากฏล่อตา วันนี้น้องสวมกางเกงขาสั้นสีดำ (ไม่)จงใจโชว์ขาเรียวขาวคู่นั้น กระโดดไปมา ขณะตั้งหมัด รุกรับอย่างชำนาญ



    “น้องแม่ง–”



    แล้วผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองสบถอะไรออกมาอีกเท่าไร ตอนมองน้องซ้อมเพลิน สายตาเจาะจงที่ร่างน้องเหมือนเป็นคู่มวยคู่เดียวในยิมกว้าง จนลืม ลืมว่ามีซ้อมละครเพลงอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ลืม ว่าเวลาที่มหาลัยก็ใกล้หมดลงทุกที ลืม ที่สัญญากับหัวใจตัวเองว่าไม่อยากเริ่มต้นกับใครใหม่ตอนนี้



    เสียงหัวเราะคิกๆแหลมบาดหูดังขึ้นมาข้างผม เท่าที่รู้จักกันมา ข้อเสียอย่างนึงของไอ้แจ็คคือมันหัวเราะพิลึกชิบ



    คนผมบลอนด์เอนตัวมาพิงไหล่ผม หลิ่วตาให้ แล้วยิ้มหวาน ทั้งที่ตัวเองก็สูงกว่าแท้ๆ



    “อยากรู้จักน้องเค้าละสิ–”



    ผมกลืนน้ำลาย.



    ภาพในหัวไหลเข้ามาเป็นฉากๆ เร็วเกินจะหยุดได้ 



    รู้ใช่มั้ยว่าในพื้นที่กว้างๆของยิมเสียงมันก้องแค่ไหน

    รู้ใช่มั้ยว่าเสียงหอบฮึดฮัด หายใจแรง ของน้อง–ที่ไอ้แจ็คไม่ยอมบอกชื่อผมซะที–ทำให้ความคิดผมปั่นป่วน



    เห็นน้องใกล้ๆละคิดดีไม่ได้เลย…



    ———



    “เดี๋ยว พี่นาย มีน้องฝากของมาให้แน่ะ”



    ผมชะงักที่ประตู​ มือกระชับสายกระเป๋าสะพายให้แน่นขึ้น หันมองรุ่นน้องปีสามผมบลอนด์อ่อน



    “ละครยังไม่แสดงเลย” ผมว่า กวาดตารอบห้องซ้อมหลังเวที นี่ก็ว่าผมออกคนสุดท้ายแล้วนะ “แน่ใจเหรอทอม”



    ผมน่ะชินแล้วกับพวกของฝาก ตุ๊กตา ขนม ดอกไม้ จากน้องๆ ทุกครั้งที่แสดงละครเพลงประจำปีของคณะประสานเสียง ส่วนใหญ่คนมักจะฝากของมาหลังการแสดงแต่ละรอบ นี่เล่นเอาอาทิตย์ก่อนแสดงเชียว



    ทอมพยักหน้าหงึกๆ ต่างหูข้างขวาสีเงินวาวจับตา “แน่สิฮะะ” หนุ่มร่างเล็กเดินไปหยิบกล่องทัปเปอร์แวร์​ (tupperware) สี่เหลี่ยมจตุรัสมายื่นให้ บนฝากล่องมี​โพสอิทสีชมพูติดอยู่ “จ่าหน้าถึงพี่ซะขนาดนี้”



    หนุ่มเจ้าของบทฮานเชินยืนยิ้มล้อๆอยู่หน้าผม “มีคนเป็นห่วงยังงี้…” ทอมลากเสียง คล้ายจะกักกล่องเล็กนั่นเป็นเชลย เรียกความเขินผมแทนค่าไถ่ “ระวังเบาหวานขึ้นนะฮะ!”



    ผมส่ายหน้ารัว ไม่ยอมสบตาทอม 



    รู้สึกอุ่นๆในอกอย่างประหลาด



    โกหก! เสียงดังขึ้นในหัวผม ไหนปากเก่งว่าชินของฝากจากแฟนคลับไง แค่ขนมกล่องเดียว… ทำมาเป็นเด็กปีหนึ่งฝึกรักคน 



    “มะ—ไม่หรอก” ผมโบกมือไล่น้อง จู่ๆก็ปากแห้งขึ้นมาซะงั้น “เราเองก็กลับบ้านเถอะ ไป! สี่ทุ่มแล้วนะ เดี๋ยวทิวป์ (tube) ปิด"



    ทอมหัวเราะ คว้าโค้ทยาวสีทรายขึ้นมาสวม ตามด้วยหมวก newsboy และผ้าพันคอ “ปิดตั้งเที่ยงคืนนู่น” ปากบางยังไม่หยุดแกล้งผม “ว่าจะอยู่คุยกะพี่—“ ทอมก้าวนำผมออกประตูไป แต่ไม่ลืมทิ้งระเบิดด้วยประโยคสุดท้าย “–แต่พี่คงมีคนคุยด้วยละเนอะ”



    เด็กบ้า.



    จะให้ผมหยุดหายใจมั่งก็ไม่มี



    หัวเริ่มหมุนอีกทีพอตาไล่ลงมาอ่านข้อความบนโพสอิทสีชมพู



    ให้พี่อนาย–

    ซ้อมเลิกดึกๆ อย่าลืมพักบ้างนะฮะ เมลคิออลของผม.

    b.

    ป.ล. ได้ยินมาว่าพี่ชอบเค้กกล้วยหอม นี่ผมอบเองเลย ทานให้อร่อยนะฮะ <3 




    ‘b’ เขียนด้วยปากกาเจลสีน้ำเงิน ลายมือหวัดๆ ตัวหนังสือพันกันสวย เปิดกล่องก็เห็นมัฟฟินกล้วยหอมไวท์ชอคสี่ก้อน ห่อกระดาษอย่างดี



    แทบจะหลุดยิ้มกับความตั้งใจของน้อง



    จนสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวไม่ยอมมาให้ด้วยตัวเอง



    เมลคิออลของผม น้อง b นี่ทำการบ้านมาเกินไปแล้ว … แต่ใครๆก็รู้นี่ว่าผมรับเล่นเป็นพระเอกละคร spring awakening

    เมลคิออลของผม แก้มรู้สึกอุ่นๆเมื่อคิดตามเล่นๆว่าผมเป็นพระเอกของใครบางคน–ที่ลงทุนทำขนมโปรดให้ขนาดนี้



    น้อง b อาจจะเป็น b คนที่ซื้อกาแฟให้เมื่อเช้าก็เป็นได้.



    ————



    ไอ้แจ็คกำลังยืนคุยอยู่กับน้องผมสีน้ำตาลเพื่อนอาตี๋คนนั้น



    แย่แล้ว คือความคิดแรกที่แวบเข้ามาให้หัวผม ตอนเดินเข้ามาเจอทั้งสอง ทำไงดีวะ



    “เคนะๆ แน่ใจ? อืมๆ” ผมได้ยินแจ็คพูดตกลง แล้วจับมือกับน้องก่อนอีกฝ่ายจะเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องเรียนไป เด็กหนุ่มหยุดหันมามองผมนิดๆ ชูนิ้วโป้งสองนิ้ว แล้วขยิบตาให้ 



    ผมยืนนิ่งหน้าเพื่อนสนิท “มึงทำไรวะ”



    แจ็คยักไหล่ “ก็ถามไรจากวงในนิดหน่อย” แล้วตบบ่าผมปุๆ ลดเสียงต่ำลงชนิดชวนสงสัย “มึงอยากเจอน้องเค้ามั้ยละ–“



    ผมกระพริบตา เลียปากตัวเอง พูดไม่ออกทั้งๆที่รู้คำตอบตั้งแต่ต้นประโยคคำถาม “น้องไหน”



    แจ็คผลักผมจนเซไปข้าง “แหม่ ทำมาพูด!” สำเนียงสก๊อตของมันแสบหูเหลือเกินตอนนี้ “ก็อาตี๋ตาฟ้านักมวยของมึงอ่ะ! มันชื่อแบร์​รี่!”



    แบร์รี่ แบร์​ บี แบร์รี่ 

    ……

    อยากจะตะโกนดังๆ



    นี่ผมตามคำใบ้น้องช้าไปใช่มั้ย….



    แจ็ครีบเข้ามาประชิดตัว โอบไหล่ผม 



    “ไม่ต้องเงียบเลยนาย กูรู้ มึงกำลังคิดถึงน้อง… ละเลี่ยงไม่ตอบกู”



    ผมคงหน้าแดงจริงๆละตอนนี้ โดนคนรู้จักกันดีอ่านผมออกหมด



    “ฟังนะ— มึงรู้จักผับ s– มั้ย….”

    ——————————————-

    notes:

    (เสียงสูง) พี่อน๊ายยยยย
    ตอนหน้าพี่จะแสดงแล้ว ติดตามใน "ตุ๊กตาหมี” นะคะ <3

    บทสนทนาที่บาร์นั่นต้องมีโผล่มาสักตอนละ … เมื่อถึงเวลาที่ใช่ :)

    ปล1. ชอบที่ฟินน์เคยเป็นบาริสต้าจริงๆเลย > < เธอต้องชงกาแฟอร่อยแน่ :3

    ปล2. เราปลื้มมากพอรู้ว่าพี่อนายเคยเป็นพระเอก spring awakening แล้วได้รางวัล olivier ด้วย ตอนอายุ 23 เอง ละครนี้เรื่องโปรดของเราเรื่องนึง พวกธีมต่างๆ เพลง และตัวละครนี่โดนเหลือเกิน 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in