ในโลกที่ไม่ได้เป็นของเราSALMONBOOKS
01: จะว่าอย่างไร ถ้าเรามาอยู่ที่นี่ชั่วชีวิต

  • เฮ้, ที่รัก

    ผมอยากเล่าให้คุณฟังถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เป็นเมืองที่อยู่บนเกาะ

    ปกติแล้วผมไม่ชอบเกาะ ผมมักรู้สึกว่า เกาะเป็นสถานที่อันห่างไกล การไปอยู่บนเกาะ แปลว่าเรากำลังจะตัดขาดจากผู้คน ไม่ได้เห็นสายลมของเมืองใหญ่ หรือสูดกลิ่นของถนนหนทางอันซับซ้อนในเมืองเหล่านั้นอีก

    แต่ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น

    คุณจะว่าอย่างไร—ถ้าเราจะมาอยู่ที่นี่ไปจนชั่วชีวิต

    เราจะทำอะไรหรือ ไม่รู้สิ ที่นี่อาจเป็นเกาะ แต่ที่นี่ไม่เหมือนเกาะอื่นใดในโลก เพราะใครๆ ก็เดินทางมาหาเราที่นี่ได้ ผมหมายถึงคนจากทั่วโลกน่ะนะ พวกเขามาสูดอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำที่สุด (แปลกนะ—ที่ที่นี่มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ผมหมายความว่า มันเป็นเกาะ และอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันกว้างใหญ่ ทำไมความชื้นถึงต่ำได้) พวกเขามานั่งดูทะเล มาร่วมรัก มาว่ายน้ำสีน้ำเงินเข้มที่อาจกลายเป็นฟ้าเทอร์คอยส์ได้ถ้าท้องฟ้าเป็นใจ มาปาร์ตี้จนถึงเช้า และล่วงเลยไปถึงเช้าของอีกวันโดยไม่หลับไม่นอน รวมทั้งมานั่งดูพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในโลก ทั้งที่มันก็เป็นพระอาทิตย์ดวงเดิมที่ร่วงลงไปในท้องทะเลธรรมดาๆ นี่แหละ
  • ผมกำลังนั่งดูพระอาทิตย์ดวงนั้น

    อากาศของฤดูร้อนสบายดี ขอบทะเลฟุ้งขึ้นกลืนกับขอบฟ้า ผมอยากเอนตัวลงนอนบนหินก้อนใหญ่นั่น มองดูดอกเฟื่องฟ้าสีแปร๋นตัดกับท้องฟ้าสีเข้มล้ำลึก แต่เท้าของนักท่องเที่ยวยัดเยียดอยู่บนพื้นหิน รั้วหิน และไต่ไปอยู่บนยอดเนินตรงโน้นเต็มไปหมด ขืนผมลงนอน บางทีอาจไม่ได้ลุกขึ้นอีก

    ทุกคนมารอดูพระอาทิตย์ตก

    ความแออัดยัดเยียดทำให้ผมตัดสินใจออกเดิน

    ว่าแต่—ผมยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังใช่ไหม ว่าเมืองนี้คือเมืองอะไร

    สำหรับผม นี่คือเมืองที่น่ารักที่สุดในโลก เป็นที่ที่ถ้าจากไปแล้ว ผมรู้ทันทีเลยว่าจะต้องคิดถึงมัน พร่ำเพ้อหาเหมือนดวงจันทร์เฝ้าฝันถึงหญิงสาว เหมือนฝันถึงการขับรถออสตินคันเล็กจิ๋วไปตามถนนคดเคี้ยวในไร่องุ่นที่มีดินสีดำจากเถ้าภูเขาไฟคอยให้สารอาหาร

    Oia คือชื่อของเมืองน่ารักแห่งนี้

    คุณถามว่าอะไรนะ มันอ่านว่าอะไรน่ะหรือ ผมก็ไม่แน่ใจนัก แต่คนแถวนี้เรียกว่าเอีย มันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะซานโตรินี (Santorini) อดีตแอตแลนติสที่ล่มสลายเพราะการระเบิดของภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
  • เอีย...เอีย คุณท่องคำนี้ไว้ให้ดีนะ เพราะสักวันหนึ่ง ถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน และไม่มีใครตายไปเสียก่อน เราจะมาอยู่ที่นี่ไปจนชั่วชีวิต—ผมสาบาน ผมไม่ได้ล้อเล่นกับตัวเองหรอกนะ

    คุณจะลองกินขนมปังไหม คุณดูสิ ร้านนั้นทำระเบียงยื่นออกไปบนหน้าผา ข้างล่างนั่นมองเห็นคัลเดอรา (Caldera) หรือปากปล่องภูเขาไฟขนาดมหึมาที่อยู่ตรงกลางหมู่เกาะ

    คุณอาจไม่เข้าใจ แต่ซานโตรินีไม่ใช่เกาะเกาะเดียว เมื่อก่อนอาจจะใช่ ตอนที่ภูเขาไฟยังไม่ระเบิด มันเป็นเกาะทรงกลมขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่าคือแอตแลนติสอันโอฬารและทันสมัย แต่เมื่อภูเขาไฟระเบิดขึ้น ตรงกลางของแอตแลนติสก็ยุบตัวลง คุณดูสิ เกาะซานโตรินีที่เหลืออยู่จึงมีด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน หน้าผานี้โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว และมีเกาะอื่นคล้ายๆ กันเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยที่ตรงกลางเป็นอีกเกาะหนึ่ง ซึ่งตรงกลางนั่นเอง คือปากปล่องภูเขาไฟ

    คุณว่าซานโตรินีเหมือนดินแดนเร้นลับไหม ตรงกลางของหมู่เกาะ ผิวทะเลจะราบเรียบ เพราะคล้ายมีเกาะกั้นขวางอยู่ทุกทิศทุกทาง ไม่ใช่แค่ราบเรียบเท่านั้น แต่ยังลึกสุดหยั่งอีกด้วย หน้าผาที่แสนจะชันเกิดจากการที่แผ่นดินเลื่อนและยุบตัวลงฉับพลัน แต่ผู้คนก็ยังเลือกที่จะขึ้นลงเรือที่ฝั่งนี้ของเกาะ เพราะเรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าได้ง่าย

    แต่แล้วจากนั้น จะขึ้นมาถึงที่ลาดบนเกาะได้อย่างไรเล่า?

    พวกเขาก็ต้องอาศัยถนนคดเคี้ยวไต่ขึ้นสู่ความสูงหลายร้อยเมตร ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังเมืองฟิรา (Fira) อันเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของซานโตรินี เมืองนั้นคล้ายๆ พัทยา แต่สวยงามกว่าร้อยเท่า มีเสน่ห์มากกว่าพันเท่า
  • แต่ฟิราก็ไม่เทียบเท่าเอียหรอก

    ผมชวนคุณกินขนมปังอยู่ไม่ใช่หรือ คุณจะไม่ลองบิขนมปังชิ้นใหญ่นั่นออกมาบ้างหรือ? กลูเตน ใช่! ขนมปังนี้มีส่วนผสมของกลูเตน มันไม่ใช่ขนมปังกลูเตนฟรีหรือปลอดกลูเตนเหมือนขนมปังดัดจริตรักษาสุขภาพที่ในเมืองใหญ่ใช้หรอกนะ แต่คุณดูสิ กลูเตนทำให้ขนมปังเหนียว และเปลือกของมันก็กรอบ ข้างในเนื้อขนมปังมีเครื่องเทศบางอย่างที่ผมไม่รู้จัก ออริกาโน่หรือ? น่าจะใช่ หรือจะเป็นไทม์? (Thyme) ไม่แน่ใจนัก โลกยังมีเครื่องเทศอีกมากมายที่เราไม่รู้จักไม่ใช่หรือ

    คุณลองบิขนมปัง แล้วจิ้มกับแซตซิกิ (Tzatziki) ดูสิ นี่คือความเป็นกรีกที่แท้ แซตซิกิคือโยเกิร์ตกรีกที่ข้นมันเป็นพิเศษ ที่จริงมันเป็นสูตรที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมดิเตอร์เรเนียน จากกรีกถึงตุรกี เลบานอน และอียิปต์ ด้วยการเอาโยเกิร์ตมาผสมกับกระเทียม แตงกวา เครื่องเทศ แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย เท่านี้ก็เป็นเครื่องจิ้มที่อร่อยล้ำเลิศแล้ว

    ไวน์—ใช่ คุณต้องกินแกล้มกับไวน์ และจะเป็นไวน์อื่นใดไปไม่ได้ นอกจากวินซานโต หรือไวน์แห่งซานโตรินี

    ตอนเรานั่งรถมาเอีย คุณเห็นที่ราบด้านล่างนั่นไหม มันเหมือนดินหรือหินที่ไหลได้ แล้วไหลแผ่ลามจากเชิงหน้าผาสูงไปสุดที่ฝั่งทะเลอีกข้างหนึ่ง ไม่ใช่อะไรหรอก พวกมันคือลาวา เป็นลาวาที่เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อนานมาแล้วโน่นปะไร 

    คุณคงรู้ใช่ไหมว่า ดินที่เกิดจากเถ้าภูเขาไฟนั้นเข้มข้น

    อากาศที่นี่ก็เข้มข้น เพราะมันมีไอน้ำเจือปนอยู่น้อย ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ อากาศจึงเป็นอากาศ
  • โยเกิร์ตก็รสชาติเข้มข้น เพราะแพะ แกะ และวัวได้กินต้นไม้ใบหญ้าที่เกิดจากดินอันเข้มข้น น้ำนมของพวกมันจึงเข้มข้นตามไปด้วย

    ถ้าคุณตื่นขึ้นมาแต่เช้าที่ซานโตรินี บางวันคุณอาจเห็นพระจันทร์ค้างอยู่บนท้องฟ้าสูงด้านตะวันตก และพระอาทิตย์อ้อยอิ่งอยู่ที่ปลายขอบฟ้าด้านตะวันออก

    เหมือนซานโตรินีเป็นที่ซึ่งพระอาทิตย์กับพระจันทร์มานัดพบกัน ดาวอังคารและดาวศุกร์จึงต้องหลบหน้าไป

    ผมกำลังจะบอกคุณว่า ในที่ที่เข้มข้นอย่างนี้—อากาศเข้มข้น ดินเข้มข้น แสงแดดเข้มข้น มนตร์เสน่ห์เข้มข้น ความรักเข้มข้น การปฏิบัติบูชาเข้มข้น ไวน์ก็จะเข้มข้นไปด้วย

    วินซานโตเกิดจากองุ่นในไร่ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก ที่รัก คุณเคยเดินอยู่ในไร่องุ่นแห่งนั้น ไร่องุ่นที่มีองุ่นรายเรียง เถาของมันเลื้อยพันไม้ไต่ขึ้นไปอยู่บนคาคบ แล้วคุณก็เดินมองดูราที่เกาะบนเปลือกองุ่นได้ แต่องุ่นของซานโตรินีไม่ได้เติบโตอย่างนั้นหรอก ที่นี่อากาศแห้งเกินไป ฝนตกน้อยเหลือเกิน และลมก็พัดจัด องุ่นไม่ได้งอกขึ้นมาอย่างนั้น ชาวไร่องุ่นขุดหลุมลึกแล้วปลูกต้นองุ่นในหลุม แม้หลุมจะลึก แต่แสงแดดก็เข้มข้นพอจะให้ใบองุ่นปรุงอาหาร องุ่นจึงเติบโตได้แม้อยู่ในหลุม พวกมันเป็นองุ่นที่หวานจัด เพราะมีน้ำน้อย ความชื้นต่ำ ความหวานจึงเกิดจากความเข้มข้นของการมีชีวิตอยู่ เมื่อมันกลายเป็นไวน์ จึงเป็นไวน์ที่ทั้งดราย* และให้รสหวานติดปลายลิ้นด้วย


    ______________________________________
    *Dry คือ ความหวานที่หลงเหลืออยู่ในไวน์ ในปริมาณน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย เพราะมาจากกรรมวิธีการหมักให้น้ำตาลในองุ่นกลายเป็นแอลกอฮอล์จนหมด

  • คุณจะหาไวน์อย่างนี้ได้ที่ไหนอีกเล่า

    คุณจะหาเมืองอย่างนี้ได้ที่ไหนอีกเล่า

    วินซานโตมีไม่มากนัก จงลิ้มลองดูเถิด เพราะซานโตรินีไม่ใช่เกาะใหญ่โตอะไร ผลผลิตองุ่นก็ไม่ได้มากมาย ไวน์วินซานโตที่ออกสู่ท้องตลาดจึงมีไม่มาก ถ้าคุณจะท่องคาถาพอเพียง คุณอาจต้องมาท่องที่นี่ เพราะที่นี่ไม่มีใครคิดจะเปิดโรงแรมเชน (Chain) ใหญ่โต ไม่มีใครคิดจะเปิดร้านหนังสือเชนขนาดใหญ่ ไม่มีใครคิดจะเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสาขาที่ 1,111 บนซานโตรินี

    วินซานโตก็เป็นแบบนั้น ถ้าคุณอยากดื่มวินซานโต คุณต้องมาที่นี่

    ลองดูสิ ลองเอนหลังลงไปบนเก้าอี้ไม้สีขาวเจ้าของร้านเพิ่งทาสีใหม่เมื่อต้นเดือนนี้เอง ก่อนหน้าที่ฤดูกาลท่องเที่ยวจะเริ่มต้นขึ้น สามเดือนที่แล้ว ฝนตก และไอทะเลก็กัดกร่อนสีของเก้าอี้จนซีดกร่อน เวลานั้นแทบไม่มีใครอยู่บนเกาะ พวกเขาพากันขึ้นฝั่งไปใช้เงินที่หาได้ระหว่างฤดูกาลท่องเที่ยว หมู่เกาะคิคลาเดส (Cyclades) อันเป็นที่ตั้งของซานโตรินีนั้นเงียบเหงา เปล่าร้าง แทบไม่มีนักท่องเที่ยวสักคน แมวบนเกาะซุกตัวหลบฝนที่แทบไม่เคยตกตลอดปีอยู่ตามเตาไฟที่ไม่มีใครจุด และดอกเฟื่องฟ้าในกระถางก็หยุดสะพรั่งบาน เพราะไม่มีใครใส่ปุ๋ย 

    เคยคิดถึงเวลาอย่างนั้นบ้างไหม—คุณเอ่ยถาม 

    ผมยิ้ม คิดสิ ที่รัก ผมตอบ แต่ผมก็ยังอยากจะอยู่ที่นี่

    ผมอยากแบกถังวินซานโตไปขายในตลาด ทำขนมปังเนื้อเหนียวนุ่ม อบมะเขือเทศให้เป็นสีแดงเข้มปนกับรอยเกรียมย่นๆ บดแตงกวากับกระเทียม เพื่อใส่ลงไปในโยเกิร์ต ทำแซตซิกิอร่อยที่สุดในโลกในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วผมจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกทุกวัน ไม่ว่าวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวแออัดยัดเยียด หรือเปียกโชก และเปล่าเปลี่ยวอยู่ตามลำพังแค่ไหน ไม่ว่าวันนั้นท้องฟ้าจะใสเป็นสีฟ้าเข้มเหมือนวันนี้ ลมจะพัดแรงจนแทบกระชากตัวผมตกลงมาจากหน้าผา และเมฆหมอกจะเข้ากลุ้มรุมทะเลจนมันเหมือนบ้านผีสิงที่ดิสนีย์แลนด์ ผมก็จะยังอยู่ที่นี่
  • ฟังดูไร้เดียงสาและโง่เง่าใช่ไหม

    แต่กระนั้น ผมก็จะสอนให้คุณทำอาหารจานแรกที่ผมได้กินที่เมืองเอีย มันมีชื่อกรีกว่า ซุตซุคาเกีย (Soutzoukakia) จริงๆ แล้วก็คล้ายกับคูสคูส (Couscous) และสตูมะเขือเทศที่เรากินที่กรุงเทพฯ นั่นแหละ แต่ที่นี่ใช้ข้าวบาสมาติ (Basmati) และทำมีตบอลด้วยการหย่อนลงไปในหม้อทองแดงที่เคี่ยวซอสมะเขือเทศเอาไว้หม้อเบ้อเริ่ม คุณตักข้าวขึ้นมาสิ ดูว่ามันเป็นสีเหลืองเพราะแซฟฟรอน (Saffron) แล้วหรือยัง จากนั้นก็ราดมีตบอลกับซอสมะเขือเทศสีแดงลงไป จะขูดพาร์เมซานชีสโรยหน้าเพื่อให้มันและเค็มมากขึ้นไปด้วยก็ได้

    มันเข้มข้นเกินไปหรือ? คุณยังต้องรักษาหุ่นอีก? ไม่เอาน่าที่รัก คุณไม่เห็นหรือว่า ในยามเย็นตรงจัตุรัสเล็กๆ กลางเมืองเอีย จัตุรัสที่มีโบสถ์อยู่ข้างหนึ่ง หน้าผาและทะเลอยู่อีกข้างหนึ่งนั้น หญิงชราตัวใหญ่ต่างโพกผ้าและถือไม้เท้ามานั่งคุยกัน ผมอยากให้เราเป็นอย่างนั้น เมื่อใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ผมอยากกุมมือคุณไว้ ไม่ว่ามือนั้นจะเหี่ยวย่น อวบอูม หรือสากกร้านเพียงไหน เราจะมองดูสายลมด้วยกัน ผมรู้ว่าลมอยากพัดเอาผ้าคลุมผมของคุณให้ลอยจากไป แต่ผมจะโอบศีรษะของคุณเอาไว้ขณะที่พระจันทร์ขึ้นและบาทหลวงตีระฆังโบสถ์บอกเวลามิสซาย่ำค่ำ

    เวลาอย่างนี้ เราจะไม่คิดถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่จะชื่นชมการมีชีวิตอยู่ของเราด้วยกัน

    คุณก็รู้เหมือนที่ผมรู้ใช่ไหม ว่าชีวิตของเรานั้นแสนสั้น และหากเรารู้เสียแล้ว ว่าเราอยากอยู่ที่ไหนในชั่วชีวิตนี้ ทำไมเราถึงจะไม่ไปอยู่ที่นั่นกันเล่า
  • คุณเห็นรอยแตกของหินที่โตรกผานั่นไหม มันเกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ก่อนหน้านั้น มันเป็นแค่หินที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ใต้ฝีเท้าของชาวแอตแลนติส มันดูคงทนดีใช่ไหม แต่มันก็แตกร้าวได้ด้วยลมและไอทะเล ชีวิตของเราก็เหมือนประกาศกเอลียาห์ (Elijah) ท่านมาอยู่ที่นี่ บนอาราม ณ ที่สูงสุดบนซานโตรินี แต่ท่านก็จากไปกับวันเวลา พระคัมภีร์ไบเบิลบอกว่าเมื่อใกล้ถึงวันพิพากษา ประกาศกเอลียาห์จะมาปรากฏตัวอีกครั้ง คุณอยากให้วันนั้นมาถึงไหม วันที่เราอาจต้องแยกจากกันตลอดกาล เพราะคุณจะได้อยู่ในกลุ่มของคนดี ส่วนผมไม่

    ฉะนั้น เมื่อยังมีชีวิตอยู่ คุณจะว่าอย่างไร หากเราจะมาอยู่ที่นี่ในชั่วชีวิตอันแสนสั้น

    ผมจะถามคุณทุกวัน เรื่องของเอีย, จะว่าอย่างไร—ถ้าเรามาอยู่ที่นี่ชั่วชีวิต

    ผมจะถามคุณไปเรื่อยๆ—ที่รัก

    จนกว่าคุณจะกล้าเอ่ยปากตอบในสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in