WHY ร้ายSALMON X VANAT
20: BRUTUS นักเลงนักรักประจำเกาะสวรรค์หวาน
  • PROFILE
    NAME:
    Brutus / Bluto
    FIRST APPEARANCE: Thimble Theater (1932)
    GOAL: เอาชนะป๊อปอายด้วยการครอบครองโอลีฟให้ได้

    * Popeye ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูนช่อง Thimble Theater เมื่อปี 1929 แต่กว่าบรูตัส คู่ปรับตัวร้ายจะโผล่ตัวมาก็ปี 1932 ซึ่งตอนนั้น เขามาในชื่อบลูโตด้วย

    Popeye แทบจะเป็นต้นแบบของการ์ตูน ‘ศึกชิงนาง’ เลยก็ว่าได้ ดูได้จากอายุอานามที่มีมาร่วมร้อยปี แถมคู่พระนางอย่าง‘ป๊อปอาย’ ‘โอลีฟ’ หรือกระทั่งตัวร้ายมาดนักเลงอย่าง ‘บรูตัส’ ก็ยังมีชื่อเสียงมาถึงปัจจุบัน

    หากดูจากรูปลักษณ์ก็พอจะเดาออกว่าบรูตัสไม่ใช่คนดี เพราะเขาตัวใหญ่ ไว้หนวด สามารถยกของหนัก 50 ตันได้ (ผู้ชายหรือควายธนูเนี่ย!) ใช้มีดแทงไม่เข้า เอาไม้ตีก็ไม่เจ็บ แต่จริงๆ แล้วบรูตัสกับป๊อปอายกะลาสีหนุ่ม (แต่หน้าแก่) แห่งเมือง SweetHeaven เป็นเพื่อนรักกัน มามีเรื่องบาดหมางถึงขั้นเลือดตกยางออกก็เพราะตกหลุมรักสาวสวยร่างยาว (มาก) นี่แหละ

    ป๊อปอายกับโอลีฟชอบพอกันทั้งคู่ เจอกันทีไรก็มีหัวใจทะลุออกมาจากเบ้าตาทุกที ส่วนบรูตัสชอบโอลีฟ เจอเธอทีไรก็เลยอุ้มขึ้นบ่าพยายามลักพาตัวทุกครั้ง (เป็นการแสดงความรักที่โพสต์โมเดิร์นมาก) และนี่เองเป็นเหตุให้เพื่อนรักต้องทะเลาะวิวาทกันทุกทีที่เจอ

    เริ่มแรก บรูตัสถูกเขียนบทมาให้เป็นกะลาสี แต่ภายหลังถูกเปลี่ยนบทให้เป็นผู้ร้ายกะโหลกกะลา ฯลฯ (เพราะมีการเปลี่ยนทีมเขียนและซื้อขายลิขสิทธิ์หลายครั้งทำให้มีการปรับเปลี่ยนโครงเรื่องบ่อย อย่างชื่อ Bluto ที่ต้องเปลี่ยนเป็น Brutus ก็เป็นผลพวงอย่างหนึ่ง) เขามีเหตุให้ต้องแย่งโอลีฟจากป๊อปอายหรือไม่ก็ต้องแข่งขันกันตลอดเวลา 

    บรูตัสเป็นฝ่ายไล่อัดพระเอกจนเละได้เสมอ (แต่คุณโอลีฟจะเจ็บตัวตลอด เพราะโดนลูกหลง) ป๊อปอายถูกต้อนจนมุมทุกครั้ง ไม่ว่าทำยังไงก็ต่อกรกับบรูตัสไม่ได้ แต่ทันทีที่กะลาสีหนุ่มตัวเอกกินผักโขม (ของแท้ต้องบีบกระป๋องจนผักพุ่งขึ้นฟ้าแล้วย้อนตกลงมาเข้าปากพอดี) ก็เกิดมีพลังช้างสารสามารถไล่กระทืบบรูตัสจนอ่วมหนีกลับบ้านไปในที่สุด
  • BAD LIST

    • บรูตัสกับป๊อปอายแข่งกันจีบโอลีฟมาตลอด แต่การแข่งขันก็ไม่เคยเป็นไปตามกติกา เพราะบรูตัสคอยหาเรื่องแกล้งป๊อปอายเสมอ เช่น ถ้าทั้งสามคนนั่งรถมาด้วยกันแล้วเกิดยางแตก คนลงไปซ่อมรถจะต้องเป็นป๊อปอาย พอซ่อมไปสักพักบรูตัสก็จะเหยียบคันเร่งเป่าไอเสียใส่ป๊อปอายจนหน้าเลอะเขม่าดำปื๊ดไปหมด หรือถ้าไปปิกนิกด้วยกัน คนที่ต้องไปผ่าฟืนมาเตรียมหุงอาหารก็ต้องเป็นป๊อปอายอีก แถมผ่าๆ ไปก็จะถูกบรูตัสเอาสปริงมาสวมขวาน พอสับขวานลงฟืน ขวานก็เด้งกลับมาฟาดหัวป๊อปอายซ้ำไปซ้ำมา

    • แกล้งให้เจ็บตัวยังไม่พอ บรูตัสยังใส่ร้ายป๊อปอายให้โอลีฟเข้าใจผิด บางทีเขาจะชิงตัดหน้าไปหาโอลีฟก่อน แล้วบอกว่าป๊อปอายผิดนัดไม่มาแล้ว หรือบางทีเขาก็จะผูกเธอไว้กับระเบิด แล้วบอกว่าป๊อปอายเป็นคนทำ

    • บรูตัสเข้าหาผู้หญิงไม่เป็นเลย ทั้งๆ ที่ความจริงเขาคงอยากเข้าไปจีบ แต่พอเขาทำกลับดูเหมือนเข้าไปคุกคามแทะโลม พอโอลีฟต่อต้านหรือป๊อปอายเข้าขวาง เขาก็จะลักพาตัวโอลีฟไป แต่พาไปแล้วก็ไม่ดูแลให้ดี

    • บรูตัสชอบทิ้งโอลีฟไว้ไม่เป็นที่เป็นทางระหว่างที่ต้องกลับไปพัวพันต่อสู้กับป๊อปอาย ทำเอาโอลีฟเกือบตายบนรางรถไฟบ้าง เกือบตกหน้าผาบ้าง เป็นภาระให้ป๊อปอายต้องรีบกินผักโขมเพิ่มพลังแล้วมาช่วยเหลือให้ทัน
  • IN-DEPTH
    โดย วณัฐย์ พุฒนาค


    เมื่อนึกถึง Popeye ผมจะนึกถึงสองอย่างหลักๆ คือ ‘ผักโขมกระป๋อง’ กับ ‘การต่อยตีแย่งสาว’
    ผักโขมกระป๋องเป็นขุมพลังสำคัญของ ‘ป๊อบอาย’ พระเอกของเรื่อง พ่อแม่เราจึงมักจะอวดอ้างว่ากินผักเยอะๆ จะได้แข็งแรงเหมือนป๊อบอาย ซึ่งจนทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าผักโขมกระป๋องรสชาติเป็นอย่างไรกินแล้วกล้ามจะใหญ่ไหม

    ส่วนการต่อยตีเพื่อเอาชนะใจ ‘โอลีฟ’ สาวร่างเพรียว (ผู้มีเท้ามหึมา)ระหว่างป๊อปอายกับ ‘บรูตัส’ ตัวร้ายร่างยักษ์ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มองได้ว่าแกนกลางสำคัญของเรื่องคือ ‘ความเป็นชาย’ ที่ทั้งสองต้องพยายามแสดงเพื่อช่วงชิงหัวใจของนางเอกมาให้ได้

    บรูตัสถูกสร้างมาให้มีลักษณะของความเป็นชาย (Masculinity) ที่เหนือกว่าพระเอกของเราอย่างชัดเจนเริ่มตั้งแต่ร่างกายที่ไม่ใช่แค่ใหญ่โต แต่ยังเต็มไปด้วยมัดกล้ามมีสัญลักษณ์สำคัญของชายวัยเจริญพันธุ์อย่าง ‘ขน’ ขึ้นดกดำตั้งแต่หนวดจนถึงขนหน้าอกในขณะที่ป๊อปอายเป็นชายตัวย้วย มีกล้ามปูดๆ ที่ดูพิกลพิการ ต้องรอผักโขมช่วยปั๊มพลังในตอนท้ายเรื่องจึงจะพอต่อสู้กับบรูตัสได้ (จริงๆ น่าจะถูกจับฟาวล์ โทษฐานโด้ปยา) แถมยังถูกวาดให้ดูหัวโล้นเลี่ยนมีผมแค่ไม่กี่เส้น หนวดเคราก็ไม่มี ดูแล้วอย่างกับเป็นเด็กทารก 

    หากวัดจากทางกายภาพ ป๊อปอายจึงดูอ่อนด้อยและ ‘แมน’ น้อยกว่าบรูตัสอยู่หลายขุม
  • ในการปะทะกันของพระเอกและตัวร้ายก็ถูกวางไว้ในพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นชายอย่างท่าเรือ คือเมื่อเรานึกถึงการเดินเรือ ทหารเรือ ก็ย่อมนึกถึงอาชีพที่ต้องการความบึกบึน แข็งแรง ซึ่งนอกจากบรูตัสจะได้เป็นกะลาสีเรือแล้ว เขายังได้รับบทบาทสุดแมนอื่นๆ เช่น คาวบอย ยามชายฝั่ง แชมป์มวย คนตัดไม้อีก ซึ่งเมื่อเอาอาชีพเหล่านี้มาผนวกกับเรือนร่างและมัดกล้ามก็ทำให้บรูตัสดูโคตรแมนเข้าไปใหญ่ แถมพี่แกก็ภาคภูมิใจและใช้ความเป็นชายในการล่อลวงโอลีฟด้วย (เมื่อโอลีฟเห็นมัดกล้ามของบรูตัสครั้งแรกเธอก็วาบหวามและระทดระทวยไปกับตัวร้ายของเราอยู่บ้างเหมือนกัน)

    แต่ความเป็นชายที่บรูตัสมีกลับไม่ได้ทำให้บรูตัสเป็นตัวร้าย ‘การไม่เป็นสุภาพบุรุษ’ ต่างหากที่ทำให้เขาดูไม่ดี เพราะสิ่งนี้ถูกนำมาขยี้ให้ความเลวร้ายของเขาชัดขึ้น

    กฎที่สำคัญอย่างหนึ่งของความเป็นลูกผู้ชาย คือความกล้าหาญและความเที่ยงธรรม ลองนึกถึงเวลาหนุ่มๆ มีเรื่องกัน สิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะเป็นก็คือการสู้กันซึ่งๆ หน้า การวัดกันด้วยกำลังแต่พ่อบรูตัสกลับปอดแหกขี้โกง ใช้เล่ห์เพทุบาย ใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ วางระเบิด วางกับดัก คือแทนที่จะขึ้นสังเวียน ดวลตัวต่อตัวกับป๊อปอาย เขากลับใช้วิธีสกปรก

    ร้ายไปกว่านั้น พี่แกยังฉุดโอลีฟ! วิ่งเข้าใส่! และอุ้มหนีไปดื้อๆ! 

    นี่มันผิดไปจากภาพจำของการเป็นสุภาพบุรุษมากๆ!

    ปกติแล้ว สุภาพบุรุษที่แข็งแรงย่อมต้องปฏิบัติต่อผู้อ่อนแอเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสุภาพสตรีก็ยิ่งต้องให้เกียรติ พละกำลังและความแข็งแรงต้องถูกใช้เพื่อปกป้องไม่ใช่ฉกฉวยเอาซึ่งหน้าแบบนี้ การใช้วิธีฉุดคร่าขืนใจย่อมถือเป็นความเสื่อมทรามและเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ของความเป็นสุภาพบุรุษอย่างร้ายแรง

    ‘กฎของความเป็นสุภาพบุรุษ’ ยังรวมถึงการ ‘ประลอง’ กันระหว่างผู้ชายเพื่อเอาชนะใจหญิงสาว เรื่องราวของ Popeye มีลักษณะเหมือนกับกฎของอัศวิน (Chivalric Code) จากยุคกลางที่มักปรากฏภาพอัศวินในชุดเกราะถือหอกยาวต่อสู้กันบนหลังม้าเพื่อเอาชนะใจหญิงสาว ซึ่งอัศวินต้องยึดถือกฎดังกล่าวเพื่อจะแสดงความเป็นลูกผู้ชายอันประกอบด้วย ‘ใช้กำลังของตนในการปกป้องดูแลผู้ที่อ่อนแอกว่าโดยเฉพาะสตรี’ รวมถึง ‘การต่อสู้กันอย่างมีศักดิ์ศรีและความยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความเป็นชาย’

    ซึ่งกฎทั้งหมดนั้นก็กลับมาปรากฏในเรื่อง Popeye และทำหน้าที่แบ่งแยกผู้ชายดีอย่างป๊อปอายออกจากผู้ชายร้ายอย่างบรูตัสที่แม้จะดูเป็นผู้ชายมากกว่าแต่กลับไม่รักษาความเป็นสุภาพบุรุษสักข้อ เลยทำให้ป๊อปอายมีความชอบธรรมในการโด้ปผักกระป๋องและสอยบรูตัสได้ในตอนจบ

    ความอับอายจากการถูกลงโทษฐานไม่รักษาความเป็นสุภาพบุรุษนั้นไม่ใช่แค่แพ้ผู้ชาย (ที่ดูอ่อนแอกว่า) ด้วยกัน แต่บรูตัสยังถูกกระทั่งทารกและสตรี คือโดน ‘สวีทพี’ และโอลีฟอัดจนน่วม

    ย่ำยีความเป็นชาย (ที่ไม่สมชาย) ของบรูตัสกันอย่างสนุกเลยทีเดียว
  • “Mister Popeye—I will see you and kill you tomorrow at daybreak.”

    “ป๊อปอายเอ๋ย พรุ่งนี้ยามรุ่งสาง ฉันจะมาเจอแกแล้วฆ่าแกแน่”
    —Brutus


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in