WHY ร้ายSALMON X VANAT
19: JAMES HOOK ผู้ใหญ่ที่เด็กไม่อยากเป็น
  • PROFILE
    NAME: Captain James Bartholomew Hook / James Hook / Hook
    FIRST APPEARANCE: ละครเวที Peter Pan; or, the Boy Who Wouldn’t Grow Up (1904)
    GOAL: ล้างแค้นปีเตอร์ แพนที่ตัดแขนของตัวเองแล้วโยนให้จระเข้กิน

    * เมื่อละครเวที Peter Pan; or, the Boy Who Wouldn’t Grow Up เปิดโชว์ที่ประเทศอังกฤษก็ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่กว่ากัปตันเจมส์ ฮุกจะได้เป็นที่รู้จักจริงๆ ก็ในปี 1953 ที่ Walt Disney สร้างแอนิเมชั่นเรื่อง Peter Pan ออกฉายให้เด็กๆ ทั่วโลกได้รับชม

    หากมีการมอบรางวัล ‘ตัวร้ายที่น่าสงสารที่สุด’ กัปตันเจมส์ ฮุก โจรสลัดคู่ปรับตลอดกาลของ ‘ปีเตอร์ แพน’ ต้องติดโผเข้าชิงในฐานะตัวเก็งแน่นอน เพราะถึงจะเป็นคนใจร้าย เหี้ยมโหด ขี้ขลาด เย่อหยิ่ง ไม่รักษาคำพูด แต่ตอนจบ กัปตันฮุกก็กลายเป็นผู้แพ้ที่ตกในสถานการณ์น่าอับอายเสมอ

    ศัตรูตัวสำคัญที่มักมาช่วยปิดเกมทำให้ฮุกต้องสิ้นลายหมดลุคความน่าเกรงขามไปจนสิ้นคราบก็คือ ‘มิสเตอร์ครอคโคไดล์’ จระเข้ทะเลตัวเขื่องที่ติดใจรสชาติเนื้อหนังของฮุกหลังจากได้ลิ้มรสแขนของเขาไปแล้วข้างหนึ่ง นับตั้งแต่นั้น มันก็คอยว่ายตามติดเรือสลัดของเขาไปทุกหนแห่ง ทำเอาฮุกกลัวขึ้นสมอง ขวัญหนีดีฝ่อทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนาฬิกาจากท้องจระเข้คู่ปรับ ซึ่งฮุกก็นำความแค้นที่มีพุ่งเป้าไปที่ ‘ปีเตอร์ แพน’ เพราะนอกจากพ่อพระเอกของเรื่องจะเป็นคนตัดแขนจนมีส่วนทำให้เขาต้องหาตะขอมาสวมแล้ว ปีเตอร์ แพนยังโยนแขนเข้าปากมิสเตอร์ครอคโคไดล์อีก!

    ทำกันขนาดนี้จะไม่ให้แค้นได้อย่างไร!

    ฮุกอุทิศทั้งชีวิตเพื่อไล่ล่าพระเอกของเรา เขาใช้วิธีการชั่วร้ายต่างๆ นานาค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของปีเตอร์ แพนกับแก๊งเดอะลอสต์บอยส์ (แก๊งเด็กที่มีปีเตอร์ แพนเป็นผู้นำกลุ่ม ซึ่งเด็กๆ พวกนี้จะสวมชุดสัตว์ที่แตกต่างกันไป ได้แก่ ชุดหมี ชุดกระต่าย ชุดแรคคูน ชุดสุนัขจิ้งจอก และชุดสกังก์) จนมาเจอเกาะเนเวอร์แลนด์

    แต่ในเวลาที่ไม่ได้ลงจากเรือไปตามล่าปีเตอร์ แพน ฮุกก็จะใช้ชีวิตเป็นกัปตันร้ายๆ อยู่กับเหล่าลูกเรือ คอยพูดจาหยาบคาย ข่มขู่ ตะคอก ด่าว่าลูกน้อง แถมยังเป็นคนที่รักตัวกลัวตาย ทั้งที่เวลาได้เปรียบก็ฆ่าฟันชีวิตของคนอื่นทิ้งเป็นผักปลา

    สรุปแล้วไม่ว่ามองจากด้านไหน เขาไม่มีอะไรที่จะเอามาอวดว่าเป็นคนดีได้เลย
  • BAD LIST

    • กัปตันฮุกเคยถีบลูกน้องตกทะเลจมน้ำตายด้วยเหตุผลที่ว่าร้องเพลงเสียงดังมาแล้ว

    • เพื่อหาที่อยู่ของปีเตอร์ แพนบนเกาะเนเวอร์แลนด์ให้เจอ กัปตันฮุกจึงจับตัว ‘ไทเกอร์ ลิลลี่’ ลูกสาวหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงบนเกาะเนเวอร์แลนด์เพื่อบังคับให้เธอบอกตำแหน่งที่อยู่ของปีเตอร์ แพน แต่ไทเกอร์ ลิลลี่ปากหนักไม่ยอมปริปากพูด ฮุกจึงจับเธอมัดแขนเตรียมจะถ่วงให้จมน้ำทะเลตาย แต่ยังดีที่ปีเตอร์ แพนกับ ‘เวนดี้’ มาขัดขวางไว้ได้ทัน

    • พอแผนการจับตัวไทเกอร์ ลิลลี่ล้มเหลว กัปตันฮุกจึงเข้าทาง ‘ทิงเกอร์เบลล์’ ภูตน้อยที่กำลังน้อยใจปีเตอร์ แพนที่ไปให้ความสนใจเวนดี้มากกว่าตัวเอง กัปตันฮุกยุยงให้ทิงเกอร์เบลล์มาร่วมมือกับเขา จนทิงเกอร์เบลล์เชื่อและเปิดเผยที่อยู่ของปีเตอร์ แพนให้ แต่สุดท้าย ทิงเกอร์เบลล์ก็ถูกกัปตันฮุกจับขังไว้ในตะเกียง

    • แม้สัญญากับทิงเกอร์เบลล์แล้วว่าจะไม่ลงมือลงไม้กับปีเตอร์ แพน แต่กัปตันฮุกก็ส่งระเบิดไปให้ปีเตอร์ แพนอยู่ดี โดยเล่นลิ้นบอกว่าตัวเองไม่ได้ ‘ใช้มือ’ แต่ ‘ใช้ระเบิด’ ต่างหาก

    • เมื่อปีเตอร์ แพนรอดไปได้ สุดท้ายฮุกเลยจับตัวเวนดี้และแก๊งเดอะลอสต์บอยส์ทั้งหมดไปเป็นตัวประกัน และเตรียมฆ่าพวกเด็กๆ ทิ้งเพื่อล่อให้ปีเตอร์ แพนปรากฏตัวออกมาช่วย
  • IN-DEPTH
    โดย วณัฐย์ พุฒนาค

     
    การเติบโตเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะมันหมายถึงการสูญเสียความไร้เดียงสา (innocence) และความจำเป็นของชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านได้ด้วย

    แรกสุดเรื่องราวของ Peter Pan ถูกสร้างขึ้นโดย J.M. Barrie นักเขียนชาวสกอตแลนด์ ที่แต่งขึ้นมาเป็นนิทานเพื่อเล่าให้เหล่าลูกชายของ Sylvia Llewelyn Davies เพื่อนสนิทของเขาฟัง โดยแบร์รีนำเอาชื่อลูกชายคนโตของเดวี่ส์—ปีเตอร์ มาผสมกับเทพแห่งป่าเขาและธรรมชาติจากตำนานกรีก—แพน (แพนเป็นเทพที่สถิตอยู่ตามป่าคู่กับนางไม้ มีลักษณะครึ่งแพะครึ่งคน เป็นตัวแทนของธรรมชาติในทำนองของความสำราญ) มาใช้เป็นชื่อตัวละครหลัก

    จากนั้น แบร์รีก็นำเอาเรื่องราวของ Peter Pan ไปสร้างเป็นละครเวที เริ่มแสดงครั้งแรกในปี 1904 และนำมาเขียนเป็นนวนิยายในปี 1911 หลังจากนั้น Peter Pan ก็โด่งดังจนกลายเป็นอมตะ ส่วนแบร์รีก็รวยสุดๆ ไปเลย

    หากมองสิ่งที่แบร์รีสร้างขึ้น เราอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ารักภายในครอบครัว มีคุณน้ามาเล่านิทานให้หลานฟัง เป็นกิจกรรมที่ดูแล้วอบอุ่นชวนอิจฉา แต่เจตนาของแบร์รีไม่ได้มีแค่ความสนุก เขาได้แฝงความจริงจังเอาไว้ใน ‘ดินแดนเนเวอร์แลนด์’ ด้วย

    แนวคิดสำคัญของ Peter Pan และเนเวอร์แลนด์คือ ‘การไม่ยอมเติบโต’

    ‘ปีเตอร์ แพน’คือเด็กชายที่ไม่ยอมโต

    เนเวอร์แลนด์คือดินแดนที่อายุไม่เดินไปข้างหน้า ดินแดนที่เป็นไปไม่ได้ (Never) ดินแดนที่เด็กอย่างปีเตอร์แพนหลบหนีการเติบโตไปกับ ‘แก๊งเด็กหลงทาง’ (Lost Boys) 
  • เบื้องลึกของแนวคิดนี้เกิดจากความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่ค่อยสวยงามของแบร์รี

    การสูญเสียพี่ชายไปแบบไม่มีวันกลับทำให้ Margaret Ogilvy—แม่ของเขาเศร้าอย่างมาก แต่สิ่งที่แม่ของเขาใช้ทำใจและเยียวยาก็คือการบอกว่าลูกชายของเธอจะได้เป็นเด็กน้อยที่น่ารักไปตลอดกาล

    ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเฝ้าวันรอที่ตัวเองจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะนอกจากจะดูแข็งแรงและมีแต่แง่บวกแล้ว เราอาจจะได้เป็นแบบผู้ใหญ่ที่เรารัก โตเป็นผู้ใหญ่ที่เราชอบ

    แต่ในแง่หนึ่ง การเติบโตก็เป็นการสูญเสียความไร้เดียงสา ความสนุกสนาน และหมดสิ้นซึ่งจินตนาการแบบเด็กๆ ไป การเติบโตในทางนี้จึงอาจมีสิทธิ์เป็นความเจ็บปวด และในที่สุด เราเองก็อาจกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเราเคยไม่ชอบ

    เนเวอร์แลนด์ในอีกมุมหนึ่งจึงเป็นเสมือนโลกในจินตนาการของเด็กๆ ที่ต้องการหนีจากโลกที่ตนเองต้องเติบโตขึ้น ส่วนกัปตันฮุกก็เป็นตัวร้ายที่เข้าไปสร้างความเสียหายให้กับโลกที่เด็กๆ ไม่อยากเติบโต 

    ความร้ายของกัปตันฮุกจึงไม่ได้เป็นแค่โจรสลัดที่ดูไม่น่ารัก แต่เขายังเป็นตัวแทนของความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมันเป็นเหตุที่ทำให้ฮุกเกลียดปีเตอร์แพน 

    นอกจากนี้ ฮุกยังมีภูมิหลังที่น่าสนใจอยู่อีกอย่างคือ เขาเป็นคนมีการศึกษาในระดับที่ไม่ธรรมดา 
  • เจมส์ ฮุกเป็นศิษย์เก่าของอีตั้น (Eton) โรงเรียนของชนชั้นสูงที่โด่งดังและแสนจะเก่าแก่ เป็นสถานที่ผลิต ‘สุภาพบุรุษ’ ของอังกฤษ ซึ่งไม่ได้สอนแค่วิชาความรู้จากในตำรา แต่ยังสอนในแง่ของมารยาท การเข้าสังคมต่างๆ ด้วย

    การ ‘ได้รับการศึกษา’ จึงไม่ได้หมายถึงแค่มีความรู้ แต่หมายถึงการถูกขัดเกลาให้รู้จักบังคับท่าทางหรือเรียนรู้กฎเกณฑ์ต่างๆ ผ่านสิ่งที่เรียกว่ามารยาทและความเหมาะสมตามแต่ที่สังคมเรียกร้อง 

    ใน Peter Pan ฉบับละครและนวนิยาย ฮุกถูกวาดให้มีบุคลิกเป็นสุภาพชนและมีความงามสง่า เช่นการวางท่วงท่าหรือใช้คำอยู่มาก บุคลิกของปีเตอร์ แพนจึงเป็นที่ขัดหูขัดตาของฮุก—ผู้มีความเป็นผู้ใหญ่อย่างสุดโต่งอยู่มาก

    ปีเตอร์ แพนจะมีความบ้าบอ (wild) ในความหมายของการเป็นธรรมชาติยังไม่ถูกขัดเกลา (ดูจากชุดที่ดูกึ่งภูติกึ่งป่า เหมือนเวลาที่เด็กๆใส่ชุดสัตว์กัน) ซึ่งตรงข้ามกับการถูกอบรมสั่งสอนแล้วแบบฮุกมาก

    การเผชิญหน้ากันระหว่างปีเตอร์ แพนกับกัปตันฮุกจึงอาจดูเหมือนเป็นการปะทะกันของเด็กที่ต้องถูกอบรมสั่งสอนโดยผู้ใหญ่ที่มีระเบียบ เพราะการไม่รู้กาลเทศะ ไม่สำรวมกิริยาของปีเตอร์ แพน เป็นสิ่งที่ฮุกเกลียดเข้ากระดูกดำ

    จากต้นฉบับนวนิยายและภาพยนตร์เรื่อง Hook (1991) มีคติในเรื่องว่า ‘ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นโจรสลัด!’ (All grown-ups are pirates) กัปตันฮุกจึงพยายามลวงให้พวกเด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ สลัดความเป็นเด็กไม่ให้หลงเหลือ เพราะในโลกของโจรสลัดต้องไม่มีความเป็นเด็ก
  • ในทางหนึ่ง ความร้ายของกัปตันฮุกเป็นการฉายภาพของผู้ใหญ่ที่ไม่พึงประสงค์ เหล่าเด็กๆ ที่ได้มาเห็นก็อาจถูกล่อลวงให้เรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ควรเจริญรอยตาม แต่พอได้เห็นการเอาชนะกัปตันฮุกด้วย ‘ความเป็นเด็ก’ ที่ยังเปี่ยมไปด้วยความสดใสร่าเริง เต็มไปด้วยจินตนาการ เรื่องราวของ Peter Pan ก็อาจจะบอกเป็นนัยอยู่ว่า แม้เด็กทั้งหลายจะต้องเติบโตขึ้น (ตามท้องเรื่อง เด็กทั้งหมดในเนเวอร์แลนด์ (ยกเว้นปีเตอร์ แพน) จะกลับไปสู่การเติบโตทุกคน) แต่ก็ควรเก็บรักษาความเป็นเด็กไว้บางส่วน เหมือนที่เรื่องยังคงเก็บปีเตอร์ แพนไว้ในเนเวอร์แลนด์

    เรื่องของกัปตันฮุกและปีเตอร์ แพนจึงอาจกำลังบอกกับเราว่าอย่าให้ความเป็นผู้ใหญ่ทำลายความเป็นเด็กจนหมด เพราะมันอาจทำให้เรากลายเป็นผู้ใหญ่ที่โลภ ชอบความรุนแรง กลับกลอก บ้าเลือด และคลั่งอำนาจ

    แต่ถ้าคิดดูให้ดี Peter Pan เคยถูกสร้างเป็นนวนิยายและละครเวทีมาก่อน บางทีประเด็นเรื่องการเก็บรักษาความเป็นเด็กเอาไว้แม้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็อาจเป็นสิ่งที่ผู้แต่งจงใจบอกผู้ใหญ่ด้วยกันเองก็เป็นได้
  • “I’ll get you for this, Pan, if it’s the last thing I do!”
    “ฉันจะใช้ตะขอนี่จับแกไว้เจ้าแพน! ถ้านี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำได้!”

    —James Hook

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in