remembraceSIRAA
สันติ - วีณา | วีณา - สันติ

  • เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศ ณ โรงภาพยนตร์สกาลาแลดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะรอบฉายหนัง 2 ทุ่มไม่ใช่หนังที่เข้าฉายปรกติในตอนนี้ แต่เป็นการฉายหนังที่บุคลากรวงการหนังในไทย หลายๆคน รวมถึงข้าพเจ้าและคนอื่นๆ จะได้รับชมหนังที่มีความสำคัญของประเทศเรา กับการเปิดตัวงาน "เมื่อครั้งเสด็จฯ ทอดพระเนตรภาพยนตร์" ซึ่งจะทำการฉายหนังสุดคลาสสิคทั้งหมด 7 เรื่อง ที่ในหลวงของเรา ได้ทอดพระเนตรในโรงภาพยนตร์เมื่อครั้งวันวาน เนื่องด้วยในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี โดยเรื่องที่ฉายในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาประเดิมเป็นเรื่องแรกคือภาพยนตร์ไทยที่สำคัญเรื่องหนึ่งของชาติคือเรื่อง สันติ-วีณา
     

    สันติ-วีณา 
    เป็นภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตร ณ โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2497 
    กำกับโดย มารุต (ทวี ณ บางช้าง) 
    อำนวยการสร้างโดย ฟาร์อีสต์ฟิล์มและ หนุมานภาพยนตร์ 
    นำแสดงโดย พูนพันธ์ รังควร, เรวดี ศิริวิไล 

    สันติ - วีณา ก็เล่าถึงเรื่องของเด็กชายสันต์ (ในหนังเรียกสันต์) ที่พิการตาบอดอาศัยอยู่กับพ่อ 2 คน สันต์มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งชื่อวีณา ที่จะคอยชวนสันต์เล่นหรือพาไปโรงเรียน สันต์มักจะโดนไกรแกล้งอยู่เป็นประจำ เนื่องจากสันต์ตาบอดครั้นจะอยู่บ้านก็รบกวนการทำมาหากินของพ่อเปล่าๆ สันต์เลยจะไปอยู่กับหลวงตาที่วัดในถ้ำเพื่อหวังว่าสักวันผลบุญที่สันต์เคยทำจากชาติก่อนๆ หรือจากไหนก็ตาม จะทำให้สันต์ได้มองเห็นอีกครั้ง
    พอโตขึ้นมาทั้งสันต์และวีณาก็เริ่มโตเป็นหนุ่มสาว ทั้งคู่มอบความรักแก่กัน และให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ร่วมกันตลอดไป แต่ถว่าความรักทั้งคู่ก็โดนขัดขวางโดยไกร ซึ่งไกรอยากที่จะแต่งงานกับวีณาเลยให้แม่ไปสู่ขอวีณา และเมื่อแม่ของวีณารู้ว่าวีณากับสันต์แอบคบหากัน แม่จึงห้ามไม่ให้วีณาไปหาสันต์อีกและจะมอบวีณาให้เป็นเมียไกร เรื่องก็เล่าถึงความรักของสันต์และวีณาว่าจะผ่านอุปสรรคไปได้ยังไง
    ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูดเนื้อหาหนังหรือการแสดง ใดๆทั้งสิ้น เพราะข้าพเจ้าคิดว่าการที่เราไปตัดสินหนังเมื่อ 60 ปีที่แล้วนี่มันดูไม่สมเหตุสมผลอะไรเลย พูดตรงๆซื่อๆ คือเทียบกับปัจจุบันมันก็เชยอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอกไปมันคือหนังเมื่อ 62 ปีที่แล้วนะครับบบ เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก ข้าพเจ้าจึงไม่ขอเอ่ยติชมอะไรในส่วนนี้ แต่ที่ดูก็เป็นหนังหม่นๆปนดราม่าชั้นดีเลยนะ 
    แต่สิ่งข้าพเจ้าอยากชื่นชมเป็นอย่างมากของหนังเรื่องนี้คืองานด้านภาพ คือสวยงามมากอ่ะ มันมาก่อนกาลเวลาจริงๆ ได้เอามาฉายในโรงหนังใหญ่ๆจอกว้างๆแล้วภาพดูสวยงามดีจัง เอามาเทียบกับหนังปัจจุบันก็ไม่แพ้เลยในหลายๆเรื่อง สีสัน การถ่าย การเล่นกับแสงข้าพเจ้าว่าส่วนนี้โอเคมาก แคปภาพฉากไหนก็เอามาเป็นโปสเตอร์สวยๆได้เลย บวกกับเสียงเพลง การละเล่นในสมัยนั้นทำให้ออกมาดูสวยไปหมด เจ๋งมากครับ

    สันติ-วีณา เป็นหนังที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย เป็นภาพยนตร์ 35 มม.สีเรื่องแรกจำกัด และได้เข้าร่วมงานประกวดภาพยนตร์นานาชาติแห่งเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 1 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล คือ ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ( รัตน์ เปสตันยี ) กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (อุไร ศิริสมบัติ) และรางวัลพิเศษในฐานะที่เป็นหนังที่แสดงวัฒนธรรมของเอเชีียให้ชาวตะวันตกเเข้าใจได้อย่างดี จึงนับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้เข้าประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ 
    ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หายสาบสูญไปจากประเทศไทยเป็นเวลานาน จนกระทั้งได้พบฟิล์มต้นฉบับเมื่อปี 2557 ที่สถาบันภาพยนตร์อังกฤษ และฟิล์มปรินท์พบที่หอภาพยนตร์รัสเซียและหอภาพยนตร์จีน หอภาพยนตร์จึงได้ให้ แลปอนุรักษ์ภาพยนตร์ L' Immagine Ritrovata ในอิตาลีทำการบูรณะ
    และเทศกาลภาพยนตร์นานานาชาติ เมืองคานส์ ประจำปี 2016 ที่ผ่านมา ในสาย Cannes Classics ภาพยนตร์เรื่องสันติ-วีณา ของไทยเราได้เอาไปฉายด้วย


    ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่าเป็นบุญตาเหลือเกินสำหรับคนรักการดูหนังอย่างข้าพเจ้า ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง เพราะที่ข้าพเจ้าเอ่ยความสำคัญๆของเรื่องนี้ตามข้างบนนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ยืนยันได้ว่าหนังเรื่องนี้มีคุณค่าแก่การดูมากแค่ไหน ขอเถอะครับประชาชนชาวไทย ถ้าได้ดูสักครั้งในอนาคตไม่ว่าจะที่ใด ยังไงก็ตาม อยากให้ดูสักครั้ง  เราอุส่าได้หนังเรื่องนี้กลับมาจากที่หายไปนานก็อยากให้คนไทยได้ดูก็ดูกันเยอะนะครับ ไม่การันตีว่าเป็นหนังที่จะถูกจริตใคร แต่มันเป็นสำคัญๆของไทย ได้ดูสักครั้งหนึ่งก็จะถือว่าคุ้มแล้วอันนี้ข้าพเจ้าการันตี

    หนังเรื่องสันติ-วีณาจะเข้าฉาย SF World ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม รอบ 19.00 น. และ 30-31 กรกฎาคมในรอบ 14.00 น. (ตามที่แอพ SF บอกนะครับ ขอให้ติดตามเผื่อมีการเปลี่ยนแปลง)

    (ตัวอย่างหนัง สันติ-วีณา)

    หลังจากนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม หอภาพยนตร์ จะทำการฉายหนังสุดคลาสสิคอีก 6 เรื่อง วันและเวลาตามรูปด้านล่าง ใครสนใจก็ติดตามรายละเอียดในเฟซบุ๊ค Thai Film Archive



    ภาพและข้อมูลจาก
    เฟซบุ๊ค Thai Film Archive
    เฟซบุ๊ค Santi-Vina





    ...ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้กำกับหนัง ไม่ใช่คนเขียนบทหนัง ไม่เคยเฉียดไปกองถ่ายหนัง ไม่ได้เรียนฟิล์ม ไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ ไม่ได้ทำงานในหอภาพยนตร์แห่งชาติ ข้าพเจ้าแค่คนรักการดูหนังมาก เลยเขียนขึ้นมา อยากให้คนไทยได้รับชมหนังเรื่องนี้กัน ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in